บทที่ 7 จงไปตามทางของหญิงชาเขียว ปล่อยให้หญิงชาเขียวไม่เหลือทางเดินเอง
ชาติก่อน เพราะเจียงหนานกลัวลู่ฮ่าว เลยไม่กล้านั่งด้วยกันกับเขา
พอเจียงเหมยมา เธอก็เหมือนเห็นผู้ช่วยชีวิต
ตอนนั้นเธอร้องไห้จนตาบวมเป่ง ้ากลับบ้านพร้อมกับเจียงเหมย แต่เจียงเหมยกลับด่าทอเธอ บอกว่าหมูอ้วนอย่างเธอคู่ควรแต่กับคนอัปลักษณ์เท่านั้น
แม้แต่ลู่ฮ่าวก็ยังถูกสวี่เจิงทำให้อับอายขายหน้า หัวเราะเยาะเขาที่เสียเงินตั้งมากตั้งมายเพื่อแลกกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
ลู่ฮ่าวเคยเป็คนที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น กลับโดนหมาป่าตาขาวที่เลี้ยงไว้ในบ้านเย้ยหยัน ศักดิ์ศรีของเขาถูกเหยียบย่ำจมอยู่ใต้ฝ่าเท้าของน้องชาย
ผู้เฒ่าลู่เองก็โดนกระตุ้นโทสะจนอาการป่วยกำเริบ
เจียงหนานสูดหายใจเข้าลึก ๆ สลัดความทรงจำอันขมปร่าในชีวิตก่อนทิ้งไป เธอดึงแขนของลู่หาวด้วยท่าทางสนิทสนม จากนั้นเดินไปตรงหน้าพ่อเฒ่าและคนอื่น ๆ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานให้ยิ่งกว่าเจียงเหมย “คุณปู่ คุณพ่อคะ”
ผู้เฒ่าลู่เห็นว่าหลานชายกับหลานสะใภ้รักใคร่กันขนาดนี้ ใบหน้าอันเหี่ยวย่นก็เปี่ยมไปด้วยความปลื้มอกปลื้มใจ จะขยับเขยื้อนร่างกายก็ไม่ได้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงเหมือนอย่างเคย
“มาเถอะลูก มานั่งตรงนี้เร็ว”
ชายชราแสดงความเป็กันเองต่อเจียงหนาน แต่กับคนรักที่สวี่เจิงพามา กลับแค่พยักเพยิดหน้าอย่างสุภาพเท่านั้น
เจียงเหมยสับสนงงงวยอยู่บ้างกับสถานการณ์นี้
เธอคิดว่าพอเจียงหนานเห็นว่าเธอได้คบกับสวี่เจิงผู้เพียบพร้อม จะต้องอิจฉาตาร้อนอย่างแน่นอน
หรือไม่ก็ถึงขั้นท้อแท้สิ้นหวังจนต้องทำในสิ่งที่โง่เขลา
ทว่าเธอกลับมีท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกับเ้าอัปลักษณ์นั่นราวกับว่าได้แต่งกับคนอันเป็ที่รัก
ความสัมพันธ์กับตระกูลลู่ที่เหลือก็ดูจะไม่เลวเช่นกัน
นอกจากนี้ เ้าคนอัปลักษณ์ในคำร่ำลือคนนี้ ครึ่งหนึ่งของใบหน้าพันด้วยผ้าก๊อซ จึงมองเห็นเค้าหน้าไม่ชัด แต่ออร่าที่แผ่ออกมาและรูปร่างหน้าตานั้น มองอย่างไรก็ทำให้ผู้คนละสายตาไปไม่ได้
นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่้าเห็นเลยแม้แต่น้อย
ส่วนสวี่อวี้ฉิน เธอทำอาหารอร่อย ๆ มามากมายเพราะลูกชายพาคนรักกลับมา
ได้ยินมาว่าคนรักที่สวี่เจิงพามาคือน้องสาวของเจียงหนาน สีหน้าเธอเลยไม่น่าดูชมอยู่บ้าง
ทำไมลูกชายของเธอถึงไปรักกับคนในครอบครัวเดียวกับเจียงหนาน?
เช่นนั้นลูกชายของเธอกับลู่ฮ่าวก็กลายเป็พี่เขยน้องเขยกันน่ะสิ?
