เช้าวันต่อมาเฟยงหงได้กลับมาจากการทำลายล้างราชวงศ์ ข่าวสารการล่มสลายของราชวงศ์เองก็ถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ในเวลานี้ไม่มีเมืองใดในทวีปที่ไม่รู้ถึงการล่มสลายในครั้งนี้และพวกเขาเตรียมตัวที่จะเข้ายึดอำนาจในทันทีเมื่อมีโอกาศ ซึ่งเฟยหงก็ได้ปล่อยให้มันเป็เช่นนั้นไปก่อนและเขาจะเอาเวลาที่่ที่พวกมันกำลังแย่งชิงอำนาจนี้มีชี้แนะจักรพรรดิองค์ใหม่อย่างจ้าวหยางให้มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะเข้าร่วมกับแย่งชิง
แต่เมื่อเขากำลังจะก้าวเข้าสู่ห้องทำงานของตนเองนั้น หลานชายตัวดีอย่างเฟยหรงก็พลันมาดักรอเขาที่หน้าประตูพร้อมกับเซียนปิงเอ๋อที่ตอนนี้ดูสงบกว่าแต่ก่อนมาก
"ท่านปู่ท่านกลับมาครานี้ ดูเหมือนจะหล่อเหลามากขึ้นด้วยนะขอรับ"เฟยหรงกล่าวทักทายแกมหยอกล้อ เฟยหงที่ได้ยินเช่นนั้นเองก็พลันรู้สึกหมั่นใส้และเอามือมาเคาะหัวเฟยหรงเบาๆก่อนที่จะหันไปมองเซียนปิงเอ๋อด้วยแววตาฉงนสงสัย
"หรงหรง เ้าพานางมาที่นี่ทำไมหรือ"เฟยหงกล่าวถามออกมาเช่นนั้น เฟยหรงกล่าวออกไปสั้นๆว่า "นางยินยอมเป็ภรรยาของข้าแล้ว"
เฟยหงเมื่อได้ยินเช่นนั้นมันก็พลันเหมือนสายฟ้าฟาดใส่กลางใจเขาอย่างจังมองไปที่หญิงสาวอย่างพิจารณาอีกครั้งก่อนที่จะกล่าวถามนางออกไป "เหตุใดเ้าจึงตอบตกลง หลานของข้าง่ายนัก"
"นั่นเพราะเขามาขอข้าเอง แถมหากเป็สาวใช้อยู่เช่นนี้ข้าเล่นงานเขาไม่ได้หากเป็ภรรยาเขาย่อมมีโอกาสที่จะเล่นงานเขาง่ายขึ้น"นางกล่าวออกมาอย่างไม่ลังเล เฟยหรงที่ได้ยินพลันทำสีหน้าเหยเกแล้วมองไปที่นางด้วยความประหลาดใจ คำตอบเหล่านี้หากเป็คนอื่นอาจจะมองว่ามันช่างน่าตลก แต่ในสายตาของเฟยหงนั้นเขากลับรู้สึกว่ามันช่างตรงไปตรงมาจริงๆ
เฟยหงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก่อนจะกล่าวออกมาด้วยอารมณ์ขบขันว่า "ข้าชอบคำตอบของเ้า แต่ข้าอยากจะเตือนเอาไว้ เ้าจะทำร้ายร่างกายหรืออะไรเขาก็ได้ถ้ามีโอกาส แต่ห้ามทำร้ายจิตใจของเขาเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่"
"ท่านอย่าได้กังวล ข้าแม้ข้าจะเคยทำเื่ผิดพลาดที่ไปรับสินบนจากทั้งสองตระกูลนั่น แต่เื่นี้นั้นแตกต่างออกไปเพราะตัวข้าหากแต่งงานแล้วย่อมไม่มีทางนอกใจสามีของตนเอง "นางกล่าวออกมาอย่างจริงใจ แม้นางจะรู้สึกโกรธเคืองเพียงใดแต่เมื่อแต่งงานกันแล้วสามีก็คือสามี แน่นอนนางสามารถจัดการเขาได้แต่ต้องไม่ใช่การนอกใจ เนื่องจากสตรีที่รักศักดิ์ศรีของตัวเองเช่นนางจะไม่มีทางทำเื่เลวทรามเช่นนั้นอย่างแน่นอน
เฟยหรงที่กำลังยืนฟังอยู่ในตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องให้ดีเนื่องจากเหตุผลที่นางแต่งงานกับเขาก็เพื่อจัดการกับเขา แต่เขากลับดีใจที่นางเป็สตรีที่ซื่อสัตย์กับสามีตนเองถึงเพียงนี้
แน่นอนทั้งสามคนเมื่อตกลงกันเื่นี้แล้วพวกเขาก็ไปปรึกษาเื่นี้กับเสี่ยวเฟิงในทันทีซึ่งแน่นอนว่าเสี่ยวเฟิงเองก็ไม่ได้ขัดข้องใดๆรวมไปถึงเสี่ยวเซียนด้วย แม้นางจะไม่ได้ขัดข้องอะไรในการแต่งงานครั้งนี้แต่หญิงสาวก็ยังพาเซียนปิงเอ๋อไปพูดคุยกันอยู่พักใหญ่และเดินออกมาด้วยท่าทีสนิทสนมการราวกับพี่น้อง ภาพนี้ทำให้ชายทั้งสามอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไรจะมีเพียงเฟยหรงเท่านั้นที่มีท่าทียิ้มเจื่อนๆแล้วมองไปยังพวกนาง
และในวันนี้เองเมื่อปรึกษาเื่แต่งงานเสร็จจ้าวหยางก็มาหาพวกเขาถึงตระกูลเช่นเคยแต่ในเวลานี้เขาดูสงบเสงี่ยมขึ้นกว่าแต่ก่อนมากรวมไปถึงจ้าวหลานเองก็ด้วย นางได้เดินมาทำความเคารพเฟยหรงก่อนที่จะขอคำชี้แนะเื่การกระบี่รวมไปถึงเื่พลังต่อ แน่นอนว่าเฟยหรงเองก็แนะนำนางไปพอสมควร จนในที่สุดนางก็ตระหนักรู้และสามารถเข้าสู่ขั้นที่หนึ่งของมือกระบี่ได้แถมนางยังมีเค้ารางของวิถีกระบี่ในรูปแบบของลมออกมาให้เฟยหรงเห็นอีกต่างหากซึ่งนั่นแสดงถึงความเป็อัจฉริยะของนางในวิชากระบี่
ในระหว่างที่พวกบรรดาปู่ของเขากำลังพุดคุยธุระกันอยุ่ เฟยหรงก็นั่งคุยกับเสี่ยวเซียน เซียนปิงเอ๋อ และจ้าวหลานเช่นกันและในขณะที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่นั้น หญิงสาวอาภรร์ขาวสามคนก็เดินเข้ามาและนั่นทำให้เฟยหงถึงกับยืนขึ้นแล้วมองไปที่พวกนางด้วยสีหน้าที่จริงจังในทันที
"คนของนิกายหิมะ์!!"เฟยหงกล่าวออกมาเช่นนั้นเนื่องจากเขาเห็นสัญลักษณ์รูปเกล็ดหิมะที่อยู่ตรงอาภรณ์ของพวกนางจนทำให้พวกนางต้องหยุดชะงักและทำความเคารพเขา
"ท่านปู่ พวกนางเป็แขกของข้าเอง และนางจะพาเซียนเซียน กับปิงเอ๋อไปนิกายเมื่อข้าออกเดินทางแล้ว"เฟยหรงกล่าวออกมาพร้อมกับดื่มชาไปด้วยนั่นทำให้ทั้งเสี่ยวเซียนและเซียนปิงเอ๋อถึงกับผงะ สำหรับเสี่ยวเซียนนางรู้อยู่แล้วว่าเฟยหรงจะต้องออกเดินทางแต่นางเองก็ไม่ได้คิดจะออกไปที่ไหนนอกจากตระกูล ส่วนเวียนปิงเอ๋อนั้นนางทำหน้ามุ้ยเล็กน้อยเนื่องจากเฟยหรงไม่ได้บอกกล่าวนางเลยสักนิดแล้วจะให้นางไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วเช่นนี้นางจะเอาคืนเขาได้อย่างไรกัน
"เฟยหรงข้าไม่อยากไป ข้าอยากอยู่ดูแลท่านพ่อ"
"ใช่ ข้าเองก็จะไปกับเ้าจะได้จัดการเ้าได้ง่ายๆ"พวกนางกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน เฟยหรงถึงกับกุมขมับก่อนที่เขาจะบอกพวกนางไปตรงๆ
"เสี่ยวเซียน เ้ารู้หรือไม่ว่าเส้นลมปราณของเ้ามันไม่ธรรมดา หากรั้งอยู่ที่นี่จะมีแต่ทำให้พร์ของเ้าสูญเปล่ามาก ส่วนเ้าเองก็เช่นกันเส้นลมปราณของเ้าพิเศษมาก ดังนั้นการได้รับการฝึกฝนและทรัพยากรณ์จากนิกายหิมะ์จะช่วยให้เ้าแข็งแกร่งมากขึ้นพอถึงเวลานั้นเ้าจะรังแกข้าอย่างไรก็ได้ไม่สนใจหรือ"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น พวกนางจึงได้สงบลงในทันที เฟยหรงที่ได้เห็นก็กล่าวต่อไปอีกว่า
"แม่นางปิงซินจะเป็อาจารย์ให้แก่พวกเ้านางมีระดับพลังถึงนักบุญขั้นสุดท้ายแล้วและอีกก้าวเดียวก็จะไปถึงระดับประจักษ์แจ้ง พวกเ้าได้รับการชี้แนะจากบุคคลระดับนี้พวกเ้าไม่สนใจหรือ"หญิงสาวทั้งสองเมื่อได้ยินดวงตาของนางก็พลันเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตกตะลึง แน่นอนว่าพวกนางเคยได้ยินคำว่านักบุญ แต่คำว่าประจักษ์แจ้งนั้นพวกนางหาเคยได้ยินไม่และดูเหมือนมันจะเหนือไปกว่านักบุญเสียอีก ดังนั้นในเวลานี้พวกนางทั้งสองจึงมองไปที่ปิงซินด้วยดวงตาที่เป็ประกายและเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
"แน่นอนๆพวกข้าสนใจ"พวกนางเปลี่ยนจากความเศร้าเมื่อครู่กลายเป็ความดีใจในทันทีเนื่องจากการที่มีคนระดับนี้ชี้แนะ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เื่ง่ายๆแถมพวกนางยังมีโอกาสแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเป็กำลังให้กับสามีของพวกนางทำไมพวกนางจะไม่ยินดี ในเวลาที่ทั้งเสี่ยวเซียนและเซียนปิงเอ๋อกำลังดีใจอยู่นี้เอง จ้าวหลานที่นั่งอยู่พลันทำสีหน้าเศร้าในทันทีแต่ก็ยังคงยิ้มด้วยความยินดีกับทั้งสองในเวลานั้นเองที่เฟยหรงสังเกตุเห็นเขาพลันมองไปที่ปิงซินก่อนจะกล่าวถาม
"แม่นางปิงซิน ในนิกายของท่านพอจะมีสหายที่ใช้กระบี่เก่งๆสักคนหรือไม่"
"แน่นอน ข้ามีสหายสนิทอยู่หนึ่งคน นางได้ฉายาว่าธิดากระบี่ลมหิมะหากนับรุ่นเดียวกันมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่เหนือกว่านาง ท่านถามเื่นี้ทำไมหรือ"ปิงซินกล่าวถามด้วยความสงสัย
"ข้าอยากจะฝากแม่นางจ้าวหลานไปที่นิกายของท่านอีกหนึ่งคนน่ะ อายุสิบห้าปีเท่าข้าแต่สามารถไปถึงขั้นที่หนึ่งของผู้ฝึกกระบี่ได้แล้วแถมยังสามารถััได้ถึงวิถีกระบี่แห่งสายลมแล้วอีกด้วย ท่านว่าพร์เช่นนี้หายากหรือไม่"สิ้นสุดคำพูดของเฟยหรง จ้าวหลานที่ได้ยินก็พลันตื่นตระหนกและสั่นสะท้านในหัวใจ นางไม่คิดมาก่อนว่าเฟยหรงจะแนะนำนางให้กับปิงซินเช่นนี้
นางจึงรู้สึกตื้นตันใจเป็อย่างมากเนื่องจากนอกจากท่านพ่อของนางแล้วก็มีเพียงเฟยหรงเท่านั้นที่ทำดีกับนางถึงเพียงนี้ ส่วนทางด้านของปิงซินเมื่อได้ยินคำกล่าวของเฟยหรงนางเองก็มองไปที่จ้าวหลานด้วยแววตาสั่นเล็กน้อย แน่นอนอัจฉริยะในด้านกระบี่นั้นหายากมากแม้จะเทียบไม่ได้กับเส้นลมปราณระดับนิพพานทั้งสองแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรละเลยดังนั้นนางจึงกล่าวออกไปว่า "หากแม่นางจ้าวหลานจะไปด้วยแน่นอนว่านิกายของเราก็ยินดีต้อนรับเช่นกัน แม้จะไม่ได้โดดเด่นเท่ากับหอกระบี่ดวงตกแต่ข้าก็รับประกันได้ว่าสหายของข้าผู้นี้เองก็เป็มือกระบี่ที่เก่งกาจคนหนึ่ง"
"แน่นอนว่าข้ายินดีอย่างยิ่ง ขอบคุณแม่นางที่เมตตา ขอบคุณคุณชายเฟยที่ให้โอกาส"นางทำความเคารพทั้งสองด้วยความตื้นตันใจก่อนที่จะมองเฟยหรงด้วยแววตาที่สั่นเคลือและหลงไหลจนทุกคนในที่นี่ต่างััถึงมันได้
"ท่านเฟยหง ท่านเสี่ยวเฟิง ข้าว่าเรามีเื่ต้องปรึกษากันอีกแล้วละ"จ้างหยางที่เห็นสายตาของลูกสาวนั้นแน่นอนทำไมเขาถึงจะไม่เข้าใจในสิ่งที่นางรู้สึก และแน่นอนว่าเื่ที่ต้องปรึกษากันย่อมไม่ใช่เื่ใดนอกจากการแต่งงานที่เพิ่มเ้าสาวไปอีกหนึ่งคน
เมื่อพูดคุยกันจนเสร็จสิ้นแน่นอนว่าหญิงสาวอาภรณ์ขาวทั้งสามต่างพากันกลับไปยังห้องส่วนเฟยหรงและสามสาวนั้นถูกสั่งให้อยู่ ณ ที่แห่งนี้ก่อนเบื้องหน้าคือเฟยหง เสี่ยวเฟิง และจ้าวหยาง
"ที่บอกพวกเ้าให้อยู่ก่อนเนื่องจากข้ามีเื่จะต้องบอกพวกเ้า หรงหรงน้อย การแต่งงานของเ้าในอีกไม่กี่วันนี้ดูเหมือนจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย"เฟยหรงคิ้วขมวดเป็ปมพร้อมกลับกล่าวถามสั้นๆ"ทำไมขอรับ"
"เปลี่ยนแปลงจากเ้าสาวสองคนเป็สามคนแทน เมื่อครู่ข้าได้พูดคุยกับจ้าวหยางแล้วเขาอยากจะให้นางแต่งงานกับเ้า มีอะไรขัดข้องหรือไม่"
"เอ่อ...."เฟยหรงอ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ก่อนจะมองไปที่หน้าของเสี่ยวเซียนและเซียนปิงเอ๋อที่ตอนนี้มีแต่รอยยิ้ม นั่นทำให้เขาตัดสินใจและกล่าวออกไปว่า "เื่นี้ควรถามจ้าวหลานนะขอรับ ตัวข้าเป็บุรุษการมีสาวงามข้างกายข้าย่อมยินดี แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางจะยินดีแต่งกับข้าหรือเปล่า"
"ขะ ข้ายินดีเ้าค่ะ"นางกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าแดงกล่ำเต็มไปด้วยความเขินอาย แต่หากนางไม่พูดไปตอนนี้ก็เกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกเป็ครั้งที่สองนางจึงรวบรวมความกล้าและพูดมันออกไปให้ชัดเจน และนั่นทำให้งานแต่งในครั้งนี้เป็เอกฉันท์ในทันที และทั้งสามสาวก็พากันเดินออกไปตามเดิมแถมยังกำชับเฟยหรงด้วยว่าห้ามตามมาเป็เด็ดขาดเนื่องจากผู้หญิงจะคุยกัน