หัวหน้าหมู่บ้านเดินนำทางองค์ชายหก ผิงหลางเหวยเหนียงและสามีจนกระทั่งถึงหน้ากระท่อมของท่านผู้าุโไป่สงที่ตั้งอยู่บนเขาหลีอ้าย
“พวกเ้ามีธุระอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ”ท่านไป่สงเดินมาเปิดประตูกระท่อมหลังจากมีคนเคาะเรียกเขา
“ผู้าุโเ้าคะได้โปรดช่วยชาวบ้านด้วยเถิด ท่านช่วยสร้างเส้นทางน้ำให้หมู่บ้านฉายยี่จะได้หรือไม่”เหวยเหนียงกล่าว
“ทำไมข้าต้องทำด้วยมันเป็เื่ของชาวฉายยี่ ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกับข้าตรงไหน” ไป่สงกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
“ท่านควรมีมโนธรรมบ้างสิเ้าคะ”ผิงหลางกล่าว
“แล้วชาวบ้านล่ะมีมโนธรรมบ้างหรือเปล่า พวกเขาบุกรุกทำลายพื้นที่ป่า ไม่เพียงเท่านั้นยังล่าสัตว์ไปขายตั้งมากมาย”ท่านไป่สงกล่าวอ้าง
“พวกข้าก็แค่้าหาเลี้ยงชีพเพราะหมู่บ้านแล้งมานาน เพาะปลูกไม่ได้ผล ได้โปรดเห็นใจพวกข้าด้วยเถิด” หัวหน้าหมู่บ้านขอร้อง
“ในเมื่อชาวบ้านไม่สนใจการอนุรักษ์ธรรมชาติข้าก็ไม่จำเป็ต้องสนใจพวกเขาเช่นกัน” ท่านไป่สงกล่าว
“งั้นข้าขอท้าท่านให้แข่งหมากรุกกับสามีของข้าก็แล้วกันเ้าค่ะหากสามีของข้าเป็ฝ่ายชนะ ท่านจะต้องช่วยชาวบ้านสร้างเส้นทางน้ำ” เหวยเหนียงยื่นคำท้า
“เ้าเล่นหมากรุกเก่งมากเลยงั้นหรือ”ท่านไป่สงหันไปทางซูเยี่ยน
“ข้าแค่เล่นเป็ ไม่ได้เก่งอะไรขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าวอย่างหวั่นใจเพราะเขาต้องสู้กับเซียนหมากรุก
“ก็ได้! มาลองทดสอบฝีมือกันถ้าเ้าชนะสามในห้าตา ข้าจะยอมทำตามคำขอร้องของพวกเ้า แต่หากข้าเป็ฝ่ายชนะห้ามชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ป่าบนเขาแห่งนี้อีก ตกลงตามนี้มั้ยล่ะ” ไป่สงยื่นข้อเสนอ
“ข้า เอ่อ ก็ได้ข้าจะเป็คนบังคับลูกบ้านเอง” หัวหน้าหมู่บ้านจำใจรับคำ
“ก็ได้งั้นไปเล่นหมากรุกที่โต๊ะหลังกระท่อมก็แล้วกัน” ไป่สงผายมือเชิญ
ซูเยี่ยนและท่านไป่สงนั่งแข่งหมากรุกกันอยู่เงียบๆในขณะที่บุคคลทั้งสี่ยังคงซุบซิบกันไม่หยุด
“ฝีมือท่านไป่สงไม่ธรรมดานะซูเยี่ยนในสภาพแบบนี้จะเอาชนะได้อย่างนั้นหรือ” ผิงหลางกังวล
“ท่านอย่าดูถูกฝีมือเขาเชียวนะข้าเคยเล่นหมากรุกกับเขามาแล้ว เขาชนะข้าเกือบทุกตาเลย” เหวยเหนียงกล่าว
“เป็เพราะเ้าเล่นหมากรุกไม่เก่งหรือเปล่า”ผิงหลางสงสัย
“เอ่อ มันก็จริงข้าเล่นไม่เก่งจริงๆ นั่นแหละ” เหวยเหนียงยิ้มแหยๆ
“เอาแล้วไงดันให้ซูเยี่ยนท้าแข่งกับระดับเซียนหมากรุกเชียวนะ” ผิงหลางกังวลหนักกว่าเดิม
“เงียบๆ หน่อยพวกข้า้าสมาธิ” ท่านไป่สงดุ
“ขอโทษเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
"นั่นไงซูเยี่ยนชนะท่านไป่สงแล้ว” ผิงหลางรู้สึกทึ่ง
“เห็นมั้ยล่ะ ฝีมือซูเยี่ยนไม่ธรรมดาจริงๆ” เหวยเหนียงอวด
“เป็เพราะพวกเ้ารบกวนข้าพวกเ้าไปดูอยู่ห่างๆ เลยไป” ท่านไป่สงไล่
“เ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
ทั้งสี่ถอยห่างออกมาด้วยอาการใจชื้นขึ้นเพราะตอนนี้ซูเยี่ยนสามารถชนะตาแรกไปได้
ตอนนี้ทั้งสี่ยืนดูซูเยี่ยนและไป่ส่งเล่นหมากรุกอย่างเงียบๆโดยที่ไม่กล้าคุยกันอีก เพราะเกรงว่าจะไปรบกวนสมาธิของทั้งสองและผ่านไปไม่นานซูเยี่ยนก็สามารถเอาชนะตาที่สองไปได้อย่างสบายๆ
“เฮ! ซูเยี่ยนชนะอีกแล้ว”เหวยเหนียงร้องเฮด้วยความลืมตัว
“นี่มันแค่สองเกมพวกเ้าอย่าเพิ่งได้ใจไป” ท่านไป่สงกล่าว
“งั้น เริ่มตาที่สามเถิดท่าน”องค์ชายหกตรัสอย่างร้อนพระทัย
แต่แล้วเมื่อทั้งสองเข้าสู่ตาที่สามครั้งนี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนครั้งก่อนๆ เพราะที่ผ่านมาท่านไป่สงแค่แกล้งอ่อนข้อเพื่อดูวิธีการเล่นหมากรุกของซูเยี่ยนเท่านั้นในตอนนี้เขาสามารถจับทางซูเยี่ยนได้ทั้งหมด และแล้วตาที่สามท่านไป่สงก็เป็ฝ่ายชนะอย่างง่ายดาย
ซูเยี่ยนเริ่มตกอยู่ในสภาวะกดดันตอนนี้เขามีอาการเหงื่อแตกและเริ่มรู้สึกไร้หนทางต่อสู้เพราะไม่ว่าเขาจะวางแผนหลอกล่อยังไง ท่านไป่สงก็สามารถดักทางได้ทั้งหมดจนกระทั่งตาที่สี่ ผู้าุโก็เป็ฝ่ายชนะอีกเช่นเคย
“ทำอย่างไรดี ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายเสมอกันสองต่อสองแล้วนะ”ผิงหลางเริ่มรู้สึกทดท้อแทน
เหวยเหนียงเดินเข้าไปเช็ดเหงื่อให้สามีแล้วกล่าวกับผู้าุโว่า “ข้าขอเวลานอกได้หรือไม่”
“จะปลอบขวัญสามีหรืออย่างไร”ผู้าุโยิ้มมุมปาก
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้เ้าค่ะสามีของข้าความจำเสื่อมและกลายสภาพเป็เด็กเพียงสิบขวบ ได้โปรดเมตตาด้วย” เหวยเหนียงขอความเห็นใจ
“งั้นเชิญข้าเองก็จะไปทานน้ำชาเช่นกัน” ผู้าุโเองก็้าพักเช่นกัน
เหวยเหนียงดึงตัวซูเยี่ยนไปคุยในป่าไม่ลึกมาก
“ข้าขอโทษ ข้าแพ้ตั้งสองตา”ซูเยี่ยนรู้สึกผิด
“ยังมีอีกตาไม่ใช่หรือ” เหวยเหนียงพยายามปลอบ
“ท่านไป่สงจับทางข้าได้ทั้งหมดแล้วข้าหมดหนทางจะสู้กับเขาจริงๆ ” ซูเยี่ยนรู้สึกจนปัญญา
เหวยเหนียงเขย่งตัวแล้วใช้ทั้งสองมือจับแก้มของฝ่ายชายจนซูเยี่ยนใและใจของเขาตอนนี้เต้นแรงมาก เพราะนึกว่าฝ่ายหญิงจะจูบกับเขา
แต่แล้วเหวยเหนียงก็ทำเพียงแค่บีบแก้มฝ่ายชายอย่างหมั่นเขี้ยวนางทำเหมือนว่าเขาเป็เด็กน้อยเท่านั้น “ฟังข้านะซูเยี่ยนเ้าจงทำเหมือนเล่นหมากรุกกับข้า จงทำตัวสบายๆ และทำจิตให้ว่าง ไม่ต้องคิดอะไรเลยข้าให้เ้าต่อสู้ตามสถานการณ์ที่เ้าเผชิญตรงหน้า ไม่ต้องมีรูปแบบไม่ต้องมีเล่ห์กลอะไรทั้งนั้น เ้าทำได้ใช่มั้ย”
