“ิญญายุทธ์จอบระดับ 1”
เสียงประกาศครั้งแล้วครั้งเล่ากับการชำละล้างเพื่อปลุกิญญายุทธ์ของเด็กนับร้อย สร้างความรู้สึกกดดันให้ตงฟางไม่น้อย เขาอยากจะบ้าตายเป็อย่างมากเพราะตัวของเขาเองเป็คนเดียวที่มีิญญายุทธ์เสียหาย
เด็กคนอื่นแม้พวกเขาจะมีิญญายุทธ์ระดับ 1 เช่นเดียวกันกับตงฟาง พวกเขากลับได้ิญญายุทธ์ที่สมบูรณ์ ไม่มีใครมีิญญายุทธ์แตกสลายแยกส่วนกันเหมือนกับเขาเลยสักคนเดียว
“เหลือแค่หนิงเหอสินะ หนิงเหอสู้ๆ!”
ตงฟางะโให้กำลังใจน้องสาวผู้ที่กำลังก้าวไปชำระล้างร่างกาย ตอนนี้เธอเป็คนสุดท้ายของหมู่บ้านแล้วสำหรับการชำระล้าง
“เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมมีเพียงแค่ฉันคนเดียวล่ะที่ได้รับิญญายุทธ์พังเสียหาย”
ตงฟางเริ่มกลับมาอยู่กับตัวเอง พลางคิดหาสาเหตุของิญญายุทธ์ที่พังเสียหาย เขาอยากรู้ว่ามันเกิดมาจากสาเหตุใด ่สุดท้ายที่เขากำลังถูกเสาพลังงานตรวจสอบเขาััได้ว่าพ่อยื่นมือเข้ามายุ่งจนทำให้การตรวจสอบครั้งสุดท้ายไม่เกิดขึ้น
“มันจะเกี่ยวกับตอนเกิดใหม่ๆไหมนะ”
หลังวันคลอดตงฟางจำได้ว่าตัวของเขาอยู่ในห้องแห่งหนึ่ง ทุกอย่างภายในห้องดูหรูหราเป็อย่างมาก หนำซ้ำยังมีทองเป็ส่วนประกอบหลักของเครื่องตกแต่งข้างในนั้น การนึกถึงวันเกิดของเขากลับทำให้เขาเสียใจเพราะสมองของเด็กทารกไม่สามารถจำจดอะไรได้มาก เขาจำได้เพียงแค่ว่า่สุดท้ายที่เคยอยู่ในห้องแห่งนั้นมีการต่อสู้เกิดขึ้นรอบตัวของเขา สุดท้ายเขาก็สลบไม่ได้สติจากการเป็ทารก รู้ตัวอีกทีก็มีเสียงร้องของทารกอีกคนร้องไห้ข้างๆเขาแล้ว
ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตงฟางจึงคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับิญญายุทธ์ของเขาอย่างแน่นอน ทุกคนที่ใช้งานิญญายุทธ์ในตอนนั้นแตกต่างจากชาวบ้านมาก เขาไม่เคยเห็นใครแปลงร่างหรือเห็นใครใช้ิญญายุทธ์และทักษะโจมตีกันได้รุนแรงแบบนั้นมาก่อนเลยตลอด 15 ปีที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านไม้เขียว
พริบตาที่เขาตกเข้าสู่ห้วงแห่งความคิด ตงฟางก็รีบพาตัวเองออกจากความคิดมองจ้องไปยังเสาสีขาว เมื่อจู่ๆมันได้ะเิพลังงานสีทองสว่างไสวกระจายไปทั่วหมู่บ้าน จากการวัดระดับิญญายุทธ์ของหนิงเหอ
“ระดับ 9 นั่นมันิญญายุทธ์ระดับ 9”
ผู้คนล้วนตะลึงงันอีกครั้งหนึ่ง จากการเปล่งแสงของลูกแก้วครั้งก่อนทำให้พวกเขาผิดหวังเป็อย่างมาก เพราะตงฟางไปไม่ถึงจุดสูงสุดเขาหล่นลงมาซะก่อน ตอนนี้หนิงเหอน้องสาวของเขากลับทำให้ลูกแก้วระดับ 9 เปล่งแสงสีทองสว่างไสว ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องเสียดแทงแก้วหูของสัตว์อสูรลำตัวสีแดงเพลิงก็สาดกระจายออกไปไกล จนทุกคนต่างสั่นไหวเมื่อมองไปยังิญญายุทธ์นกั์ตัวสีแดงเพลิงของหนิงเหอ
“นี่มัน ิญญายุทธ์นกฟีนิกส์”
บู้ม~!
แสงสีแดงเพลิงพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแทงทะลวงก้อนเมฆสร้างเป็เสาลำแสงขนาดใหญ่ ไม่เพียงแค่หมู่บ้านไม้เขียวที่เห็นลำแสงสีแดงสว่างไสว หมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปไกลล้วนแล้วมองเห็นเช่นเดียวกัน
“บะ..บ้าน่า มีการปลุกสายเืเกิดขึ้นด้วย นี่มัน นี่มันสายเืจักรพรรดิเพลิง”
นักบวชอ้าปากกว้าง เขาใเป็อย่างมากกับิญญายุทธ์นกฟีนิกส์ ไม่เพียงเท่านั้นผู้มันยังมีสายเืจักรพรรดิเพลิงอีก ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีเด็กผู้เต็มไปด้วยพร์และความน่ากลัวหลบซ่อนภายในหมู่บ้านแห่งนี้
“หนะ หนิงเหอ”
ตงฟางอ้าปากกว้างกับการปรากฎตัวของิญญายุทธ์นกฟีนิกส์ของหนิงเหอ ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังมีสายเืจักรพรรดิเพลิงอีก สร้างความรู้สึกกลัวให้กับเขาไม่น้อย ความพิเศษยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น พลังงานในตันเถียนที่หนิงเหอสะสมมาตลอดสิบปีจากการฝึกร่วมกับเขาก็ปะทุออกมาอีก ทำให้ระดับของเธอเพิ่มจากชำระชีพจรขั้น 9 ทะลวงขึ้นไปสูงอีกเป็ระดับััิญญา
ระดับของเธอกลับไม่หยุดเพียงเท่านั้น มันยังพุ่งขึ้นไปเรื่อยๆจากระดับััิญญาขั้น 1 ไปขั้น 2 ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยสักนิด ทันใดนั้นเองระดับของหนิงเหอก็ไปหยุดอยู่ตรงระดับััิญญาขั้น 9 จนทุกคนแสดงสีหน้าตะลึงงันออกมา สำหรับตงฟางเขายังไม่หยุดใเพราะรู้ว่าพลังที่เก็บไว้ยังมีเหลืออีก เขาจึงมองจ้องหนิงเหอพร้อมกับใช้พลังจิตคลุมร่างของเธอเอาไว้ ไม่ให้ใครรบกวนเพราะการก้าวข้ามระดับเป็่อ่อนแอที่สุด
บู้ม!
“ระดับก่อตั้งิญญาขั้น 1 เป็ไปได้ยังไงกัน”
นักบวชเบิกตากว้าง เขาไม่เคยพบเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ทุกคนที่เข้ารับการชำระล้างจะไม่มีการเลื่อนระดับขั้น สำหรับหนิงเหอกลับเลื่อนขั้นไปเรื่อยๆจนตอนนี้ระดับพลังของเธอหยุดลงตรงระดับก่อตั้งิญญาขั้น 5 เป็ที่เรียบร้อย ไม่มีการเพิ่มขึ้นอีก
“แม่หนู พ่อและแม่เธอเป็ใคร”
นักบวชรีบเอ่ยปากหลังจากเห็นนกฟีนิกส์บินเข้าไปในตัวของหนิงเหอหลังจากการชำระล้างจบลง
“หนูไม่รู้ค่ะ ลุงหลี่หยุนเลี้ยงหนูมาั้แ่เกิด”
“งั้นเหรอ เป็เด็กกำพร้าสินะ งั้นฉันจะมอบป้ายทองนี่ให้ก็แล้วกัน” หนิงเหอมองป้ายทองด้วยความสงสัย ยังไงเธอก็ยังไม่กล้ารับเอาไว้
“อาห์ คงใสินะจู่ๆก็มีคนแปลกหน้ายื่นของให้ งั้นฉันขออธิบายเลยก็แล้วกัน ิญญายุทธ์ของเธอดีมากๆ หากเธอเดินทางไปกับพวกเราจะทำให้เธอเติบโตได้ดีกว่าอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ป้ายทองนี่จะทำให้เธอเข้าเรียนในวิหารของเมืองหลวงได้เลย”
“อะไรคือวิหารอย่างนั้นเหรอคะ” ตงฟางเดินเข้ามาหาน้องสาวเพื่อจะพากลับบ้าน เขาที่ได้ยินคำพูดน่าสนใจจึงขอเก็บข้อมูลก่อน
“มันเป็สถานที่เรียนรู้สำหรับผู้ใช้จิติญญา”
“มันต่างกันยังไงกับสถาบันของเมืองหลงไห่อย่างนั้นเหรอคะ”
“นั่นก็เพราะว่ามันเต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่ง สถาบันสอนเธอได้เพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น หากได้เข้าศึกษาวิหารใดวิหารหนึ่งในเมืองหลวง เธอจะเติบโตได้ดีกว่าเข้าสถาบัน”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูของเก็บไปคิดก่อนนะคะ”
“ไม่เป็ไร เราจะอยู่ในหมู่บ้านอีก 5 วัน ไว้วันสุดท้ายค่อยตอบตกลงก็ได้ยังไงเราก็ไม่รีบ”
หนิงเหอก้มหัวให้นักบุญเพื่อกล่าวลา สำหรับตงฟางเขารู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากกับข้อมูล หลังจากรู้ว่าวิหารเป็สถานเพาะเลี้ยงกลุ่มคนผู้แข็งแกร่งของจักรวรรดิแห่งนี้
“หนิงเหอ อย่าพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ล่ะ”
“พี่ตงฟาง หนูไม่อยากเดินทางเลย”
“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” ตงฟางมองจ้องน้องสาว เขาเห็นความวิตกกังวลภายในดวงตาของเธอ
“หลังจากหนูกลายเป็ระดับก่อตั้งิญญา ทำให้หนูใช้งานพลังบางอย่างได้ แล้วมันคอยกระซิบบอกหนูให้ระมัดระวังกลุ่มคนเมื่อครู่เอาไว้”
“อย่างนั้นเหรอ ดีจังเลยที่ิญญายุทธ์ของหนิงเหอตรวจจับอันตรายได้ งั้นเราไปคุยกับตาแก่หลี่หยุนก่อนไหม เผื่อจะมีคำแนะนำดีๆ”
“ค่ะ”
ตงฟางจูงมือน้องสาวเดินทางกลับบ้าน วันนี้เขารู้สึกโชคดีในความโชคร้ายเป็อย่างมากเพราะพ่อของเขาไม่ได้ไล่เขาไปเก็บสมุนไพร อย่างไรก็ตามเขาต้องเดินทางออกไปอยู่ดี ตอนนี้ดูเหมือนน้องสาวของเขาอยากจะทดสอบพลังที่เพิ่มขึ้นมา
“ตาแก่ ตาแก่ไปไหนแล้ว อยู่ในบ้านไหม”
ตงฟางแยกย้ายกับหนิงเหอตามหาพ่อของเขา ปรากฎว่าวันนี้ร้านปิดไม่มีเงาของพ่อเขาอยู่ในบ้านเลยสักนิดเดียว เขาจำได้ว่าเห็นพ่อเดินเข้าไปในซอยใกล้ๆจุดที่เขาทำการชำระล้าง
“คงไปเก็บสมุนไพรเองมั๊ง เอาล่ะหนิงเหอ เราไปทดลองพลังกันเถอะ จะได้รู้ว่าระดับก่อตั้งแข็งแกร่งขนาดไหน”
“ไปกันเถอะค่ะพี่ตงฟาง”
ตะกร้าเก็บสมุนไพรสะพายหลังอีกครั้ง แม้พวกเขาจะไม่มีภารกิจเก็บสมุนไพรพวกเขาจำเป็ต้องพกมันเพราะไม่อยากให้ใครคิดว่าพวกเขาสองคนเดินไปเล่นในป่า
—--------------------------------------
ควับ~!
ใบหน้าของเหล่าคนสวมชุดเกราะสีแดงเพลิงหันมองไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้พร้อมกัน หลังจากััได้ถึงพลังิญญาอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาเฝ้าตามหามาตลอดหลายสิบปี
“มันตื่นขึ้นแล้ว ส่งคนออกไปเร็วเข้า!”
เสียงร้องก้องกังวานไปทั่วปราสาทหลังใหญ่ ก่อนจะมีเงาของผู้คนในชุดเกราะสีแดงเพลิงเคลื่อนไหวออกไปจากปราสาทพร้อมกัน โดยจุดที่พวกเขาเคลื่อนตัวไปนั้นคือทิศทางที่ััได้ถึงพลังของนกฟีนิกส์และสายเืจักรพรรดิเพลิง
“ฮ่าๆๆ เจอแล้ว ในที่สุดก็หาเจอสักที”
ความรู้สึกยินดีปลดปล่อยออกมาจากเ้าของเสียง เขาทั้งรู้สึกดีใจและตื่นเต้นกับการปรากฎตัวของสายเืจักรพรรดิเพลิง
—-------------------------------------
“หนิงเหอ จำได้ว่าระดับชำระชีพจรทำให้ร่างกายแข็งแกร่ง ระดับััิญญาสามารถใช้พลังิญญาช่วยเสริมการโจมตีได้ ส่วนระดับก่อตั้งิญญาเป็ยังไงเหรอ”
“รู้สึกว่าจะเป็การใช้งานิญญายุทธ์ได้นะคะ”
หนิงเหอเรียกิญญายุทธ์นกฟีนิกส์ จนปรากฎนกฟีนิกส์ขนาดเท่ากำปั้นลอยอยู่ตรงหน้าของเธอ ทันใดนั้นตงฟางก็เริ่มเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆน้องสาวของเขาได้ผสานร่างกับนกฟีนิกส์จนมีเพลิงสีแดงพุ่งออกมาจากร่างสร้างเป็นกั์ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้
“วาว สุดยอด!”
“ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมากๆเลยนะคะ”
“ใช่ แข็งแกร่งมากๆจนเมื่อวานเทียบไม่ติดเลย”
ตงฟางรับรู้ได้ถึงพลังงานมหาศาลจากตัวน้องสาว เมื่อวานพวกเขาฝึกซ้อมด้วยกัน ทางฝั่งตงฟางเขายังออมมือเอาไว้เพราะร่างกายของน้องสาวเป็เพียงระดับชำระจิติญญาเพียงเท่านั้น วันนี้เขากลับคิดว่าตัวเองไม่จำเป็ต้องออมมือแต่ต้องใช้พลังจิตสุดฝีมือต่างหาก ด้วยพลังงานที่ปลดปล่อยออกมามันมากไม่ต่างจากเขาใช้พลังจิต 80 % เลยด้วยซ้ำ
บู้ม~!
ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งข้ามแม่น้ำเข้าไปเผาไหม้ต้นไม้ที่อยู่อีกฝั่ง ภายในเสี้ยววินาทีนั้น ต้นไม้หลายสิบต้นถูกเผาทำลายจนเหลือเพียงแค่เถ้าถ่านเท่านั้น
“วาว สุดยอดเลย แบบนี้เราก็ล่าได้แล้วสินะ”
“ค่ะพี่ตงฟาง จากทักษะที่จี้ห้อยคอมอบให้ ทำให้หนูใช้พลังงานเต็มที่ได้ตาม้า”
“แล้วสายเืจักรพรรดิเพลิงล่ะ มันทำอะไรได้บ้าง”
ตงฟางพยายามขอดูความสามารถของน้องสาว ทันใดนั้นเขาถึงกลับอ้าปากกว้าง เมื่อร่างกายของน้องสาวมีเส้นเืสีแดงเพลิงโผล่ออกมาตามิัให้เห็นได้อย่างชัดเจน บ่งบอกว่าเธอกำลังใช้สายเืจักรพรรดิเพลิง ตงฟางที่เห็นเช่นนั้นเขาถึงขั้นขมวดคิ้ว การใช้พลังจิตเต็ม 100 หากสู้กันตรงๆเขาคิดว่าคงาเ็สาหัสแน่นอน
“ดูเหมือนว่ามันจะทำให้เพลิงรุนแรงมากยิ่งขึ้นนะคะ”
“ดีเลย นกฟีนิกส์เป็ผู้ใช้เปลวไฟ แล้วมีสายเืจักรพรรดิเพลิงมาเกื้อหนุนอีก แบบนี้ก็ยากจะมีคนต่อกรกับหนิงเหอของพี่ได้แล้วสิ”
“ฮิฮิ เราจะต่อสู้กันดูไหม”
“ไม่ล่ะ ถ้าเสื้อผ้าไหม้พวกเราคงถูกด่าแน่เลย เอาเป็ว่าวันนี้เราลองข้ามแม่น้ำไปดูอีกฝั่งกัน”
“ค่ะ”
พลังิญญาถูกปลดออกจากร่างกายของหนิงเหอ จากนั้นเธอก็รีบวิ่งมายืนบนหินก้อนเดียวกันกับตงฟางหลังจากเขาใช้พลังจิตยกมันขึ้นมาเป็ฐานสำหรับลอยข้ามไปอีกฝั่ง