เขาเปิดประตูโรงรถ และเธอก็ก้าวออกไปสู่บรรยากาศยามพลบค่ำซึ่งเริ่มหนาวเย็นขึ้น แต่เธอก็ยินดีที่จะัักับความหนาวเย็นนั้นเพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่งแจ่มใสขึ้นได้มาก เพียงแต่ต้องยกมือขึ้นกอดอกไว้แน่นเพื่อให้เกิดความอุ่นขึ้น และอย่างน้อยมันยังช่วยไม่ให้เขาเห็นทรวงอกที่เชิดชันขึ้นถ้าเขาเห็นเข้าละก็ อาจจะคิดว่า...
“ผมชอบชุดลูกไม้ที่คุณสวมใส่เป็ชุดชั้นในไว้นะ” เขาเอ่ยลอย ๆ
“อะไรนะคะ” เธอหันขวับมามองหน้าเขา แล้วพบธัดที่ยิ้มกว้างอย่างไม่มีความหมายอะไรแฝงเร้นอยู่ใน
คำพูดของตัวเองเลย
“ผมเพียงแค่กำลังนึกถึงคำพูดของแมทเท่านั้นครับ” เขากวาดสายตามองไปทั่วเรือนร่างด้วยสายตาแบ
เดียวกับที่อดัมเคยใช้ในครั้งแรกที่เข้าไปในสวนแห่งอีเด็นซึ่งมันก็ไม่ใช่เื่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
“ที่จริงผู้หญิงทุกวันนี้ก็แต่งตัวแบบยูนิเซ็กส์กันอยู่แล้วแต่ผมชอบดูผู้หญิงที่แต่งตัวเป็ผู้หญิงแบบนี้มากกว่า”
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณชอบใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาหรือครับ” เขาพยักหน้ามาทางเสื้อสั้นเนื้อบางเบาที่เธอสวมใส่อยู่ มันแทบจะปกปิดยอดทรวงที่เด่นชัดไม่มิด
คำถามนั้นทำให้เธอต้องเลียริมฝีปากอีกครั้ง
“ถ้าจะว่าไปแล้ว น่าจะเรียกว่าฉันชอบแต่งตัวแบบผู้หญิงมากกว่าค่ะ ยิ่งกว่านั้นมันเหมาะกับธุรกิจที่ฉันทำอยู่ด้วย”
“ถูกต้อง เพราะความรู้สึกว่าในร้านของคุณก็มีชุดชั้นในหวาน ๆ ของผู้หญิงขายอยู่ด้วยนี้ใช่ไหมครับ” เมื่อ
เห็นสีหน้าของเอลิซาเบธแสดงความแปลกใจกับคำพูด เขาก็กล่าวต่อเป็เชิงอธิบายว่า “ผมแวะไปที่คาวานอจวันหนึ่งแล้วก็เห็นคุณยืนอยู่ในร้านแฟนตาซี”
“อ๋อ...งั้นหรือคะ”
ปฏิกิริยาแรกที่เกิดขึ้นกับเธอคือความแปลกใจที่เห็นเขารู้เกี่ยวกับเื่ธุรกิจร้านขายของที่ลึกของเธอ
แต่ที่เกิดตามมาคือความสงสัยว่าเพราะอะไรเขาถึงต้องไปที่โรงแรมคาวานอจ ส่วนประการที่สามนั้นเธอตำหนิตัวเองที่ออกจะเป็คนขวัญอ่อนมากเกินไปหน่อย
ถ้าจะว่าไปแล้วอัตราของความสัมพันธ์ฉันชู้สาวที่ดำเนินไปในลักษณะที่ค่อนข้างรอบคอบระมัดระวังนั้นมัน ก็เกิดอยู่ทุกวัน แต่ทำไมผู้ชายหน้าตาคมสันเพียบพร้อมด้วยเสน่ห์แบบธัด แรนดอล์ฟ จึงต้องไปเดินอยู่ในห้องล็อบบี้ของโรงแรมคาวานอจในตอนกลางวัน
และมันจะต้องเป็ตอนกลางวันด้วย เพราะเธอไม่ได้เปิดร้านจนค่ำมืดดึกดื่น ห้องอาหารของโรงแรม หรือร้านอาหารต่าง ๆ ที่เข้ามาตั้งอยู่ในโรงแรมก็นับว่าเป็สถานที่ดี มีอาหารรสชาติยอดเยี่ยมไว้บริการลูกค้า แต่มันก็ยังมีอีกหลายแห่งในเมืองที่อาหารรสชาติเหมือนกันและยังราคาถูกกว่าด้วยโดยเฉพาะใน่กลางวัน นักธุรกิจส่วนใหญ่จะรับประทานนอกโรงแรมเสียมากกว่า แต่ก็อาจเป็ไปได้ที่บางที่เขาอาจจะอยากลองชิมอาหารตามร้านในโรงแรมดูบ้าง
“ก่อนที่ผมจะรู้จักชื่อร้านคุณ ผมยังเคยสงสัยเลยว่าทำไมป้ายทะเบียนรถของคุณถึงเป็ชื่อนั้น”
“อ๋อ...นั้นมันความคิดของน้องสาวฉันเอง” เอลิซาเบธตอบอย่างใจลอย
ว่าแต่ผู้หญิงที่เขาไปพบที่โรงแรมคาวานอจทำงาน่บ่ายเช่นนั้นหรือ...หรือว่าหล่อนจะเป็ภรรยาของใครสักคนที่มาหลงรักผู้ชายผิดคนเข้า...หรือจะเป็หญิงสาวที่แสวงหาความสำราญเพียงเพื่อกำจัดความตึงเครียดจากหน้าที่การงานที่ทำอยู่...
ก็แล้วคำตอบที่จะได้รับจากคำถามเ่าั้มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยเล่า เอลิซาเบธขุ่นขึ้งกับความสงสัยใคร่รู้ของตัวเองเสียเหลือเกิน
“คราวหน้าถ้าคุณไปที่โรงแรมเชิญแวะเข้าไปเยี่ยมที่ร้านบ้างสิคะ”
ครับ ขอบคุณ ผมอาจจะเดินเข้าไปหาซื้ออะไรบ้างก็ได้นะ เพราะสินค้าที่คุณโชว์ไว้รู้สึกว่า...น่าสนใจมาก
ที่เดียว
เอลิซาเบธไม่แน่ใจว่าเป็เพราะแสงหรือเงาที่ทำให้เธอมองเห็นคล้ายกับว่า เขากำลังเหลือบตามองทรวงอกเธออีกครั้ง
“เอ้อ...เห็นจะต้องขอบใจอีกครั้งนะคะที่ช่วยเอาตัวฉันลงจากต้นไม้”
“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ”
อีกครั้งหนึ่งที่คำตอบรับนั้นสร้างความรู้สึกอบอุ่นให้บังเกิด และเพื่อขจัดความรู้สึกนั้นไปเสียเธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“กู๊ด ไน้ท์นะคะ มิสเตอร์แรนดอล์ฟ”
“กู๊ด ไน้ท์ครับ เอลิซาเบธ”
เขาเจตนาเรียกเธอด้วยชื่อต้น เพราะอาจสังเกตเห็นอยู่ว่าเธอไม่ยอมเรียกชื่อต้นของเขา เมื่อพยักหน้ารับแข็งๆ แล้วเธอก็รีบเดินกลับเข้าไปในบริเวณบ้านของตัวเอง เมื่อถึงต้นซิคคะมอร์ก็ก้มลงหยิบรองเท้า แต่ไม่ได้สวมใส่เพียง แต่เดินเลยเข้าประตูหลังบ้าน จนเมื่อเข้าไปอยู่ในบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว เธอจึงได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ได้ยินเสียงลูกทั้งสองเข้าประตูบ้านด้านหน้ามาพอดี
“แม่ครับ”
“อยู่ในนี้ลูก” เธอวางรองเท้าลงบนพื้นครัว เดินไปยังตู้เย็น อดนึกขอบใจมิสซิสอัลเดอร์ไม่ได้ที่เอาแฮมเบอร์เกอร์ออกจากฟรีซไว้ให้ ไม่อย่างนั้นกว่าจะได้รับประทานกันคงอีกนานทีเดียว
“เย็นนี้มีอะไรกิน” เมแกนเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เดินผ่านประตูครัวเข้ามา
“แฮมเบอร์เกอร์”
“ให้ผมติดเตาย่างไหมครับ” แมทถามขึ้น
“ไม่ต้องลูก คืนนี้แม่จะทอดเอา”
“โธ่ แม่ครับ มันอร่อยกว่ากันแยะเลยถ้าเราย่างมันข้างนอก”
“เห็นจะไม่ใช่วันนี้หรอก”
“ทำไมล่ะครับ”
ให้ตายสิ...เธอเบื่อหน่ายที่จะต้องตอบคำถามแบบนี้เสียเหลือเกินแล้ว
ก็เพราะว่าแม่เป็แม่และแม่บอกว่าเราจะกินแบบทอดน่ะสิ เอ้า...ไปล้างไม้ล้างมือได้แล้ว จะได้กลับมา
ช่วยกันตั้งโต๊ะ
ลูกสาวกับลูกชายเดินตุปัดตุป่องออกไป บ่นพึมพำราวกับเธอทำอะไรที่ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขาเอาเสียเลยอันที่จริงเอลิซาเบธเองก็ชอบกินเนื้อย่างแบบนั้นไม่น้อยแต่เธอจะไม่ยอมออกไปทำอาหารนอกบ้านอีกแล้ว โดยเฉพาะคืนนี้
ตลอดฤดูร้อนที่ผ่านมา เธอรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อยที่สังเกตเห็นว่าธัด แรนดอล์ฟ นั่งอยู่เบื้องหน้าจอโทรทัศน์
จนดึกทุกคืน แต่ละครั้งที่ออกไปทำอาหารนอกบ้าน เธอมักจะต้องชั่งใจตัวเองว่าควรจะเอ่ยปากทักทายเขาเช่นเดียว
กับที่ทำกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ หรือไม่...หรือว่าจะเพียงแต่โบกมือให้ มันเป็เื่ที่ทำให้ใจคอระส่ำระสายได้ตลอด
เวลา กับการที่ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นนั้น
ถ้าเขาไม่เห็น เธอก็ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอพยายามจะเรียกร้องความสนใจจากเขา และถ้าเขาเห็น เธอก็ไม่
อยากให้เขาคิดว่าเธอรู้ ว่าเขามองอยู่ ดังนั้นทางออกที่ง่ายที่สุดก็คือแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เลย
พฤติกรรมที่เธอแสดงออกอยู่ในเวลานี้ไม่ต่างกับเด็ก และออกจะหยาบคายเสียด้วยซ้ำ แต่คนที่เป็แม่หม้ายนั้นก็ควรจะต้องห่วงเื่ชื่อเสียงไว้บ้าง โดยเฉพาะกับเอลิซาเบธแล้ว นับแต่สามีเสียชีวิตลงกว่าสองปี เธอไม่เคยติดต่อเกี่ยวข้องกับเพศตรงข้ามเลยก็ว่าได้
เช้าวันที่เกิดเหตุ เธอยังโบกมือร่ำลาจอห์นตอนที่ยืนส่งเขาอยู่ตรงประตูหลังบ้าน ไม่ได้คาดคิดเลยว่ามันจะเป็ครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นหน้าเขา ทั้งนี้เพราะตอนนั้นเป็เวลาเดียวกันกับที่เมแกน้าให้เธอช่วยหาด้าย – เข็มที่จะต้องเตรียมไปสำหรับชั่วโมงศิลป
วันนั้น เอลิซาเบธจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจอห์นสวมเสื้อสีอะไร ผูกเนกไทอันไหน ไม่ได้คิดด้วยว่า เขาควรจะตัดผมแล้วจนเมื่อได้ไปดูศพเขาที่โรงพยาบาลและเพื่อยืนยันว่าเป็เขาจริง
จอห์นถูกดึงตัวออกมาจากซากรถที่พังยับเยินบนทางด่วน และหลังจากนั้นเธอก็ยังต้องใช้เวลาอยู่อีกหลายวัน เพื่อจะทบทวนความทรงจำว่าครั้งหลังสุดนั้น ได้คุยอะไรกันบ้าง พยายามจะนึกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับจูบครั้งสุดท้ายและการร่วมรักครั้งสุดท้ายด้วย
สิ่งที่ยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำก็คือรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะ ความเอื้ออาทรห่วงใย ความเมตตากรุณาที่เขามีต่อเธอเสมอมา และยังความรักความใคร่ที่มอบให้แก่กันด้วย ความหวานชื่นซาบซึ้ง มันรวมไปถึงความฝันของเขาที่มีต่อวันเวลาในอนาคตของครอบครัวด้วย
เขาเป็สามียอดรักผู้มอบลูกน้อยน่ารักไว้ให้เธอถึงสองคน และนั้นคือความสุขอันยิ่งใหญ่ในชีวิต อย่างไร
ก็ตาม ความตายของเขามันทำให้หัวใจว่างเปล่าลงอย่างไม่มีชายใดจะสามารถเติมให้เต็มได้
มันเป็าแที่เปิดกว้าง และดูเหมือนความร้าวลึกจากาแจะสร้างความเ็ปให้เกิดขึ้นอย่างมากมายโดยเฉพาะในค่ำคืนนี้ ด้วยเหตุนี้ตอนที่ส่งลูกทั้งสอง เข้านอน เธอจึงเอาผ้าห่มรัดตัวเสียแน่น จนต่างเอะอะโวยวายร่ำร้องว่ามันแน่นจนหายใจไม่ออกไปตาม ๆ กัน และเอลิซาเบธก็ยิ่งหงุดหงิดในอารมณ์หนักขึ้น
ถ้าจะว่าไปแล้ว การที่เธอกอดลูกในคืนนี้มันเป็การแสดงออกยิ่งกว่าความรักที่มีต่อลูกทั้งสอง มันเป็เครื่องบ่งบอกให้รู้ว่าเธอปรารถนาที่จะได้ััมนุษย์สักคนหนึ่ง จะด้วยความรักในรูปแบบใดก็ได้ทั้งนั้น ขอแต่เพียงให้ได้กกกอดไว้ก็พอ
เธออาวรณ์กับการที่เคยเป็ผู้รับความรักอันหาที่สุดมิได้ของใครคนหนึ่ง และใครคนนั้นก็ไม่ใช่เด็กอย่างลูกทั้งสองที่เธอมีอยู่ แต่เป็ผู้ชายสักคน บางครั้งทั้งจิตใจและร่างกายก็กระหายหิวกับความรักแบบนั้นเสียเหลือเกิน
จนแทบจะคลั่งใจตายลงที่เดียว...