เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธการเชิญอย่างอบอุ่นของเฉินหงแต่อย่างใด เพียงพยักหน้าน้อย ๆ และหันไปมองนายอำเภอหม่าในชุดขุนนางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ท่านนี้คงเป็นายอำเภอหม่ากระมัง?”
นายอำเภอหม่าดีใจอย่างมาก ตอบกลับอย่างละล่ำละลัก “ใช่ ๆ ๆ ใช่ขอรับ...ผู้น้อยเป็นายอำเภอของตำบลอวิ๋นหลัว หม่ารุ่ย คารวะผู้าุโขอรับ!”
เดิมคิดว่าขุนนางตัวเล็ก ๆ เช่นตนคงไม่อยู่ในสายตาของผู้าุโเป็แน่ แต่คิดไม่ถึงว่านางจะรู้จักเขาด้วย!
เป็เื่ดี!
เป็เื่ดีจริง ๆ!
เฉินเหมียวเหมี่ยวแอบหัวเราะเยาะในใจ พลางเอ่ยขึ้น “ได้ยินว่านายอำเภอหม่ามีบุตรชายคนหนึ่ง และเป็คนที่โดดเด่นมาก”
นายอำเภอหม่าดีใจจนยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะกวักมือเรียกคนที่อยู่ทางด้านหลังของตน “มิกล้า ๆ อวี่เอ๋อร์ ยังไม่รีบเข้ามาคารวะผู้าุโอีก อวี่เอ๋อร์?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวมองตามสายตาของนายอำเภอหม่าไป เห็นบุรุษสวมชุดสีเขียวอ่อนผู้หนึ่ง ใต้ตาของเขามีรอยช้ำ รูปร่างผ่ายผอมเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าคือสภาพของลูกผู้ดีที่เอาแต่เสเพลไปวัน ๆ แต่เครื่องหน้าโดยรวมนับว่าหล่อเหลา โดยเฉพาะั์ตาหงส์คู่นั้น ดูงดงามไม่น้อยเลยทีเดียว
หม่าจิ๋งอวี่ในเวลานี้กำลังจับจ้องเฉินเหมียวเหมี่ยวอย่างไม่ละสายตา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกปนหลงใหล เขาได้แต่นิ่งงัน ไม่แม้แต่จะทำความเคารพด้วยซ้ำ
“อวี่เอ๋อร์ ห้ามเสียมารยาท!”
นายอำเภอหม่ารู้ว่าอาการบ้าตัณหาของบุตรชายกำเริบอีกแล้ว เขาตกตะลึงจนเกือบจะทรุดลงไปคุกเข่าบนพื้น!
เ้าเด็กบ้านี่ นางเป็ถึงผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิดเชียวนะ!
ยังกล้าใช้สายตาเช่นนี้มองนางอีก ไม่กลัวว่าจะทำให้นางไม่พอใจจนฆ่าพวกเขายกตระกูลหรืออย่างไร!?
ทว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวไม่ใส่ใจ นางเพียงหัวเราะให้เขาน้อย ๆ “ฮะฮะ คุณชายหม่าช่างสง่าผ่าเผยจริง ๆ ไม่เลว ไม่เลว”
นายอำเภอหม่าเหงื่อเย็นไหลอาบทั่วทั้งร่าง และรีบเอ่ยขึ้น “มิกล้า ๆ ผู้าุโกล่าวเกินไปแล้วขอรับ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวหัวเราะให้หม่าจิ๋งอวี่อีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เบนสายตาหนี
อย่าว่าแต่หม่าจิ๋งอวี่ที่ถูกเฉินเหมียวเหมี่ยวจ้องมองเลย แม้แต่คนที่รายล้อมอยู่ต่างก็รู้สึกว่า สายตาของเฉินเหมียวเหมี่ยวน่าดึงดูดยิ่งนัก เป็สายตาของผู้สูงส่งที่ไม่อาจดูิ่ได้ แต่กลับแฝงไปด้วยความงดงามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ชวนหลงใหล
หม่าจิ๋งอวี่จะทนได้อย่างไรกัน?
เมื่อถูกสายตาของเฉินเหมียวเหมี่ยวทำให้ร้อนรุ่มขึ้น ในใจคุณชายเสเพลก็รู้สึกคันยุบยิบไปหมด!
งาม!
ช่างงดงามยิ่งนัก!
หม่าจิ๋งอวี่ไม่เคยเจอสาวงามที่โดดเด่นเพียงนี้มาก่อน
อีกทั้งนางยังถามถึงเขา เอ่ยชมเขา ทั้งยังยิ้มให้เขา ที่สำคัญก็คือยิ้มให้ถึงสองครา!
หรือนี่หมายความว่าตัวเขาเข้าตาสาวงามผู้นี้แล้ว?
ดี ช่างดีจริง ๆ!
หม่าจิ๋งอวี่เป็บุตรชายของนายอำเภอ ย่อมรู้ว่ามีผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่มีพลังแข็งแกร่งไม่น้อยที่มักจะมองหาบุรุษหนุ่มใบหน้าหล่อเหลามาคอยปรนเปรอ
แม้เอ่ยออกไปแล้วจะไม่น่าฟังเท่าไรนัก แต่หากอีกฝ่ายเป็สาวงามที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เขาจะไม่ยินยอมได้อย่างไร?
เขายิ่งกว่ายินยอมเสียอีก!!!
หากไม่ใช่เพราะตรงนี้มีคนอยู่ด้วยมากมายละก็ เขาจะเสนอตัวให้นางเดี๋ยวนี้อย่างแน่นอน!
เฉินหงเห็นท่าทางของเฉินเหมียวเหมี่ยว ใจก็กระตุกทันที
บัดซบ เ้าเป็ถึงผู้าุโระดับแดนก่อกำเนิด หาก้าบุรุษข้าจะหาให้เอง เหตุใดเ้าถึงได้ชมชอบเศษสวะที่ไม่มีอะไรน่าชื่นชมเช่นนี้ได้?
เฉินหงไม่พอใจที่ถูกตระกูลหม่าแย่งความสนใจทั้งหมดไป จึงรีบเอ่ยขึ้น “ผู้าุโ ผู้าุโของเราได้ยินชื่อเสียงของท่าน จึงรอพบท่านอยู่ขอรับ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวได้ยินว่าผู้าุโของพวกเขารออยู่ ก็โยนเื่บุรุษทิ้งไปทันที จากนั้นเผยรอยยิ้มจริงใจมากขึ้น “ไหนเลยจะกล้าให้ปรมาจารย์เฉินรอนาน รบกวนผู้นำตระกูลเฉินนำทางไปได้เลย”
เฉินหงพลันเกิดความมั่นใจ เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เชิญด้านนี้ขอรับ นายอำเภอหม่า ท่านไม่ต้องตามมาก็ได้ เชิญท่านตามสบายเถอะ”
นายอำเภอหม่าถูกเฉินหงถลึงตาใส่ ในใจก็ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว และไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก ได้แต่พยักหน้ารับและคารวะส่งพวกเขา
หลังจากเฉินเหมียวเหมี่ยวไปกับคนตระกูลเฉินแล้ว ความเอิกเกริกที่นางนำมาสู่ตำบลอวิ๋นหลัวกลับยังไม่จางหายไป
ข่าวลือเกี่ยวกับผู้าุโชุดขาวแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จากหนึ่งเป็สิบ จากสิบเป็ร้อย!
ไม่ว่าจะเป็ ผู้าุโชุดขาวงดงามราวกับเทพธิดา มีอิทธิฤทธิ์ มือซ้ายทำให้หินกลายเป็ทอง มือขวาทำให้น้ำกลายเป็หยก เพียงประโยคเดียวสามารถทำให้คนรู้แจ้ง แต่นางกลับเป็พวกบ้าตัณหา มักมากไม่เลือก แม้แต่บุรุษขี้โรคก็ยังไม่เว้น
ทว่าเื่นี้ สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรชายแล้ว นี่ถือเป็ทางลัดที่พวกเขาจะได้ขึ้นเป็ผู้สูงส่งเลยทีเดียว!
พวกเขาไม่กลัวผู้าุโที่ฝักใฝ่ในกาม แต่กลัวแค่ว่า ผู้าุโจะสงวนท่าทีมากกว่า
หากผู้าุโยินยอม พวกเขาก็จะยอมเป็หนึ่งในบุรุษของผู้าุโ และจะอยู่อย่างสงบเสงี่ยม
แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงมากมายหลังจากที่ทราบข่าวนี้แล้ว ต่างก็ตีอกชกหัวด้วยความเสียใจที่ตนไม่ใช่บุรุษ ไม่เช่นนั้นพวกนางก็จะไปให้ผู้าุโชุดขาวได้ยลโฉมเช่นกัน ไม่แน่อาจได้รับการชี้แนะจากผู้าุโบ้างก็เป็ได้
เวลานี้เฉินเหมียวเหมี่ยวยังไม่รู้ว่าข่าวลือเ่าั้ส่งผลต่อตัวเอง เพราะเมื่อนางก้าวเข้าสู่ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวแล้ว ความทรงจำที่เลือนรางมากมายก็ค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้น
าแบนกายทั้ง ๆ ที่หายไปนานแล้ว แต่เฉินเหมียวเหมี่ยวกลับรู้สึกถึงความเ็ปและความหวาดกลัวที่แผ่ออกมาจากส่วนลึกของจิติญญา
นี่เป็อารมณ์และความรู้สึกที่เ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้...
