บทที่ 108
พันโทมนัสเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับไอซ์ฟัง ทุกๆรายละเอียดที่ไอซ์ได้รับรู้มันทำให้เขากำหมัดแน่นตลอดเวลา พวกผู้ก่อการร้ายมีเป้าหมายมุ่งตรงมาที่พวกเขาจริงๆ เพราะเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเทียนหลงทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้นไอซ์ก็ใจเย็นลงไปได้บ้าง เพราะว่าเหตุการณ์ต่างๆเริ่มจะคลี่คลายไปบ้างแล้ว“ผู้พัน!.. คุณคิดว่าตอนนี้ผมควรทำอย่างไร” ไอซ์กล่าวถามพร้อมกับกัดฟัน ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว พวกเขายังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร“ตอนนี้สถานการณ์ของเราเริ่มจะควบคุมได้แล้วหลายส่วนครับ ตอนนี้เกิดการปะทะหลายจุด แต่ดูเหมือนว่าจุดที่หนักที่สุดจะเป็นคฤหาสน์ของท่านวสิน ผมคิดว่าคุณควรจะมุ่งหน้าไปที่นั่น เพื่อสนับสนุนคุณนภัสสรนะครับ จากรายงานที่ผมได้รับ เธอกำลังพบกับฮันเตอร์มืออาชีพหลายสิบคนครับ” มนัสกล่าว“หึหึ.. พวกมันคงไม่รู้อะไรอีกหลายอย่างสินะ... ฮ่าๆ”ไอซ์ที่ได้ยินเขาถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พวกมันคิดผิดแล้วที่ไปหาเรื่องมีมี่อย่างนั้น ถึงแม้ว่าภายนอกของเธอจะดูเหมือนเด็กน้อยผู้อ่อนแอ แต่ใครจะไปรู้ถึงความโหดร้ายของเธอกัน สำหรับไอซ์แล้วมีมี่มีพลังไม่ต่างจากเขาในวันนั้น วันที่เขาฆ่ามอนสเตอร์เป็นผักเป็นปลา วันที่ดันเจี้ยนแตกครั้งแรกของโลก แม้ว่าประสิทธิภาพด้านอื่นๆจะไม่เท่ากันโดยสมบูรณ์ แต่ถ้าไม่จัดการเธอด้วยฮันเตอร์อย่างน้อยๆ 50 ชีวิตก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง“..พวกนั้นมากันเป็น 10-20 คนเชียวนะครับ ผมคิดว่า...” มนัสกล่าวด้วยความกังวลใจเล็กน้อย“คุณไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเธอเลย คุณอย่าได้หลงลืมไปว่าเธอคือลูกศิษย์เพียงคนเดียวของคุณเทียนหลง ผมรู้ความสามารถของเธอดี ตอนนี้นอกจากพวกผมแล้ว ก็ไม่มีใครในโลกนี้สามารถต่อกรเธอได้หรอกครับ เอาเป็นว่าผมคงต้องวางสายแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาทางผมเช่นกัน..” ไอซ์กล่าว“ผมจะรีบส่งคนไปตาม GPS เพื่อสนับสนุนโดยเร็วที่สุดครับ..” มนัสกล่าวอย่างร้อนรน“ไม่จำเป็น คุณไม่จำเป็นต้องส่งใครมา อีกไม่นานพวกมันก็ต้องตกตายกันทั้งหมด”ไอซ์กล่าวพร้อมกับกดวางสายในทันที เขามองพวกผู้ร้ายที่มีอยู่กันไม่ต่ำกว่า 30 คน และคนพวกนั้นเป็นฮันเตอร์ที่ดูแล้วเจนสนามรบเอามากๆ ไอซ์ไม่รู้ว่าพวกนั้นต้องการอะไร สิ่งที่เขารู้ในตอนนี้ก็คือพวกนี้กำลังตามหาตัวตนของเทียนหลง และเขาก็ไม่โง่พอที่จะออกไปสู้ในฐานะของเทียนหลง ครั้งนี้เขาจำเป็นต้องสู้ในฐานะอนุวัฒน์ ผู้แทนของคุณเทียนหลง“มัวร์.. มีคุณเกราะระดับ S เหลืออีกกี่ชุดเซต..”