เซียวหลางเดินนำเด็กน้อยเดินไปยังชายป่านอกเขตหมู่บ้าน แถวนี้ไม่ค่อยมีผู้ใดมานักเนื่องจาก ไม่ค่อยมีสัตว์ป่าตัวใหญ่ให้ล่าสักเท่าไร มักจะไปแถวด้านหลังหมู่บ้านเสียมากกว่าเนื่องจากอยู่ติด กับทางเข้าป่าใหญ่ มักจะมีสัตว์น้อยใหญ่หลงจากฝูงออกมาอยู่บ่อยๆ
แต่เซียวหลางเองก็ไม่กล้าไป เนื่องจากโดนบิดาสั่งห้ามไว้ว่าเขายังเด็กเกินไปที่จะเข้าป่า หากพบ เจอสัตว์นักล่าคงยากที่จะเอาตัวรอดจึงล่าสัตว์เพียงสัตว์เล็กแถวชายป่ามากกว่าซึ่งเมื่อสามวันก่อน เขาได้พบเจอต้นไม้ชนิดหนึ่ง
ลำต้นสูงเลยศีรษะของตนไปสูงหลายเท่า รอบลำต้นใหญ่มีหน่อต้นเล็กๆ ผุดจากดินขึ้นอยู่รอบๆ รากแผ่กระจายไปตามแนวราบ แต่ส่วนมากรากจะอยู่ที่ผิวดิน หน่อมีรูปทรงกระบอก ลำต้นเกิด จากกาบใบที่ทับสลับกันจนแน่นกอดกันเป็ก้อนกลม
มีผลเรียวยาวออกที่ปลายยอด ผลเรียงอยู่ในเครือ มีสีเหลืองสวยงามไล่ตามความสุกจนถึงผลสี เขียวเข้ม ซึ่งตนลองชิมดูที่ผลสีเหลืองก่อนเพราะมีรอยนกมาจิกกิน
เมื่อลองปอกเปลือกด้านนอกออกแล้วจะพบเนื้อในสีขาวนวลเมื่อลองชิมดูจึงได้รู้ว่ามีรสชาติหวาน หอมละมุนลิ้น แต่แอบเสียดายมีเมล็ดแข็งๆ ด้านในมากไปเสียหน่อย
เขาจึงลองชิมผลสีเขียวดูบ้าง ปรากฎว่ารสชาติฝาดลิ้นบาดคอยิ่งนัก เข้าใจได้ว่าผลไม้ชนิดนี้คงต้อง กินยามสุกเพียงเท่านั้น
เซียวหลางเดินนำมาเพียงไม่นานก็พบร่องรอยที่ตนเองทำสัญลักษณ์ไว้อย่าคิดว่าเป็เพียงป่าชาย หมู่บ้าน หากประมาทหรือไม่ชำนาญทางก็อาจพาหลงได้เช่นกัน
"อยู่ตรงหน้านี้แล้วล่ะ" เซียวหลางชี้ให้เด็กน้อยดูสัญลักษณ์ตลอดทางเซียวหลางมักสอนหลายๆ อย่างที่ตนพอรู้เผื่อจะเป็ประโยชน์ในวันหน้าให้ฟางหรง
"สัญลักษณ์นี้ ชี้ไปทางทิศใต้ใช่หรือไม่ขอรับ" เด็กน้อยเมื่อมองเห็นสัญลักษณ์ก็นึกถึงสิ่งที่เซียวหลาง เคยบอกกล่าวไว้
"ใช่แล้วอาหรง เ้าเก่งมาก ข้าสอนเพียงไม่กี่ครั้งก็จำได้แล้ว" เซียวหลางกล่างเอ่ยชมอย่างเอ็นดูไม่ ต่างกับว่าเด็กน้อยเป็น้องชายตน เนื่องจากเขาเป็ลูกคนสุดท้องของบ้าน ซ้ำยังเป็ลูกหลงห่าง จากพี่ชายหลายปี
จึงโหยหาอยากมีน้องชายบ้าง ยิ่งเด็กน้อยคนนี้หัวไว ไม่งอแงยามเมื่อพบเจอเขาเช่นเด็กคนอื่น หลายครั้งตนจึงมักแบ่งปันสิ่งที่หามาได้กับเด็กน้อยอยเู่สมอ
ไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงดงต้นไม้ใหญ่ที่ตามหา "ถึงแล้ว ต้นพวกนี้อย่างไรเล่า"
เด็กน้อยเงยมองต้นไม้ที่ดูแปลกประหลาด ลำต้นและใบของมันช่างมีความแตกต่างต้นไม้ที่เคยเห็น นัก มองเห็นผลไม้สีเหลืองทอง ที่ผลเรียงอยู่ในหวีคล้ายพัด
"นั้น! ใช่ผลของมันที่ท่านว่าใช่หรือไม่! "
เด็กน้อยะโขึ้นอย่างดีใจ มิคิดสงสัยว่ารสชาติเป็เช่นไร หากพี่หลางบอกว่าดีเขาก็ยอมเชื่อว่าดี อย่างที่กล่าวแน่ๆ พี่หลางไม่เคยโกหก!
"ใช่แล้ว แต่กินได้เพียงผลที่สุกเหลืองเท่านั้น ลูกทยี่ ังเขียวนั้นฝาดบาดคอยิ่งนัก" กล่าวจบก็เดินไป ยังต้นมีผลสุกเหลือง ใช้มีดที่เหน็บมากับเอวตัดเอาลูกสีเหลืองทองมาก่อนจะยื่นให้เด็กน้อยลองชิม
"เ้าปลอกเปลือกด้านนอกออกแล้วลองกินเนื้อด้านในดูสิ" เด็กน้อยพยักหน้ารับก่อนจะรับมาถือไว้ พินิจมองผลไม้ที่ลูกใหญ่พอควร ขนาดเท่าข้อมือเล็กของตนเลย
ฟางหรงรีบแกะเปลือกนอกออกตามคำกล่าวของเซียวหลาง แล้วจึงกัดชิมเนื้อในสีขาวนั้นดู เมื่อลิ้ม รสครั้งแรกได้รับัันุ่มลิ้นแถมมีกลิ่นหอมหวานออกมาด้วย
ก่อนจะกัดโดนสิ่งที่คล้ายเมล็ดแต่มีเพียงไม่กี่เม็ดเท่านั้น ไม่ทำให้เสียรสชาติเท่าไร "หวานหอมยิ่ง นักพี่หลาง! "
เสียน้อยกัดชิมอีกหลายคำ ซึมซับรสหวานนุ่มละมุนลิ้นอย่างที่ไม่เคยกินผลไม้ชนิดไหมมาก่อน ไม่ เสียแรงที่ตนติดตามอีกฝ่ายมา
"ใช่แล้วล่ะ เ้ารอข้าอยู่ตรงนี้นะ ข้าจะไปสำรวจด้านในดงต้นไม้นี้เสียหน่อย ว่ายังมีผลที่สุกอีกหรือ ไม่อย่าวิ่งเพ่นพ่านเชียว มิเช่นนั้นเ้าอาจหลงได้"
เด็กหนุ่มกำชับฟางหรงไว้เสียก่อน เด็กนี้หัวไวอยู่หรอก แต่ก็มีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเด็ก ทั่วไปเช่นกัน หากมิห้ามไว้เด็กน้อยอาจวิ่งซนจนหลงเข้าป่าใหญ่ได้
ฟางหรงที่กำลังเพลิดเพลินกับรสชาติใหม่เพียงพยักหน้ารับอย่างง่ายดาย ตนจะนั่งกินอย่าง เรียบร้อยอยู่ตรงนี้แหละ!
เซียวหลางใช้มีดถางทางที่เดินไป ภายในดงนี้มีอยู่หลายต้นที่ผลสุกแล้วแต่โดนนกจิกกินไปเสียมาก เพราะว่าตนมาช้าเกินไป ไม่นึกว่าผลไม้ชนิดนี้จะสุกเร็วถึงเพียงนี้
แต่ยังดีที่มีอีกหลายต้นที่พึ่งออกผลบางส่วนก็ยังไม่สุก แต่เริ่มมีสีเหลืองประปรายแล้ว คาดว่าพรุ่งนี้ หรือมะรืนคงสุกพอดี
จึงตัดเอาเครือหนึ่งที่สุกเกือบทั้งเครือพาดกับไหล่ตนเองเพื่อนำกลับบ้านไปฝากครอบครัว เพียง เครือเดียวก็มากมายมีหลายสิบผล พอให้คนทั้งบ้านอย่างแน่นอน
หากนำกลับไปมากกว่านี้ก็เกรงจะกินกันไม่หมด มิรู้ว่าผลไม้นี้ไว้ได้กี่วันอาจเน่าเร็วก็เป็ได้ถึง รสชาติจะอร่อยและหอมหวานเพียงใดแต่กินได้เพียงลูกสองลูกก็รู้สึกแน่นท้องแล้ว
และมิรู้ว่ากินเข้าไปมากมายจะเป็อันตรายหรือไม่จึงอยากรีบนำผลไม้นี้กลับไปให้ท่านพ่อดูเสีย ก่อนเผื่อท่านจะรู้จัก เซียวหลานเดินแหวกต้นหญ้าริมทางไปยันที่ให้ฟางหรงนั่งอยู่การนำเด็กน้อย เข้ามาในป่านี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก อาจเกิดอันตรายได้จึงรีบพาออกไปเสียดีกว่า
หากเป็ช่งงเวลาปกติเขาคงไม่พาเด็กน้อยมาด้วย แต่วันนี้เห็นสีหน้าไม่ดีสักเท่าไร จึงพามาด้วยดี กว่าให้เตะหินเตะทรายระบายอารมณ์อยู่ผู้เดียว เซียวหลางตัดผลไม้นี้มาอีกสักหน่อย เพื่อให้เด็ก น้อยนำกลับไปฝากคนที่บ้านแล้วจึงพากันกลับไปยังเส้นทางเดิม
ทางด้านฟางเซียนที่นอนพักอยู่ รู้สึกเบื่อที่ต้องนอนอุดอู้อยู่ภายในห้อง เ้าน้องชายคนดีก็ทิ้งเขาไป เที่ยวอีก
'เ้าเด็กนี้ห่วงเที่ยวมากกว่าห่วงพี่อีก! '
แอบจดบัญชีแค้นไว้ภายในใจ กลับมาเมื่อไร จะบ่นให้หูชาเลยอุตส่าห์บอกแล้วว่าห้ามออกไป
"เซียนเออร์แม่จักไปซักผ้าที่ลำธาร อยู่คนเดียวได้นะลูก" เซี่ยอวิ้นที่หยิบตะกร้าผ้าเดินมาบอกลูก ชาย แม้ไม่อยากทิ้งลูกชายไว้เพียงลำพัง แต่เสื้อผ้าพวกนี้ก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้เสียด้วย
"ข้าอยู่ได้ขอรับ" ฟางเซียนรีบเอ่ยบอกแก่มารดาเพื่อให้คลายกังวลใจ อยู่บ้านสบายๆ แบบนี้เขาละ ถนัดนัก ถึงจะเบื่อไปหน่อยก็ตาม
"ฟางหรงก็ไม่รู้ออกไปเล่นซนที่ไหน กลับมาต้องเอ็ดเสียหน่อยแล้ว"
เซี่ยอวิ้นอดบ่นถึงลูกชายคนเล็กไม่ได้เมื่อลูกชายคนรองเป็ลม นางมัวแต่วิ่งวุ่นหาหมอ หันกลับมา อีกทีเ้าตัวแสบก็หนีหายออกไปไหนไม่รู้เสียแล้ว
"อย่าว่าน้องเลยขอรับ หรงหรงยังเด็กนัก" ฟางเซียนเอ่ยเสียงอ่อนโยนถึงแม้ภายในใจจะแอบหยิก เด็กน้อยในใจแล้วก็ตาม
"เ้าก็เอาแต่เข้าข้าง แต่ช่างเถอะ เช่นนั้นแม่ไปก่อนนะ หากช้ากว่านี้ เกรงว่าผ้าจะแห้งไม่ทัน พรุ่งนี้" เซี่ยอวิ้นรีบกล่าวกำชับอีกไม่กี่คำก็รีบถือตะกร้าผ้าออกไป
ฟางเซียนที่เห็นมารดาออกไปแล้ว ก็ชักเหงาๆ บ้านหลังน้อยนี้ดูใหญ่โตขึ้นเป็กองเมื่อตนอยู่คน เดียว นั่งคิดอะไรเพลินๆ ก็มีเสียงเหมือนคนเดินเข้าบ้านมา
'เอะ.. ท่านแม่กลับมาแล้วรึ'
เนื่องจากไม่มีนาฬิกาบอกเวลาต้องคาดคะเนเอาเพียงเท่านั้น จึงไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร เมื่อ เดินออกจากห้องนอนเห็นเด็กน้อยฟางหรงอุ้มอะไรมาเต็มมือไปหมด
"หรงหรงนี่เ้ากล้าปล่อย...เห้ย กล้วยนิ! " ฟางเซียนที่เตรียมตัวจะบ่นน้องชายคนเล็กสังเกตเห็นว่า ภายในอ้อมแขนเล็กเป็ผลไม้สีเหลืองรูปร่างคุ้นตา
"หรงหรงคนเก่ง ไหนบอกพี่ชายมาสิ ว่าเ้าไปได้กล้วยนมี้ ากจากไหน! " ฟางเซียนเขย่าตัวร่างเล็ก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นั้นกล้วย กล้วยเชียวนะ!
ฟางหรงที่เห็นว่าพี่ชายจับเขาเขย่าอีกแล้ว จึงกล่าวเสียงดัง "ท่านหยุดเขย่าข้าเดี๋ยวนี้นะ! " นี่พี่รองเเป็บ้าอะไรไปอีก เขย่าจนเขาชักเวียนหัวแล้วนะ ไข้กลับจนเพี้ยนไปแล้วรึ!
"หากท่านไม่หยุดข้าจะนำผลไม้นี้ไปทิ้ง! " ฟางหรงโกหกคำโต ตนไม่มีทางนำผลไม้อร่อยนี้ไปทิ้ง หรอก อย่างมากก็แอบเอาไปกินลับหลังพี่ชายเพียงเท่านั้น แม้ขู่ปากเปล่า แต่กลับใช้ได้ผลกับพี่ ชายเป็อย่างดี
"โอ๋ๆ ใจเย็นนะหรงหรงคนดี พี่ชายแค่ตื่นเต้นเกินไปนิดหน่อย" ฟางเซียนที่ได้เสียงน้องชายจึงได้สติ ว่าตนเองตื่นเต้นมากเกินไป จึงเนียนว่ากำลังจัดเสื้อผ้าให้เด็กน้อย
"พี่ชายใจเย็นแล้ว เช่นนั้นเ้าบอกพี่ชายหน่อย ว่าไปได้กล้วยนี้มาจากไหน"
"ผลไม้ป่านี้มีชื่อว่ากล้วยรึ? แต่ช่างชื่อเถิด ข้ากับพี่หลางไปเอามาจากในป่าน่ะ" เด็กน้อยเอ่ยเสียง ภาคภูมิใจ เขาคิดว่าพี่ชายต้องเชยชมว่าเขาเก่งกล้าสามารถแน่นอน!
"ป่ารึ? เ้าเด็กบ้าเ้าอายุแค่แปดขวบนะ ไปทำอะไรในป่านั้นห๊ะ!" ฟางเซียนเอ็ดเด็กน้อยเสียงดัง อย่างลืมตัว ลืมเื่กล้วยไปเสียสนิท
"แล้วท่านจะเอ็ดข้าทำไมกัน! แค่ชายป่าหมู่บ้านเพียงเท่านั้น อีกอย่างพี่หลางก็เข้าไปด้วย ข้าหาได้ ไปคนเดียวเสียหน่อย! " เด็กน้อยเถียงกลับพี่ชาย แค่เข้าป่าจะบ่นเป็ท่านแม่อีกคนทำไม่กัน
"เ้านี้มัน ทำตัวเกินเด็กจริง"
"ก็เพราะจะเอาผลไม้มาให้คนป่วยเช่นท่านหรอก ดูสิกลับมาดุด่าว่าข้า! " เด็กน้อยะเิอารมณ์ใส่ พี่ชายอย่างเหลือทน ไม่เห็นว่าหน้าซีดเป็ลมไก่ต้มเช่นนั้น เขาจะลำบากเข้าไปเอาผลไม้นี้มารึ!
"ให้พี่รึ... แต่เช่นนั้นก็ตามหรงหรง หากเ้าหลงป่าขึ้นมาละ" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเห็น น้องชายที่เริ่มมีสีหน้าไม่ดี จึงรู้สึกผิดที่เผลอเอ็ดใส่เด็กน้อย
"หึ! ข้าติดตามพี่หลางมาตั้งนาน มิหลงกับแค่ชายป่าหมู่บ้านหรอก" เด็กน้อยที่เริ่มควบคุมอารมณ์ ได้จึงเอ่ยตอบ
ฟางเซียนนึกตำหนิตนเองในใจว่าตนเผลอไปดูถูกเด็กน้อยคนนี้ จริงๆหรงหรงฉลาดกว่าเขาเมื่อ ตอนอายุเท่ากันเสียอีก ยิ่งในโลกนี้ที่เด็กมักเริ่มทำมาหากินั้แ่อายุยังน้อย ตนดันเผลอเอา บรรทัดฐานโลกเก่ามาวัดกับเด็กน้อยเสียได้
"หรงหรง พี่ชายขอโทษที่เผลอเอ็ดเ้า พี่แค่เป็ห่วงว่าเ้าจะมีอันตราย"
ฟางเซียนเอ่ยขอโทษเด็กน้อยตรงๆ แม้ิญญาภายในจะยี่สิบแล้วก็ตาม แต่เื่นี้ผิดที่เขาเอ่ยเอ็ด เด็กน้อยก่อนจึงยอมกล่าวขอโทษ
ฟางหรงที่เห็นพี่ชายเอ่ยขอโทษออกมาตรงๆ ก็ชักจะทำสีหน้าไม่ถูกนัก
'นี่พี่รอง เอ่ยขอโทษข้ารึ'
ฟางเซียนเห็นว่าเด็กน้อยนิ่งเงียบไป จึงนึกว่ายังไม่หายโกรธ จึงจับแขนเด็กน้อยเขย่าไปมาเบาๆ แล้วใช้น้ำเสียงออดอ้อนเช่นตอนอ้อนมารดา
"พี่รองขอโทษแล้ว หรงหรงคนเก่งคงไม่ถือสาพี่นะ ดีๆกันเถอะ" เด็กน้อยที่เห็นพี่ชายทำท่า ประหลาดจึงหันมอง 'นี่ท่านแม่เอายาให้พี่รองกินผิดรึ! '
"ข้าไม่ถือสาท่านก็ได้แต่ห้ามเอ็ดข้าอีกท่านเข้าใจหรือไม่" เด็กน้อยเอ่ยกำชับ แค่คำบ่นจากท่านแม่ ผู้เดียวก็เกินทนแล้ว อย่าต้องมาฟังพี่ชายบ่นอีกคนเลย
"พี่รองสัญญา "ฟางเซียนเอ่ยปากรับคำ ก่อนเริ่มเอะใจ ทำไมคำกล่าวเหมือนเขาเป็น้องที่เชื่อฟังพี่ เช่นนี้ ตนเป็พี่นะ!