บทที่ 4 ชิงตัวเ้าสาว
ชายฉกรรจ์คนนั้นรูปร่างสูงใหญ่ เมื่อขึ้นควบอาชาแล้วยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขาม
รูปร่างกำยำล่ำสัน ไว้หนวดเครา ท่าทางเหมือนโจรป่า
ไป๋อวี้รู้ได้ในปราดเดียวว่านั่นคือฉินต้าซาน!
ตอนนั้นที่เว่ยชุ่ยสี่ให้ไป๋อวี้ซิ่วแต่งงานกับเขา ไป๋อวี้ซิ่วใแทบแย่
คนคนนี้สูงใหญ่เหลือเกิน แถมยังดูเหี้ยมเกรียมอีก…
ที่สำคัญเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว ที่บ้านมีลูกชายคนโตอีกคน
มันทำให้ไป๋อวี้ซิ่วที่ว่านอนสอนง่ายมาตลอดต้องจากไปทั้งน้ำตาในวันแต่งงาน
ยามนี้เห็นเขาควบม้าพุ่งเข้ามา หลี่หนงหงก็นำคนในกลุ่มปรี่เข้ามาหมายขัดขวาง แต่กลับถูกชนจนล้มระเนระนาด
เป้าหมายของฉินต้าซานชัดเจน ปล่อยให้ม้าพุ่งชนเกี้ยวรับเ้าสาวล้มคว่ำ เ้าขี้โรคเลยล้มลงไปด้วย
“ช่วยด้วย! โจรป่าชิงตัวเ้าสาว!”
มีคนในฝูงชนกรีดร้อง เหตุการณ์จึงชุลมุนวุ่นวายยิ่งนัก
แต่ไป๋อวี้กลับตื่นเต้นเอามาก นี่มารับเธอเหรอเนี่ย!
เธอรีบชูสองมือแล้วพุ่งตัวออกไปทันที “ต้าซาน! ต้าซาน! ฉันอยู่นี่!”
เสี้ยวความแปลกใจฉายวาบในดวงตาฉินต้าซาน
แต่ไป๋อวี้เพิ่งวิ่งออกไปก็ถูกโจวหงกับเว่ยชุ่ยสี่คว้าตัวเอาไว้
เว่ยชุ่ยสี่ทั้งใและกริ้วโกรธ “นังแพศยา...”
ไป๋อวี้ไม่เสแสร้งอีกต่อไป หันไปเตะเธอทีหนึ่ง “ไปให้พ้นเลย!”
เท้าเตะเข้าที่ท้องเว่ยชุ่ยสี่อย่างจัง ทำเอาคนที่ไม่ทันตั้งตัวล้มก้นจ้ำเบ้า
ไป๋อวี้ไม่ลังเล อาศัย่ชุลมุนตบหน้าโจวหงหลายทีอย่างบ้าคลั่ง
ตอนนี้เธอไม่ต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนไปจัดการเ้าขี้โรคที่ตระกูลจางแล้ว
“ตกลงกันว่าจะขายฉันกิน สนุกมากใช่ไหม ใช่ไหม ฮะ นังสารเลว...”
โจวหงถูกเธอตบเสียจนงงงัน
เว่ยชุ่ยสี่ร้องโหวกเหวกโถมตัวเข้ามาจิกหัวเธอ กลับถูกไป๋อวี้เงื้อมือขึ้นตบราวกับมีตาข้างหลัง
ความรู้สึกที่ได้ตบทั้งสองมือมันช่างสะใจจริง ๆ…
ถึงแม้ว่าเธอจะสะใจได้ไม่นานก็มีกลุ่มแม่บ้านเข้ามาห้ามเธอไว้ก่อน
แต่ถึงอย่างนั้น พอม้าตัวเขื่องของฉินต้าซานเข้ามาถึงเธอ ทำเอาแม่บ้านกลุ่มนั้นใกรีดร้องวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
ไป๋อวี้ย่อมต้องคว้าโอกาส พอเห็นม้าตัวใหญ่ก็ไม่กลัว แถมยังรุดเข้าไปใช้ทั้งมือทั้งขาหมายจะปีนป่ายขึ้นไป
มันออกจะเปลืองแรงนิดหน่อย…
ฉินต้าซานคว้าคอเสื้อดึงเธอขึ้นหลังม้า ก่อนจะหันหลังควบม้าออกไปทันที
ไป๋อวี้ “!!!”
เธออยากบอกว่าฉันไม่อยากหมอบแบบนี้ ขอฉันเปลี่ยนท่าหน่อย!
ทว่าฉินต้าซานควบม้าวิ่งเร็วจนไม่เห็นฝุ่น…
ชาวบ้านก่างจื่อหลิ่งใช้อำนาจบาตรใหญ่จนเคยตัว จึงตั้งตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทันจริง ๆ
แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน*[1] หลี่หนงหงสบถคำหยาบกับอากาศทีหนึ่ง
“รีบจับอาวุธ ลากล่อกับลาออกมา! ตามไป!”
เว่ยชุ่ยสี่กับโจวหงยังร้องห่มร้องไห้ ะโปาว ๆ ว่าจะเอาตัวกลับมาให้จงได้
หลี่หนงหงไฟโทสะสุมเต็มทรวง เขาปล่อยให้คนในหมู่บ้านของตนถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ มิเช่นนั้นเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!
เขาทั้งสั่งให้คนลากล่อ ลากลาอย่างรวดเร็ว แล้วไล่ตามไปเดี๋ยวนั้นเลย
ไป๋อวี้ที่อยู่บนหลังม้าตัวโยนคลอนจนอยากอาเจียน เมื่อหันหน้ามองก็ต้องตะลึงโดยพลัน “พับผ่าสิ!”
ฉินต้าซานกลับหยุดลงเสียอย่างนั้น
ไป๋อวี้ “...รีบไปสิ!”
ยังไม่หนีอีก! ตามมาแล้วเนี่ย!
ฉินต้าซานหิ้วตัวเธอขึ้นวางลงข้างหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
ไป๋อวี้ “...”
ท่านั่งสบายแล้วแหละ แต่ทำไมเธอถึงกระวนกระวายขนาดนี้ล่ะ
ฉินต้าซานก็ไม่พูดไม่จา เอาแต่หันหน้าจ้องคนพวกนั้น
เป็อย่างที่คิด ไม่นานพวกหลี่หนงหงก็เฮโลกันเข้ามาใกล้
ไป๋อวี้อึ้งงัน “นาย...นายรอพวกเขาเหรอ!”
ฉินต้าซานพูดอย่างไม่ยี่หระ “อืม”
ยังจะมาอืมอีก! สมองของผู้ชายคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่!
ไป๋อวี้ร้อนรนจนกระชากคอเสื้อเขาไว้ “ถ้านายไม่อยากรับฉันกลับไปแล้วมาทำไม! อยากปั่นหัวฉันหรือไง!”
ฉินต้าซานถึงได้ก้มหน้ามองเธอแวบหนึ่ง
ถึงจะมีหนวดเคราเต็มหน้า แต่ไป๋อวี้กลับต้องใที่พบว่าใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาหล่อใช้ได้เลย…
เธอตะลึงไปเล็กน้อย
ในตอนนั้นเอง พวกหลี่หนงหงก็ไล่ตามมาทัน
ได้ยินเขาด่าทอแต่ไกลว่า “ฉินต้าซาน! รีบปล่อยเธอเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นวันนี้ฉันไม่ปล่อยให้แกออกไปจากก่างจื่อหลิ่งแน่!”
ะโพลางพุ่งเข้ามา…
คราวนี้ไป๋อวี้ใจฝ่อแล้วจริง ๆ เธอเริ่มขดตัวเข้าหาอ้อมอกของฉินต้าซานโดยไม่รู้ตัว ในหัวเอาแต่คิดว่าตอนนี้จะทำยังไงดี
หรือ...หรือจะใช้มารยาหญิงดี
เอ่อ จูบเขาสักทีดีไหม
ขณะที่เธอกำลังคิดจะเป็ ‘วีรบุรุษตัดแขนตัวเอง’*[2] สละร่างกายอยู่นั้น…
จู่ ๆ ฉินต้าซานก็ใช้มือกดศีรษะเธอให้แนบกับแผงอกของเ้าตัว
ไป๋อวี้ไม่ย่อท้อจะหยัดกายขึ้นมาจุมพิตเขาให้ได้
แต่ด้วยรูปร่างที่ต่างกันลิบลับของทั้งคู่ สุดท้ายเธอก็ทำได้แค่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมอก
ได้แต่...มองดูคนพวกนั้นไล่ตามมา
หลี่หนงหงควบลา หายใจหอบพลางเอ่ยว่า “นับว่าแกยังรู้กาลเทศะ! ปล่อยตัวเธอเสีย แล้วเราก็คิดเสียว่าเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น!”
ความจริงแล้วเขาอ่อนกำลังกว่านิดหน่อย
ฉินเจียถุนมีกลุ่มล่าสัตว์ แถมกลุ่มล่าสัตว์ก็พกปืนกันทุกคน
น่าโมโหที่อำเภอฝักฝ่ายกับพวกเขา ก่างจื่อหลิ่งยื่นเื่ขอทุกปี แต่ก็ไม่ได้โควตากลุ่มล่าสัตว์เลย
ตอนนี้ไป๋อวี้ที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของฉินต้าซานกำลังชะเง้อคอมองอย่างตื่นตระหนก
เธอคิดในใจว่า ให้ตายสิ รู้แต่แรกจะไม่ตบหน้าให้สะใจแบบนั้น…
ถ้าถูกจับตัวกลับไปตอนนี้ งั้นไปกับตระกูลจางยังดีซะกว่า!
มือหนึ่งฉินต้าซานกดหัวเธอไว้ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เอาแต่มองคนพวกนั้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน
หลี่หนงหงถูกเขาจ้องเสียจนหวาดกลัวนิดหน่อย ในมือถือเคียว แสร้งตวาดอย่างกราดเกรี้ยวทั้งที่ในใจขลาดกลัว
“ฉินต้าซาน! ได้ยินหรือเปล่า!”
ฉินต้าซานยกมือขึ้นจรดข้างหู ทำท่าตั้งใจเงี่ยหูฟัง
“ฟังอยู่ไง แกเข้ามาพูดใกล้ ๆ ดีไหม”
หลี่หนงหง “...”
ฉินต้าซานยิ้มแสยะ “ขี้ขลาด”
หลี่หนงหงบันดาลโทสะ ชูเคียวขึ้นแล้วพุ่งออกไป “ไอ้สารเลว! ทุกคนบุก วันนี้ให้มันนอนตายอยู่ที่ก่างจื่อหลิ่งของเรา!”
ไป๋อวี้ “...”
ฉินต้าซานถ่มน้ำลาย กระชากเชือกบังเหียนหันหัวม้าแล้วควบวิ่ง
ไป๋อวี้เมื่อคิดว่าตนอาจจะถูกจับตัวไปก็โมโห ควบคุมตัวเองไม่อยู่กระชากคอเสื้อเขาแล้วตำหนิ
“นายเป็บ้าอะไร! รีบหนีไม่ได้หรือไง! ชอบให้คนไล่กวดเหรอ! ได้ยั่วยุคนอื่นเขาแล้วสะใจมากงั้นเหรอ! กล้ามเนื้อใหญ่โตแต่สมองเล็กหรือยังไง...”
ขณะที่เธอกำลังด่าได้ที่ จู่ ๆ ก็มีคนโขยงใหญ่พุ่งมาข้างหน้า
ด้านหน้ามีม้าตัวเขื่องสิบกว่าตัว ด้านหลังเหมือนจะมีรถแทรกเตอร์ขนาดเล็กตามมาอีกหลายคัน
เสียงครืนครั่น มาดทรงพลัง
ในกลุ่มฝูงชนมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งถือโทรโข่งร้องะโ
“หลี่หนงหงไอ้สารเลว! ไอ้หนอนท่อน้ำคลำใจอำมหิต! กล้าดียังไงมารังแกคนหมู่บ้านฉัน ฉันจ้าวโหย่วเต๋อจะจัดการแก...”
ไป๋อวี้ “…”
นี่มันจ้าวโหย่วเต๋อ หัวหน้าหมู่บ้านฉินเจียถุนไม่ใช่เหรอ!
กองทัพใหญ่แบบนี้ทำเธอตะลึงงัน!
เสี่ยวกั่วของเธอกลับฉินเจียถุนครั้งนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
จ้าวโหย่วเต๋อยังคงถือโทรโข่งะโปาว ๆ “ต้าซาน! แกพาเมียแกกลับไป ฉันจะคอยดูว่าไอ้หน้าไหนจะกล้าขวางแกได้!”
ฉินต้าซานควบม้าหันทิศทางจงใจเดินวนรอบหนึ่ง แล้วจึงวิ่งห้อไปอย่างสง่าผ่าเผย
[1] คนจำพวกที่รับมือยาก ร้ายกาจ
[2] เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขันต้องตัดสินใจเด็ดขาดฉับไว ห้ามลังเลเด็ดขาด