ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กตอนนี้ มีเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางห้องโดยมีเสื้อคลุมหนังขนาดใหญ่กว่าตัวเธอเองคลุมอยู่
เธอจ้องมองลงไปยังแก้วน้ำในมือของเธอซึ่งมีน้ำเหลืออยู่ประมาณครึ่งแก้ว จมอยู่กับภวังค์ราวกับไม่ได้สนใจว่าภายในห้องนั้นยังมีอาคันตุกะอีกสามคนที่รอให้เธอแถลงไขสิ่งที่พวกเขา้าจะทราบอยู่
ท่ามกลางความเงียบสงัดนั้นมีเพียงเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ จากตะเกียงเวทมนตร์ซึ่งผูกไว้กับตะขอบนเพดานกลางห้องกำลังคล้อยไสวตามกระแสของคลื่นทะเล
เด็กสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มหนึ่งอึกพร้อมกับกวาดสายตามองไปยังหญิงสาวอีกคนภายในห้องซึ่งเป็เ้าของเรือลำนี้
“ชื่อของฉันคือเลทีเซีย ดานิโลวา” เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเองเล็กน้อยหลังจากเริ่มตั้งสติได้ เมื่อเธอกล่าวชื่อของตนเสร็จก็จ้องมองไปยังั์ตาของเฟรย์ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า เมื่อไม่เห็นท่าทีที่ผิดแปลกไปจากเ้าหล่อน เธอจึงค่อยๆ กวาดสายตามองไปยังชายอีกสองคนซึ่งยืนอยู่ในห้องนี้เช่นเดียวกัน เมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เธอจึงเริ่มพูดต่อ
“เ้าหญิงลำดับที่หนึ่งแห่งอาณาจักรซีรอส”
เธอกวาดตามองไปยังทั้งสามคนอีกครั้งแต่ก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
“พวกเราเพิ่งเปิดอาณาจักรเมื่อไม่นานมานี้และฉันคิดว่าพวกท่านก็น่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง อาณาจักรของพวกเราขึ้นชื่อเื่เกษตรกรรมและเครื่องเทศ พวกเรา้าที่จะทำการค้าขายกับอาณาจักรโดยรอบจึงตัดสินใจที่จะนำสินค้าขึ้นชื่อของพวกเรามาขายที่ตลาดกลางที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเกาะเบลลูก้าเพื่อหวังว่าสินค้าของเราจะได้กระจายไปสู่ทวีปต่างๆ”
“ถ้า้าจะขายสินค้าให้กับอาณาจักรโดยรอบทำไมถึงไม่เริ่มจากภายในทวีปไกอัสก่อนละน่าจะง่ายกว่าเป็ไหนๆ” ลิซโพล่งถามขึ้นมาด้วยความฉงน
ทวีปไกอัสนั้นประกอบไปด้วยอาณาจักรใหญ่สิบสองอาณาจักรซึ่งอาณาจักรซีรอสและอาณาจักรรูเบเรียก็เป็ส่วนหนึ่งของทวีปนี้เช่นกัน
ส่วนเกาะเบลลูก้านั้นเป็เกาะซึ่งอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็จุดศูนย์กลางของโลกแบบพอดิบพอดีเลยก็ว่าได้ ตัวเกาะนั้นอยู่ ณ บริเวณเส้นศูนย์สูตรกลางมหาสมุทรลาลิลญา ซึ่งล้อมรอบไปด้วยทวีปทั้ง 5 จากทุกทิศทาง
