เหยียนชิงเดินไปตามท้องถนนด้วยอารมณ์เบิกบานใจเป็อย่างยิ่ง ที่เอวของเขามีถุงเงินแขวนไว้อยู่ ดูแล้วมันน่าจะเต็มไปด้วยเงินจำนวนมากที่เขาได้มาจากทั้งเถ้าแก่เนี้ย และเป็เงินเก็บส่วนหนึ่งของเขาเช่นกัน
“ฮะ ฮ่า และแล้วข้าก็ได้อยู่เที่ยวในเมืองอีกหนึ่งวัน พรุ่งนี้กลับไปหาพี่สาวซาลาเปาดูดีกว่า นางจะต้องแปลกใจที่ยังเห็นข้าเดินเล่นในเมืองแน่!”
เหยียนชิงกล่าวอย่างอารมณ์ดี พลางมุ่งหน้าเดินไปตามถนนเรื่อยๆ เขาทอดสายตาไปยังบ้านเรือนริมถนน ส่วนใหญ่เป็บ้านไม้มีบ้างที่ใช้อิฐหรือปูนสร้างบ้านขึ้นมา ดูแล้วน่าจะเป็บ้านของคนมีฐานะในละแวก
บนท้องฟ้าบัดนี้ดวงอาทิตย์ได้ลาลับเป็ที่เรียบร้อย ความมืดเริ่มปกคลุมไปทั่วเมือง ถนนที่เหยียนชิงกำลังเดินอยู่มีเสาโคมไฟสีแดงแขวนไว้เรียงรายตลอดข้างทาง แต่ละเสาห่างกันประมาณสามจั้ง ไม่นานนักชาวบ้านที่ริมถนนต่างถือคบไฟมาจุดโคมแต่ละดวงขึ้น แสงสว่างสีแดงเพลิงลอดออกมาจากข้างใน ทำให้ถนนบริเวณนั้นดูสวยงามไปอีกแบบ
“ผู้มีฐานะ....” เหยียนชิงพลันรำลึกได้ถึงคำเตือนของลุงตนว่าไม่ให้ไปมีเื่กับพวกชนชั้นสูงในเมือง ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่เคยย่างกรายเข้าไปหาพวกนั้นอยู่แล้ว เพราะโลกของเขากับผู้ร่ำรวยนั้นแตกต่างกันจนเกินไป
“อีกอย่างที่ท่านลุงห้ามคือไม่ให้ไปที่เขตทางตะวันออกของเมือง ที่นั่นมีอะไรกัน?” เหยียนชิงยังคงสงสัยเกี่ยวกับเขตตะวันออกอย่างเปิดเผย ห้ามไม่ให้เขาต่อยตีกับพวกคนรวยนั่นย่อมมีเหตุผล แต่การห้ามไม่ให้เขาไปยังเขตตะวันออกนี่เป็เพราะอะไรกัน?
ช่างเถอะ...เดี๋ยวค่อยลองถามคนในโรงเตี๊ยมดูก็ได้ ชายหนุ่มคิด ก่อนจะเดินมาหยุดลงที่โรงเตี๊ยมหลังใหญ่ ป้ายข้างหน้าสลักด้วยตัวอักษรสีทองว่า“คุณชายสาม”อย่างหรูหรา
ช่างเป็โรงเตี๊ยมที่ใหญ่โตอะไรขนาดนี้! เหยียนชิงตกตะลึงกับขนาดของโรงเตี๊ยมไปโดยปริยาย แค่ทางเข้ามันก็กินอาณาเขตเท่ากับบ้านเรือนรอบข้างเจ็ดถึงแปดหลังแล้ว อาณาบริเวณที่ชายหนุ่มกะสายตาดูคร่าวๆนั้นแทบจะเท่ากับวังขนาดย่อมๆแห่งหนึ่งได้เลย
ทันทีที่ชายหนุ่มก้าวขาเข้ามาภายในโรงเตี๊ยม หญิงสาวสองนางที่มีท่าทีนอบน้อมก็สาวเท้าเดินเข้ามาหาเขาทันที
“คุณชายท่านนี้ มีอะไรให้บ่าวรับใช้หรือไม่? หากท่านกำลังหาที่พัก ข้าขอแนะนำว่าที่นี่เป็โรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองหยาดตะวันแห่งนี้แล้ว”หญิงสาวหนึ่งในนั้นพูดขึ้น เมื่อพิจารณาดูดีๆแล้ว ทั้งสองนางสวมชุดผ้าไหมสีชมพูดูสะอาดตา ใบหน้ามีรอยยิ้มสุภาพปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ
“ข้ากำลังหาห้องพักสำหรับคนหนึ่งคน และหนึ่งคืน”เหยียนชิงตอบทันที
“ห้องปกติราคาสิบห้าชั่งต่อหนึ่งคืนไม่รวมอาหารและสุรา ส่วนห้องพิเศษนั้นราคาห้าสิบชั่งต่อหนึ่งคืนพร้อมอาหารและสุรา คุณชายปรารถนาจะจองห้องแบบไหนหรือเ้าคะ?”
“งั้นขอจองห้องปกติหนึ่งห้อง เอ่อ....ความจริงมีคนแนะนำให้ข้ามายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้ พี่สาวทั้งสองพอจะรู้จักหรือไม่?”เหยียนชิงพูดพลางล้วงมือไปหยิบตราร้านค้าของเถ้าแก่เนี้ยขึ้นมาให้บ่าวรับใช้ทั้งสองดู
“ตรานี้มัน.......คุณชาย ได้โปรดรอบ่าวอยู่ตรงนี้สักครู่” บ่าวรับใช้ทั้งสองคนดูใกับตรานั้นทันที พวกนางรับมันมาจากชายหนุ่มจากนั้นจึงรีบสาวเท้าเดินหายลับเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“อ๋า? นี่หรือว่าเถ้าแก่เนี้ยจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับเ้าของโรงเตี๊ยมนี่?” เหยียนชิงคิด เท่าที่เขาเห็น ร้านค้าของเถ้าแก่เนี้ยก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก ไม่อาจเทียบกับโรงเตี๊ยมนี้ได้เลยแม้เพียงนิด หรือว่า....เ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้จะเป็คนรักของนาง!?
“อ้ายยยย! น้องชายท่านนี้ รอข้านานหรือไม่?” เสียงแหลมดังขึ้นมาจากภายในทันทีพร้อมด้วยบุรุษรูปร่างอ้วนผู้หนึ่งกำลังเดินมาหาเขา สองข้างขนาบไปด้วยบ่าวรับใช้หญิงที่จากไปเมื่อครู่
“เ้าได้เหรียญนี้มาจากเถ้าแก่เนี้ยจากร้านค้าตรงชานเมืองใช่หรือไม่ อ๊า!ไม่สำคัญแล้วๆ มาๆน้องชายให้ข้าได้ต้อนรับท่าน อวี้ฟาง อวี้เสวี่ย พาน้องชายท่านนี้ไปพักที่ห้องรับแขกพิเศษชั้นสองเลย!” ชายอ้วนรีบจองห้องพิเศษให้กับ เหยียนชิงทันที โดยทีไม่รอให้เขาได้กล่าวปฎิเสธ
“แต่ข้าไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าห้องให้กับท่านได้ขนาดนั้น.....”ชายหนุ่มใกล่าว ห้องพิเศษชั้นสอง นั่นย่อมจะต้องแพงกว่าห้องธรรมดาและห้องปกติแน่นอน เงินในกระเป๋าเขาต้องแห้งเหือดลงจนหมดแน่
“เงิน? อ้อ ของเช่นนั้นไม่จำเป็สำหรับน้องชาย ข้าให้ที่พักเ้าฟรีหนึ่งวันพร้อมทั้งสุราอาหาร! ถือเสียว่าเป็การเลี้ยงต้อนรับที่เ้าได้มาเที่ยวยังเมืองแห่งนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า! มามา เดี๋ยวข้าจะเดินส่งเ้าไปห้องพักด้วย”ชายอ้วนผู้นี้ยังไม่ยอมแพ้พยายามเกลี้ยกล่อมให้เหยียนชิงเข้าพักโรงเตี๊ยมของเขาอย่างไม่ต้องเสียเงินซักเหรียญเดียว
ระหว่างทางที่เดินไปห้องพัก เหยียนชิงถามชายอ้วนเ้าของโรงเตี๊ยมอย่างสงสัย “พี่ชาย ท่านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเถ้าแก่เนี้ยมากหรือ? ถึงขนาดที่ท่านให้ข้าพักโดยไม่เสียเงินซักแดงตั้งหนึ่งวัน นี่หรือว่าท่าน....จะเป็คนรักนาง?”
พรืดด...ชายอ้วนสะดุดล้มหน้าคะมำต่อหน้าเขาทันที ก่อนลุกขึ้นมาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
“ไอ้หยา น้องชายอย่างพูดเช่นนั้น หากนางรู้เื่เข้าล่ะก็ ข้าได้ถูกสับกลายเป็หมูบะช่อแน่!” ชายอ้วนเหงื่อแตกพลั่กทันที คนรัก? ใครกันจะขวัญกล้าไปเป็คนรักของแม่นางผู้นั้น?
“ไม่ใช่หรือ? ถ้าเช่นนั้นทำไมนางถึงดูมีอิทธิพลอะไรมากมายขนาดนั้น” เหยียนชิงถาม
“เื่นี้ข้าไม่อาจบอกเ้าได้ หากนางไม่ได้บอกเ้าด้วยตัวเอง นางไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับธุระของนาง ถ้าเ้าอยากรู้ก็จงไปถามนางด้วยตนเองเสียดีกว่า”ชายอ้วนตอบ
“ท่านพูดเหมือนกับว่านางเป็เหมือนกับนางมารที่จะสับทุกคนที่เข้าหานางกลายเป็หมูบะช่อ เท่าที่ข้าเห็น นางออกจะเป็คนที่ใจดีมิใช่หรือ?” เหยียนชิงกล่าวขึ้น
“เหอ? ใจดี? สับรึ!? ข้าจะบอกอะไรให้นะน้องชาย หลายปีมานี้มีผู้ยิ่งใหญ่หลายคนพยายามเข้าหานางด้วยการมอบทั้งของกำนัล ของล้ำค่ามากมาย แต่นางก็ไม่เคยเหลียวแล แถมบางครายังขับไล่ไสส่งพวกมันอย่างรุนแรงด้วย แล้วอีกอย่าง ถ้าให้ข้าเดา ใบหน้านางที่เ้าเห็นนั้นย่อมไม่ใช่ใบหน้าจริง นางไม่ค่อยเผยโฉมที่แท้จริงออกมาเสียเท่าไร แต่ก็มีหลายครั้ง นั่นทำให้คนเ่าั้หลงสเน่ห์นางอย่างหัวปักหัวปำเชียวล่ะ!”
เหยียนชิงเหงื่อแตกขึ้นมาอีกคน ไอ้หยา..... นางไม่ชอบให้ใครมาเกี้ยวเสียขนาดนั้น แถมบางทีก็ยังลงไม้ลงมือไล่คนที่มาเกี้ยวนางอย่างรุนแรงอีกด้วย นี่ข้าถึงกับแต่งกลอนหยอกนางไปขนาดนั้น มิใช่ว่าอนาคตข้าจะโดนนางสับกลายเป็หมูบดไปอีกคนหรือ?
“น้องชาย? เ้าเหงื่อออกนะ คงไม่ใช่ว่าที่เ้ามาที่นี่ได้เพราะว่าเ้าดันไปหยอกเย้านางเข้าหรอกนะ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เหยียนชิงหน้ามืดครึ้มลงทันใดก่อนจะหันมาตอบ ชายอ้วนเบาๆ “ใช่........”
“…..จริงดิ...” บรรยากาศในโรงเตี๊ยมหนาวเหน็บลงทันใด สองสาวใช้ที่ตามเหยียนชิงและชายอ้วนมายังสามารถััได้ถึงบรรยากาศแปลกๆนี้
“ฮ่า....ฮ่า อ่า...น้องชาย.....” ชายอ้วนไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา เด็กนี่จะกล้าเกินไปแล้ว สำหรับเขาแค่เห็นนางก็ไม่กล้าขยับเขยื้อนแล้ว เขาคิดก่อนจะกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ปิดบัง
“จะ....เ้าช่างกล้าหาญนัก! ข้านับถือเ้าจากใจที่เ้ารอดชีวิตมาจากนางได้ มาเถิด หลังจากที่เ้าเข้าห้องไปแล้ว ดึกๆมานั่งชิมสุรากับข้าหน่อยเป็อย่างไร? ถือเสียว่าเป็การรับขวัญเ้าอีกครั้งที่เ้าสามารถมีชีวิตรอดออกมาได้!”
