เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เอกพบว่าตนเองยังคงอยู่บนรถยนต์คันเดิมที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ภาพทิวทัศน์ที่พาดผ่านหน้าต่างรถเป็สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับเขาเหลือเกิน ตึกระฟ้าสูงตระหง่านสลับไปมาอย่างไม่รู้จบราวกับหลุดออกมาจากโลกแห่งความฝัน ความศิวิไลซ์ที่อยู่ตรงหน้าเป็สิ่งที่เขาเคยเห็นผ่านเพียงจอโทรทัศน์เก่าๆ ในชุมชนแออัดเท่านั้น นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นความยิ่งใหญ่ของเมืองกรุงด้วยตาตัวเอง เด็กน้อยหันมองซ้ายมองขวาอย่างกระตือรือร้นด้วยท่าทางบ้านนอกเข้ากรุงที่ดูน่าเอ็นดู
"คิกๆ... ดูลูกคุณสิคะ เหมือนฉันตอนเข้ากรุงใหม่ๆ ไม่มีผิดเลย เด็กอะไรช่างน่ารักน่าชังนัก" คุณนายศรีนวลหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางอยากรู้อยากเห็นของเอก เสี่ยใหญ่เองก็ลอบยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะมอบความสุขในวัยเด็กให้เอกอย่างเต็มที่ ก่อนที่โลกแห่งความเป็จริงจะสอนให้เด็กคนนี้เติบโตเป็ผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่ง
"เอก... เคยเดินห้างหรือยังลูก?" เสี่ยใหญ่ถามพลางชี้ให้ดูห้างสรรพสินค้าสุดหรูที่มีน้ำตกจำลองขนาดั์ตั้งอยู่ด้านหน้า เอกจ้องมองภาพตรงหน้าตาค้าง ปากอ้ากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มันดูสวยงามและวิจิตรบรรจงเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
"ฮ่าๆ แสดงว่ายังไม่เคยสินะ... คนขับรถ แวะจอดที่ห้างหน่อย ผมจะพาลูกชายไปเที่ยว"
เสี่ยใหญ่และคุณนายพาเอกเดินเที่ยวเล่นจนทั่วห้าง เขาเลือกพาเอกเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่ผู้คนเนืองแน่น แสงสีและเสียงหัวเราะอบอวลไปทั่วร้าน เสี่ยใหญ่สั่งอาหารราคาสูงลิ่วมาให้บุตรชายลิ้มลองอย่างไม่เสียดายเงิน เพราะสำหรับเขาแล้ว แค่เห็นเอกมีความสุข ต่อให้ต้องมากินทุกวันเขาก็ยินดี
"เป็ไงลูก รสชาติอร่อยไหม? ร้านนี้ชื่อดังและแพงมากเลยนะ ถ้าลูกชอบ พ่อจะพามาบ่อยๆ เลย"
"ก็พอทานได้ครับพ่อ... แต่สู้ร้านป้าเพ็ญที่สลัมไม่ได้ แกทำกับข้าวอร่อยกว่านี้ตั้งเยอะ วันหลังหนูจะพาพ่อไปลองชิมนะ รับรองว่าพ่อต้องติดใจแน่ๆ"
คำตอบซื่อๆ ของเด็กน้อยทำเอาเสี่ยใหญ่ถึงกับอ้าปากค้าง ร้านอาหารหรูใจกลางกรุงกลับพ่ายแพ้ให้กับร้านข้าวราดแกงในชุมชนแออัดเสียอย่างนั้น "อุ๊บ! ฮ่าๆๆ ลูกคุณนี่ตลกจริงๆ เลยค่ะที่รัก อุตส่าห์พากินของแพง แต่ดันเอาไปเทียบกับข้าวราดแกงซะได้" คุณนายหัวเราะร่วน ขณะที่เสี่ยใหญ่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ด้วยความนึกไม่ถึงในความไร้เดียงสานี้
หลังจากอิ่มท้อง เสี่ยใหญ่พาเอกไปเลือกซื้อเสื้อผ้าใหม่ชุดละหลายพันบาทแทนที่เสื้อผ้าเก่าที่ขาดวิ่น เขาปรนเปรอเอกด้วยเครื่องเล่นมากมายจนได้รับรอยยิ้มกว้างเป็การตอบแทน เสี่ยใหญ่รู้สึกหัวใจพองโตที่สามารถพิชิตใจเด็กน้อยได้สำเร็จ เขาตั้งมั่นว่าจะทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ให้ดีที่สุด เพื่อลบเลือนความเศร้าที่เอกเคยประสบมา สิ่งสุดท้ายของวันคือการพาเอกเข้าโรงภาพยนตร์เพื่อชมการ์ตูนฟอร์มั์บนจอมหึมา ซึ่งเป็ความฝันสูงสุดของเด็กชายตัวน้อยๆ
ตลอดทั้งวัน เสี่ยใหญ่สังเกตว่าเอกไม่เคยเอ่ยปากขอสิ่งใดเลย ความเจียมเนื้อเจียมตัวนี้ทำให้เขายิ่งเอ็นดูและรักเด็กคนนี้มากขึ้นไปอีก เขาตั้งใจว่าจะไม่เลี้ยงลูกด้วยเงินเพียงอย่างเดียว แต่จะใช้ความรักและความอบอุ่นเป็เครื่องนำทาง
"เอก... วันนี้สนุกไหมลูก?" เสี่ยใหญ่ถามขณะรถเคลื่อนกลับใน่โพล้เพล้
"สนุกมากครับพ่อ... สนุกจนหนูคิดว่ากำลังฝันไป"
"ลูกไม่ได้ฝันหรอก เพราะนี่คือความจริง ต่อไปนี้ชีวิตของลูกจะมีแต่ความสุขนะ" เสี่ยใหญ่กล่าวอย่างอ่อนโยน
ไม่นานนัก รถก็เลี้ยวเข้าสู่เขตที่พักอาศัยของเหล่ามหาเศรษฐี บ้านแต่ละหลังใหญ่โตโอ่อ่าจนมีภูมิฐาน "เอก... ที่นี่คือบ้านของพวกเรา ต่อไปนี้มันจะเป็บ้านของลูก และทุกคนที่นี่คือครอบครัวของลูกนะ"
"โห... นั่นบ้านหรือครับ? ทำไมมันใหญ่ขนาดนี้ หนูคิดว่าเป็พระราชวังเสียอีก!" เอกอุทานตาโต
เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังขึ้นทั่วทั้งรถ แม้แต่คนขับรถยังพลอยยิ้มไปกับความซื่อบริสุทธิ์ของนายน้อย คนใหม่ คฤหาสน์หลังงามเบื้องหน้ากำลังจะกลายเป็สถานที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ของเด็กชายผู้เปลี่ยนจากดินสู่ดาวเพียงชั่วข้ามคืน