นางกำลังหวาดกลัว
กลัวคุกที่ทรมานและทำให้นางเ็ปมานานหลายปีแห่งนี้
เฉินเหมียวเหมี่ยวลูบที่ตำแหน่งหัวใจของตัวเองเบา ๆ พลางพูดในใจ ‘ไม่ต้องกลัว เสี่ยวเหมียวเหมี่ยว สิ่งที่พวกเขาติดค้างเ้า ข้าจะเอาคืนให้เ้าเอง’
ราวกับคำปลอบโยนของเฉินเหมียวเหมี่ยวได้ผล อารมณ์ของเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวภายในร่างของนางค่อย ๆ สงบลง นี่ยิ่งทำให้เฉินเหมียวเหมี่ยวสงสารเ้าของร่างเดิมมากขึ้น นางช่างเป็เด็กที่เชื่อฟังยิ่งนัก
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดพวกเ้าก็มาแล้ว ข้ารอซะนานเลย!”
เสียงหัวเราะเป็มิตรเสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อเฉินเหมียวเหมี่ยวมองไปก็พบว่า คนที่เอ่ยประโยคเมื่อครู่คือชายชราผมและหนวดขาวโพลนผู้หนึ่ง ตัวของเขาตั้งตรง กระฉับกระเฉง และมีชีวิตชีวา เดินเข้ามาหานางด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม
คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือผู้าุโของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัว นักหลอมโอสถระดับสาม เฉินเหวิน
คนของตระกูลเฉินรีบเอ่ยด้วยความนอบน้อม “คารวะผู้าุโเฉิน!”
“คารวะผู้าุโ!”
“คารวะผู้าุโ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า” เฉินเหวินปัดมือไปมา ส่งสัญญาณให้ทุกคนถอยหลังไป และเป็ฝ่ายเดินเข้ามาตรงหน้าของเฉินเหมียวเหมี่ยว พลางเอ่ยอย่างเป็มิตร “สหายท่านนี้ ข้ามีนามว่าเฉินเหวิน เป็ผู้าุโของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัว ข้าชื่นชมในชื่อเสียงของท่าน การที่ท่านมาเยือนตระกูลของเราช่างเป็เกียรติอย่างยิ่ง!”
เมื่อเฉินเหวินเดินมาหยุดที่ข้างกายของเฉินเหมียวเหมี่ยว ในใจของเฉินเหมียวเหมี่ยวก็มั่นใจได้ทันที
นักหลอมโอสถระดับสามอะไรนั่นเป็เื่โกหก เขาหลอกลวงทุกคนได้อย่างแเี
เหตุผลที่นางดูออก ก็เพราะร่างของเขาไม่มีกลิ่นยาใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
ชาติก่อน หลังจากที่เฉินเหมียวเหมี่ยวฝึกศิลปะการต่อสู้โบราณ อาจารย์ก็ได้พานางไปรู้จักแพทย์มากมาย การที่พวกเขาสามารถไปถึงจุดสูงสุดในอาชีพได้ ใครบ้างที่ไม่เคยหมกมุ่นและฝึกฝนเป็เวลาหลายปี ต่อให้พวกเขาจะอยู่ห่างไปไกลสามลี้ นางก็ยังคงได้กลิ่นของยาต่าง ๆ จากกายของพวกเขา
ทว่าบนกายของเ้าเฒ่าผู้นี้ ไม่เพียงไม่มีกลิ่นยา ยังมีกลิ่นเหม็นจาง ๆ ของบางอย่างอีกด้วย
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่รู้ว่าพิรุธที่โจ่งแจ้งเช่นนี้ เหตุใดจึงยังสามารถตบตาเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่มีสายตาแหลมคมได้อีก แต่ตอนนี้นางสามารถยืนยันได้แล้วว่า เื่ของเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวต้องเกี่ยวข้องกับคนตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวอย่างแน่นอน!
สามปีก่อน หลังจากที่เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวหายตัวไป จู่ ๆ ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวก็มีนักหลอมโอสถระดับสามปรากฏตัวขึ้น และกลายเป็บุคคลที่ทุกคนต่างตามหา
หลังจากผ่านไปสามปี นางจะเป็คนเอาคืนแทนเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวเอง