บทที่ 2 ผู้ฝึกสัตว์ชั้นยอด
‘ถ้าอยากเจ็บตัว ก็เข้ามา’
หลินฮ่าวยกเท้าขวาเหยียบข้อเท้าของอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเ็า การเหยียบนี้รุนแรงมาก
ปัก!
ขณะที่เขาเหยียบลงไป ก็มีเสียงกระดูกหักดังขึ้น
ข้อเท้าของผู้ช่วยพ่อครัวหัก เขาล้มลงกับพื้นพร้อมเสียงกรีดร้อง
ในตอนนี้ พ่อครัวร่างอ้วนและคนอื่น ๆ ต่างจ้องมองที่หลินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ
เขามองเห็นหรือ?
เป็ไปไม่ได้!
พวกเขารู้จักลูกเขยใหญ่ของตระกูลจ้าวเป็อย่างดี
"ว่ากันว่าทักษะการฟังของคนตาบอดยอดเยี่ยมมาก เขาคงได้ยินอะไรบางอย่างและรู้ว่ามีใครบางคนกำลังขวางอยู่ข้างหน้า"
พ่อครัวร่างอ้วนขมวดคิ้ว ซึ่งเป็การพิสูจน์ความคิดของตัวเอง
“ข้าอยากจะดูว่าเ้าตาบอดจริงหรือไม่!”
เมื่อเห็นว่าฝ่ายตัวเองมีจำนวนคนมากกว่า เขาจึงเดินไปหาหลินฮ่าวด้วยใบหน้าที่ดุร้าย
เฮ้ย!
เขายกมือขึ้นเตรียมตบหัวของหลินฮ่าว
ฟุบ!
ทันใดนั้น แมลงวันกังฟูก็บินออกจากไหล่ของหลินฮ่าว มันบินเร็วมากราวกับเส้นแสงสีดำ
พริบตาต่อมา นิ้วมือของพ่อครัวร่างอ้วนที่ยกฝ่ามือขึ้นก็ขาดไปสามนิ้วทันที และเืก็พุ่งออกมา
"อ๊ะ มือข้า!!"
พ่อครัวร่างอ้วนกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือด เขามีเหงื่อออกเต็มใบหน้า ขณะมองนิ้วที่ขาดไปด้วยความหวาดกลัว
ในตอนนี้ คนครัวที่อยู่ด้านหลังต่างใและหวาดกลัว
เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?
นิ้วของพ่อครัวถูกตัดไปสามนิ้วในพริบตาได้อย่างไร
พวกเขายังไม่เห็นหลินฮ่าวทำอะไรเลย
เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ทำให้ผู้คนในห้องเครื่องตกตะลึง!
ในเวลานี้ แมลงวันกังฟูบินลงบนไหล่ของหลินฮ่าวอีกครั้ง เลียเืที่ปลายเท้าของมันราวกับเพชฌฆาต
หลังจากเสริมความแข็งแกร่งแล้ว มันได้รับทักษะบาทาเขี้ยวโลหิต เท้าของแมลงวันกังฟูนั้นคมราวกับดาบ และพลังการต่อสู้ของมันก็แข็งแกร่งมาก
แค่พ่อครัวธรรมดา ๆ จะจับจังหวะการโจมตีของแมลงวันกังฟูได้อย่างไร? พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็คนลงมือ
"เร็วมาก!"
เมื่อเห็นพลังของแมลงวันกังฟู หลินฮ่าวก็แทบคลั่ง
แม้แต่แมลงวันก็มีพลังมากขนาดนี้หลังจากได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง ถ้าเป็สัตว์ร้ายหรือสัตว์อสูรจะไม่เกิดปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่หรอกหรือ?!
“ตอนนี้ข้าจับสัตว์เลี้ยงได้สี่ตัว ดังนั้นข้าต้องรีบหาเงิน”
เมื่อได้รู้ถึงประโยชน์ของระบบแล้ว หลินฮ่าวก็มีความทะเยอทะยานและวางแผนที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่สัตว์เลี้ยงของเขายิ่งขึ้น
แต่ถึงแม้การจับสัตว์จะทำได้ แต่การหาเงินนั้นไม่ง่าย
ดังนั้นวิธีหาเงินให้เร็วที่สุดตอนนี้คือเส้นทางของาา
ท้ายที่สุด การเสริมแกร่งขั้นเริ่มต้นในระบบยังต้องใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงทอง ตอนนี้เขาไม่มีเงินและต้องเร่งหาวิธีทำเงินด่วน
ครู่ต่อมา หลินฮ่าวก้าวจากไปอย่างมั่นคง
ท่าทางไม่เร่งรีบของเขาทำให้คนครัวเ่าั้ตัวสั่นและไม่กล้าวุ่นวายกับเขาอีก
หลินฮ่าวเงยหน้าขึ้นเมื่อก้าวออกจากประตูจวนตระกูลจ้าว
แมลงวันกังฟูก็ยกหัวขึ้น
เพลิดเพลินกับยามพระอาทิตย์ตกเงียบ ๆ
แสงสีส้มส่องกระทบใบหน้า รูม่านตาสีเทาของเขาแสดงถึงความมั่นใจ
ั้แ่มายังโลกนี้ หลินฮ่าวไม่เคยรู้สึกมีความสุขเช่นนี้มาก่อน
หลินฮ่าวเดินไปตามถนนที่พลุกพล่าน มองสิ่งรอบข้างอย่างสนใจ
เป็เวลาหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้เห็นทิวทัศน์ของเมือง ซึ่งคล้ายกับสถาปัตยกรรมโบราณของคนรุ่นก่อน
เมื่อเติบใหญ่ขึ้น หลินฮ่าวก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับทวีปนี้มากขึ้น
แผ่นดินใหญ่เรียกว่าทวีปชางฉยง และไม่ได้มีนิกายผู้ฝึกยุทธ์มากมายเหมือนในนวนิยาย
ทั้งผู้ฝึกยุทธ์และผู้ใช้อาคมล้วนเป็บุคคลสำคัญของโลกนี้!
ต่อไปก็คือการฝึกฝน!
ทักษะการต่อสู้แบ่งออกเป็์ ปฐี ทมิฬ และทอง
หากผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในขั้นเดียวกัน แต่อีกคนมีทักษะระดับสูงกว่าคู่ต่อสู้ เขาจะได้เปรียบในการต่อสู้อย่างมาก
ส่วนการต่อสู้ของผู้ใช้อาคมนั้นทั้งลึกลับและซับซ้อนอย่างมาก และหาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด จึงจำเป็ต้องเข้าร่วมศึกษาที่นิกาย
หลินฮ่าวรู้สึกว่าความสามารถของเขาตอนนี้เหมือนกับผู้ฝึกสัตว์ที่ไม่เป็ที่นิยมนัก
ทว่าในฐานะผู้ฝึกสัตว์ เขาเทียบเท่ากับปรมาจารย์ชั้นนำ
การเสริมแกร่งเพียงครั้งเดียวสามารถทำให้สัตว์ทุกตัวภักดี แม้กระทั่งยกระดับพลังการต่อสู้รอบด้าน ตลอดจนวิวัฒนาการได้ ผู้ฝึกสัตว์คนใดจะทำได้บ้าง?
หลังจากเดินบนถนนไปเรื่อย ๆ ในที่สุด หลินฮ่าวก็หยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมที่มีแผ่นป้ายสีดำ
แผ่นป้ายนี้มีสีเข้ม ทั้งยังไม่มีตัวอักษร ซึ่งดูแปลกประหลาดมาก
คนธรรมดาอาจไม่เข้าใจ แต่คนวงในจะรู้กันว่าที่นี่ไม่ใช่โรงเตี๊ยมทั่วไป เพราะสถานที่แห่งนี้เป็ตัวกลางสำหรับงานลอบสังหาร
หลินฮ่าวรู้ดีว่าเ้าของที่อยู่เื้ัโรงเตี๊ยมนี้คือ ตระกูลจ้าวกับตระกูลหลิน
ในเมืองเทียนอู่ ตระกูลจ้าวร่ำรวยที่สุด
ตระกูลหลินในฐานะตระกูลผู้ฝึกยุทธ์โบราณ ย่อมมีพลังที่แข็งแกร่งที่สุด
การเปิดโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่เพียงปกป้องกลุ่มตระกูลอันทรงพลังจากภายนอกเท่านั้น แต่ยังต้องดำเนินการเพื่อความมั่งคั่งอันยิ่งใหญ่อีกด้วย ทั้งสองตระกูลจึงร่วมมือกัน
เมื่อครึ่งปีก่อน ในฐานะเหยื่อ เขากลายเป็สมาชิกคนหนึ่งของตระกูลจ้าว เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล
โรงเตี๊ยมนี้เป็ที่มาความอัปยศอดสูของเขา
"ในเมื่อมันคือจุดเริ่มต้น ก็ขอจบมันที่นี่..."
เมื่อมองไปที่โรงเตี๊ยมข้างหน้า หลินฮ่าวเริ่มพึมพำกับตัวเอง เขาเห็นหมวกฟางวางไว้บนกำแพงจากมุมสายตา
เขาหยิบมันขึ้นมาสวมบนหัว
มีผ้าคลุมสีดำแขวนอยู่ที่ขอบด้านนอกของหมวก ปกปิดใบหน้าของเขาอย่างสมบูรณ์
หลินฮ่าวเดินตรงเข้าไปในโรงเตี๊ยม พลันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยมาแตะจมูกของเขา
ด้วยความช่วยเหลือของแมลงวันกังฟู หลินฮ่าวจึงเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาทางเขา
ผู้หญิงที่กำลังเดินมา สวมชุดสีฟ้าอ่อนหรูหรา ดูสง่างาม และมีใบหน้างาม
"กลิ่นนี้... นั่นนางเหรอ!"
จมูกของหลินฮ่าวขยับเล็กน้อย แม้เขาจะไม่เคยเห็นนางมาก่อน แต่ทันทีที่ได้กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของผู้หญิง ก็จดจำได้ทันที
เพราะหญิงงามนางนี้คือภรรยาของเขา จ้าวหลิงเอ๋อร์
เป็เวลาหกเดือนแล้วหลังแต่งงาน หลินฮ่าวได้พูดคุยกับจ้าวหลิงเอ๋อร์เพียงเล็กน้อย แต่เขาก็เข้าใจเกี่ยวกับสตรีนางนี้อยู่บ้าง
จ้าวหลิงเอ๋อร์ไม่เพียงสง่างาม แต่ยังเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความสามารถ เป็ถึงผู้ใช้อาคมระดับ 4
ในเมืองเทียนอู่ จำนวนผู้ใช้อาคมนั้นหายาก นับประสาอะไรกับผู้ใช้อาคมระดับ 4
ดังนั้นอำนาจและสถานะของนางในตระกูลจ้าว จึงเป็รองเพียงผู้นำตระกูลเท่านั้น และนางก็เป็ผู้จัดการที่อยู่เื้ัโรงเตี๊ยมแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม เพื่อขยายตระกูล นางจึงต้องแต่งงาน แต่ด้วยภาคภูมิใจในตัวเอง นางจึงไม่้าสูญเสียเส้นทางชีวิตเพราะคนอื่น ดังนั้นจึงเลือกแต่งงานกับหลินฮ่าวที่เป็คนตาบอด เพื่อที่จะควบคุมเขา
“ตอนนี้เ้าอาจจะควบคุมข้าได้ แต่ในอนาคตข้าจะเป็ฝ่ายควบคุมเ้าเอง”
หลินฮ่าวหัวเราะเยาะและเดินผ่านจ้าวหลิงเอ๋อร์ไปอย่างเงียบงัน