“พี่คณิน” ปัณรสที่ยังรู้สึกไม่สบายใจที่หาพี่ชายไม่เจอ เธอจึงย้อนกลับมาหาพี่ชายอีกครั้ง หลังจากที่ส่งรัตติยาที่ห้องเสร็จ เมื่อเธอขับรถวนอยู่บริเวณหน้าโรงแรมอยู่หลายต่อหลายครั้ง ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับร่างสูงที่เธอคุ้นเคย ปัณรสไม่รอช้ารีบจอดรถและวิ่งไปหาพี่ชายทันที “พี่ไปอยู่ไหนมา”
“แกไม่อยากเห็นหน้าฉันไม่ใช่เหรอ” ทยากรที่เห็นปัณรสวิ่งมาหา ก็ทำให้ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาอย่างห้ามไม่อยู่ ั้แ่เล็กจนโตเขาไม่เคยทำหน้าที่พี่ชายที่ดีเลยสักครั้ง ั้แ่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไป ตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น ทำให้เขาต้องรับหน้าที่เป็ผู้ปกครองให้กับน้องสาวที่มีอายุห่างกัน 2 ปี ซึ่งในอายุเพียง 18 ปีกับภาระหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบนั้นมันสาหัสมากจริงๆ ถึงแม้ว่าพ่อกับแม้จะทิ้งสมบัติไว้ให้พอที่เขากับน้องจะเรียนจบปริญญาตรีได้ทั้งคู่
แต่เขาก็ต้องยอมเลิกเรียกกลางคัน เพราะเขาไม่อยากปล่อยให้น้องสาวอยู่เพียงลำพังคนเดียว ด้วยความที่เขาอยากจะสร้างตัว อยากจะพาน้องมีอนาคตที่ดีกว่านี้ เขาก็เริ่มที่จะหางาน จนเขาได้มารู้จักกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งดูผิวเผินก็ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป แต่เมื่อเขาได้ััก็พบว่าเด็กพวกนี้เป็เด็กเดินโพย เดินยา ซึ่งในตอนแรกเขาก็พยายามที่จะถอยห่างออกมา เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่พวกนั้นมันเป็สิ่งที่ไม่ดี และมันก็มีความเสี่ยงสูงมาก แต่เมื่อเขาเห็นว่าเพื่อนในกลุ่มได้เงินกับอาชีพนี้ยังไง ก็ทำให้ความโลภบังตาจนเลือกที่จะเดินทางผิด
จากเป็แค่เด็กเดินโพย พอโตขึ้นมาหน่อยก็เข้าไปทำงานในบ่อน คลุกคลีกับเหล่าคนที่มีอิทธิพล จากเด็กบ้านๆ ธรรมดาก็ยกระดับตัวเองขึ้นมาเพียงชั่วข้ามคืน แต่ชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบไปตลอดเส้นทาง ทำให้ชีวิตที่กำลังจะไปด้วยดีต้องสะดุดลง บ่อนที่เขาทำงานด้วยถูกทลายด้วยกองปราบ ตัวเขาถูกจับทำให้น้องสาวต้องเอาเงินที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้มาประกันตัว และนั่นคือความผิดแรกที่เขาได้กระทำกับน้องสาว
พอเขาถูกประกันตัวออกมา แทนที่จะกลับตัวหางานสุจริตทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ เขากลับเลือกที่จะเอาเงินก้อนสุดท้ายที่มีอยู่ไปลงทุนเล่นการพนัน เพื่อหาเงินที่น้องได้เอาไปประกันตัวเขาคืนมา ซึ่งใน่แรกก็เป็ไปได้สวย คืนๆ หนึ่งเขาเล่นได้เป็ล้านๆ จนสามารถหาเงินที่เสียไปคืนกลับมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ด้วยความโลภที่ไม่เข้าใครออกไป ทำให้เขาหลงมัวเมากับสิ่งยั่วยุรอบตัว จนสุดท้ายแล้วเขากับทำลายอนาคต และชีวิตของน้องสาวพังไปกับมือของเขาเองอีกครั้ง
