ซูเปอร์ฮีโร่ผู้ไร้ค่า
ย้อนกลับไป่เวลาก่อนหน้า
ณมิติของโลกปัจจุบัน
‘ขณะนี้ ฮีโร่พลังลม สามารถควบคุมเครื่องบินซึ่งบรรทุกผู้โดยสารจำนวน 252ชีวิต ลงจอดยังพื้นรันเวย์ได้สำเร็จอย่างปลอดภัยหลังเครื่องบินลำดังกล่าวเกิดเหตุขัดข้อง มอเตอร์ใบพัดไม่ทำงานอย่างไร้สาเหตุ’
‘ข่าวต่อมา เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดขึ้นเมื่อวาน พื้นถนนกลางเมือง K เกิดยุบตัวเป็หลุมกว้าง ส่งผลให้รถจำนวนร่วม 10 คันตกลงไปด้านล่างแต่โชคดีมากค่ะที่ฮีโร่พลังดินสามารถช่วยเอาไว้ได้ทั้งหมดจึงไม่มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ะเืขวัญครั้งนี้’
‘มาต่อกันที่ข่าวต่อไปเลยนะคะ ขณะกำลังวิ่งออกกำลังกายริมแม่น้ำฮีโร่พลังน้ำสามารถช่วยเหลือเด็กซึ่งพลัดตกน้ำเอาไว้ได้ พ่อแม่ของเธอดีใจมากหลั่งน้ำตาขอบคุณกันยกใหญ่’
‘มาถึงข่าวสุดท้าย ได้มีกลุ่มนักปีนเขาประสบอุบัติเหตุหิมะถล่มฮีโร่พลังไฟจึงอาสาไปกับกู้ภัยเพื่อเข้าให้การช่วยเหลือจนทุกคนสามารถออกมาได้สำเร็จ เป็เื่ที่น่ายินดีมากๆ เลยค่ะ’
ข่าวสรรเสริญเยินยอผู้มีพลังวิเศษกำลังฉายอยู่ในจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ บนตัวตึกซึ่งตั้งสูงตระหง่านกลางเมืองผู้คนมากมายต่างหยุดยืนดู พร้อมส่งสายตา ส่งเสียงและแสดงท่าทางชื่นชมวีรกรรมของกลุ่มบุคคลเ่าั้ ทว่าสำหรับ ‘จินหลง’ มันกลับเป็สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด
สองขารีบจ้ำเดินเพื่อพาตัวเองไปให้พ้นจากการรับรู้เื่ราวที่ทำให้เขาเกิดความคิดด้อยค่าตัวเองในทุกวัน แต่เสียงซึ่งดังออกจากลำโพงขนาดใหญ่ยังคงตามไล่หลังมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเดินเร็วมากเพียงไหนก็มิอาจหนีพ้นอยู่ดี
เด็กหนุ่มมัธยมปลายอายุสิบแปดผู้เกิดมาในโลกที่ผู้คนถูกแบ่งออกเป็สองประเภท คืุ์ปกติและเหล่าฮีโร่มีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถควบคุมธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม และไฟซึ่งมีเพียงห้าเปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก
โดยเด็กแต่ละคนก่อนเกิดมาไม่มีใครสามารถรับรู้ได้เลยว่า ลูกหลานของท่านคนไหนจะเกิดเป็คนทั่วไปหรือมีพลังพิเศษแม้พ่อแม่หรือบรรพบุรุษจะเป็คนมีพลังแต่ไม่อาจการันตีได้ว่าเด็กที่สืบสายเืของตน จะได้รับพลังนั้นๆ มาด้วย
เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเด็กถือกำเนิดออกมาลืมตาดูโลกแล้วสัญลักษณ์ของธาตุที่เด็กคนนั้นควบคุมได้ จะปรากฏขึ้นบนดวงตาอย่างชัดเจนสีแต่ละสีใช้แบ่งแยกประเภทมนุษย์ สีน้ำตาลหรือดำคือคนปกติทั่วไป สีแดงธาตุไฟเขียวธาตุดิน เทาธาตุลม และฟ้าเป็ธาตุน้ำ