แม้โอกาสในการค้าขายบนเกาะเบลลูก้าจะมากกว่าก็จริง แต่สำหรับอาณาจักรที่เพิ่งจะเริ่มทำการค้าขายหลังจากยุติการติดต่อสื่อสารจากภายนอกไปนานนั้นการเริ่มต้นจากภายในทวีปจะไม่สะดวกกว่าหรือ
“อาณาจักรของเราไม่เพียง้าที่จะกระจายสินค้าให้เป็ที่รู้จักเพียงเท่านั้น แต่เรายัง้าทราบข้อมูลสถานการณ์ของทวีปทั้งห้าด้วยและที่สำคัญอีกอย่างคือเรา้าสมุนไพรพิเศษชนิดหนึ่งซึ่งเติบโตขึ้นเฉพาะทางตอนเหนือของทวีปไกอาด้วยซึ่งการจะหาซื้อสมุนไพรชนิดนี้ได้ก็ต้องมาที่เกาะเบลลูก้าเท่านั้นเพราะทวีปไกอาไม่เคยมาทำการติดต่อค้าขายกับทวีปไกอัสโดยตรง”
เมื่อพูดจบเลทีเซียก็ค่อยๆ ยกแก้วน้ำในมือขึ้นมาดื่มอึกหนึ่งครั้งเพื่อแก้กระหาย
“แล้วทำไมอยู่ดีดีท่านหญิงเลทีเซียถึงได้โดนไล่ฆ่ากันละ” ลิซเอ่ยปากถาม
เลทีเซียพยายามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับ
“ฉันเองก็ไม่ทราบค่ะ” เลทีเซียตอบพลางส่ายหัว
“ฉันไม่รู้ว่านี่เป็แผนการที่วางไว้หรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วการที่ตัวฉันออกมาจากอาณาจักรนั้นไม่ใช่เื่ที่ถูกกำหนดไว้ ฉันเพียงแค่แอบขึ้นมากับเรือสินค้าตอนไปร่วมงานฉลองเปิดเส้นทางเดินเรือของอาณาจักรกับท่านพ่อค่ะ”
“คนเดียวหรือ” เฟรย์ถาม
“กับข้ารับใช้คนสนิทค่ะ ฟิลิปส์เขาอันตัวเข้ามารับคนดาบแทนฉันและใช้เวทมนตร์ตรึงศัตรูไว้ ปล่อยให้ฉันหนีออกมาได้ค่ะ ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง”
เธอหน้าเสียลงไปนิดหน่อยเมื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ทำไมเธอถึงไม่ไปติดต่อที่ศูนย์กลางความช่วยเหลือแต่กลับเลือกที่จะมาแอบขึ้นเรือขนส่งสินค้าลำอื่นกัน” คราวนี้เฟรย์เองที่เป็ฝ่ายถาม
ศูนย์กลางความช่วยเหลือของเกาะเบลลูก้านั้นเป็หน่วยงานพิเศษซึ่งได้รับการยอมรับจากอาณาจักรทั่วทุกทวีป ยึดมั่นคติในการดำเนินงานอย่างเป็กลางและช่วยเหลือทุกอาณาจักรที่เข้ามาดำเนินกิจการในเกาะเบลลูก้า
ความน่าเชื่อถือของเกาะเบลลูก้าคือความเป็ศูนย์กลางจากทั่วทั้งห้าทวีปแน่นอนว่าหากอาณาจักรใดกล้าสร้างปัญหาบนเกาะแห่งนี้ก็หมายความว่าอาณาจักรนั้นมีโอกาสที่จะถูกริดรอนสิทธิการค้าขายบนเกาะไป ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็อาจถูกอาณาจักรอื่นๆ ปฏิเสธการค้าขายด้วย
แต่แน่นอนว่าเกาะเบลลูก้าเองก็ไม่้าที่จะให้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในเกาะเช่นกันการช่วยเหลือและหาทางออกที่ประนีประนอมต่อทุกฝ่ายจึงเป็เื่ที่ส่งผลดีต่อเกาะมากที่สุด ดังนั้นหากมีปัญหาใดเกิดขึ้นการติดต่อหน่วยงานนี้จึงมักจะให้ทางออกที่ดีที่สุดแก่ทุกฝ่ายอยู่เสมอ
“เพราะฟิลิปส์บอกไว้ว่าอาจจะมีนักฆ่าไปดักรออยู่ที่นั่นก็เป็ได้ ทางที่ดีให้หาเรือที่จะเดินทางไปยังอาณาจักรซึ่งอยู่ติดกับอาณาจักรซีรอสจะดีเสียกว่าแล้วค่อยหาทางกลับไปยังอาณาจักรตามเส้นทางธรรมชาติต่อ”
‘ก็มีเหตุผลอยู่บ้างแต่ศูนย์กลางความช่วยเหลือก็มีทหารรับจ้างระดับพิเศษคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ด้วย ยิ่งถ้าเป็ระดับเ้าหญิงมาก็ต้องได้รับความคุ้มครองมากเป็พิเศษ ดูผิดวิสัยชอบกล’ แม้ลิซจะคิดว่าทางเลือกของเลือกของฟิลิปส์ไม่น่าจะใช่ทางออกที่ดีที่สุดนักแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธมันไปเสียทั้งหมด
ยิ่งกับเด็กสาวที่มีพลังเวทในตัวด้วยการที่คิดว่าสามารถดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่งจึงอาจจะเป็เหตุผลให้เธอเลือกตัดสินใจเดินเส้นทางนี้แทน
“เอลก์คิดว่าอย่างไรบ้าง” เฟรย์หันไปถามชายหนุ่มร่างเล็กอีกคนหนึ่งในห้องซึ่งยืนฟังเื่ราวทั้งหมดมาั้แ่ต้น
“ผิดวิสัยเกินไปครับ การจะหานักฆ่าที่มีฝีมือได้นั้นต้องมีการเตรียมข้อมูลมาก่อนเป็อย่างดี ผนวกกับการที่เ้าหญิงเดินทางมาโดยไม่มีกำหนดการเช่นนี้ อีกทั้งข้ารับใช้ของคุณหนูก็เป็ถึงระดับนักเวทด้วยยิ่งเป็ไปได้ยากที่จะหานักฆ่ามากฝีมือเผื่อไว้”
“แสดงว่าคนร้ายต้องรู้อยู่แล้วว่าเ้าหญิงนั้นได้เดินทางออกมาจากอาณาจักรสินะ”
“ครับ”
“เฮ้อ...ฉันละไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่การเมืองของอาณาจักรเลยจริงๆ” เฟรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“มีอะไรที่ดูน่าสงสัยอีกมั้ยเลทีเซีย”
“คิดว่าไม่มีแล้วค่ะ แต่ฉันคิดว่าถ้าจะมีใครสักคนที่เป็คนร้ายก็น่าจะเป็คนบนเรือสินค้าเพราะหลังจากเรือแล่นออกจากท่าไปได้ประมาณครึ่งทางฉันก็แสดงตัวออกมาพร้อมกับฟิลิปส์ค่ะ”
“แล้วคนจากทางฝั่งอารณาจักรจะไม่รู้เลยหรือ”
“อาจจะรู้แต่เท่าที่ฉันทราบทางอาณาจักรของฉันไม่ได้มีนกสื่อสารซึ่งใช้ติดต่อกับทางเกาะเบลลูก้าอยู่ดังนั้นทางอาณาจักรจึงไม่น่าติดต่อมาได้ค่ะ”
การจะฝึกนกส่งสารให้เดินทางส่งสารไปในแต่ละที่ได้นั้นค่อนข้างใช้เวลาอยู่พอสมควร ดังนั้นกับอาณาจักรที่เพิ่งเปิดเส้นทางการค้าขายจึงยังไม่ใช่เื่แปลกที่จะยังไม่ได้เตรียมการในเื่นี้
“แล้วมีความบาดหมางอะไรกับคนในอาณาจักรบ้างหรือเปล่า”
“ไม่มีค่ะ จะมีก็แค่ราชินีองค์ปัจจุบัน ภริยาคนที่สองของท่านพ่อซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยชอบฉันเท่าใดนัก”
“อืม” เฟรย์หยุดครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เสียงเอี๊ยดอ๊าดของตะเกียงเริ่มกลับเข้ามาแทนที่บทสนทนาอีกครั้ง
หลังจากพิจารณาอยู่นานเฟรย์จึงได้ให้ทางออกสุดท้ายแก่เลทีเซีย
“เราจะให้เลทีเซียติดไปกับเรือด้วย โดยมีข้อแม้ว่าเธอห้ามยุ่งกับสินค้าใดๆ ก็ตามบนเรือของเราและบริเวณที่เธอจะอยู่ได้มีเพียงดาดฟ้าเรือและห้องนี้เท่านั้นเข้าใจมั้ย” เฟรย์พูดด้วยสีหน้าจริงจังและจ้องมองไปยังเลทีเซียเพื่อฟังคำตอบจากเธอ
“ค่ะ”
“ดี เมื่อถึงฝั่งแล้วเราจะหาทางส่งเธอกลับไปยังอาณาจักรให้เอง แต่ขอบอกไว้ก่อนตรงนี้เลยว่าเราจะไปส่งเธอแค่เท่านั้น เราจะไม่รับสิ่งตอบแทนหรือยุ่งเกี่ยวเื่ใดๆ กับอาณาจักรเธอ” เฟรย์ประกาศกร้าว
“ค่ะ ค่ะ... ขอบคุณมากเลยค่ะ” เลทีเซียขานรับพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลออยู่เต็มเบ้า ความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาทำให้เธอเริ่มพูดตะกุกตะกัก
ดูจะเป็การแสดงความรู้สึกที่ตรงไปตรงมาที่สุดนับั้แ่เลทีเซียขึ้นมาอยู่บนเรือ เธอต้องแบกรับความสิ้นหวังที่เจอบนเกาะเบลลูก้า สูญเสียคนที่เชื่อใจไป หนีหัวซุกหัวซุนจนเสื้อผ้าขาดวิ่น ต้องมาขโมยกินอาหารแห้งห่วยๆ ที่เธอไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนและยังถูกผลักไสให้ไปตายอย่างไม่ไยดีอีก
แม้เลทีเซียจะมีความทระนงและยึดถือในความเป็เ้าหญิงสักเพียงใดก็ตาม แต่เธอก็ยังเป็เพียงแค่เด็กสาวอายุสิบสามเท่านั้น การจะรักษาความสงบนิ่งดั่งเ้าหญิงไว้ตลอดย่อมเป็ไปได้ยาก เธอพลาดพลั้งให้กับความใคร่รู้ของตนและสูญเสียความเยือกเย็นไปดั่งที่เด็กสาวคนหนึ่งควรจะเป็
เฟรย์แอบเผลอยิ้มเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางของเลทีเซียในตอนนี้ แต่เมื่อเธอรู้สึกตัวก็รีบเก็บสีหน้าในทันควัน
“เธอจะต้องนอนอยู่ที่ห้องนี้ ถ้าให้ไปนอนกับลูกเรือคนอื่นคงได้ติดกลิ่นสาบเหงื่อของเ้าพวกนั้นแน่ เอลก์ฝากหาเสื้อผ้าให้เธอด้วย ส่วนลิซคอยให้คำปรึกษาเธอเวลาอยู่บนเรือซะ”
“เอ๋ ไม่เอาอะจะให้คนเฉิ่มๆ อย่างผมไปดูแลเด็กผู้ดีแบบนี้เนี่ยนะ ขอผ่าน” ลิซรีบปฏิเสธทันควันพร้อมกับหันไปทำหน้านิ่วใส่เด็กสาวที่กำลังจะพรากการเดินเรืออันแสนสนุกครั้งแรกของเขาไป
“ก็ยังดีกว่าปล่อยให้อยู่กับดอนนี่และฟิลแล้วกัน นี่คือคำสั่งเข้าใจมั้ย”
“โหย นายหญิง” ลิซโอดครวญอยู่ยกใหญ่ก่อนจะตอบรับคำสั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้