กระต่ายขาวตัวน้อย สีข๊าวขาว
หูของมันตั้งตรงขึ้นสองข้าง
ตัดหลอดเลือดแดงและตัดหลอดเลือดดำ
มันไม่ขยับแล้ว...น่ารักจริง ๆ
......
เสียงเพลงแปลกประหลาดดังขึ้นมาจากด้านบนบันไดที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขา
เสียงเพลงจากไกล ๆ ค่อย ๆ ขยับใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ
“ตึก...ตึก...”
เสียงฝีเท้าก้าวเดินเป็นจังหวะดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลง
มีบางอย่างกำลังเดินลงมาที่นี่!
สายตาของทั้งหกคนมองขึ้นไปด้านบนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
พวกเขากำลังเตรียมตัวต้อนรับศัตรูผู้มาเยือน จากเดิมที่คิดว่าบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่จะซ่อนตัวแบบนั้นต่อไป ทว่าในเวลานี้พวกเขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามันจะปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้หรือไม่
ในเวลานี้เอง จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเดินลงมา ต้องเป็นผู้มีความแข็งแกร่งและบางทีอาจจะไม่เห็นความแข็งแกร่งของคนในทีมของเขาอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
มัน...คืออะไรกันนะ?
เซี่ยฮุยมองไปข้าง ๆ ก็พบว่าเฉียนตัวตัวยังคงจ้องมองขึ้นไปด้านบนด้วยสายตาที่ผ่อนคลาย
ตั้งแต่เริ่มทำภารกิจจนถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าทึ่มนี่จะไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย
หลังจากนั้นเขาก็หันกลับไปมองด้านบนก็พบว่าสิ่งเริ่มใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ
“ตึก!”
สายตาของทุกคนมองไปที่มุมบันไดด้วยความกระตือรือร้น
จู่ ๆ เสียงเท้าที่ได้ยินก็หยุดเดิน
ทุกอย่างเงียบสงบไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว เงียบเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาได้อย่างชัดเจน
“ตึก ๆ ...”
แม้ว่าร่างกายจะนิ่งไม่ไหวติง แต่เสียงเต้นของหัวใจของพวกเขากลับเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
เต้นเร็วเสียจนแทบจะหลุดออกมาจากอก แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากภาพลวงตาแต่มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกประหม่าได้เป็นอย่างมาก
ตึก ๆ ...
ในที่สุดเฉียนตัวตัวก็ไม่สามารถยืนอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป เขาก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าท่ามกลางความเงียบ
เขาคงอยากพิสูจน์ว่าสิ่งสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่!
เฉียนตัวตัวสาวเท้าไปด้านหน้าด้วยความสงสัย เขาก้าวข้ามบันไดครั้งละหลายชั้นเพื่อขึ้นไปด้านบน
ใบหน้าของเฉียนตัวตัวเริ่มเคร่งขรึม ดูเหมือนว่าเขาคงเตรียมตัวที่จะกลายร่างทุกเมื่อหากเจอสิ่งลึกลับที่อยู่ตรงหน้า
ร่างที่กลายเป็นมังกรจะทำให้ผิวหนังของเขาหนาและหยาบขึ้น แน่นอนว่าผิวหนังของเขาสามารถรับการโจมตีได้จนกว่าคนอื่น ๆ จะตั้งหลักได้
บันไดที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้สูงชันเพราะมีทั้งหมดสิบสามขั้น ตอนที่เฉียนตัวตัวเดินขึ้นไปถึงขั้นที่สิบเอ็ด
ตอนที่เหลือระยะห่างจากทางโค้งอีกแค่สองก้าว จู่ ๆ เขาก็หยุดเดิน
แผ่นหลังของเขาเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา ภายในใจของเขาสั่งให้ก้าวขา แต่ร่างกายของเขากลับไม่สามารถทำอะไรได้
ร่างกายของเขากำลังกระซิบเตือนถึงอะไรบางอย่างที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่
ชั่วร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ?
เฉียนตัวตัวก้มมองขาตัวเองราวกับถูกอะไรบางอย่างหลอกจนชะงักงันอยู่กับที่ ร่างกายของเขาแข็งทื่อและไร้สติอย่างสมบูรณ์
ขยับสิวะ!
