ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 171 ตลาด

            “เป็นภัย? มีท่านอยู่ยังเป็นภัยอีกหรือ”

            เฝิงเทียนทำท่าทางเย่อหยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเห็นเฝิงเป่าเป่าโค้งกายคารวะเด็กเหล่านั้นเขาเกลียดคนที่ทำให้ตระกูลเฝิงของเขาต้องเสียหน้ายิ่งนัก

            “ข้าเอาชนะเขาไม่ได้ในสิบกระบวนท่าและคนเหล่านั้นที่เหลืออยู่ เพียงพอที่จะเอาชีวิตคุณชายด้วย”

            “อะไรนะที่เหลือ...”

            “ท่านหมายถึงเด็กกลุ่มนั้นหรือ”

            อู๋หมิงกล่าวเช่นนั้นออกมาทำให้เฝิงเทียนรู้สึกไม่ปลอดภัยนึกย้อนไปถึงพลังน่ากลัวของเริ่นเสี้ยวเทียนก่อนหน้านี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกเย็นวาบขึ้นมาเขามีพลังยุทธ์ขั้นราชันระดับสูงแล้ว หรือว่าเด็กคนนั้นก็มีพลังยุทธ์ขั้นราชัน

            “แม้แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นก็มีพลังยุทธ์ขั้นราชันเช่นกัน”

            คำของอู๋หมิงทำให้เฝิงเทียนนิ่งไปผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ จึงกล่าว“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ก็ต้องฆ่าทิ้งให้หมด”

            คำกล่าวโหดเหี้ยมเปี่ยมไปด้วยเจตจำนงสังหาร

             

            ในขณะเดียวกับที่เสิ่นเสวียนหายตัวไปความจริงเขาออกมาจากโรงเตี๊ยมแล้ว

            เขาใช้พลังมิติของผังเมืองซานเหอเคลื่อนที่ในระยะสั้นๆไม่ใช่เรื่องยาก

            เนื่องจากที่นี่เป็นเมืองที่รุ่งเรืองให้คนรู้ถึงร่องรอยของเขาน้อยสักหน่อยเป็นเรื่องที่ดี

            พลังมิติของผังเมืองซานเหอทำให้เขาหายตัวได้เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งก็อยู่ทางใต้ของเมืองชางฉงแล้ว

            เขตทางใต้เป็นสถานที่ที่ผู้ค้ารายย่อยในเมืองชางฉงมารวมตัวกันจึงมีจำนวนคนมากกว่าก่อนหน้านี้

            เสิ่นเสวียนยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของสี่แยกมองถนนที่ผู้คนสัญจรไปมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย

            นี่คือเมืองใหญ่แม้เป็นเพียงอาณาเขตทางใต้ กลับรุ่งเรืองยิ่งกว่าเมืองเสียเยว่หลายเท่าเทียบกันแล้วเมืองเสียเยว่เหมือนหมู่บ้านจริงๆ

            ทางแยกสองทางเบื้องหน้าของเขามีซุ้มประตูโบราณตั้งตระหง่านอยู่และด้านบนนั้นเขียนว่า ‘ตลาด’

            หากมองผ่านซุ้มประตูเข้าไปจะมีแผงขายของเรียงรายยาวไปไม่มีที่สิ้นสุดเรียกได้ว่าเป็นถนนศูนย์รวมการค้า

            เสิ่นเสวียนมองตลาดสองแห่งนี้พลางยิ้มน้อยๆจากนั้นก็เดินเข้าไปในถนนสายหนึ่ง

            ตอนนี้เขายังขาดของบางอย่างในตลาดมีของแปลกๆ และหายากอยู่เต็มไปหมด จะได้หาซื้อสิ่งของไว้ใช้ต่อไป

            เมื่อเข้าไปในตลาดถนนที่กว้างขวางกลับเล็กลงเนื่องจากผู้คนแออัด

            ถัดไปเล็กน้อยคือร้านค้าซึ่งมีทั้งร้านยาสมุนไพร ร้านศาสตราวิเศษ ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าและของใช้อย่างอื่น

            ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่จุดขายของตลาดจุดขายที่โดดเด่นที่สุดคือลานกว้างหน้าร้านเหล่านั้นซึ่งตอนนี้มีแผงขายของอยู่เต็มไปหมด บางส่วนตั้งแผงขายของเล็กๆ อยู่ตรงนั้นเบื้องหน้าวางขวดโหลอยู่หลายใบ หรือกระทั่งมีกรงวางอยู่และภายในกรงมีตัวอ่อนสัตว์วิเศษถูกขังไว้

            เสิ่นเสวียนเดินไปบนถนนใช้พลังจิตวิญญาณสัมผัสแผงขายของเหล่านั้นไปเรื่อยๆ ดูว่ามีของอะไรที่ใช้ได้บ้างส่วนร้านค้าไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไร นอกเสียจากว่ามีสิ่งของจำเป็นต้องใช้ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไป เพราะในนั้นเต็มไปด้วยคนมีความรู้ โอกาสแลกเปลี่ยนของล้ำค่าต่ำกว่าภายนอกมาก

            แผงขายของด้านนอกนี้ต่างหากที่จะหาของล้ำค่าได้ง่ายกว่า

            อย่างเช่นเสิ่นเสวียนที่หยุดเดินแล้วในตอนนี้

            เขาหันกลับไปมองชายชราสวมเสื้อผ้าขาดๆ คนหนึ่งกำลังตะโกนเรียกลูกค้าอยู่ทางซ้าย

            “เร่เข้ามาเร่เข้ามา สินค้าอย่างดีไม่มีหลอกลวง ราคาคุยกันได้”

            “ซื้อไปไม่เสียเปล่าแน่นอนหากไม่ซื้อไปอาจเสียใจได้ เร่เข้ามา เร่เข้ามา”

            ชายชราชุดขาดผู้นั้นมีวาจาลื่นไหลตาเฉี่ยวราวกับงู ขณะที่เรียกลูกค้าก็เห็นเสิ่นเสวียนเดินเข้ามาจึงมองเสิ่นเสวียนตาไม่กะพริบ

            “หนุ่มน้อยเข้ามาดูก่อนสิ ของดีทั้งนั้น”

            “รับรองว่าต้องทำกำไรให้เจ้าอย่างแน่นอนไม่มีทางเสียหายเด็ดขาด”

            เสิ่นเสวียนเดินเข้าไปและหยุดยืนอยู่ด้านหน้าแผงขายของของชายชราชุดขาดผู้นั้นพลางกล่าวด้วยท่าทางสนใจ “ทำให้ข้าได้กำไร แล้วเหตุใดถึงไม่ทำกำไรให้ตนเอง”

            “ข้า...ข้าอายุมากแล้ว ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ให้โอกาสคนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้าดีกว่า”

            อย่าได้ดูถูกชายชราชุดขาดเด็ดขาดพลังยุทธ์ของเขาไม่ได้ต่ำต้อย มีพลังสูงถึงขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดแล้วอยู่ในขั้นเดียวกับเสิ่นล่าง หากว่าเสิ่นล่างออกจากเมืองอวี่ฮว่ามาที่นี่อาจต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับชายชราชุดขาดผู้นี้

            บนแผงขายของของเขามีขวดวางอยู่สิบกว่าใบและยังมีร่องรอยดินเปื้อนอยู่ด้วย ไม่น่าดึงดูดใจเลยแม้แต่น้อย

            “ของเหล่านี้ล้วนเป็นของล้ำค่าใต้ดินเจ้ารู้ใช่ไหม” ชายชรากะพริบตาปริบๆ ให้เสิ่นเสวียน

            “อืมมาจากใต้ดินจริงๆ เหตุใดท่านถึงไม่ทำความสะอาดสักหน่อยทำให้น่าดึงดูดสักหน่อยคงขายได้บ้างแล้ว ไม่ต้องรอจนถึงตอนนี้หรอก”เสิ่นเสวียนหยิบขวดทรงสูงขึ้นมา เขาพิจารณาอย่างละเอียดพลางกล่าว

            นี่คือขวดใส่สุราใบหนึ่งอาจใส่สุราต่างกันไปในแต่ละยุค ยังมีพลังหลงเหลืออยู่ภายในขวดบ้างมองทีแรกจะเหมือนว่าเป็นพลังจากขวดราวกับของล้ำค่า

            “เจ้าช่างไม่รู้อะไรของจากใต้ดินยิ่งเก่ายิ่งมีค่า เห็นหรือเปล่า กระถางสามขาใบนี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติมีอายุมากกว่าห้าร้อยปีแล้ว ข้าขายราคาเพียงห้าหมื่นเหรียญทองเท่านั้น”

            “ห้าหมื่นเหรียญทอง?”

            เสิ่นเสวียนเกือบหัวเราะออกมาแล้วกระถางสามขาใบนั้นเป็นเพียงศาสตราวิเศษขั้นอเวจีเทียบระดับกันแล้วมีราคาเพียงสองพันเหรียญทองเท่านั้นหากว่าห้าหมื่นเหรียญทองไม่สู้ปล้นเลยดีกว่า

            “สิ่งนี้ท่านเก็บเอาไว้เถอะคนชัดเจนจะไม่กล่าวคลุมเครือ บอกราคาพวกนี้ให้ข้าดีกว่า”

            เสิ่นเสวียนกวาดตามองขวดเหล่านั้นพลางกล่าว

            “เอ๋?”

            ชายชราชุดขาดเงยหน้ามองเสิ่นเสวียนนี่เขาเจอกับคนตาบอดหรือไร ของผุพังไม่กลัว ตราบใดที่มีคนเห็นค่ามันก็คือของล้ำค่าแต่เขาเองก็ครุ่นคิด ครุ่นคิดว่าสิ่งที่เสิ่นเสวียนเห็นค่าคือสิ่งไหนเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อบอกราคาไปแล้วจะไม่ตกใจหนีไปเสียก่อน

            “เจ้าบอกมาเลยว่าอยากได้อันไหนข้าจะลดราคาให้เจ้าอีก”

            “ท่านค่อนข้างอัจฉริยะเลยทีเดียว!”

            เสิ่นเสวียนยิ้มออกมาแล้วชี้ไปยังสิงโตหินตัวหนึ่งพลางกล่าว “ข้าต้องการตัวนี้”

            สิงโตหินถูกแกะสลักได้อย่างงดงามแต่อาจเป็นเพราะกาลเวลาผ่านไปทำให้หูหักไปหนึ่งข้างและมีร่องรอยความเสียหายเต็มไปหมด ดูเหมือนของวางข้างสุสานธรรมดาๆ

            “อันนี้หรือ”

            ชายชราชุดขาดมองพิจารณาเสิ่นเสวียนเด็กคนนี้ดูมีอายุเพียงสิบกว่าปี ทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่งสิ่งที่เข้าตาเขาต้องมีมูลค่าสูงอย่างแน่นอน

            เขากัดฟันแล้วกล่าวจำนวนเงินออกไป

            “หนึ่งแสนเหรียญทองแล้วเอาไปได้เลย”

            “ลาก่อน”

            เสิ่นเสวียนได้ยินราคาแล้วมุมปากกระตุกเล็กน้อยจากนั้นจึงหันหลังเตรียมเดินจากไป

            ตาแก่นี่ร้ายกาจยิ่งนัก!

            ขายของไม่ได้มาสิบปีพอจะขายกะมีเงินใช้ไปสิบปีเลย!

            “เฮ้! เจ้าหนุ่มอย่าเพิ่งไป! คุยกันได้ๆ ราคาคุยกันได้น่า”

            พอเห็นเสิ่นเสวียนเดินไปเลยโดยไม่ลังเลทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าตนเองเปิดราคาสูงเกินไป

            “ท่านไม่ซื่อสัตย์เลย”

            เสิ่นเสวียนส่ายหัวแล้วเตรียมเดินออกไป

            ทั้งตัวเขามีเงินอยู่เพียงสี่หมื่นเหรียญทองย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นผู้นำตระกูลในเมืองอวี่ฮว่า เงินเท่านี้เรียกว่ามหาศาลแล้วสำหรับเมืองอวี่ฮว่าแต่ที่นี่กลับไม่พอใช้เสียอย่างนั้น ตอนนี้เขานึกถึงเงินที่เฝิงเป่าเป่าให้เขามาก่อนหน้านี้หากรู้อย่างนี้เขาคงแบ่งส่วนหนึ่งไว้กับตัวคงไม่ต้องตกใจเพราะราคาแสนเดียวแค่นี้หรอก

            “เจ้าหนุ่มเจ้าค่อนข้างมีรสนิยมที่ดี หากข้าลดราคาเจ้าอาจต้องเสียหน้าใช่ไหมล่ะ เอาแบบนี้ไหมข้าลดให้เลยครึ่งหนึ่ง ห้าหมื่นเหรียญทองเท่านั้นสำหรับเจ้าราคาครึ่งต่อครึ่งเลยนะ เจ้าว่าอย่างไร”

            “รับไว้ไม่ได้หรอกไม่ซื่อสัตย์”

            เสิ่นเสวียนกลอกตามองอีกฝ่ายในเมื่อเงินไม่พอเขาคงต้องเดินจากไป

            ของไม่ธรรมดาเลยทีเดียวภายในสิงโตหินตัวนั้นมีของบางอย่างอยู่ แต่คืออะไรเขายังไม่รู้

            “ช้าก่อนเจ้าหนุ่มเจ้าบอกราคามาได้เลย ถ้าข้ารับไหวข้าให้เจ้า” ชายชราปรายตามองพลางกล่าว

            “หนึ่งพันเหรียญทองถ้าขายให้ข้าก็เอาไปเลย”

            เสิ่นเสวียนเสนอราคาไป

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน