มุ๋เซียนหลับลึกจริงๆอาจเป็เพราลมปราณเมฆม่วงควบคุมลมปราณที่แข็งกราวของคุลลุนได้โดยสมบูรณ์จนแปรเปลียนเป็ลมปราณอ่อนเหนียวและยืดหยุ่น กอบกับการเมามายวันนี้มันหลับจนพระอาทิตย์ตกดิน
การตืนจากหลับใหลของมัน สร้างความตืนตระหนกจนไม่อยากจะเชื่อ !
เกาหลิน นั้งหลังตรงบนเก้าอี้รับรอง แม้นจะผ่านไปครึ้งชั่วยาม ใบหน้าที่ขาวซีดยังเรียบเฉย มีครั้งเดียวที่มุมปากของนางกระตุกเล็กน้อย ยามหันไปเจอภาพเขียนที่แขวไว้
" คุณธรรมค้ำจุนโลก..... "
"ขออภัย กู่เหนียงท่านนี้ต้องรอนาน วันนี้ที่บ้านยุ่งจริงๆ "
หญิงสาว กล่าวว่ากับบ่าวรับใช้ ว่า
" เ้านายของท่านอ่านจดหมายข้าฯหรือไม่ "
" เรียนกู่เหนีง นายท่านทราบแล้ว สั่งบ่าวให้มาบอกท่านว่า เวลานี้งานยุ่งมาก ตอนเย็นจะมาพบท่าน และสั่งให้บ่าวพาท่านไปพักผ่อนก่อน "
หญิงสาวแม้นจะใจร้อน..ได้แต่เดินตามมันไปหลังบ้าน อย่างน้อยนางก็เดินมาครึ่งทางแล้ว !
ฟ้าเริ่มดับแสง เกาหลินยังนั้งอยู่บนเตียง บ้านหลังน้อยติดป่าไผ่ แม้นจะเรียบง่ายแต่ยังดูหรูหรากว่ากระท่อมริมหน้าฝาที่นางอยู่ มือขาวซีดของนางลูปคล้ำจดหมายในอกเสื้อ ก่อนจะออกจากบ้าน มารดากำชับว่าต้องถึงมือ เ้าบ้านหนิงหลง
มารดานางล้มป่วยมาหลายปีแล้ว ความ้าของมารดาคือให้หนิงหวังฟางยอมรับนางเป็บุตรี เสียด้ายยุกสมัยแปรเปลียนบุตรธิดาไม่ค่อยเชื่อฟังบิดามารดา เกาหลินไม่้าบิดา ! ถึงขนาดไม่ยอมรับหนิงหวังฟางเป็บิดา
ก่อนเดินทางมานางเขียนจดหมายอีกฉบับ ใจความ มารดา้าพบมันเป็ครั้งสุดท้าย.. อยากรู้ว่าคนใจดำผู้นี้ยังมีหัวใจหรือไม่ ?
ก้อกๆๆ "
" แม่นางเกา อาหารเย็นมาแล้ว "
บ่าวหน้าเดิม วางถาดอาหารบนโต้ะ
" มัน..ท่านเ้าบ้านให้เราเข้าพบได้หรือยัง ? "
นางขยับกายลุกขึ้น
"ได้แล้วๆ ท่านทานให้อิ่มสักครู่จะมีคนมาพาท่านไปเอง ท่านวางใจ "
หญิงสาวรู้สึกตืนเต้นขึ้มมา แม้จะรังเกียจแต่ก็อยากเห็นผู้ที่ให้กำเนิด หากพบหน้าจะพูดคุยดีๆ บางที่มารดาอาจจะได้เห็นมันเป็ครั้งสุดท้าย !
แสงสุดท้ายของตะวันลับหาย
แสงจากโคมดวงน้อยเข้าแทนที่่..
เวลานี้ ซิงหยวนความจริงสมควรอยู่ในห้อง แต่ความเบือหน่ายกับการฟังคำสั่งสอนของอาจารย์ทั้งวันมันสุดทนจริงๆ สองวันมานี้ นอกจากอาจารย์และศิษย์พี่ ก็มีมู่เซียนที่พูดคุยกับนาง แม้ไม่ชอบสายตาที่มันชอบมองศิษย์พี่ของนาง แต่ก็เกิดความสนุกสนานยามได้พูดคุยกับมัน ตอนนี้นางอยากรู้ว่าเพราะเหตุใดมันถึงหลับั้แ่เช้าจนมืดค่ำ เท้าพานางมาหน้าประตูห้อง มือยังไม่ทันเคาะ สายตากลับไปมองเห็น คนสามคนยืนรอบ่าวรับใช้ที่เดินออกมาจากห้องถัดไป ส่งสัญญามือไปมา คนผู้หนึ่งเดินออกมาส่ายสายตาคล้ายดูต้นทาง ดีที่นางขยับเข้ามุมเสาแอบมองอย่างสงสัย เห็นคนผู้นั้นเดินมาใกล้จึงพลิ้วกายเปิดประตูหลบได้อย่างหวุดหวิด..
เสียงเท้าเดินออกห่าง หญิงสาวขยับตัวเข้าชิดหน้าต่างแอบมองดูอย่างสนใจ
มู่เซียนนอนเต็มอิ่มจริงๆ ความรู้สึกสุขสบาย เส้นลมปราณหลายพันหมื่นในร่างกายเคลือนใหลเป็ธรรมชาติ โดยไม่ต้องเกร็งกำลังจากท้องน้อย..มันรู้สึกเตือนเต้นดีใจ
เสียงขยับของบานประตูมันก็ลืมตาแล้ว สิ่งแรกที่มันเห็นคือก้นกลมกลึงที่พาดกับขอบโต้ะ แค่มองเห็นมันก็รู้ว่าเป็ของผู้ใด อดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ ศิษย์ง้อไป้ผู้นี้ช่างซุกซนคล้ายกับม่วยม่วยของมัน ดูเหมือนคงมีเื่น่าสนใจไม่น้อย ขนาดมันลุกมายืนข้างๆ นางยังไม่รู้ตัว
มู่เซียนมองตามเห็นชายสองสามคนยืนหลบอยู่หน้าบ้านหลังสุดท้าย จึงสะกิดที่เอวนางเบาๆ
ซิงหยวนหันมาใอ้าปาก มือหยาบใหญ่กลับปิดไว้ ข้างหูได้ยินมันถามว่า
"มีเื่อันใด ? "
นางรู้สึกคันยุบยับขึ้นมาทันใดที่ข้างหู กลืนน้ำลาย เล่าสิ่งที่เห็นให้มันฟัง
" สองคนเข้าไปในบ้านแล้ว "
นางร้องเบาๆ มู่เซียนขยับเข้าใกล้หน้าต่าง กลิ่นกายของสาวพรหมจารี ส่งคว่ามหอมให้มันต้องสูดดม
.....อืม..ยังไม่โตเต็มสาวไฉนหอมยิ่งนัก..
" เราเคยเห็นพวกมัน เป็คนของคุณชายใหญ่ "
มู่เซียนกล่าวข้างหู นางถีงกับขนแขนลุกเกรียว ไม่นาน คนทั้งสองเดินออกมา คนหนึ่งคล้ายแบกถุงผ้าใบใหญ่ผ่าดบ่า หายไปในป่าไผ่
"คน. !ใช่คนหรือไม่ ? "
เสียงถามอย่างตืนเต้นของนาง
"น่าจะ "
"นี่เื่อะไรกัน ?"
มู่เซียนตอบไม่ได้และไม่อยากตอบ.. มันมาจากตระกูลใหญ่ รู้ดีว่ามีเื่เทาดำ(เรืองเลวๆ )ที่ตระกูลใหญ่อย่างพวกมันจำต้องกระทำ คิดเกลียกล่อมให้แม่นางน้อยอย่าได้ไส่ใจ นางก็พลิกตัวออกหน้าต่าง แอบตามคนทั้งสาม ตัวมันได้แต่คว้ากระบี่ ออกตามไป
มันมิใช่เป็ห่วงนาง แต่กังวลว่าเื่ราวดำมืดในบ้านหลังนี้จะถูกเปิดโป่งโดยไม่ตั่งใจด้วยเด็กสาวคนหนึ่ง มันไม่อยากให้บ้านคุณธรรมแห่งนี้บากหมางกับสำนักใหญ่อย่างง้อไป้ มันเรียกพี่เรียกน้องกับหนิงจง ไม่้าให้สหายรักต้องอับอาย
.. สตรีของง้อไป้ไม่เคยไว้หน้าผู้ใด !
เกาหลินมารู้ว่าถูกวางยาก็สายไป ก่อนที่ชายสองคนบุกเข้ามา นางก็ล้มลงสูญสิ้นเรียวแรง แม้จะเอ่ยปากยังทำไม่ได้ นางมิใช้คนโง่ ตอนนี้นางรู้แล้ว บิดาของนางเป็เช่นไร รู้แล้วว่าทำไมมารดาถึงไม่ได้อยู่ที่นี้..
คนที่มือสะอาดถือคุณธรรม..
มีภรรยาเป็นางโจร
..ได้อย่างไรกัน..
เกาหลินถูกวางในหลุมที่ขุดไว้นี้เป็การวางแผนอย่างรอบครอง ความเ็ปในกระเพาะและลำไส้ยังไม่เท่าความเจ็บแค้นต่อโชคชะตา ความตายใกล้มาเยือน เสืยด้ายที่ไม่มีโอกาสถ่อมน้ำลายไส่หน้าบิดา..
ชายสามคนไม่สนทนากันเลย หยิบจอบเสียม ตักดินลงหลุม คล้ายทำเป็เื่ปกติ ตักไม่กี่จอบ ชิงหยวนก็ปรากฎกายข้างหลุม กล่าวกับพวกมันว่า
" เรารู้จักนาง "
ชายทั้งสามมองผู้มาใหม่ หันหน้ามองกัน ต่างทิ้งจอบเสียม ชักมีดข้างเอวสาวเท้าเข้าหาเด็กสาว จนถึงขณะนี้พวกมันยังไม่พูดจา.
คนหนึ่งแทง..คนสองแทง...คนสามตามติด !
นึกถึงง้อไป้ต้องนึกถึง เพลงกระบี่สาวหยก ..กระบี่อิ้งฟ้า !
เสียด้ายที่ชิงหยวนไม่ได้พกกระบี่ !
มีดสามเล่มถึงตัว ชิงหยวนร้องเบาๆ ปิดกายเบียงข้าง สลับเท้าหลบหลีกมีดสามเล่ม
เสียง ติง..ติง..ติ่ง..ดังถี่ยิบ
มือสองข้างของนางก็เพื่มด้วยมีดสันคู่หนึ่ง ร่างอ้อนแอนร่ายรำมีดสันได้สวยงาม เสียด้ายที่ชายทั้งสามก็ไม่ใช้บ่าวรับใช้ธรรมดา ช่วยกันรุกไล่จนหาช่องว่างเจอ คนผู้หนึ่งพลิกกายมาด้านหลังนาง พลิกข้อมือแทงเข้ากลางหลัง
หญิงสาวตระหนกไม่น้อยคิดขยับเท้าหลบ มีดสองเล่มแทงดักทางถอยไว้
พลัน ! ได้ยินเสียงมู่เซียนกล่าว่า
"ขยับซ้าย "
นางบิดเอวเล็กน้อย ปลายกระบี่สีเทาม่นแทงออกมาจากต้นไผ่สอดข้างเอวที่คอดกิ่วของนาง ชายที่แทงด้านหลังนางล้มฮวบ เสียงเืพุ่งออกจากอกดังจนได้ยินถนัด
สภาวะของกระบี่ยังไม่หมดสิ้น เท้าที่สืบต่อ ข้อมือที่วาดกระบี่พาปลายที่แหลมคมเข้าหาชายตรงหน้า
เสียงติงตัง สองสามครั้ง ชายคนที่สองล้มลงอีกคน ! กระบี่ในมือมู่เซียนหันกลับมาหาชายคนที่สาม มีดสันของชิงหยวนแทงเข้าท้องล้มลงไป เืทะลักออกจากท้องน้อย หญิงสาวไม่เคยฆ่าคนได้แต่ยืนมอง แต่กระบี่ในมือมู่เซียนยังแทงเข้าอกซ้าย สิ้นใจในบัดดล นี้เป็การฆ่าคนปิดปากครั้งแรกของมัน
ชิงหยวนเห็นฝีมือการฆ่าคนของมันต้องอึงมองมันอย่างคนแปลกหน้า..