“ข้าจะพยายามก็แล้วกัน” ซูเยี่ยนกล่าว
“อย่ากดดันตัวเองเ้าไม่ชนะก็ไม่เป็ไร หากเกิดอะไรขึ้น พวกข้าก็แค่คิดแก้ปัญหาใหม่เท่านั้นเอง”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าอยากได้กำลังใจหอมแก้มข้าหน่อยสิ” ซูเยี่ยนถือโอกาส
เหวยเหนียงก็เลยยอมหอมแก้มฝ่ายชายทั้งสองข้างจนทำให้ซูเยี่ยนแอบยิ้ม
ตอนนี้สองสามีภรรยาเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อเข้าสู่การแข่งขันหมากรุกตาสุดท้าย
ในเวลานี้ซูเยี่ยนได้นั่งเล่นหมากรุกโดยไร้ซึ่งแรงกดดันและไร้ซึ่งแบบแผนใดๆทำให้ท่านไป่สงไม่อาจจับทางได้เลย
ตอนนี้ผู้ที่ได้รับแรงกดดันกลับกลายเป็ท่านไป่สงเสียมากกว่าเหงื่อของเขาไหลไม่หยุด จนกระทั่งซูเยี่ยนเป็ฝ่ายรุกฆาต
“พวกเ้าโกง” ท่านไป่สงไม่ยอมรับผลการแข่งขัน
“ข้าโกงยังไงขอรับ” ซูเยี่ยนสงสัย
“เ้าให้นางบอกแผนการเล่นให้น่ะสิ”ท่านไป่สงกล่าวอ้าง
“ข้าจะไปบอกแผนการเล่นได้อย่างไรเ้าคะข้าเล่นหมากรุกไม่เก่งเสียหน่อย” เหวยเหนียงกล่าว
“นางก็แค่หอมแก้มให้กำลังใจข้าเท่านั้นเอง”ซูเยี่ยนกล่าวตรงๆ
เหวยเหนียงใรีบปิดปากฝ่ายชาย “ไปบอกเขาทำไม”
ทุกคนมองมาที่เหวยเหนียงเป็ตาเดียวนางก็เลยว่า “ก็สามีข้าเสียขวัญ ข้าก็เลยให้กำลังใจเขาเท่านั้นเองเ้าค่ะ”
“เอาล่ะ ข้าแพ้แล้วข้ายอมทำตามสัจจะ วันพรุ่งนี้ข้าจะไปสำรวจเส้นทางน้ำแล้วเขียนแผนที่ให้พวกท่านขุดลอกคูคลองแต่ข้ามีข้อแม้ว่าพวกชาวบ้านจะต้องช่วยกันปลูกป่าทดแทนไม้ที่ถูกตัดไป” ท่านไป่สงกล่าว
“ได้สิข้าจะเกณฑ์คนมาช่วยก็แล้วกัน” ท่านหัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
“ทำแบบนี้ฝนจะตกลงมาได้อย่างนั้นหรือ”ผิงหลางสงสัย
“ถึงฝนไม่ตกแต่ชาวบ้านก็สามารถขุดหาน้ำใต้ดินมาใช้ก่อนได้” เหวยเหนียงกล่าว
“ลองทำไปก่อนนะนี่น่าจะเป็ทางแก้ปัญหาให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ส่วนฝนจะตกหรือไม่ค่อยดูกันต่อไปก็แล้วกัน” องค์ชายหกตรัส
“พวกเรากลับไปที่โรงเตี๊ยมกันเถอะเพคะ”ผิงหลางกล่าว
หัวหน้าหมู่บ้านกลับไปแจ้งข่าวให้ลูกบ้านรับทราบในขณะที่ทั้งสี่ก็กลับไปที่โรงเตี๊ยมด้วยกัน
“เพื่อประหยัดห้องเราจะพักกับซูเยี่ยน ส่วนฝ่ายหญิงพักด้วยกันอีกห้องเถิดนะ” องค์ชายหกตรัส
“ไม่! ข้าจะพักกับเหวยเหนียง”ซูเยี่ยนกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“ไม่เอาน่าซูเยี่ยนเ้าอย่าดื้อสิ” เหวยเหนียงพยายามปราม
“แม่สอนว่าห้ามเข้าใกล้คนแปลกหน้า”ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“ขอหม่อมฉันพักกับสามีเถิดนะเพคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ก็ได้ งั้นเราพักกับผิงหลางเอง”องค์ชายหกทรงถือโอกาส
“ชายหญิงต้องแยกห้องกันสิเพคะหม่อมฉันไม่ได้เป็อะไรกับพระองค์เสียหน่อย” ผิงหลางรีบค้าน
“เราก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเองว่าแต่ เ้าพาซูเยี่ยนไปรักษาแล้วหรือยัง” องค์ชายหกตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หม่อมฉันกำลังออกตามหาท่านหมอเทวดาเสี่ยวอี้เพคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“พอดีเลยองค์ชายหกทรงสามารถเรียกท่านหมอเทวดาให้มาพบได้” ผิงหลางกล่าว
“เป็ความจริงงั้นหรือเพคะ”เหวยเหนียงรู้สึกดีใจ
“หมอเทวดาติดหนี้บุญคุณเราเขาต้องรักษาคนให้เราอีกหนึ่งคน ในเมื่อวันนี้ซูเยี่ยนสร้างความดีความชอบเราจะขอร้องให้ท่านหมอรักษาซูเยี่ยนก็แล้วกัน” องค์ชายหกทรง้าตอบแทนซูเยี่ยน
ซูเยี่ยนหน้าซีดอย่างเห็นๆ เขาคิดในใจว่า “ทำไมโชคร้ายแบบนี้นะแล้วข้าควรทำอย่างไรดี”
“ขอบพระทัยเพคะซูเยี่ยนจะได้หายเสียที” เหวยเหนียงกล่าวอย่างยินดี
“เอาล่ะเราเรียกท่านหมอให้มาที่นี่ก็แล้วกัน” องค์ชายหกทรงเป่าขลุ่ยด้วยบทเพลงที่ใช้เรียกท่านหมอเทวดาเสี่ยวอี้
ผ่านไปไม่นานท่านหมอก็ปรากฏตัว
“ข้ากะแล้วเชียวว่าท่านหมอต้องกลับมาจากแคว้นหลีแล้ว”องค์ชายหกตรัสหลังจากทอดพระเนตรเห็นท่านเสี่ยวอี้ปรากฏตัว
“พระองค์ทรง้าให้กระหม่อมรักษาใครหรือพะย่ะค่ะ”ท่านเสี่ยวอี้กล่าว
“อดีตแม่ทัพซูเยี่ยนเขาถูกพิษของมารจันทน์ผา พิษนั้นทำให้เขามีความทรงจำถึงแค่อายุ 10 ขวบ ท่านพอรักษาเขาได้หรือไม่” องค์ชายหกตรัส
“กระหม่อมต้องขอตรวจอาการโดยละเอียดอีกทีก่อนพะยะค่ะ”ท่านเสี่ยวอี้ต้องประเมินอาการก่อน
“ข้าง่วงนอนแล้วข้ายังไม่รักษาตอนนี้” ซูเยี่ยนแกล้งทำเป็เอาแต่ใจ
“ท่านหมอแค่ตรวจอาการของเ้าเท่านั้นเ้าอย่าดื้อสิ” เหวยเหนียงกล่าว
“ไม่! ข้าจะไปนอน”ซูเยี่ยนเดินเข้าไปในห้องของผิงหลางเสียดื้อๆ
“งั้นเอาอย่างนี้เราจะช่วยจับตัวซูเยี่ยนให้เอง” องค์ชายหกทรงจับตัวซูเยี่ยนพระองค์ทรงมีวรยุทธ์สูงจึงมีพละกำลังสามารถจับตัวอดีตท่านแม่ทัพร่างกายกำยำได้
“ข้ายอมให้ตรวจก็ได้แต่ข้าไม่อยากตรวจต่อหน้าผู้หญิง ข้าอาย” ซูเยี่ยนเห็นว่าตนคงหลีกหนีไม่พ้นเขาก็เลยคิดว่าจะคุยกันในหมู่ผู้ชาย
“ก็ได้งั้นพาซูเยี่ยนเข้าไปในห้องของเราก่อน เราจะช่วยดูแลซูเยี่ยนให้เองพวกเ้าเองก็ไปพักที่ห้องของผิงหลางไปก่อนก็แล้วกัน” องค์ชายหกตรัส
เหวยเหนียงรู้สึกเป็ห่วงซูเยี่ยนมากแต่นางก็ต้องยอมเดินเข้าไปในห้องพักของผิงหลางปล่อยให้ผู้ชายทั้งสามอยู่ด้วยกันอีกห้อง
ในระหว่างที่อยู่ในห้องของผิงหลางท่านรองแม่ทัพก็แตะไหล่ของหมอดูเพื่อให้กำลังใจ “ท่านหมอต้องรักษาสามีเ้าได้แน่”
“ขอให้เขาหายดีเถิดนะท่านแม่จะได้หายทุกข์ใจเสียที” เหวยเหนียงกล่าว
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
ผิงหลางลุกไปเปิดประตู
“ท่านหมอ เชิญเข้ามาเ้าค่ะ”ผิงหลางกล่าวเมื่อเห็นคนรู้จัก
“ข้าจะมาบอกวิธีรักษานั่นก็คือการสะกดจิตข้าจำเป็ต้องสะกดจิตอดีตท่านแม่ทัพซูเยี่ยนให้เขามีความทรงจำถึงตอนก่อนที่เขาจะได้รับพิษของมารจันทน์ผาดังนั้นความทรงจำใน่ที่เ้ากับซูเยี่ยนอยู่ด้วยกันจะไม่หลงเหลืออยู่เลยเ้าว่าอย่างไรล่ะเหวยเหนียง” ท่านหมอเสี่ยวอี้กล่าว
“แสดงว่าซูเยี่ยนจะจำไม่ได้เลยว่าเขาได้แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเหวยเหนียงไปแล้วอย่างนั้นหรือ”ผิงหลางตีความหมาย
“ใช่แล้วล่ะเ้าเลือกเองนะเหวยเหนียง ว่าเ้าอยากให้ซูเยี่ยนกลับมาเป็ปกติแต่ลืมเ้าไป กับให้เขายังคงเป็แบบนี้แต่เป็สามีที่ดีของเ้าต่อไป” ท่านหมอบอกทางเลือก
เหวยเหนียงคิดในใจว่า “ข้ารักเ้านะซูเยี่ยนแต่ข้าไม่อาจเ้าได้ ต่อไปเ้าจะเป็เสาหลักให้กับครอบครัวของเ้าต่อไปที่สำคัญเ้าจะมีส่วนช่วยองค์ชายหกกอบกู้แผ่นดินฉิน ข้าไม่อาจเห็นแก่ตัวได้จริงๆ” จากนั้นเหวยเหนียงก็เลยว่า “ได้โปรดสะกดจิตเขาด้วยเถิดเ้าค่ะเขาคงอยากเป็ชายที่องอาจกล้าหาญมากกว่าที่จะเป็เด็กที่อยู่ในวัยไร้เดียงสาเช่นนี้”
“ตามใจก็แล้วกัน งั้นข้าขอตัวข้าจะต้องสะกดจิตเขาทั้งคืน ดังนั้นเ้ากับแม่นางผิงหลางห้ามเข้าไปรบกวนเด็ดขาด”ท่านหมอกำชับ
“เ้าค่ะ” หญิงสาวทั้งสองรับคำ
******************************
หลังจากที่ท่านหมอเดินกลับเข้ามาในห้องขององค์ชายหกท่านหมอก็เลยว่า “เหวยเหนียงอยากให้เ้าหายเป็ปกติ”
“ข้าเองก็กะไว้เช่นนั้น” ซูเยี่ยนคิดไว้อยู่แล้ว
“ทำไมเ้าจะต้องแกล้งลืมนางด้วยล่ะเราดูออกนะว่าเ้ารักนางมาก” องค์ชายหกตรัส
“กระหม่อมต้องโทษหนีทัพพะย่ะค่ะและไม่รู้ว่ากระหม่อมต้องเจอกับอะไรบ้าง หากกระหม่อมกลับไปคงต้องรีบพาท่านแม่และซูหลินไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยก่อนแต่สำหรับเหวยเหนียงนั้น กระหม่อมเกรงว่านางจะร่วมเป็ร่วมตายกับกระหม่อมด้วยกระหม่อมไม่อยากให้นางต้องร่วมรับโทษไปกับกระหม่อมด้วยพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“เอาล่ะ เราเข้าใจเราเองก็คงต้องแยกจากผิงหลางเช่นกัน” องค์ชายหกทรงเข้าพระทัย
“นี่คือยันต์บดบังพะย่ะค่ะพระองค์ทรงเก็บไว้ติดตัวเพื่อไม่ให้ฮองเฮาทรงตามหาพระองค์เจอ” ซูเยี่ยนเห็นว่าตนไม่จำเป็ต้องปิดบังตัวตนอีกต่อไปแล้ว
“เราตัดสินใจเป็ผู้นำกอบกู้แผ่นดินฉินแล้วรับรองว่าเราจะทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน” องค์ชายหกทรง้าทำเพื่อปวงชน
“ในเมื่อกระหม่อมไม่ได้รักษาท่านซูเยี่ยนดังนั้นกระหม่อมยังคงติดหนี้พระองค์อยู่นะพะย่ะค่ะ” ท่านหมอกล่าว
“เราขอเก็บไว้ก่อนนะในอนาคตที่หาความแน่นอนไม่ได้แบบนี้เราอาจจำเป็ต้องขอความช่วยเหลือจากท่านในสักวัน” องค์ชายหกตรัสเผื่ออนาคต
“งั้นกระหม่อมขอตัวพะย่ะค่ะพระองค์และซูเยี่ยนพักอยู่ในห้องนี้ทั้งคืนก็แล้วกันพวกนางคงไม่เข้ามารบกวนหรอกพะย่ะค่ะ” ท่านหมอขอตัว
ซูเยี่ยนก็เลยปล่อยให้องค์ชายหกทรงบรรทมในห้องส่วนเขาก็สวมชุดดำและลอบเป่าควันสลบเข้าไปในห้องของผิงหลางเมื่อหญิงสาวทั้งคู่หลับไปแล้ว เขาก็เลยลอบเข้าไปในห้อง ตอนนี้ผิงหลางฟุบหลับที่โต๊ะส่วนเหวยเหนียงที่ก่อนหน้านี้นั่งคุยกับผิงหลางอยู่บนเตียง ก็สลบล้มไปนอนบนเตียงดังนั้นซูเยี่ยนจึงจัดท่าทางให้ฮูหยินนอนหงายดีๆ แล้วห่มผ้าให้กับนางการที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อหมายจะมองหน้าเหวยเหนียงใกล้ๆ เป็ครั้งสุดท้าย
ชายผู้ที่มีหัวใจแข็งแกร่งดั่งภูผากลับกลายมาเป็คนอ่อนโยนเมื่อพบผู้หญิงคนนึงเขานั่งลงข้างๆ เตียงแล้วจับแก้มนวลใสของฮูหยินเบาๆในระหว่างนั้นเขาก็นึกถึงความทรงจำที่เขากับนางได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแม้เป็่เวลาสั้นๆ แต่เขาก็รู้สึกมีความสุขที่สุดในชีวิต
“ข้ารักเ้ามากนะเหวยเหนียงเ้าจะเป็ความทรงจำที่ดีของข้าตลอดไป ข้าไม่อยากใจร้ายกับเ้าเลยจริงๆแต่ข้าไม่อยากให้เ้าต้องรับโทษปะาไปกับข้าด้วย เ้าต้องเข้มแข็งนะคนดี”จากนั้นซูเยี่ยนก็จุมพิตหญิงสาวอย่างอ่อนโยนเขาอยากอยู่กับนางให้นานกว่านี้ แต่ก็ต้องหักห้ามใจเพราะกลัวว่าฤทธิ์ของยาสลบอาจออกฤทธิ์ได้ไม่นานเมื่อฝ่ายชายยอมละจากหญิงสาวและกำลังจะลุกหนีจากไปสักพักเขาก็ชะงักค้างเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาว
เหวยเหนียงละเมอกล่าวว่า “เ้าต้องกลับมาเป็ปกตินะซูเยี่ยนแม้ข้าจะอยากให้เ้าน่ารักแบบนี้ตลอดไปก็ตาม”
ซูเยี่ยนยิ้มบางๆก่อนที่จะะโหนีออกทางหน้าต่างไป
ผิงหลางสะดุ้งตื่น “มันเกิดอะไรขึ้นนี่ทำไมข้าถึงเผลอหลับเสียได้” สักพักผิงหลางก็เดินไปดูที่หน้าต่างและคิดในใจว่า “ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆเหมือนถูกวางยายังไงก็ไม่รู้”
ในขณะที่เหวยเหนียงยังคงนิทราภายใต้ผ้าห่มอุ่นบนเตียงต่อไป