ทว่าในกลุ่มของผู้มีพลังก็จะมีการแบ่งแยกออกเป็สองประเภทอีกเช่นกันคือผู้ที่สามารถควบคุมธาตุได้จะถูกเรียกว่าฮีโร่ กับผู้ที่ควบคุมอย่างอื่นได้จะถูกเรียกว่าซูเปอร์ฮีโร่
อย่างเช่นความสามารถในการควบคุมจิตใจของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะมีลักษณะตาเป็สีชมพู ควบคุมสิ่งของตาเป็สีน้ำเงินและควบคุมฤดูกาลตาเป็สีเหลือง
ซึ่งกลุ่มบุคคลที่มีพลังควบคุมสามอย่างนี้ได้เรียกได้ว่าเป็ผู้ที่ยิ่งกว่าพิเศษเพราะบนโลกใบนี้มีการค้นพบว่ามีไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ และจินหลงคือคนกลุ่มนั้น
เขาเกิดมามีความสามารถเป็ผู้ควบคุมฤดูกาลตามปกติควรจะสั่งฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ลูกเห็บตก หิมะโปรยปรายหรือไม่ก็กระแสลมร้อนระอุได้
ทว่าจินหลงกลับทำได้เพียงแค่สร้างเมฆฝนก้อนเล็กๆที่สามารถปล่อยหยาดฝนปรอยๆ ราวกับฝักบัวซึ่งถูกตะกอนน้ำอุดตันเพียงเท่านั้น
แม้จะเกิดมาเป็บุคคลซึ่งมีพลังพิเศษแถมยังเป็ความสามารถที่หายากมาก แต่เขากลับรู้สึกน้อยใจในโชคชะตา เพราะพลังที่มีอยู่ไม่สามารถเอาไปใช้ช่วยเหลือใครได้แม้แต่ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน จินหลงยังมองไม่เห็นหนทางด้วยซ้ำไป
นอกจากพลังนี้ยังไม่สร้างประโยชน์ให้แล้วมันยังสร้างความน่าอับอายให้กับเขาอีก เพื่อนๆ ต่างพากันหัวเราะเยาะดูถูกเหยียดหยามสารพัด
บ้างก็ว่าเขาไร้ค่าบ้างก็ว่าไม่สมควรเกิดมาบนโลกใบนี้ ไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย กลายเป็คนไร้เพื่อน
ทางด้านญาติพี่น้องครอบครัวทั้งชีวิตมีเพียงคุณปู่เท่านั้น พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตั้แ่จินหลงอายุยังไม่ถึงสิบเดือนใช้ชีวิตอยู่กับคุณปู่จนกระทั่งถึงปีที่แล้ว คนในครอบครัวเพียงคนเดียวก็ได้จากเขาไปตลอดกาล
“เฮ้ย! เอาเงินมาดิวะ มัวแต่โอ้เอ้อยู่นั่นแหละ”
ขณะกำลังเดินผ่านตรอกแคบซึ่งเป็ทางลัดไปโรงเรียนที่รวดเร็วที่สุด ซึ่งจินหลงใช้เป็ประจำทุกวัน
เขากลับบังเอิญพบกลุ่มเด็กโรงเรียนเดียวกันซึ่งมีพลังพิเศษคนหนึ่งควบคุมธาตุลมได้ อีกคนควบคุมธาตุดินได้กำลังรีดไถเงินเด็กโรงเรียนอื่นซึ่งเป็มนุษย์ธรรมดาเข้าพอดี
จินหลงชะงักเท้าหันไปมองด้วยแววตาไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขาเกลียดบุคคลที่มักชอบใช้ความแข็งแกร่งของตนข่มเหงรังแกผู้ที่ด้อยกว่าเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว