เสี่ยวเอ้อพาพวกนางสามคนพี่น้องมายังห้องครัวเล็กของร้านที่ตอนนี้เต็มไปด้วยวัตถุดิบหลากหลายชนิด มู่หว่านหลินเดินเลือกหยิบปลาขึ้นมาสองตัว ปลาตัวนี้คือปลากระพง นางจะทำปลาระพงทอดน้ำปลา และปลากระพงนึ่งมะนาว สองอย่างนี้นางทำกินเองกับครอบครัวประจำถือว่าเป็เมนูเด็ดของนาง ก่อนจะเดินไปหยิบเนื้อไก่ นางจะทำไก่ผัดพริก ที่นี่ไม่มีวุ้นเส้นจะมีก็แค่บะหมี่
“เช่นนั้นก็ทำแกงจืดซี่โครงหมูหย่อไม้สดก็แล้วกัน”
ดีนะที่นางแอบเก็บหน่อไม้สดไว้ในมิติ
มู่หว่านหลินมองดูผักหลากหลายชนิดก่อนจะเลือกทำผัดผักรวม และสุดท้ายนั้นคือข้าวผัด วันนี้นางจะทำอาหารหกอย่าง
มู่หว่านหลินเริ่มแบ่งหน้าที่ให้พี่ชายทั้งสอง
“พี่ใหญ่ท่านช่วยก่อไฟในเตาให้ข้าทีเ้าค่ะ”
มู่ข่ายเฉิงเห็นว่าเตาในห้องนี้มีถึงสี่เตาจึงหันมาถามน้องสาว
“น้องเล็กมันมีถึงสี่เตาเ้าจะให้ข้าก่อไฟทั้งสี่เตาเลยหรือไม่”
“เ้าค่ะ ก่อทั้งสี่เตาเลย ส่วนพี่รองท่านช่วยล้างผักให้ข้าทีเ้าค่ะ”
มู่หว่านหลินเลือกหยิบผักที่นางจะใช้ให้พี่รองของนางไปล้างน้ำ ยุคนี้ไม่มียาฆ่าแมลง เพราะฉะนั้นในผักย่อมจะมีแมลงหรือหนอนอยู่
“ได้ข้าจะเอาผักไปล้างเดียวนี้” มู่เจิ้งฉวน
มู่หว่านหลินอาศัยจังหวะที่พี่ชายทั้งสองเผลอหยิบเครื่องปรุงรสออกมาจากมิติ อาหารที่นางเลือกทำเป็อาหารที่นางทำกินเป็ประจำกับครอบครัว ชีวิตเก่านางชอบทำอาหารและวันนี้นางก็มั่นใจว่าอาหารที่นางทำอร่่อยกว่าพ่อครัวของร้านทำแน่นอน
แล้วเงินรางวัลหนึ่งร้อยตำลึงทองนั้นจะต้องเป็ของนาง
ปึก ปึก แกร๊ง แกร๊ง
เสียงมีดหั่นผักสับไก่ เสียงกระทะกับตะหลิวดังออกมาจากครัวเล็กเป็ระยะ ก่อนจะมีกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลลอยตามลมออกมานอกห้องครัว
มู่ข่ายเฉิงและมู่เจิ้งฉวนยืนดูอาหารที่น้องสาวของพวกเขาทำเสร็จแล้วอย่างไม่อยากจะเชื่อสายแต่ อีกทั้งรสชาติของมันทั้งอร่อย บางจานรสชาติเผ็ดร้อนแต่ว่ากลมกล่มยิ่งนัก พวกเขาไม่คยกินอาหารรสชาติที่อร่อยและแปลกใหม่เช่นนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าน้องสาวของพวกเขาไปได้สูตรอาหารพวกนี้มาจากที่ใด และที่สำคัญนางทำอาหารเป็และยังอร่อยมากนี่คือเื่ที่พวกเขาประหลาดใจ แต่พอถามนาง ก็ได้คำตอบกลับมาว่า ฝัน ! ตื่นมาก็มีความรู้เื่อาหาร นางบอกว่านางตอนป่วยฝันว่าตัวเองทำอาหารเป็และอยากลองทำตามฝันดู
สามคนพี่น้องช่วยกันทำอาหารอยู่เกือบหนึ่งชั่วยาม อาหารทั้งหกจานก็เสร็จ มู่หว่านหลินให้พี่รองของนางไปตามเสี่ยวเอ้อมายกอาหารออกไปให้นายน้อย แต่พอหันหลังจะเดินออกจากครัวเล็กก็เห็นว่ามีคนยืนดูอยู่สองคน
“สวัสดีเ้าค่ะท่านทั้งสอง” มู่หว่านหลินมองดูชายสูงวัยทั้งสองคน คนหนึ่งรูปร่างผอมบางผมยาวสีขาวสวมเสื้อผ้าเนื้อดีและเรียบง่าย คนนี่น่าจะเป็หลงจู๊ของร้าน ส่วนอีกคนรูปร่างท้วมและมีผ้ากันเปื้อนคาดที่เอวไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็พ่อครัวของร้าน
“แม่นางน้อยเ้าทำอาหารเสร็จแล้วหรือ” หลงจู๊ของร้านถามมู่หว่านหลิน
“เสร็จแล้วเ้าค่ะ ท่านช่วยให้พี่เสี่ยวเอ้อมายกไปให้นายน้อยชิมได้เลยเ้าค่ะ"
“ได้ๆ แต่แม่นางน้อยเ้าก็ต้องตามข้าไปด้วย ถ้าอาหารถูกปากนายน้อยจะได้มอบรางวัลให้เ้าเลย” แต่ถ้าไม่ถูกปากเ้าเตรียมตัวโดนด่าได้เลย ประโยคนี่หลงจู๊ได้แต่คิดในใจ นายน้อยเป็คนอารมณ์ร้ายและกินยากเป็ที่สุด เขาละนึกสงสารนางขึ้นมาทันที
“ได้เ้าค่ะ” มู่หว่านพยักหน้ารับคำก่อนจะหันมาบอกพี่ชายและเดินตามหลงจู๊ขึ้นไปบนชั้นสามของร้าน
“พี่ใหญ่พี่รองพวกท่านไปรอข้าที่โต๊ะอาหารกับท่านพ่อท่านแม่ก่อนนะเ้าคะ ข้าไปรับรางวัลก่อนแล้วจะรีบกลับมาเ้าค่ะ”
“อืม..มีอะไรเ้าะโดังๆ นะเดียวข้าจะรีบไปช่วย” มู่เจิ้งฉวนกระซิบบอกน้องสาว
“เ้าค่ะพี่รอง”
ดูสภาพนางก็ไม่น่าจะต้องห่วงนะ ผอมแห้งขนาดนี้ใครจะมาทำอะไรนาง
………
มู่หว่านหลินเดินตามหลงจู๊และพี่ครัวของร้านมาถึงชั้นสามและมาหยุดอยู่หน้าห้องใหญ่ห้องหนึ่ง
ก๊อก ก๊อก หลงจู๊เคาะประตูห้องสองทีก่อนจะพูดขึ้นว่า
“นายน้อยอาหารเสร็จแล้วขอรับ”
“ยกเข้ามาได้” เสียงของคนข้างในดังออกมา
เมื่อเดินเข้ามาด้านในห้องสิ่งที่นางเห็นคนเด็กหนุ่มที่รูปร่างผอมแห้ง
‘นี่หรือนายน้อย เป็ถึงเ้าของร้านอาหารแต่ทำไมถึงผอมขนาดนี้ ผอมกว่านางเสียอีก หรือว่าเขาจะป่วยเป็โรคไต'
มู่หว่านหลินแอบมองสำรวจนายน้อยที่นั่งอยู่บนเก้าโต๊ะอาหารกลางห้อง อย่างนึกสงสารเขาที่ต้องมาป่วยเป็โรคไตั้แ่ยังเด็ก
เฉินฮ่าวิ หรือคุณชายสามแห่งตระกูลเฉิน อายุสิบเก้าปี เขาเป็คนที่กินยากมาก เขาเดินทางไปทั่วแคว้นเพื่อกินอาหารแต่ก็ไม่มีที่ไหนทำถูกปากเขาเลย ร้านเฉินฟู่เป็ร้านอาหารในตระกูลเฉินของเขามีสาขาตามหัวเมืองใหญ่เท่านั้น และเมื่อสิบวันก่อนเขาก็พึ่งเดินทางมาถึงที่นี่ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถทำอาหารถูกปากเขาสักคน เฉินฮ่าวิกำลังจะเดินทางไปชายแดนเพื่อจะไปหาลิ้มลองอาหารต่างแคว้นบ้างแต่ก็มีคนบอกว่ามีเด็กสาวที่ยังทำผมทรงซาลาเปาคู่มาขอทำอาหารให้เขาได้ชิม ตอนแรกเขากำลังจะปฎิเสธไปแต่ไม่รู้ทำไมในใจมันถึงอยากจะลองชิมฝีมือยัยเด็กผมซาลาเปานั้น
แต่เมื่อได้เห็นอาหารตรงหน้าและกลิ่นของมันลอยเข้ามาในจมูกของเขาก็ทำให้น้ำลายของเขาแทบจะไหล
หลงจู๊ใช้เข็มเงินทำการทดสอบผิดเสร็จทุกจานแล้วก็ไปยืนด้านข้าง
“ไม่มีพิษขอรับนายน้อย”
“อืม..”
เฉินฮ่าวิหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารหน้าตาแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนอีกทั้งกลิ่นของมันชั่งหอมยั่วน้ำลายเขายิ่งนัก