ใต้หุบผากรีนไฮ บรรดาทีมกู้ภัยกำลังเหงื่อไหลไคลย้อย
เนื่องจากเป็ประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากที่สุด ฤดูร้อนของไซแอนจึงร้อนจัด ร้อนแบบหูดับตับไหม้ ร้อนราวกับซ้อมตกนรก ประชาชนทุกคนต่างก็อยากให้ฤดูบัดซบนี่ผ่านพ้นไปไวๆเสียที
ทว่า แม้อากาศจะร้อนระอุเพียงใดก็ตาม มันก็ไม่ร้อนเท่าอารมณ์ของหัวหน้าอาสากู้ภัย
ตอนนี้เขากำลังตะคอกสุดเสียงใส่วิทยุสื่อสารเพื่อแบ่งปันความร้อนในหัวอกให้แก่ปลายสาย
"มีภารกิจอะไรที่มันสำคัญไปกว่านี้อีกวะ? พวกแกมีหน้าที่กู้ภัยนะโว้ย ผู้ประสบภัยอยู่ตรงนี้แล้ว ช่วยทำหน้าที่ด้วยสิวะ!"
หัวหน้าทีมอาสากู้ภัยตะคอกใส่เ้าหน้าที่ ปภ.เขต 12 ด้วยความโกรธจัด
"ค่ะ...คือว่า….องค์หญิงเคียร์รี่เสด็จประพาสป่า ท่าน้าใช้เฮลิคอปเตอร์นั่น...เพื่อ...เพื่อ...ชมวิว....คุณก็รู้...เราไม่สามารถปฏิเสธได้…ขอโทษด้วยครับ"
เ้าหน้าที่ ปภ. พูดด้วยน้ำเสียงอ้ำๆอึ้งๆเสร็จแล้วก็ตัดสายไปทันที เพราะตัวเขาเองก็รู้สึกแย่มากด้วยเช่นกัน
เมื่อได้ยินคำตอบจากเ้าหน้าที่ หัวหน้าทีมกู้ภัยก็ต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อข่มความโกรธที่คอยจะปะทุขึ้นมาเป็ระยะๆ บรรดาลูกทีมข้างๆรวมถึงโจนาธานที่ยืนฟังอยู่ด้วย ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเดือดจัด
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ทำได้แต่เพียงสบถเบาๆ เพราะว่าในประเทศไซแอนแห่งนี้ การวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์และราชวงศ์ในแง่ลบจะถูกฟ้องร้องตามกฎหมายเอาได้ แถมมันยังมีโทษรุนแรงมากอีกด้วย
"พวกคุณคงได้ยินแล้วสินะ เราคงต้องวางแผนใหม่" หัวหน้าอาสากู้ภัยกล่าวกับโจนาธาน
"แดกภาษีของพวกเราแท้ๆ แต่ยังมาเบียดเบียนกันแบบนี้อีก ช่างระยำต่ำช้าจริงๆ ไอ้ราชวงศ์บัดซบ" โจนาธานที่ตอนนี้ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนที่สติกำลังจะหลุดะโด่าออกมาอย่างสุดที่จะทนได้
ในตอนนี้กฎหมายอะไรเขาก็ไม่สนแล้ว
นับว่าเป็โชคดีของโจนาธานที่ทีมกู้ภัยรอบๆตัวต่างก็ไม่ชอบราชวงศ์เธเร่เช่นเดียวกัน
ไม่เช่นนั้นเขาก็อาจถูกแจ้งความและฟ้องเป็คดีเอาได้ แถมผู้ที่โดนคดีจำพวกนี้ก็มักจะไม่ได้ประกันตัวอีกด้วย
"สงบสติอารมณ์ก่อน ตอนนี้เราต้องวางแผนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า" หัวหน้าทีมตบไหล่โจนาธานอย่างเห็นใจ หลังจากนั้นก็หันไปสั่งบรรดาลูกทีมข้างๆ
"เดี๋ยวผมจะลองวิทยุไปขอคอปเตอร์จากพื้นที่อื่น ส่วนพวกคุณช่วยไปจัดการเื่ที่พักชั่วคราวทีนะ...เอ้อ...ใช่สิ หาเสื้อผ้าให้เ้าหนูนั่นด้วย"
ั้แ่ที่ทุกคนลงมายังก้นเหว เมื่อเห็นว่าเฟรีสสบายดี พวกเขาจึงพุ่งเป้าไปที่เซซาเรียแทน
จนเมื่อหัวหน้าทีมได้สังเกตเห็นเด็กน้อยอีกครั้ง ก้นขาวๆของเขาก็เต็มไปด้วยตุ่มยุงกัดแดงๆนับร้อยแล้ว
"ทีมอาสากู้ภัยกรีนไฮเรียกกรมทหารราบ 11 ทีมอาสากู้ภัยกรีนไฮเรียกกรมทหารราบ 11 ทราบแล้วเปลี่ยน"
หัวหน้าทีมพยายามวิทยุไปขอเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะ กรมทหารราบ ทหารอากาศ กรมตำรวจ หรือแม้แต่จากหน่วย ปภ.เขตอื่นๆ
ทว่า ทุกที่กลับปฏิเสธหมด เพราะมองว่าเขาเป็แค่อาสากู้ภัยตัวเล็กๆ ไม่ได้เป็แม้แต่เ้าหน้าที่ของรัฐด้วยซ้ำ แถมยังไม่ใช่เขตท้องที่ตัวเองอีก ช่วยไปก็ไม่ได้อะไรตอบแทน
'เฮ้อ ไม่มีวิธีที่จะบอกได้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นไม่เป็ไรแล้ว' เฟรีสได้แต่ถอนหายใจ เมื่อเห็นอาการร้อนใจของโจนาธานและพวกอาสากู้ภัย
2 ชั่วโมงต่อมา
ทั้งหมดก็ยังคงคิดหาวิธีพาเซซาเรียขึ้นไปไม่ได้เหมือนเดิม
ขณะที่กำลังใจของทั้งหมดเริ่มทดถอยนั้นเอง
ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก
เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยดังสนั่นไปทั่วหุบเหว
"ในที่สุดก็มาแล้ว!"
หัวหน้าทีมกู้ภัยะโด้วยความดีใจ เขาอดนึกชื่นชมเ้าหน้าที่จาก ปภ.เขต 12 ไม่ได้(ที่รับสายในตอนแรก) เนื่องจากคิดว่าทางนั้นคอยช่วยประสานงานให้
ฟู่ๆๆๆ
ลูกทีมคนหนึ่งรีบโยนพลุควันเพื่อแจ้งตำแหน่งลงจอดทันที
"ทนอีกหน่อยนะ เซร่า"
โจนาธานกุมมือเซซาเรียพร้อมกับเงยหน้ามองเฮลิคอปเตอร์อย่างมีความหวัง
ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก
ทว่า เฮลิคอปเตอร์ลำนั้นกลับบินผ่านศีรษะพวกเขาไปอย่างหน้าตาเฉย มันไม่แม้แต่จะลดความเร็วลงด้วยซ้ำ
"บ้าอะไรวะเนี่ย ไม่ได้มารับคนเจ็บหรอ!" หัวหน้าอาสากู้ภัยะโออกมาอย่างเหลืออด จากนั้นก็วิทยุไปหาเ้าหน้าที่หน่วย ปภ.เขต 12 คนเดิมทันที
"พวกคุณเป็บ้าอะไร เฮลิคอปเตอร์นั่นเพิ่งบินผ่านหัวพวกเราไปเมื่อกี้ ทำไมไม่ลงจอด คนเจ็บไม่รู้ว่าจะทนได้นานแค่ไหน บ้าเอ๊ย" เขาะโใส่วิทยุด้วยความโมโห
"เอ่อ....คือ...มีภารกิจด่วนเข้ามาน่ะครับ...เราเพิ่งได้รับคำสั่งให้ไปรับพระสหายขององค์หญิงมาร่วมงานเลี้ยง....ต้องขอโทษด้วย" เ้าหน้าที่พูดด้วยความรู้สึกผิด
เฟรีสรู้สึกร้อนวูบในอกทันทีเมื่อได้ยินเสียงตอบกลับจากวิทยุ
โดยปกติชายหนุ่มนั้นไม่ได้เป็คนขี้โมโห น้อยครั้งมากที่จะโกรธใครสักคน แต่คราวนี้เขาโกรธแล้วและยังไม่หยุดแค่นั้น
ความโกรธได้ไต่ระดับขึ้นไปจนกลายเป็ความเกลียด เมื่อเฟรีสได้เห็นใบหน้าที่ยังดูซีดของหญิงสาวผู้มีพระคุณ
ถึงแม้นาโนบอทจะค่อยๆซ่อมแซมร่างกายก็จริง แต่คนป่วยระดับนี้ก็ควรต้องได้นอนบนเตียงนุ่มๆในโรงพยาบาลแล้วใช่ไหม?
'มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศแห่งนี้ ไม่ใช่ว่าจะต้องช่วยคนเจ็บก่อนไปรับเพื่อนหรือ?' ชายหนุ่มคิดอย่างเดือดแค้น
ไหนจะฝูงยุงนรก ไหนจะอากาศร้อน แล้วยังจะคนเจ็บอีก ทำไมเขาต้องมาทนเพียงเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเ้าหญิงบัดซบนั่นด้วย
'ดี...ดีมาก ไม่ได้โกรธขนาดนี้มาเกือบร้อยปีแล้ว นับว่าพวกแกเก่งมาก ไอ้ราชวงศ์บัดซบ ฉันจะทำให้แกหายไปเอง'
เฟรีสให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง
-----------------------------------------------------------
เวลา 15.30 น
ภายในรีสอร์ทหรูหราริมหน้าผาสูงสำหรับบริการ vvip(มาจาก Very Very Important Person)โดยเฉพาะ
องค์หญิงเคียร์รี่กำลังนั่งทานขนมราคาแพงพร้อมกับดูทีวีอย่างสบายอกสบายใจ
อีกไม่นานพระองค์กำลังจะได้ร่วมปาร์ตี้กับบรรดาพระสหายคนสนิท ที่สำคัญคืองานนี้มียาเสพย์ติดตัวใหม่ที่ทางราชวงศ์ทำขายอย่างลับๆมาให้ลิ้มลองด้วย
ดังนั้น จะไม่ให้มีความสุขได้อย่างไร
สำหรับองค์หญิงพระองค์นี้นั้น ทรงเป็ลูกคนสุดท้องของกษัตริย์เนโร เธเร่ ที่ 13 กับพระสนมเคียร์น่าซึ่งเป็อดีตแม่บ้าน
เนื่องจากได้ประสูติมาในตอนที่กษัตริย์เนโรมีพระชนมายุมากแล้ว พระองค์จึงรักและถนอมลูกสาวคนเล็กนี้มากเป็พิเศษ
ไม่ว่าองค์หญิง้าอะไรก็จะได้สมดังพระหฤทัยทุกอย่าง ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พระองค์มีนิสัยเอาแต่ใจและฟุ่มเฟือยแบบสุดๆ
แต่ถ้าพูดถึงเื่นิสัยเสีย ก็คงไม่มีใครสามารถเทียบกับกษัตริย์เนโรผู้พ่อได้ เรียกได้ว่าองค์หญิงกลายเป็คนดีไปเลย
พระองค์นอกจากจะเป็กษัตริย์ที่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ โฉดเขลา เหี้ยมโหด กามวิปริตจิตวิปลาสแล้ว ก็ยังมักชอบทำอะไรตามอำเภอใจโดยไม่สนถูกผิดอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กษัตริย์พระองค์ก่อน(เนโร เธเร่ ที่ 12)ซึ่งตอนนั้นชราภาพและประชวรหนักลังเลพระทัยที่จะมอบราชบัลลังก์ให้
การสืบราชบัลลังก์จึงได้ถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ จน เนโร ที่ 12 ตไปก่อนทั้งๆที่ยังไม่ได้ส่งมอบราชสมบัติ
จากนั้นกษัตริย์ เนโรที่ 13 ถึงได้สืบทอดราชบัลลังต่อในฐานะผู้สืบทอดตามประเพณีของไซแอน
เพราะอย่างนี้ จึงทำให้การครองราชย์ของพระองค์(เนโร ที่ 13)เป็ที่ครหาจากพระญาติและประชาชน
พวกเขาหลายคนต่างก็รู้กันดีว่าการที่กษัตริย์ เนโร ที่ 12 ถ่วงเวลามอบราชสมบัติ ก็เพราะว่ากลัวบุตรชายตนจะล้างผลาญจนหมดนั่นเอง
ย้อนกลับไปในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อน สมัยที่ราชอาณาจักรไซแอนยังปกครองโดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช(าาธิปไตย)
ราชวงศ์เธเร่เองก็ไม่ได้ต่างจากพวกศักดินาในประเทศทั้งหลายที่ไม่ค่อยจะเห็นหัวประชาชนผู้เสียภาษี
ในขณะที่ราษฎรยากจนข้นแค้น กษัตริย์และขุนนางกลับใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยจนเงินเกลี้ยงท้องพระคลัง
เมื่อเงินหมด กฎหมายภาษีตัวใหม่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ภาษีที่เรียกได้ว่าแพงแบบขูดเืขูดเนื้อจนลึกไปถึงกระดูก
ประชาชนที่ไม่มีเงินเสียภาษี ถ้าไม่ธุรกิจพังฉิบหายก็ต้องถูกขุมขัง
หลายสิบปีผ่านไปประเทศไซแอนก็แทบพังพินาศ ประชาชนต้องดิ้นรนจนเืตากระเด็น แต่พวกราชวงศ์และขุนนางต่างรวยเอาๆ
ในที่สุดพวกเขาแต่ละคนก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า
"ทำไมเราต้องเสียภาษีเลี้ยงพวกปรสิตไร้ประโยชน์ด้วย?"
"ทำไมประเทศข้างเคียงถึงเจริญเอาๆในขณะที่พวกเรายากจนลง?"
"ไม่ใช่เพราะระบอบการปกครองมีปัญหาหรอกหรือ?"
และแล้วในวันหนึ่งก็เริ่มมีนักศึกษาและปัญญาชนกลุ่มเล็กๆผู้กล้าหาญออกมารณรงค์เรียกร้องให้ประเทศเปลี่ยนเป็ระบอบประชาธิปไตย
พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลจัดให้มีการเลือกตั้ง นอกจากนั้นยังเสนอให้กษัตริย์อยู่เหนือการเมือง คือไม่มีสิทธิยุ่งกับการเมือง
เมื่อมีสิ่งที่มากระทบต่ออำนาจปกครองของตน แน่นอนว่าพวกศักดินาก็ย่อมไม่นิ่งดูดาย
นักศึกษาและปัญญาชนผู้เสียสละทุกคนถูกจับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับยัดข้อหาฏให้
ทว่า สารแห่งเสรีภาพที่พวกเขา้าสื่อนั้นได้ถูกส่งออกไปแล้ว
จากปากต่อปาก จากคนสู่คน กลุ่มสู่กลุ่ม จากอำเภอไปอีกอำเภอ ไปจนถึงข้ามจังหวัด
ภายในไม่กี่เดือน ผู้คนหลายล้านต่างพากันตบเท้ามุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง ที่ซึ่งมีพระบรมมหาราชวังอันงามสง่าตั้งตระหง่านอยู่
ในสายตาประชาชน พระราชวังแห่งนี้นั้นเคยเป็สิ่งสวยงามและน่าภาคภูมิใจ แต่มาวันนี้ เมื่อได้นึกถึงทรัพย์สมบัติของตนที่ต้องถูกขูดรีดไป ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งเคียดเเค้น
ความสวยงามนั่นมันมาจากเงินของพวกเขามิใช่หรือ? สร้างขึ้นเพียงเพื่อให้ปรสิตกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่กินอย่างสุขสบาย
ช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี!
หลังจากต่อสู้จนฝ่ากองกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าไปได้
ประชาชนนับแสนนับล้านต่างก็พากันกรูเข้าไปล้อมรอบเขตพระราชฐานไว้ พร้อมกับยื่นข้อเสนอให้กษัตริย์ เนโร ที่ 7 เลิกยุ่งกับการเมือง(รัชสมัยเนโรที่ 7)และต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนร่างไว้
เมื่อเจอเข้ากับการถูกปิดล้อมอย่างกระทันหันจากกองทัพราษฎรที่ตนเคยดูถูกว่าอ่อนแอ เนโร ที่ 7 ก็เริ่มเกิดความกังวลใจ
แต่ก็เพียงเล็กน้อย เพราะพระองค์ยังมีกองทหารติดอาวุธครบมือที่จงรักภักดีต่อราชวงศ์อยู่อีกกว่าสองแสนนาย นี่ยังไม่นับพวกอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลายแหล่อีก
กับอีแค่ชาวบ้านมือเปล่าจะต้องไปกลัวอะไร
หลังจากคณะราษฎรปิดล้อมได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง สุดท้ายพวกเขาก็กลับโดนล้อมกรอบเสียเอง
พวกทหารสุนัขรับใช้ไม่แม้แต่จะเจรจา พวกมันกราดยิงทันทีที่ได้รับคำสั่งจากกษัตริย์ชั่ว ประชาชนนับหมื่นจึงถูกะุล้มตายลงราวกับใบไม้ร่วง
ส่วนพวกทียังเหลือต่างก็แตกกระเจิงหนีกันไปคนละทิศละทาง
ในที่สุดราชวงศ์ทรราชก็ได้ประกาศชัยชนะเหนือคณะราษฎร
ทว่า ผู้ใดเล่าจะถอนต้นหญ้าทั้งป่าได้?
ประชาชนแม้จะถูกมองว่าอ่อนแอก็จริง แต่พวกเขาก็เหมือนกับต้นหญ้า ถูกถอน ถูกเผาได้โดยง่าย
แต่สักพักเมื่อวันเวลาผ่านไปมันก็จะแตกยอดอ่อนทะลุผืนแผ่นดินขึ้นมาอีกครั้ง
ภายใต้ความบัดซบของราชวงศ์ที่เปรียบได้ราวกับปุ๋ยชั้นดี หน่ออ่อนของต้นหญ้าก็ได้แตกยอดและเติบโตเป็ต้นสมบูรณ์ภายในเวลาเพียงไม่นาน
หนึ่งปีหลังจากคณะราษฎรแตกพ่าย คณะปฏิวัติซึ่งก่อตั้งโดยประชาชนจากทุกกลุ่มอาชีพก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา
พร้อมกับเป้าหมายการเรียกร้องที่หนักหน่วงมากขึ้นกว่าเดิม
นอกจากประชาธิปไตยแล้ว ในตอนนี้ประชาชนยังเรียกร้องให้ล้มสถาบันกษัตริย์ทิ้งไปเลยอีกด้วย
เมื่อพวกแกไม่้าปฏิรูป ได้สิ! ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะปฏิวัติแทน
และก็เป็เช่นดังเดิม พวกเขาถูกล้อมปราบอย่างรุนแรงอีกครั้งและก็แตกพ่ายไป
ทว่า ในครานี้แม้จะแพ้ก็ตาม แต่ราชวงศ์เธเร่เองก็เสียหายหนักมากเช่นกัน
โดยเฉพาะในเื่ของศรัทธา ผู้คนกว่า 80% จากทั้งหมด ในตอนนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่สนับสนุนคณะปฏิวัติและเกลียดชังราชวงศ์เธเร่แทบทั้งสิ้น
วันเวลาผ่านไปได้ไม่ถึงหกเดือนหญ้าต้นใหม่ก็ได้งอกขึ้นมาอีก แต่สุดท้ายก็ถูกปราบเหมือนเดิม
จากนั้นก็จะมีกลุ่มใหม่ที่ก้าวหน้ากว่าเกิดขึ้นมาแทนกลุ่มเก่าและก็ถูกปราบลงไป
เหตุการณ์ทำนองนี้ได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงรัชสมัยของกษัตริย์เนโรที่ 11
ซึ่งมันเป็ยุคสมัยที่คณะปฏิวัติได้เข้มแข็งจนถึงขีดสุด เหลืออีกแค่ครึ่งก้าวเท่านั้นพวกเขาก็จะล้มราชวงศ์บัดซบนี่ลงได้แล้ว
แต่ก็น่าเสียดายที่กษัตริย์เนโรที่ 11 ดันตไปเสียก่อน จากนั้นเนโรที่ 12 ก็ได้ขึ้นครองราชแทน
ในรัชสมัยของกษัตริย์พระองค์นี้นั้น พระองค์ไม่เคยปะทะกับคณะราษฎรเลยสักครั้ง ทรงสร้างภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนเมตตาและเสียสละประชาชนได้เห็น
เนโรที่ 12 ได้ยอมรับข้อเสนอตามเงื่อนไขของคณะปฏิวัติประชาชนแทบจะทุกอย่าง ยกเว้นอยู่เื่เดียวคือขอให้คงสถาบันกษัตริย์ไว้
โดยยินยอมตกลงที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป
เเน่นอนว่าเมื่อสามารถยุติการสู้รบที่ต้องเสียเืเสียเนื้อลงได้ แถมยังสามารถจำกัดอำนาจราชวงศ์ได้อีก คณะปฏิวัติจึงยอมลดเงื่อนไขลงมาและตอบรับข้อเสนอ
เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกัน การสู้รบที่ดำเนินมาอย่างยาวนานก็ได้ยุติลงทันที
กษัตริย์เนโร เธเร่ ที่ 12 (พ่อเนโรที่ 13) ได้กลายเป็กษัตริย์ที่ประชาชนไซแอนพากันสรรเสริญและเคารพรักมากที่สุดั้แ่ที่ได้มีการก่อตั้งราชวงศ์ขึ้นมา
ความศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันกษัตริย์ได้กลับคืนมาอีกครั้ง
ทว่า นั่นมันก็แค่ฉากหน้าเพื่อหลอกประชาชนและโลกสากลเท่านั้น
แท้ที่จริงแล้วอำนาจสำคัญทั้ง 3 อันได้แก่ นิติบัญญัติ บริหารและตุลาการนั้น ยังคงเป็ของพระมหากษัตริย์อยู่
กษัตริย์ทรราชทรงบงการทั้ง 3 สถาบัน อย่างแเีที่สุดผ่านทางบรรดาผู้นำของทั้งหมด
มีการก่อตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาและให้อำนาจล้นฟ้าเพื่อถ่วงดุลย์และทำลายพรรคการเมืองที่ควบคุมไม่ได้
ส่วนพรรคการเมืองใดที่กษัตริย์อยู่เื้ั ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้จะชนะเลือกตั้งก็ตาม แต่ก็จะได้เข้ามาบริหารประเทศ
ก็แน่นอน! เพราะฝ่ายตรงข้ามที่มาจากประชาชนถูกยุบพรรคไปหมดแล้ว
ผลสุดท้ายก็คือ ไม่ว่าจะนายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา พวกรัฐมนตรีต่างๆรวมถึงกองทัพก็ล้วนแต่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของราชวงศ์ทั้งสิ้น
กว่าที่พวกคณะปฏิวัติจะรู้ตัวมันก็ได้สายไปเสียแล้ว
ประชาชนส่วนใหญ่ได้ถูกกษัตริย์เนโรที่ 12 ล้างสมองไปจนเรียกได้ว่าสะอาดหมดจด ด้วยการใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อกรอกหูความดีปลอมๆของพระองค์เข้าไปทุกวันๆ
ไม่มีใครอยากจะลุกขึ้นมาสู้อีกต่อไป ในที่สุดคณะปฏิวัติก็ถือได้ว่าพ่ายแพ้ลงอย่างสมบูรณ์
สิ่งที่ได้พวกเขาได้รับกลับมาจากการเสียเืเสียเนื้อ สุดท้ายแล้วก็เป็ได้แต่เพียงประชาธิปไตยจอมปลอมเท่านั้น
แท้ที่จริงแล้วประเทศแห่งนี้ มันยังคงปกครองด้วยระบอบาาธิปไตยตลอดมาไม่เคยเปลี่ยน
ดังนั้น จึงสามารถกล่าวได้ว่า ประชาธิปไตยไม่เคยได้เกิดขึ้นในประเทศแห่งนี้เลยสักครั้ง
ประชาชนชาวไซแอนได้ถูกกษัตริย์ทรราชหลอกลวงตลอดมา