“นี่ยังจะมาทำเป็พูดอีก ถึงพี่จะเป็ยังไงนะ สุดท้ายฉันก็เกลียดพี่ไม่ลงหรอก เพราะพี่เป็ญาติคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่นะ”
คำพูดที่ปัณรสพูดออกมานั้น ถึงกับทำให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา ทยากรโอบกอดน้องสาวด้วยความรู้สึกผิดทั้งหมดที่มี เขาสัญญากับตัวเองว่าเขาจะหาทางหาเงินไปไถ่ตัวน้องสาวของเขาให้ได้ และเขาจะไม่เลือกเดินทางผิดอีก
“ร้องไห้ทำไม 27 แล้วนะ ไม่อายหรือไง”
“ก็ฉันดีใจนิที่แกไม่ด่าฉันเหมือนทุกครั้ง รู้อย่างงี้หายตัวไปนานแล้ว”
“ครั้งเนี่ยไม่ด่า แต่หากว่าพี่ยังไม่สำนึก ครั้งต่อไปฉันฆ่าพี่แน่”
“เออ! เออ! จะไม่ทำแล้วฉันสัญญา” ทยากรรับปากน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แต่ภายในใจกับรู้สึกร้อนรนจนแทบจะะเิออกมา “คนิ้งฉันว่าเราย้ายไปอยู่ต่างประเทศกันไหม ไปพรุ่งนี้เลย”
“เพ้อเจ้ออะไรเนี่ย ไปอยู่ต่างประเทศ ถามจริงมีเงินหรือไง” ปัณรสที่ได้ยินคำพูดของพี่ชายเธอก็ถามออกไปด้วยสงสัย ไม่เข้าใจว่าพี่ของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “คิดว่าไปอยู่ต่างประเทศมันเป็เื่ง่ายๆ หรือไง ขนาดไปเที่ยวยังต้องใช้เวลาเตรียมตัวเป็เดือนเลย นี่จะไปอยู่คิดว่าเตรียมตัววันเดียวทันหรือไง ไม่ใช่การ์ตูนที่ดูในตอนเด็กนะ”
“งั้นเราย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดไหม เอาแบบจังหวัดที่มันกันดาร ไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์อะไรอย่างงี้ จะไปอยู่เกาะหรือว่าจะอยู่บนดอยก็ได้ ถ้าแกอยากไปฉันจะไปเป็เพื่อนเอง”
“ไปทำความผิดอะไรมาอีก หรือว่าพี่ติดหนี้พนันแล้วเ้าของบ่อนเขามาทวงเงิน” ปัณรสสังเกตถึงความผิดปกติของพี่ชาย เธอก็ถามออกไปด้วยความสงสัย
“เออ! ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่อยากไปหาสถานที่สักที่เพื่อกลับตัวนะ ถ้าหากว่าอยู่ที่เดิม สังคมเดิมก็อาจจะหวนวนเวียนกลับไปทำแบบเดิมอีก”
“ถ้าคิดได้แบบนั้นฉันก็ว่าดีนะ พี่อยากไปอยู่ที่ไหนละ ลองไปหาทำเลดูก่อนก็ได้ เดี๋ยวถ้าฉันทำโปรเจคผ่านแล้ว อาจจะตามไปอยู่ด้วยก็ได้” ปัณรสได้ยินคำพูดของพี่ชายเธอก็เห็นด้วยถ้าเขาคิดจะกลับใจ การได้ไปอยู่ที่ใหม่สังคมใหม่ อาจจะทำให้พี่เธอกลับตัวได้ง่ายขึ้น ซึ่งในวัยเด็กเธอก็ฝันอยากจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเหมือนกัน หนีจากความวุ่นวายในเมืองกรุง การที่พี่เธอได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธออาจจะมีโอกาสได้ย้ายตามไปก็เป็ได้ “เอาไว้เราค่อยคิดก็ได้ ขึ้นรถกลับบ้านกันเถอะ”
ปัณรสที่เห็นใบหน้าเคร่งเครียดของพี่ชาย เธอก็ไม่อยากให้เขาต้องคิดมาก จึงชวนเขาขึ้นรถกลับบ้าน เพราะจากที่เธอเห็นสภาพของพี่ชายตนเองแล้ว เธอก็อดที่จะสงสารไม่ได้
หลังจากกลับมาอยู่บ้าน ทยากรก็พยายามคิดหาหนทางที่จะไม่ให้น้องสาวเขาถูกขายแทนเขา แต่ไม่ว่าเขาจะคิดยังไงก็คิดไม่ออก และในระหว่างที่เขาอยู่บ้าน นอกจากข้อความจากแชทที่ถูกส่งมาเตือนอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็ยังมีคนของธณายุคอยป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านตลอดเวลาอีกด้วย ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้พาน้องสาวหนีไปไหนได้ตามที่้า
“คนิ้งแกดูนี่ซิ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นที่สามแห่งศิริกิจวัชรากรุ๊ป เ้าพ่อธุรกิจโรงแรมที่อายุน้องที่สุด แล้วก็หน้าตาดีที่สุดในปีนี้เลย” รัตติยาที่กำลังอ่านข่าวธุรกิจอยู่ ก็ไปสะดุดตากับเ้าของโรงแรมรูปหล่อคมเข้ม จึงเปิดให้ปัณรสได้ดูด้วยความตื่นเต้น
“นอกจากแกจะบ้าผู้ชายในซีรีส์แล้ว เดี๋ยวนี้แกรามมาเป็เหล่าบรรดานักธุรกิจหนุ่มแล้วเหรอเนี่ย” ปัณรสรับแท็บเล็ตมาจากรัตติยา อย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก ก่อนที่เธอจะไปสะดุดกับผู้ชายที่อยู่ในรูปซึ่งเป็คนเดียวกับคนที่ไล่เธอออกมาจากบ่อนเมื่อสองวันก่อน “หน้าตาก็งั้นๆ แหละ ไม่เห็นจะหล่อตรงไหนเลย แถมปากยังหมาอีก”
“นี่แกรู้จักเขาหรือไง ถึงบอกว่าเขาปากหมา”
“ก็ฉันเคยเจอครั้งหนึ่ง”
“เจอที่ไหน เล่ามาเดี๋ยวนี้นะ” รัตติยาถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น “ว่าแต่ตัวจริงหล่อเหมือนในรูปไหม”
“สำหรับแกฉันว่าก็คงหล่อแหละ แต่สำหรับฉันก็ว่าเฉยๆ นะ หล่อไม่หล่อฉันดูที่นิสัยแล้วก็การกระทำมากกว่า”
“แหม่! ก่อนจะไปดูนิสัยเราก็ต้องดูหน้าตาก่อนเป็อันดับแรกหรือเปล่าละ”
“แล้วพี่ชายฉันหล่อปะละ”
“พี่คณินนะเหรอ” รัตติยาทำท่าทางครุ่นคิด หลังจากที่ปัณรสถามถึงพี่ชายของตน “ก็หล่อนะพี่คณินจัดว่าเป็ผู้ชายที่หล่อมากเลยแหละถ้าหากดูแลตัวเองดีๆ แต่เสียอย่างเดี๋ยวนิสัยเฮียไปหน่อย” เธอบอกกับปัณรสไปตามสิ่งที่เธอคิด ก่อนที่จะเอามือปิดปากเอาไว้ เมื่อคิดได้ว่าเผลอพูดอะไรออกไป “ฉันขอโทษนะแกลืมตัวไปหน่อย”
“ไม่เป็ไรหรอก ที่แกพูดมันก็เป็เื่จริง” ปัณรสได้ยินรัตติยาด่าพี่ชายของตนก็ไม่ได้โกรธอะไร เพราะสิ่งที่รัตติยาพูดก็ไม่ได้เกินจริง หากบอกว่าพี่ของเธอนิสัยไม่ดี แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็เป็พี่ชายคนเดียวของเธอ “แล้วแกรู้หรือยังว่าหน้าตาดีก็ไม่ได้การันตีว่าจะนิสัยดีเสมอไป”
“รู้แล้วจ้า ครั้งต่อไปฉันจะดูนิสัยก่อน แต่ถ้าหน้าตาหล่อมีออร่ามาแต่ไกลฉันก็ขอเลือกหน้าตาเอาไว้ก่อนนะ เพราะชีวิตมันต้องขับเคลื่อนด้วยความหล่อนะ”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำงานต่อ ระหว่างที่นั่งทำงานอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ของปัณรสก็ดังขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนที่จะทำการกดรับ
ติ๊ก ติ๊ก!
“มีอะไร”
“เย็นนี้แกเลิกกี่โมง” ทยากรเอ่ยถามผู้เป็น้องสาว ทันทีที่คนปลายสายกดรับ
“ก็ปกตินะ มีอะไรหรือเปล่า”
“ฉันอยากจะชวนแกไปกินข้าวนอกบ้านนะ อยากจะทำหน้าที่พี่ที่ดีบ้าง”
คำพูดที่ทยากรได้พูดออกมานั้นก็สร้างความประหลาดใจให้กับปัณรสไม่ใช่น้อย เพราะั้แ่พ่อแม่เสียไปพี่ชายของเธอก็ทำหน้าพี่น้อยมาก นอกจากอยู่บ้านทำตัวเกเรไปวันๆ แล้วก็แทบไม่เคยทำหน้าที่พี่ที่ดีเลยสักครั้ง หากว่าพี่ของเธอทำดีก็มักจะมีเื่มีราวเข้ามาตลอด
“ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า” ปัณรสถามออกไปด้วยความสงสัย
“ฉันจะทำอะไรก็ไม่เคยดีในสายตาของแกเลย แค่จะชวนน้องไปกินข้าวเฉยๆ ก็ถูกสงสัย”
“ก็คนอย่างพี่ไม่เคยทำไม่เคยมีเื่ดีๆ เลยสักครั้ง”
ซึ่งสิ่งที่ปัณรสได้สงสัยนั้นไม่เกินจริงเลย เพราะแต่ละครั้งที่เขาทำดีกับน้องสาวก็มักจะทำดีเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่เขาทำเท่านั้น ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน แต่ครั้งนี้กับเป็บทเรียนราคาแพงที่ทำให้เขาจะไม่มีวันให้อภัยตนเองเป็อันขาด
“พอฉันทำดีแกก็คอยแต่สงสัย พอฉันทำแต่เื่เลวๆ แกก็เอาแต่ด่า”
“อ่อ! อ่อ! ไปก็ไป เดี๋ยวเลิกงานแล้วไปรับที่บ้าน ชวนไอ้รัตไปด้วยนะ”
“ไปแค่แกกับฉันได้ไหม”
“ทำไมละ ปกติแล้วเราไปไหนกันรัตมันก็ไปด้วยตลอด”
“ถ้าเอาไอ้รัตมา แกกับมันก็ผสมโรงด่าแต่ฉัน ใครมันจะไปกินข้าวอร่อยกัน ครั้งนี้ไปแค่เราก็พอนะ แค่แกคนเดียวด่าฉันก็สำนึกไม่ไหวแหละ”
“เื่มากจัง ก็ได้ตามใจ” ปัณรสได้ยินที่ทยากรบอก เธอก็รับปากเขาออกไปอย่างไม่ค่อยใส่ใจมากนัก
เมื่อได้เวลาเลิกงานปัณรสก็ขับรถไปรับทยากรที่บ้านตามที่ได้นัดกันไว้
“แกจะไปทั้งชุดทำงานเลยเหรอ”
“ก็ไปทั้งชุดนี้แหละทำไมต้องเปลี่ยน กลับมาก็ต้องมาอาบน้ำอีกเสียเวลา” ปัณรสก้มมองชุดทำงานตัวเองอย่าไม่ใส่ใจมากนัก หลังเห็นพี่ชายทักให้เธอไปเปลี่ยนชุด
“ไปชุดนี้ก็ชุดนี้” ทยากรที่เห็นน้องสาวไม่ยอมเปลี่ยนชุดก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไร เพราะแค่เขาชวนไปกินข้าว น้องสาวของเขาก็สงสัยมากพอแล้ว ถ้าหากเขาคะยั้นคะยอให้ไปเปลี่ยนชุดอีก คงจะเป็ที่สงสัยมากไปกว่านี้ “เดี๋ยวฉันขับเอง รอบนี้ฉันเลี้ยงฉันเลือกร้านเองนะ”
“ไปรวยอะไรมา ฉันเริ่มรู้สึกไม่ค่อยจะไว้ใจแหละ”
“ไม่มีอะไรหรอกหน่า คนกำลังจะกลับตัวกลับใจแล้วก็เชื่อใจกันบ้าง”
“จะให้เชื่อใจได้ยังไง คนที่ทำผิดมาเกือบครึ่งชีวิต อยู่ๆ จะมาเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน แล้วใครจะกล้าไว้ใจ”
“เออ! เออ! ไปกันได้แล้ว หิวแล้วเนี่ย” ทยากรที่เห็นน้องสาวมีท่าทีกำลังจ้องจับผิดเขาอยู่ เขาก็รีบตัดบททันที กลัวว่าน้องสาวจะจับพิรุธตนได้
หลังจากที่ทั้งสองได้ขับรถเพื่อมายังร้านอาหารที่พี่ชายบอกว่าอยากจะไปกิน และทั้งสองก็ได้มาถึงหน้าโรงแรม ศิริกิจวัชรา โรงแรมที่เธอพึ่งจะมาอาละวาดและมาตามหาพี่ชายเมื่อครั้งก่อน
“พี่มาที่นี่อีกทำไม อย่าบอกนะว่าจะเข้าบ่อนอีกแล้ว”
“เปล่าแค่มากินข้าว”
“มากินข้าว” ปัณรสถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เธอไม่เข้าใจว่าจะต้องมากินข้าวที่นี่ทำไม มีร้านอาหารตั้งมากมายให้เลือกไปกิน โดยที่ไม่จำเป็ต้องมาที่นี่อีก “ไม่มีร้านข้าวที่จะพาไปแล้วหรือไง ทำไมต้องมากินที่นี่”
“ก็ที่นี่อาหารอร่อย ฉันก็แค่อยากจะพาแกมากิน ก็เท่านั้น” ทยากรตอบน้องสาวออกไปอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก “ไปกันเถอะ ฉันได้จองที่นั่งเอาไว้ให้แล้ว”
ทยากรที่ลงรถได้เขาก็ทำการกดโทรศัพท์สองสามครั้งเพื่อส่งข้อความ ก่อนที่เขาจะเดินมาหาน้องสาว ที่ตอนนี้ออกมายืนอยู่ข้างรถเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ปัณรสที่ไม่เข้าใจเจตนาของพี่ชายของตนเองมากนัก แต่เธอก็ไม่ได้สักถามอะไร ได้แต่เดินตามพี่ชายไปยังศูนย์อาหารเงียบๆ ซึ่งห้องที่ทยากรพาเข้าไปนั้นก็เป็โซน VIP ที่มีความเป็ส่วนตัวสูง
“ทำไมจะต้องจองห้องหรูแบบนี้ด้วย เปลืองเงิน”
“จะเลี้ยงน้องทั้งทีก็ต้องทำให้ดีหน่อยซิ” ทยากรบอกกับน้องสาวออกไปด้วยใบหน้าที่ฝืนยิ้มอย่างเต็มที่ เขาไม่อยากจะทำเช่นนี้เลย แต่เพราะความชั่วที่เขาได้ก่อขึ้นมา ทำให้น้องสาวของเขาต้องมารับกรรมแทน
“ฉันเริ่มสงสัยแหละ ทำไมวันนี้ถึงมาแปลกๆ” ปัณรสที่เห็นท่าทีของพี่ชาย เธอก็เริ่มที่จะไม่ไว้ใจเขาขึ้นมา
“สั่งอาหารเถอะ พนักงานเขารอนานแล้ว” ทยากรที่เห็นน้องสาวกำลังเริ่มโวยวาย เขาก็รีบตัดบททันที เพราะขืนเขาปล่อยให้น้องสาวเขาซักไซ้ต่อไป เขาอาจจะเป็คนทำให้เสียเื่ก็เป็ได้
ระหว่างรออาหารที่สั่งไปอยู่ ก็มีพนักงานถือขวดไวน์ พร้อมกับแก้วมาสองใบเดินมาหาพวกเขาทั้งสองคน
ติ๊ก ติ๊ก!
ทยากรที่กำลังสงสัยว่าทางพนักงานที่ถือไวน์มาอาจจะเป็เื่เข้าใจผิด แต่พอเข้าได้อ่านข้อความ เขาก็รู้ได้ทันทีไวน์นี้คืออะไร
“เอาไวน์ให้น้องมึงดื่มซะ ทุกอย่างมันจะได้ง่ายขึ้น คนของกูเตรียมไปให้มึงแหละ อย่าให้พลาดนะ เพราะหากมึงพลาดคนของกูจัดการมึงแน่”
ทยากรอ่านข้อความผ่านๆ ก่อนที่เขาจะพยักหน้าส่งให้กับพนักงานที่ทำการเสิร์ฟไวน์
“ดื่มไวน์ฉลองกันหน่อยไหม ไหนๆ มื้อนี้ฉันเป็คนเลี้ยงแล้ว ก็เอาแบบหรูๆ ไปเลย” ทยากรบอกกับน้องสาว พร้อมกับหัวเราะกลบเกลื่อน
“วันนี้พี่แปลกไปมากเลยนะ มีอะไรหรือเปล่า” ปัณรสที่เห็นท่าทางร้อนรนของพี่ชายของตน เธอก็เริ่มที่จะไม่ไว้ใจแล้ว
“จะไปมีอะไร แกคิดมากไปหรือเปล่า มาดื่มไวน์รออาหารกันเถอะ”
“ไวน์มันแพงมากเลยนะ ทำไมไม่สั่งเครื่องดื่มแบบอื่น”
“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง ไวน์นี้เป็สิทธิ์พิเศษที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้กับลูกค้า VIP ทุกท่านครับ คุณผู้ชายไม่ได้เป็คนสั่ง” กองพลที่สังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล เห็นท่าทีของหญิงสาวเริ่มที่จะไม่พอใจพี่ชายของตนแล้ว เขาจึงเข้าไปหาทั้งสองคน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น
ปัณรสที่ได้ยินผู้ชายที่ใส่สูทเรียบร้อยเดินมาบอก เธอก็ต้องยอมชิมไวน์ตามคำแนะนำของพนักงานด้วยความจำใจ แม้ว่าเธอจะไม่ได้อยากดื่มสักเท่าไหร่ และยิ่งสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจของทยากรอีก ที่ทำให้เธอเริ่มกังวลว่าอาจจะเกิดเื่ไม่ดีกับตัวเธอ
ในระหว่างที่ทยากรและปัณรสกำลังนั่งรับประทานอาหารที่ได้สั่งอย่างเอร็ดอร่อย อยู่ๆ ปัณรสก็เริ่มรู้สึกมีอาการแปลกๆ ขึ้นมา
“เป็อะไรหรือเปล่าคนิ้ง” ทยากรที่เห็นอาการของน้องสาวเริ่มผิดปกติ เขาก็ถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง ซึ่งจากอาการกระวนกระวายของน้องสาว เขาก็เริ่มจะพอเข้าใจว่ายาที่ชยพลใส่ไว้ในไวน์นั้นเป็ยาอะไร ตอนแรกเขาคิดว่าเป็เพียงยานอนหลับธรรมดาเท่านั้น เลยยอมทำตามแต่โดยดี ซึ่งถ้าเขารู้ว่าในแก้วนั้นเป็ยาเสียสาว เขาจะไม่ยอมให้น้องสาวกินไวน์แก้วนั้นเป็อันขาด
“ไม่รู้เหมือนกันนะ รู้สึกอยู่ๆ คอก็แห้งกระหายน้ำขึ้นมา แต่กินน้ำเข้าไปก็ไม่รู้สึกดีขึ้น แถมร่างกายก็รู้สึกแปลกๆ มันร้อนๆ หนาวๆ ยังไงก็ไม่รู้” ปัณรสอธิบายอาการของตนเองให้กับพี่ชายได้ฟัง ซึ่งความรู้สึกนี้มันแปลกเกินที่เธอจะคาดเดาไว้ว่าเธอเป็อะไร
“พี่ว่าแกไปพักก่อนไหม ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” ทยากรเดินมาหาปัณรส ก่อนที่จะพยุงน้องสาวให้ลุกขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ” กองพลที่เห็นท่าทางของปัณรส เขาก็รู้ได้ทันทีว่ายาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว เขาจึงแสร้งเดินมาหาทั้งสองคนด้วยท่าทีที่สุภาพ
“พอดีน้องสาวของผมไม่สบายนิดหน่อย” ทยากรที่เห็นว่ากองพลเดินมาหา เขาก็บอกกับกองพลไปแบบเลี่ยงๆ แม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่ากองพลก็รู้ว่าน้องสาวของตนเป็อะไร
“ไปพักที่ห้อง VIP ที่เราเตรียมเอาไว้ก่อนไหมครับ เผื่อว่าอาการจะดีขึ้น”
“ก็ดีเหมือนกันครับ” ทยากรตกปากรับคำกองพลไปอย่างรู้งาน เข้าใจทันทีว่ากองพล้าจะสื่ออะไร
“ไม่พักที่นี่ไม่ได้เหรอ กลับบ้านหรือว่าไปหาหมอก็ได้” ปัณรสที่เห็นว่าทยากรกำลังจะพาเธอไปพักตามคำแนะนำของพนักงานโรงแรม เธอก็รวบรวมแรงที่เหลืออยู่น้อยนิด เพื่อบอกกับพี่ชายออกไป เพราะเธอรู้สึกแปลกๆ ว่าทำไมพี่ชายเธอถึงยอมทำตามที่พนักงานคนนั้นบอกอย่างง่ายดาย แต่เธอก็ไม่สามารถทักท้วงอะไรได้ ด้วยร่างกายที่เริ่มจะไร้เรี่ยวแรง กับอาการร้อนๆ หนาวๆ ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตอนนี้เธอเป็อะไร
“จะไปได้ยังไงตอนนี้ ลองนอนพักดูก่อนเถอะนะ เผื่อจะดีขึ้น” ทยากรที่เห็นว่าน้องสาวจะไม่ยอมให้เขาพาเข้าไปยังห้อง VIP ตามความ้าของกองพล เขาก็พยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง ถึงแม้สภาพตอนนี้น้องสาวของตนจะแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะเดินแล้วก็ตาม แต่ก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมทำตามเขาง่ายๆ
ปัณรสที่พยายามจะดิ้นรนไม่ยอมไปตามการนำพาของพี่ชาย แต่ด้วยร่างกายที่มันผิดปกติอย่างไม่รู้สาเหตุ ทำให้เธอไม่สามารถต้านทานอะไรได้เลย สุดท้ายเธอก็ต้องยอมทำตามที่พี่ชายของเธอได้แนะนำ อย่างไม่มีทางเลือก