เฉียนตัวตัวกำหมัดแน่นและแหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบน
เขารู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ห่างจากเขาไม่ไกล และมันก็กำลังจ้องมองเขาอยู่บริเวณทางโค้งหักมุมของบันได
ดวงตาที่แสนเย็นชาทำให้ร่างของเขาแข็งทื่อราวกับถูกความเย็นจากน้ำแข็งห่อหุ้มรอบตัวไว้
ไม่ทันแล้วเหรอ?
เฉียนตัวตัวแอบรู้สึกโศกเศร้าภายในใจ ทั้ง ๆ ที่เขาเตรียมตัวไว้แล้วแท้ ๆ แต่กลับไม่มีโอกาสให้เขาได้กลายร่างได้ทันเวลา และเขากำลังยืนแข็งทื่อภายใต้การควบคุมของสิ่งที่กำลังจะปรากฏตัวขึ้น
“ตึก...ตึก...”
กำลังจะเดินลงมาแล้ว!
เฉียนตัวตัวถลึงตามองสิ่งที่กำลังเดินมาตรงทางโค้งหักศอกของบันได สิ่งสิ่งนั้นกำลังจะลงมาถึงตัวเขาแล้ว
“เจ้าอ้วน เกิดอะไรขึ้น?”
หลี่เหมยเห็นเฉียนตัวตัวหยุดชะงักไป เธอก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติจึงรีบตะโกนถาม
“ฉันขยับตัวไม่ได้ มันกำลังจะลงมาแล้ว”
“อะไรนะ ลงมาแล้ว?”
“พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ?”
เฉียนตัวตัวยังคงถลึงตามองไปด้านหน้าและไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามองพวกเขาที่ยืนอยู่ด้านล่าง
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าอย่างชัดเจนเต็มสองรูหู เป็นเสียงเท้าเหมือนกับเด็กที่กำลังกระโดดลงมาจากบันไดด้วยความซุกซน
“ได้ยินอะไร นายพูดบ้าอะไรของนายเนี่ยเจ้าอ้วน”
หลี่เหมยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ แต่เธอกลับไม่ได้ยินในสิ่งที่เฉียนตัวตัวพูด
ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าสิ่งประหลาดบางอย่างอยู่ตรงทางโค้งหักฉากตรงนั้น หมอนั่นมัวยืนพิรี้พิไรทำอะไรอยู่ที่นั่นอีก
หลี่เหมยพูดกับเฉียนตัวตัวด้วยความโกรธ
“มาแล้ว!”
เฉียนตัวตัวไม่ได้ตอบคำถามของหลี่เหมย เขาตอบกลับมาแค่สองพยางค์สั้น ๆ พร้อมกับเบิกตาโต
หัวของอะไรบางอย่างโผล่ออกมาให้เขาเห็นแล้ว
หัวของกระต่ายที่เพิ่งถูกตัดได้ไม่นาน หัวของมันเปียกชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงสด
ราวกับถูกใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านบนที่สูงโยนลงมา หลังจากนั้นก็เด้งลงมาตามขั้นบันไดทีละขั้น
บนขั้นบันไดแต่ละขั้นมีเลือดเปื้อนอยู่เป็นทางยาว
“ตึง!”