ไอซ์กล่าวถาม และได้คำตอบในทันควัน ไอซ์ไม่รอช้ารีบสั่งการติดตั้งชุดเกราะจักรพรรดิแห่งแสงในทันที มันเป็นชุดเซตที่มีปีกคล้ายๆกับทูตสวรรค์ในนิยายหลายเรื่อง ซึ่งมันก็สวยงามมาก อาวุธที่ไอซ์เลือกใช้มันคือกระบองสีทองสง่างาม ในตอนนี้ออร่าของเขาไม่ต่างอะไรกับเทพสวรรค์ลงมาบนโลกด้วยตัวเองเลย เขาจ้องมองจิกตาไปที่เหล่าฮันเตอร์พวกนั้น ราวกับอยากจะฆ่าพวกมันให้ตายไปทั้งหมด“เอ้!! ก็ไม่ผิดคาดเท่าไร ยังไงคนที่จะมาเป็นตัวแทนของเทียนหลงได้ ก็คงจะพอมีฝีมืออยู่บ้าง..” ชายฮันเตอร์คนหนึ่งกล่าวทักทายกับไอซ์ ใบหน้าของมันช่างกวนบาทาของไอซ์ซะเหลือเกิน แต่ไอซ์ก็ต้องอดทนเอาไว้ก่อน เพราะเขาอยากจะรู้ว่าพวกมันต้องการอะไรกันแน่ที่ทำอย่างนี้“พวกแกต้องการอะไร.. ขอแนะนำให้เลือกตอบจะดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายกับพวกแกเลย” ไอซ์กล่าวด้วยคำพูดกดดันให้อีกฝ่ายยอมพูด แต่มีหรือที่พวกมันจะยอมทำตามที่ไอซ์เอ่ยกล่าว“พวกข้ามีกันกว่า 30 คน และแต่ละคนก็เป็นฮันเตอร์ที่มีชื่อทั้งใน และต่างประเทศ แกคิดว่าแกคนเดียวจะทำอะ...ไร...ได้..” ชายอีกคนกล่าวขึ้นมาย้ำเตือน เพื่อตอกย้ำกับไอซ์ แต่ยังไม่ทันที่เขาคนนั้นจะได้กล่าวอะไรให้มันมากมาย แสงเลเซอร์ที่มันสว่างเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น พุ่งเข้าโจมตีที่หัวของเขาแล้ว และชายคนนั้นได้ตายสนิทคาที่ทั้งๆที่ยังไม่ทันได้ทันทำอะไรเลย“ใครกล่าวอะไรไร้สาระก็ตายไปก่อนเลยละกัน... ต่อไปตาแกคนนั้น พวกแกต้องการอะไร..” ไอซ์กล่าว และเหล่าฮันเตอร์นั้นเองก็เริ่มหยิบอาวุธของตัวเองขึ้นมาเตรียมต่อสู้ การโจมตีเมื่อสักครู่ไม่ว่าใครโดนก็ต้องตายกันทั้งนั้น พวกเขาจะต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ บรรยากาศตอนนี้ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียง สมาธิเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องมี“ไม่พูดอะไรก็ตายเหมือนกัน..” สิ้นสุดเสียงของไอซ์ เลเซอร์ที่เหมือนกับเมื่อสักครู่นี้ก็พุ่งเข้าโจมตีใส่ชายคนที่ไอซ์กล่าวถาม และเขาคนนั้นก็ไม่ทันที่จะหลบแต่อย่างใด แน่นอนว่าเขาตายไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับชายคนแรก“พวกเรามีเยอะกว่า โจมตีพร้อมกันเลย เจ้าแสงเลเซอร์นั้นมันน่าจะมีเงื่อนไขเวลาอยู่ ยิงพร้อมกันคงจะเป็นไปไม่ได้ ..” ชายคนเดิมคนแรกกล่าวสั่งการออกมาในทันที เขาที่เป็นฮันเตอร์เหมือนกันนั้นย่อมรู้ดีถึงการดีเลย์ของสกิล หรือการชาร์จพลังของสกิลนั้นมันต้องมีเวลาเป็นตัวแปรสำคัญ เขาเชื่อว่าชายตรงหน้าเพียงแค่เล่นเกมจิตวิทยาเพื่อให้พวกเขากลัว และปกปิดจุดอ่อนของสกิลตัวเอง เหล่าฮันเตอร์ที่ได้ยินคำสั่ง และเหตุผล พวกเขาก็พยักหน้าให้แก่กัน จากนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีไปยังชายที่เป็นเป้าหมายเดียวของพวกเขา แต่พวกเขาเหมือนจะสังหรณ์ใจแปลกๆ เพียงเพราะเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่าย แค่เสี้ยววินาทีที่พวกเขาคิดอย่างนั้น แสงจำนวนมหาศาลเปล่งออกมาจากกระบองคู่นั้น และพุ่งออกไปคนละทิศละทาง“พวกแกคิดผิดแล้วล่ะ พวกแกคิดจริงๆเหรอว่าการเป็นตัวแทนของฮันเตอร์อันดับหนึ่งจะไก่กาปลากระป๋อง..” ไอซ์กล่าว และใช้ดวงตาคู่นั้นของตัวเองมองไปยังการโจมตีนี้ แสงเลเซอร์พุ่งตรงไปหาพวกผู้ก่อร้ายทุกคนอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกเขาจะทำการหลบหลีกแล้ว แต่เลเซอร์ตัวนั้นมันก็ติดตามพวกมันไปทุกที่ อ้ากกกกกก! ช่วยด้วยยย! ขาข้า! ไม่นะ! เสียงร้องจากทั่วทุกสารทิศดังขึ้น เป้าหมายส่วนใหญ่จะถูกเจาะเข้าที่กะโหลก แต่ก็มีบางคนถูกยิงไปที่ขา แน่นอนว่าไอซ์จงใจเล็งจุดพวกนั้น เพราะถ้าหากว่าพวกมันตายกันหมด เขาจะเอาข้อมูลมาจากที่ไหน“ตอนนี้ก็เหลือแค่พวกแก 5 คนเท่านั้น ฉันจะนับถอยหลัง 5 วินาที ถ้ายังไม่มีใครพูดในสิ่งที่ฉันอยากรู้ พวกแกก็จะตายไปทีละคนสองคน เอาล่ะ.. 5... 4... 3... 2... 1... แน่ใจนะว่าจะไม่พูดอะไร.. ดี! 0” ไอซ์กล่าว และนับเลขถอยหลังตามที่เขาได้พูดเอาไว้ แม้จะย้ำเตือนไปแล้วก็ตาม แต่พวกมันก็ไม่พูดอะไรออกมาเลยแสงเลเซอร์ค่อยๆปรากฏขึ้น และยิงมันออกไปแบบสุ่มคน คนที่โดนการโจมตีนี้เข้าไปไม่มีใครรอด คนที่เหลืออยู่อีก 4 คนได้แต่สิ้นหวัง พวกเขานึกคิดขึ้นภายในจิตใจถึงตอนที่รับงานนี้มา แม้ว่าจะได้รับเงินจำนวนมหาศาล แต่ต้องมาเสียชีวิตแบบนี้ มันจะไปคุ้มได้ยังไงกัน“5... 4... 3...” ไอซ์เมื่อทำการโจมตีเสร็จก็เริ่มนับขึ้นมาอีกครั้ง แต่เมื่อเขานับถึงเลขสามก็เริ่มมีคนกลัวขึ้นมาจับใจ เขาคนนั้นรีบพูดออกมาเพื่อต่อรอง “เดี๋ยว! ฉันจะพูด ฉันจะบอกทุกอย่างแล้ว แต่คุณสัญญาได้ไหมว่าจะปล่อยพวกเราไป..” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมา ส่วนไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา เขายักไหล่ของตัวเองเล็กน้อย“ก็ลองพูดออกมาก่อนสิ ถ้ามันเป็นประโยชน์จริงๆ ฉันสัญญาว่าจะปล่อยพวกแกไป” ไอซ์กล่าวอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่แล้วในจังหวะที่ผู้ก่อการร้ายทั้งสี่คนกำลังจะเปิดปากพูดเรื่องราวต่างๆออกมานั้น ปังงงง! ปังงงง! ปังงงง! ปังงงง! เสียงปืนก็ดังออกมาจากระยะไกล และกว่าที่เสียงนั้นจะวิ่งเข้ามาที่หูของพวกเขา กระสุนเหล่านั้นก็เจาะกะโหลกของพวกมันทั้งสี่คน และแน่นอนว่าพวกมันตายสนิทคาที่