" ท่านเป็ผู้ใดกัน "
หญิงสาวก้าวถอย มองมันอย่างแปลกใจ
" ท่านจะไม่ดูนางก็หรือ "
มันปักกระบี่ข้างหลุม แสงเดือนส่องในหน้าขาวซีดของเกาหลิน ฟองเืก้อนใหญ่ทะลักออกปาก เสียงครืดคราดในลำคอ
" นางคงไม่รอด "
ตาที่เหลือกค้างของนาง มันต้องถอนใจ ชีวิตนางใกล้จากไปแล้ว มองเห็นกระดาษในอกเสื้อ คิดจะหยิบ แต่หญิงสาวข้างกายมือไวกว่า ชิงหยวนยืนขี้นมองนาง แล้วกล่าวกับมัน
" ส่งนางไปเถอะดูจะทรมานนัก " มันกลับส่ายหน้า
" ข้าฯ ไม่ชอบฆ่าคน ยิ่งเป็สตรี แถมเป็สตรีที่น่าเวทนาเช่นนี้ "
นางได้ฟังก็นิ่งไป มู่เซียนลุกขึ้นยืน ส่ายหน้า หันหลังจากมา
" ไปจากนี้เถอะ "
นางร้องเบาๆว่า
"นางเรา ?"
" ท่านเมือสงสารก็ลงมือเถอะ ท่านเป็สตรีด้วยกันบางที่อาจทำใจได้ "
มู่เซียนเห็นนางเดินตามมา เมือนางพูดเบาๆต้องถอนใจ "ข้าฯ ก็ไม่ชอบฆ่าคน ! "
"ดีแล้ว ..ช๊วิตคนมีคุณค่ายิ่ง "
"แต่อึดใจเดียว ท่านสังหารไปสามศพ. ! "
" ข้าฯคิดฆ่าคนปิดปาก "
หญิงสาวทวนคำ ฉงักเท้าถอยห่าง มันคล้ายไม่เห็น ยังกล่าวว่า
" เื่ที่ท่านสอดมือ ไม่รู้ว่าในอนาคตจะกลายเป็เื่ใหญ่โตหรือไม่ ทางที่ดี อย่าให้สาวถึงตัวท่าน "
มู่เซียนเห็นนางเดินเข้าห้องมาด้วย ต้องถามว่า
"ท่านยังไม่กลับอีกหรือ ? "
แต่ชิงหยวนกลับสั่งว่า
"จุดตะเกียง เรา้าดูจดหมาย "
มันได้แต่ทำตาม
ตัวหนังสือไม่กี่ตัว แต่เนื้อความในจดหมาย ทำให้ทั้งสองต้องอึ่งไปครู่ใหญ่ ที่แท้เป็จดหนายของภรรยานอกสำรส เขียน แนะนำสามีให้รู้จักบุตรี..!
ในโลกใบนี้ มีจดหมาย... มีเื่ราวน้ำเน่า แบบนี้มากมาย ไม่น่าแปลกใจ..
แต่ว่าทำไม...นางต้องถูกลอบฆ่า...
แสงตะเกียนสาด ใบหน้าสวยคมคายของชิงหยวน ขนตางอนยาวกระพริบเล็กน้อยตาจ้องมองมู่เซียนที่ใช้ฝ่ามือทั้งสองถูหน้าแรงๆ กล่าวถามกับมันว่า
" แม่นางเกา เป็ลูกสาวหนิงจึ่งจูจริงหรือ ? "
"เราไม่ทราบ "
"เป็ผู้ใด้าฆ่านาง ? บิดานางหรือ ? "
"เราไม่ทราบ "
"หรือว่าคุณชายใหญ่ใช่แล้ว!ท่าบอกว่าบ่าวทั้งสามเป็ของมัน "
" ท่านอย่าเดาวุ่นวายไป "
มันฝืนยิ้ม ห้ามปรามนาง
" เช่นนี้เถอะพรุ่งนี้เช้าเราจะไปถามเื่นี้ต่อคุณชายจง " "เื่นี้ท่านต้องเก็บเป็ความลับ เื่ที่ไม่กระจ่างเช่นนี้ ต้องรอถามกับท่านลุงหนิงแล้ว ตอนนี้ท่านกลับไปที่ห้อง ไม่แน่อาจารย์ท่านคงออกตามหาวุนวายแล้วกระมัง เช้าค่อยออกไปกับเรา "
" ได้..ตามนั้น.. ท่านอย่าตืนสาย "