ลู่เสี่ยวเยว่พูดคุยกับเจียงเหมยอย่างสนิทสนม ชมว่าเสื้อผ้าของเธอสวย ชมว่าเธองาม ชมว่าพี่รองสายตาเฉียบคม
แน่นอนว่าในคำพูดเ่าั้ ลู่เสี่ยวเยว่ฉวยโอกาสดูถูกดูแคลนคนอ้วนอย่างเจียงหนาน
เพียงแต่มองดูเจียงหนานในตอนนี้ นอกจากอ้วนท้วนแล้ว ก็แลจะไม่มีปัญหาอื่นใด
ว่ากันตามจิตมโนธรรม แม้ใบหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยเนื้อหนัง แต่องคาพยพทั้งห้าก็มีเสน่ห์มากกว่าเจียงเหมยมากนัก
ส่วนเจียงเหมย เนื่องจากสวมเสื้อผ้าอันเป็ที่นิยม กอปรกับรูปร่างค่อนข้างผอมบาง มองแวบแรกคือสาวสวย แต่ถ้ามองอย่างละเอียด สันจมูกเธอแบนราบ ริมฝีปากใหญ่ โครงหน้าโหงวเฮ้งไม่ใคร่จะดี ไม่ได้ดูสวยอะไรขนาดนั้น
แต่ลู่เสี่ยวเยว่ไม่เข้าใจกับการแต่งนังอ้วนคนนี้เข้ามา ทำไมต้องเสียเงินมากขนาดนั้น?
เธออยากจะเรียนการตัดเย็บเสื้อผ้า แค่จ่ายค่าธรรมเนียมการฝึกงาน ครอบครัวยังไม่ให้เธอเลย
เจียงหนานนั่งข้างผู้เฒ่าลู่ ฟังคำเยินยอต่าง ๆ นานาของลู่เสี่ยวเยว่อย่างใจเย็น
เมื่อเห็นสีหน้าชั่วร้ายแกมเขินอายที่แสดงออกมาผ่านใบหน้าของเจียงเหมย เจียงหนานก็ทำเอาอยากจะอาเจียนออกมา
“พี่สาวฉันเป็คนจริงใจทีเดียว นอกจากอ้วน กินเยอะ ไม่ชอบทำงาน เก็บเนื้อเก็บตัว นิสัยไม่ค่อยดีแล้ว ก็ไม่มีข้อบกพร่องอื่นเลย เสี่ยวเยว่ เธออย่าว่าพี่สาวฉันแบบนั้นสิ”
เจียงหนาน “...”
ให้ตายสิ นังหญิงชาเขียว*[1] นี่
ชาติก่อน เธอไม่ได้รู้สึกว่าคำพูดของเจียงเหมยมีปัญหาอะไร ตอนนั้นนึกว่ากำลังปกป้องเธอเสียอีก
เจียงหนานกระตุกมุมปากเล็กน้อย เหลือบมองสวี่เจิง จากนั้นมองไปทางเจียงเหมยก่อนจะถามขึ้นอย่างกังวลว่า “เหมยเหม่ย เธอไม่ต้องทุกข์ใจแทนฉันหรอก ห่วงเื่ตัวเองก่อน ถ้าเธอกำลังปลูกต้นรักกับน้องสามีฉัน แล้วอู๋เอ้อร์จู้ที่อยู่ในหมู่บ้านเราล่ะ?”
อู๋เอ้อร์จู้?
ั์ตาสีเข้มของสวี่เจิงมองไปยังเจียงเหมย
เจียงเหมยหน้าเปลี่ยนสี กู่คำรามออกมาทันที “พูดเื่ไร้สาระอะไรกัน? อู๋เอ้อร์จู้เกี่ยวอะไรด้วย?”
เจียงหนานทำหน้างุนงง “เธอคบหากับอู๋เอ้อร์จู้แล้วไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงกลายเป็คนรักของสวี่เจิงอีกล่ะ? เธอกำลังเทียบเรือกี่ลำกันแน่?”
“อย่ากุเื่สร้างปัญหาให้ฉันนะ ฉันคบกับอู๋เอ้อร์จู้ั้แ่เมื่อไรกัน?”
เจียงเหมยััได้ถึงสายตาแหลมคมของสวี่เจิง ประหม่าจนกลืนน้ำลายดังอึก ๆ ปากรีบเอ่ยอธิบายแถลงไข “อย่าฟังเธอพูดไร้สาระเลยนะ”
ผู้เฒ่าลู่กับลู่เซิ่งหมินและคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าสงสัยเช่นกัน
ทุกคนมองไปทางเจียงเหมยเป็ตาเดียว
ในฐานะที่ลู่เซิ่งหมินเป็คุณครู เขายิ่งไม่อาจยอมรับผู้หญิงสำส่อนให้เข้ามาในบ้านของเขาได้
เพราะสวี่เจิงเป็ลูกเลี้ยงของเขา หลายสิ่งหลายอย่างจึงไม่อาจตัดสินใจเองได้
แต่ฟังจากปัญหาแล้ว เกรงว่าเขาต้องพูดอะไรสักสองสามประโยค
ทว่าเจียงหนานยังคงเปิดโปงต่อ “ก่อนหน้านี้ที่อู๋เอ้อร์จู้มาเล่นไพ่ในบ้าน พวกเธอสองคนก็เล่นหูเล่นตากัน แถมเขายังลูบคลำก้นเธอด้วย เธอออกจะพึงพอใจไม่ใช่หรือ?”
พูดจบเจียงหนานก็เอียงศีรษะนึกย้อน “ฉันจำได้ว่า มีครั้งหนึ่งหลังอาหารเย็น พวกเธอสองคนออกมาจากหลังพงหญ้า เด็กในหมู่บ้านะโล้อจนอับอาย ถ้านี่ไม่ใช่คบหากันแล้วเรียกว่าอะไร? หรือเป็การแอบคบชู้?”
หน้าของเจียงเหมยเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว อับอายจนอยากมุดดินหนีไปให้พ้น ๆ
ไม่คาดคิดว่าคนที่ยอมจำนนมาโดยตลอด วันนี้จะหาญกล้าเทียมฟ้าขนาดนี้
เจียงหนานปั้นน้ำเป็ตัว เปิดเผยเื่อื้อฉาวของเธอหมดสิ้น
เจียงเหมยเคยชินกับการสยบปราบเจียงหนาน แต่คราวนี้เจียงหนานกลับเป็คนทำเธอเสียเื่ หญิงสาวสูญเสียการควบคุมอารมณ์ มองอีกฝ่ายด้วยสายตาดุดัน “ถ้ายังพูดอะไรไร้สาระอีก ฉันจะฉีกปากเธอซะ”
เจียงหนานตัวสั่นด้วยความใ ทำท่าทางตะลึงงันในทันใด “ที่แท้เธอไม่ได้บอกสวี่เจิงเื่ของเธอกับอู๋เอ้อร์จู้หรอกหรือ? ตายจริง งั้นฉันคงพูดมากเกินไปแล้ว”
พูดจบเจียงหนานก็เอามือปิดปากตัวเอง
จงไปตามทางของหญิงชาเขียว ปล่อยให้หญิงชาเขียวไม่เหลือทางเดินเอง
สีหน้าของสวี่เจิงในยามนี้ไม่สามารถใช้คำว่าไม่น่ามองมาอธิบายได้แล้ว
ใบหน้าเขาที่มืดทะมึนเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งเย็นเยียบขึ้นไปอีก
แววตาที่เขาใช้มองเจียงเหมยแทบอยากจะแล่เนื้อเธอเป็ชิ้น ๆ
เดิมทีเขาอยากพาผู้หญิงคนนี้มา เพื่อจงใจเหยียบย่ำลู่ฮ่าวให้เห็นถึงความต่างชั้น
คิดไม่ถึงว่าเจียงเหมยจะเป็หญิงสำส่อนั้แ่อายุยังน้อย
เจียงหนานเหลือบมองสวี่เจิงแล้วกล่าวว่า “น้องสามี เธอคิดว่านี่เธอกำลังทำอะไรอยู่ ชอบน้องสาวฉัน ก็บอกฉันสักหน่อยสิ ฉันจะเป็แม่สื่อแม่ชักให้เอง เธอแอบไล่ตามจีบหล่อน ไม่ไถ่ถามสักคำเลยหรือว่ามีเ้าของแล้วหรือเปล่า?”
สวี่เจิงสีหน้าแปรเปลี่ยนจนคาดเดาอารมณ์ใดไม่ได้ ใบหน้าชายหนุ่มบูดบึ้งไม่น่าดูชมประหนึ่งกล้ำกลืนของแสลงก็มิปาน
เจียงหนานเทศน์สั่งสอนเจียงเหมยต่อ “เธอด้วยน้องสาว เธอมีอู๋เอ้อร์จู้อยู่แล้วทั้งคน ยังจะคบกับน้องสามีฉันอีก เธอไม่กลัวว่าอู๋เอ้อร์จู้รู้เข้าแล้วจะมาหาเื่น้องสามีฉันหรือไง?”
“ฉันจะบอกให้ ชายโสดสูงวัยอย่างอู๋เอ้อร์จู้น่ะ ไม่ง่ายเลยที่จะมีคนไม่เลือกกินมาชมชอบเขา ถ้าเขารู้ว่ามีคนมาแย่งคนรักเขาไป ต้องสู้จนตัวตายแน่”
เจียงเหมยเถียงไม่ขึ้น ใครสั่งให้เธอมีความสัมพันธ์กับอู๋เอ้อร์จู้เพื่อหลอกใช้ประโยชน์จากเขาล่ะ!
เธอเคยคิดว่าคนใสซื่อแบบเจียงหนานจะมองถึงความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างเธอกับอู๋เอ้อร์จู้ไม่ออก
ครึ่งเดือนก่อน หลังจากได้รู้จักกับสวี่เจิง เธอตัดสินใจทิ้งทั้งผืนป่า คว้าต้นไม้ใหญ่นี้ไว้แท้ ๆ
*[1] หญิงชาเขียว หมายถึง ผู้หญิงที่ภายนอกดูสวยใสเรียบร้อยแต่จริง ๆ แอบร้าย