ทั้งสองยังคงพูดคุยไปตามทางเดินเรื่อยๆเพียงแต่น้ำเสียงทั้งคู่ดูแ่เบาและหนาวเหน็บคล้ายกริ่งเกรงใจใน “บางสิ่ง”แปลกๆจนกระทั่งถึงชั้นสองที่เป็ห้องรับแขกพิเศษ เมื่อเปิดประตูออกมา ก็พบกับห้องนอนที่กว้างยาวประมาณสี่จั้งเศษๆ เตียงนอนหรูหราตั้งอยู่ด้านซ้ายของห้อง ด้านขวาเป็โต๊ะทำงานไม้มีลวดลายประดับประดาไปด้วยรอยแกะสลักสีทองที่ดูงดงาม ส่วนอีกด้านเป็ตู้เสื้อผ้าและมีห้องน้ำส่วนตัวอยู่ภายในห้อง ชายหนุ่มมองซ้ายขวาด้วยความตื่นตาอีกครั้ง
“เป็อย่างไร ถูกใจเ้ารึไม่?” ชายอ้วนถามเหยียนชิง
“นี่.......ไม่ใช่ว่ามันมากเกินไปหรือพี่ชาย” ห้องระดับนี้สมควรเอาไว้รอต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่มีฐานะและอิทธิพลแน่ การเอาห้องมาให้เขาอยู่หนึ่งวันจะไม่เป็ปัญหาอะไรจริงๆ?
“ข้าเป็คนพูดแล้วไม่คืนคำ! อีกอย่างตอนนี้ไม่มีแขกพิเศษมาพักหรอก เ้าใช้ได้ตามสบาย อีกอย่างก็แค่วันเดียวเอง ไม่ต้องเกรงใจข้าให้มากนัก”ชายอ้วนตอบเหยียนชิง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าก็ขอตัวก่อน โอ้ ใช่แล้ว อย่าลืมลงมากินข้าวมื้อดึกกับข้าด้านล่างล่ะ อวี้ฟาง อวี้เสวี่ย เ้าอยู่รับใช้น้องชายผู้นี้ที่ชั้นบน ขาดตกบกพร่องอะไรก็บอกกล่าวแก่พวกนาง แล้วถ้าเ้ามีเื่ที่สนใจในเมืองก็ถามข้าได้ ในเมืองนี้ข้ารู้ทุกซอกทุกมุม ฮ่าฮ่า!”ชายอ้วนเดินจากเหยียนชิงไปอย่างอารมณ์ดี
ทันทีที่ชายอ้วนจากไปสองบ่าวสาวก็เข้ามาพูดกับเขา “คุณชาย หากมีสิ่งใด้าโปรดบอกพวกเรา เราพักอยู่ห้องคนรับใช้ข้างๆห้องท่าน หากท่าน้าเรียกเราโปรดสั่นกระดิ่งที่อยู่ภายในห้อง พวกข้าจะไปหาในทันที” สองบ่าวสาวเก้าเข้ามาโค้งตัวคารวะชายหนุ่มทันที
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอรบกวนพี่สาวทั้งสองด้วย” เหยียนชิงโค้งตัวลงเล็กน้อยรับการคารวะจากพวกนาง ก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่เตียงนอน ค่อยๆหย่อนตัวลงนอนพลางนึกในใจ
“เถ้าแก่เนี้ย....นางเป็ใครกัน? ดูเหมือนนางจะมีอิทธิพลเป็อย่างยิ่ง อนาคตข้าต้องไม่ไปยุแหย่ให้นางโกรธอีก....แต่เท่าที่เห็น นางก็ไม่ได้โกรธข้า กลับชอบบทกลอนที่ข้าเขียนให้กับนางด้วย เป็ไปได้หรือไม่ว่าอนาคตข้ายังสามารถแกล้งนางเช่นนี้ได้อีก?” ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆขึ้นที่มุมปาก
“อีกอย่าง.....เขตตะวันออกที่ท่านลุงห้ามไม่ให้ข้าไป ที่นั่นมีสิ่งใดกัน?” ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะมีประกายในดวงตาแวบขึ้นอย่างเจิดจ้า
“ถ้าข้าไม่อาจไปที่นั่นตามที่สัญญาให้กับท่านลุงได้ ข้าก็แค่ถามเื่เขตตะวันออกจากพี่ชายตัวอ้วนเสียก็สิ้นเื่!”