ตอนที่หัวของกระต่ายอยู่ห่างจากเฉียนตัวตัวอีกเพียงแค่สองขั้น หัวกระต่ายก็ดีดขึ้นจากพื้นอย่างแรงก่อนจะกระแทกลงบนบันไดขั้นที่เขายืนอยู่อย่างสุดแรง
เลือดสาดกระจายไปทั่วตัวเฉียนตัวตัว
เป็นเพราะเขาอยู่ใกล้กับมันระยะประชิด ดังนั้นเลือดจึงกระเด็นใส่หน้าของเขาด้วย
เลือดเหล่านั้นไหลซึมเข้าไปในปากของเขาพอดิบพอดี แม้ว่าจะไม่สามารถขยับตัวได้ แต่เขายังรู้สึกและรับรู้ทุกอย่าง
เลือดที่อยู่บนริมฝีปากของเขา ทำให้เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวที่ยากเกินกว่าจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้
ยังไม่ทันที่เฉียนตัวตัวจะมีเวลาได้แยกแยะถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
วินาทีต่อมาหัวกระต่ายตัวนั้นก็เด้งขึ้นจากพื้นอีกครั้ง
ช่างไร้เหตุและผลอย่างสิ้นเชิง ทั้ง ๆ ที่มันตกลงมาถึงด้านล่างและหยุดนิ่งไปราว ๆ 5 วินาทีแล้วแท้ ๆ
โดยปกติแล้วถ้าหากมีของตกลงมาจากด้านบนและหยุดนิ่งสนิท มันจะไม่สามารถเด้งกลับขึ้นมาได้อีก
แต่หัวของกระต่ายตัวนี้กลับเด้งกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง
มันเป็นเพียงแค่หัวของกระต่ายที่ถูกตัดขาดออกจากร่าง แต่มันกลับเด้งขึ้นมาอัตโนมัติราวกับยังสามารถรับรู้ทุกอย่างได้ปกติ
และมันก็กระโดดได้สูงมากด้วย
หัวกระต่ายลอยอยู่กลางอากาศ จากนั้นมันก็เตรียมตัวทุ่มลงบนศีรษะของเฉียนตัวตัวอย่างเต็มกำลัง
“เชี้ยเอ้ย!”
เมื่อเห็นดวงตาสีแดงโลหิตของหัวกระต่าย เฉียนตัวตัวก็รู้สึกได้ว่ามันยังมีชีวิตอยู่
เขาเห็นหัวของมันขยับใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เขาเริ่มเกิดความวิตกกังวลถึงขั้นสุดแล้ว
“ชิ้ง!”
ตอนที่เห็นว่าหัวกระต่ายกำลังจะทุ่มใส่ศีรษะของเฉียนตัวตัว เขาก็ได้แต่ปลงในใจว่าหายนะครั้งนี้คงยากเกินกว่าที่จะหนีเอาชีวิตรอดได้
เสียงดาบสายหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ
เฉียนตัวตัวได้ยินแค่เสียง และรู้สึกได้ถึงเสียงของลมที่พัดผ่านเข้ามา
วินาทีต่อมาเขาก็พบว่าหัวกระต่ายที่กำลังจะกระแทกเข้าใส่ศีรษะของตัวเอง ถูกใบมีดวายุผ่าจนแยกออกเป็นสองสั่น
“ตุบ! ตุบ!”
หัวของกระต่ายที่ถูกผ่าครึ่งออกเป็นสองส่วนกระแทกลงบนขั้นบันไดจนเกิดเสียงดังติดต่อกันสองครั้ง
“ฟู่!”
ตอนที่หัวของกระต่ายถูกผ่าครึ่ง เฉียนตัวตัวก็พบว่าตัวเองสามารถควบคุมร่างกายได้อีกครั้งแล้ว
เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อีกทั้งยังแอบปาดหน้าผากตัวเอง แต่กลับพบว่าไม่มีเหงื่อซึมอยู่บนนั้น
เขาหันกลับไปมองหลี่เหมยที่ยังอยู่ในท่าโจมตีด้วยดาบ
ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มที่ตื้นตันออกมา “ขอบใจนะเหมยเหมย ไม่ได้เธอช่วยฉันตายแน่ ๆ”
“เจ้าอ้วน เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หลี่เหมยเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ เฉียนตัวตัว จากนั้นก็ใช้ปลายดาบเขี่ยหัวของกระต่ายที่อยู่ข้าง ๆ
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อยู่ดี ๆ ร่างกายก็ขยับไม่ได้”
เฉียนตัวตัวยักไหล่ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงชะงักไปแบบนั้น
“ด้านนอกดูเหมือนหัวกระต่ายธรรมดา ๆ โดยทั่วไปเลยนะ”
เซี่ยฮุยย่อตัวลงข้าง ๆ หัวของกระต่ายที่ถูกผ่าครึ่ง จากนั้นก็ใช้ไม้เขี่ยหัวของมันเพื่อตรวจสอบ
“แต่ทุกคนดูนี่สิ...ทั้ง ๆ ที่เพิ่งถูกฆ่าไปแท้ ๆ แต่ด้านในของมันกลับเน่าเปื่อยได้อย่างรวดเร็ว”
เขาหักไม้ออกเป็นสองส่วน จากนั้นก็คีบหัวของกระต่ายขึ้นมา
“อี๋!”
เจี่ยปิงอวี่ถอยหลังออกไปหลายก้าวด้วยสีหน้ารังเกียจ และเธอก็อยู่ห่างจากของเหล่านี้มาโดยตลอด
หลี่เหมยแตกต่างจากผู้หญิงโดยทั่วไป เธอหันไปมองหัวของกระต่ายอีกซีกหนึ่ง จากนั้นก็ใช้ดาบในมือหั่นออกเป็นส่วน ๆ
“ไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว”
หลี่เหมยมองด้านในกะโหลกของมันก็พบว่าทุกอย่างแทบจะแห้งสนิท
ความสงสัยผุดขึ้นมาในหัว “แต่เมื่อกี้ยังมีเลือดอยู่เลยนะ ทำไมตอนนี้ถึงไม่มีล่ะ”
“น่าเสียดายเหมือนกันนะเนี่ย”
เฉียนตั๋วตั่วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองหัวของกระต่ายที่อยู่ในมือเซี่ยฮุย
เธอส่ายหน้าและพูด “ได้ยินมาว่าที่ภาคใต้มีอาหารชื่อว่า “หัวกระต่ายตุ๋นซอส” ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยด้วยล่ะ”
“เธอนี่เห็นแก่กินจริง ๆ เลยนะ”
หลี่เหมยเดินเข้ามาพร้อมกับยิ้ม “ตอนนี้พวกเรายังอยู่ในอันตราย แต่เธอกลับอยากกินหัวกระต่ายตุ๋นซอส เอาเป็นว่าออกไปจากที่นี่ได้เมื่อไหร่พี่สาวคนนี้จะเลี้ยงเมนูนี้เอง”
“พูดจริงนะ!”
เฉียนตั๋วตั่วมองหลี่เหมยด้วยความหวัง ดวงตากลมโตของเธอเป็นประกายด้วยความหวัง
“จริงสิ”
หลี่เหมยมองเธอ จากนั้นก็หันไปมองเซี่ยฮุยที่โยนหัวของกระต่ายลงไปกองอยู่ที่พื้น
เธอถาม “แล้วตอนนี้จะเอาไงกันต่อ? ฉันว่าสิ่งที่นายรู้สึกได้ต้องไม่ใช่แค่หัวกระต่ายตัวนี้แน่ ๆ”
“อื้อ”
เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขารู้สึกก่อนหน้านี้ เซี่ยฮุยก็พยักหน้าตอบรับกลับไป
“ตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกถึงสิ่งนั้นอยู่ และมันก็อยู่ด้านบนด้วย”
จากตำแหน่งที่เซี่ยฮุยชี้ บรรยากาศตึงเครียดจากตอนที่เฉียนตัวตัวแข็งทื่อไปก่อนหน้านี้ มันได้สร้างแรงกดดันมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว
“อันที่จริงพวกเราไม่ต้องขึ้นไปหรอก”
ทุกคนหันมามองเซี่ยฮุยด้วยความสงสัย
เขาหันไปพูดกับเฉียนตัวตัวว่า “ครั้งนี้นายกลายร่างแล้วเข้าไปทุบจุดนั้นได้เลย”
เซี่ยฮุยชี้ไปที่จุดหักมุมของบันไดที่อยู่ด้านบน
“นายหมายความว่า...”
เซี่ยฮุยพยักหน้าให้เจี่ยปิงอวี่ “ใช่แล้ว ในเมื่ออาจจะมีโอกาสที่จะถูกลอบโจมตีถ้าหากขึ้นไปด้านบน งั้นเราก็ไม่ต้องขึ้นไป”
“ในเมื่อมั่นใจได้ว่ารอบตัวของเราเป็นภาพมายา และเราก็ยังไม่รู้ตำแหน่งของตัวเองว่าอยู่ที่ไหน สิ่งเดียวที่เรารู้ก็คืออย่างน้อย ๆ บันไดเหล่านี้เป็นของจริง”
“ถ้าหากเราทำลายมันได้ สิ่งที่อยู่ด้านบนบันไดก็อาจจะได้รับผลกระทบและตกลงมาด้านล่าง”
“ถ้างั้น พวกเราก็ต้องเป็นคนบีบบังคับให้มันออกมา”
เฉียนตัวตัวพูดแทรกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน ฉันถนัดทุบทำลายบ้านอยู่แล้ว”
พูดจบเฉียนตัวตัวก็กลายร่างทันที
เพียงชั่วพริบตาเขาก็เปลี่ยนเป็นมังกรอ้วนตัวใหญ่
ร่างกายใหญ่โตของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปด้านบน ส่วนเซี่ยฮุยและคนอื่น ๆ ต่างก็พากันถอยหลังออกมาและมองดูผลงานของเฉียนตัวตัวอยู่ด้านล่าง
“ตึง! ตึง! ตึง!”
หางมังกรขนาดใหญ่ของเฉียนตัวตัวฟาดเข้าใส่บันไดติดต่อกันสามครั้ง จนเกิดเสียงปะทะดังกึกก้องไปทั่ว
หลังจากนั้นบันไดที่อยู่ด้านบนก็แตกเป็นผุยผงอีกทั้งยังถล่มลงมาอย่างฉับพลัน
ในเวลานี้เอง เฉียนตัวตัวก็กลับเข้าสู่ร่างเดิม ร่างอวบอ้วนของเขากระโดดลงมายืนอยู่ตรงทางเดินอย่างคล่องแคล่ว
“เป็นไง ผลงานฉันไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ”
เฉียนตัวตัวหันมาด้วยท่าทางภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง จากนั้นก็คุยโวโอ้อวดว่า “เรื่องทำลายข้าวของแบบนี้ ถ้าฉันถูกจัดเป็นอันดับสอง คงไม่มีใครกล้าครองตำแหน่งอันดับหนึ่งแล้วล่ะ”
“ใช่ ๆ ๆ ...”
“นี่...พวกเธออย่าทำเป็นตอบกลับแบบขอไปทีได้ไหม ฉันจะบอกอะไรให้นะ...”
“ชู่!”
หลี่เหมยถลึงตามองเขาอีกทั้งยังส่งเสียงให้เขาเงียบ จากนั้นสายตาของเธอก็มองไปทางฝั่งบันไดที่ถูกถล่มลงมาเมื่อสักครู่
เฉียนตัวตัวเงียบเสียง จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นราวกับลูกปิงปองที่กระทบลงบนพื้น และมันก็ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงอะไร?
เฉียนตัวตัวหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย เสียงที่เขาได้ยินเหมือนกับเสียงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
คงไม่ใช่...
เขาใจเต้นตึกตักอีกครั้ง สายตาของเขาหันไปถลึงตามองตามต้นตอของเสียงที่ใกล้เข้ามา
วินาทีต่อมาก็มีหัวของกระต่ายกลิ้งตกลงมาและกระแทกลงบนพื้นจนพื้นบันไดแยกออกจากกัน
หัวของกระต่ายกลิ้งลงมาเป็นจำนวนมากท่ามกลางสายตาของทุกคน
จำนวนของมันเยอะเกินกว่าที่จะนับได้
“ทุกคนระวัง”
เฉียนตัวตัวกลายร่างอีกครั้ง จากนั้นเขาก็แหงนมองหัวกระต่ายที่ตกลงมาจากเบื้องบน
“ถ้าหากปล่อยให้พวกมันขยับเข้ามาใกล้ พวกเราจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้”
อันที่จริงไม่ต้องรอให้เขาบอก ทุกคนก็เตรียมตัวเพื่อป้องกันไม่ให้หัวกระต่ายเหล่านั้นเข้ามาใกล้อยู่แล้ว
วินาทีนั้นแสงสว่างจากสกิลของแต่ละคนก็สว่างวาบขึ้น!