“น่าเกลียดน่าดา”
“นั่นซิเธออย่าใจดำนักเลยน่า ถ้าเธอไปเอาคืนกลับมา ไม่สงสารเด็กตาดำ ๆ ที่ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนหรือไงเธออย่าเอาเื่ส่วนตัวไปเกี่ยวกับเื่งานซิ คิดดูให้ดีผู้ที่น่าสงสารที่สุดก็คือเด็กๆ เ่าั้อย่าวู่วามจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน เราเป็ถึงครูบาอาจารย์แล้วนะ”
ทองสายเตือนสติแกมสั่งสอนสาวงามจึงสงบลงได้ หน้าเผือดสีนึกโกรธตัวเองที่เอาแต่อารมณ์เป็ใหญ่ จนลืมนึกถึงความถูกต้อง
“ขอโทษนะเราลืมตัว เพียงแต่เราไม่ชอบขี้หน้าเขาเท่านั้น”
ทองสายจ้องหน้าครูสาวคนสวยรู้สึกหนักใจไม่น้อยที่เธอไม่ญาติดีกับภูผาเสียที
“เราจะทำไงดีน๊าที่จะทำให้เธอกับเขาดีกันได้”
“หยุดความคิดนั้นได้เลยไม่มีทางหรอกทองสาย ผู้ชายปากเสียคนนั้นเราไม่อยากคุยด้วยหรอก”
ทองสายยิ้ม ๆ เมื่อได้ยินดังนั้นรีบคว้าหมอนและผ้าห่มเตรียมจะนอน แต่ไม่วายพูดให้คนได้ยินสะดุ้ง
“เขาว่าคนที่เกลียดกันมากๆ ร้อยทั้งร้อยต้องรักกัน และรักกันมากกว่าคนที่รักกันมาก่อนเสียอีก”
เข็มฟ้าหูผึ่งหล่อนไม่้าให้เป็อย่างที่ทองสายพูด นึกชังน้ำหน้าแม่ครูผิวคล้ำคนนี้เสียจริง
“นี่เธอพูดอยู่ได้ไม่มีทางที่จะเป็ไปได้หรอกจริงมั้ยจ้ะดา”
เข็มฟ้าทำเสียงคาดคั้นแล้วถามดาริกาบัดนี้ล้มตัวนอนโบกมือไปมา ทำท่าจะหลับมิหลับแหล่
“พอเถอะเลิกพูดได้แล้ว เราจะนอนเหนื่อยมาทั้งวัน เข็มฟ้าจ๋า เธอช่วยดับตะเกียงด้วย”
เข็มฟ้าไม่ชอบขี้หน้าครูคนสวยที่ออกคำสั่งแต่หล่อนก็ทำตามความ้า คือดับตะเกียง และเสือกไสติดฝาด้วยอาการกระแทกกระทั้นแต่หารอดพ้นสายตาทองสายไม่ เธอรู้ดีว่าครูร่างเล็กคนนี้เป็คนขี้อิจฉาโดยเฉพาะสาวสวยและรวยอย่างดาริกา
คืนนั้นดาริกาฝันประหลาดฝันว่ามีงูสีดำมาพันกอดรัดเธอพยายามสลัดมันออกแต่มันยิ่งรัดแน่นเข้า ทั้งกลัวและขยะแขยงสุดขีดและสิ่งที่ทำให้เธอใแทบสิ้นสติก็คืองูตัวนั้นมันก้มหน้าลงมา หน้าตามันกลับกลายเป็หน้าของครูหนุ่มร่างบึกม่านตาเบิกกว้าง เหงื่อแตกพลั่ก ไม่อาจข่มตาหลับได้จึงลุกจากที่นอนออกไปข้างนอก
อากาศยามเช้าแม้ว่าจะหนาวเหน็บแต่หญิงสาวรู้สึกสดชื่นที่ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกขาวบรรยากาศเช่นนี้ที่กรุงเทพฯไม่มีให้เห็น ได้เห็นแค่เพียงหมอกควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์เท่านั้น
กรุงเทพฯมีแต่ความสับสนวุ่นวายั้แ่เช้ายันเช้า เพราะกรุงเทพฯ ไม่เคยหลับโดยเฉพาะสถานที่เที่ยวยามราตรีน่าเสียดายเงินที่เสียไป ไม่ได้ประโยชน์งอกเงยขึ้นมา
“ไม่ยักรู้เหมือนกันว่าคุณชอบตื่นเช้าเหมือนกัน”
เสียงทักข้าง ๆ ทำเอาครูสาวสะดุ้งมองผู้พูดเห็นใบหน้าคมสันกร้านแดดยิ้มจนฟันขาว หญิงสาวสะบัดหน้าไม่อยากมอง ไม่ว่าเธอหันไปทางไหนเขาวิ่งดักหน้ารอเสียทุกครั้งจนอ่อนใจ
“คุณเลิกทำท่าทางบ๊องๆได้แล้ว”
“นั่นแน่ในที่สุดคุณครูดาริกาก็ยอมพูดกับผมนับว่าเป็บุญแท้ ๆ เลย”
ดาริกาส่ายหน้าไปมาหนุ่มร่างใหญ่ยืนจ้องหน้า จนครูสาวรู้สึกแปลกใจ ตาเขาเหมือนกับจะเจาะให้ทะลุเข้าไปข้างในเธอเสมองไปทางอื่น
“คุณเผชิญเอาสื่อการสอนไปให้คุณแล้วใช่ไหม”
“ครับผมขอขอบคุณมากที่คุณยังมีแก่ใจมอบให้ผม สำหรับผมคงไม่มีปัญญาหาสิ่งดี ๆ เ่าั้มาได้หรอกเพราะฐานะทางบ้านผม หรือว่าผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนไม่มีกำลังพอถ้าหวังด้านเงินเดือนก็คงจะแย่ ใช้เดือนชนเดือนนับว่าเก่งแล้วครับ”
นับเป็ครั้งแรกที่เขาไม่ยียวนกวนประสาทพูดมีหลักการจนดาริกาทึ่ง ความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้เกลียดชังเขานักหนาเพียงแค่อยากเอาชนะเท่านั้น
“อ้าวคุณไม่ใส่ถุงเท้าอากาศเย็น ๆ อย่างนี้เดี๋ยวหวัดได้กินเอาหรอก”
คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวถูเท้าไปมาจริงสินะอากาศเช่นนี้ถ้าขืนปล่อยให้เท้าเย็นชื้นโอกาสที่จะเป็หวัดมีมาก สิ่งเล็ก ๆน้อย ๆ เช่นนี้เขายังเอาใจใส่ ความจริงแล้วเขาก็มีดีเหมือนกันถ้าไม่กวนให้เธอโมโหเสียก่อน
“เื่ของฉันน่าคุณเองก็เหมือนกันแหละ ว่าแต่ฉันตัวเองก็ไม่ใส่”
ว่าแล้วหนุ่มสาวทั้งสองหัวเราะประสานกันเสียงใสยามเช้าเป็บรรยากาศที่สดชื่น ภูผามีความสุขอย่างประหลาด
“ถ้าไม่รังเกียจลองเดินไปทางโน้นไหมล่ะผมปลูกดอกมะลิเอาไว้เช้า ๆ อย่างนี้ดอกมะลิจะบานส่งกลิ่นหอมเชียวล่ะ”
“ค่ะ ขอบคุณที่ชวน”
นับเป็ครั้งแรกที่ดาริกายอมเดินเคียงข้างไปกับเขากลิ่นดอกไม้สีขาวฟุ้งกระจาย เธอสูดกลิ่นหอมเข้าปอดเต็มที่
“หอมจังเลยค่ะ”
ดาริกาเผลอสูดกลิ่นดอกไม้แรงๆ มีความสุขอย่างประหลาด โดยไม่รู้ว่าภูผามองเธอด้วยสายตามากด้วยความหมาย
สวย สดใสไร้เดียงสา ไม่มีจริตมารยา คิดไม่ผิดเลยที่มอบหัวใจให้ เพียงแค่รอว่าเมื่อไหร่เธอจะเปิดใจยอมรับ