ชมพูรักไม่ถามถึงสักคำ ว่าทำไมบิดาถึงนั่งอยู่กับพื้นแถมภาพที่เห็นก็ทำให้ความรู้สึกของหล่อนะเืไหวราวกับมีลาวาไหลทะลักจนท่วมอยู่ในใจ สิ่งที่เห็นด้วยตา แม้จะคาดเดาได้เมื่อเดินสวนทางกับกลุ่มคนที่ไปพ้องจากคำบอกเล่าของป้าหวานวันก่อน
ผู้เป็บิดานั่งเงียบตลอดทางที่ขับรถกลับมาถึงบ้าน แม้ชมพูรักจะพยายามปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุดเพื่อชวนสนทนาหลายหัวข้อด้วยกัน ทั้งเื่ข่าวสารทั่วไปรวมถึงเื่ที่ตนเองไปฝึกงาน
หญิงสาวเล่าคร่าวๆไม่ละเอียดนักเพราะรู้ว่าบิดาของหล่อนก็คงไม่มีสมาธิฟังสักเท่าไหร่และก็ไม่มีประโยคโต้ตอบใดออกมาจากปาก จะมีก็เพียงรอยยิ้มที่หล่อนมองออกว่าผู้เป็พ่อกำลังฝืนแสร้งทำ
“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะคุณหนู วันนี้ป้าทำหลนปลาเค็มกับผักสดอย่างที่คุณหนูชอบแล้วก็ยังมีทั้งผัดผักรวมมิตรกุ้ง ปลานิลทอดน้ำปลาและป้าก็ยังทำกุ้งแช่น้ำปลาให้คุณชัยด้วยนะ”
อาหารจานสุดท้ายคนพูดหันไปบอกคุณชัยชิด“ทำซะเยอะเชียว จะฉลองอะไรเหรอ”เขาถามในขณะที่สีหน้าก็ไม่ได้แสดงว่าตื่นเต้น
ชมพูรักโทรศัพท์มาบอกกับป้าหวานไว้ั้แ่กลางวันว่าวันนี้คุณพ่อจะกลับบ้าน และอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน จึงนึกอยากเอาใจและคิดว่าถ้าสร้างบรรยากาศที่ดีบนโต๊ะอาหาร อาจช่วยผ่อนคลายให้เหตุการณ์ที่เลวร้ายในความคิดนั้นทอนลงบ้าง
“กุ้งแช่น้ำปลาก็เอาไว้กินเป็กับแกล้มไงคะ เห็นว่าคุณชัยชอบ”
ป้าหวานพูดเสริมและเดินไปช่วยถือกระเป๋าเอกสาร “รีบเข้าบ้านเถอะตอนนี้เบียร์กำลังเย็นเป็วุ้นเลยเชียว”
คุณชัยชิดถูกต้อนหน้าต้อนหลังทั้งจากลูกสาวและป้าหวาน เขาคลายความรู้สึกเก็บกดตลอดสามวันที่ผ่านมายีผมลูกสาวที่ยังเดินเคลียไหล่ และโอบเอวเขาอย่างเอาใจ
“ยังไม่ทันกินอะไร พ่อก็อิ่มจนพูดไม่ออกแล้วลูก”
คุณชัยชิดอิ่มไปทั้งใจอบอุ่นไปทั่วร่าง ไม่ต้องมีอาหารรสเลิศใด เขาก็อิ่มเอิบได้ เพราะมีคนที่เข้าใจและมีลูกสาวอันเป็แก้วตาดวงใจอยู่ข้างกายเช่นนี้
ความสุขที่เกิดขึ้นในขณะทานอาหารคุณชัยชิดยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ อาหารบนโต๊ะละลานตา ลูกสาวก็ตักเนื้อปลาบ้างผักที่อยู่ในรวมมิตรบ้างใส่จานเขา ความอิ่มนั้นมันเอ่อล้นจนเผลอมีน้ำตาคลอหน่วย
ความสุขบนความทุกข์มันเป็เช่นนี้เอง...
“ป้าหวานอิ่มแล้วเหรอคะ ทำไมนั่งเงียบเลย”
ชมพูรักทักขึ้นเมื่อเห็นป้าหวานรวบช้อน นั่งเงียบลง แลดูร่างที่อวบ ิัเริ่มเหี่ยวย่นตามวัยผมสีขาวนั้นรวบตึงมวยไว้เป็วง ดวงตาเรียวเล็กบนใบหน้าอิ่มเอิบตอนนี้กำลังมีน้ำใสคลอเบ้า
พอถูกสะกิดป้าหวานก็ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบบนร่องแก้มสองข้าง คุณชัยชิดจึงเอ่ย “เป็อะไรล่ะแม่หวาน คนเขากำลังมีความสุขกันอยู่ แต่แม่หวานกลับมาร้องไห้ต้มยำมันเผ็ดเกินไปรึ”
คุณชัยชิดแอบสัพยอกป้าหวานจึงบิดตัวก้มหน้า ยกมือขึ้นปาดน้ำตา ทำเป็งอนราวกับสาวแรกรุ่น “ใครว่าร้องไห้เพราะเสียใจล่ะ น้ำตาที่มันไหลออกมาเพราะฉันรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้มีความสุขจนบอกไม่ถูกต่างหาก”
“เสียใจก็ร้องดีใจก็ร้องแล้วทีหลังฉันกับลูกจะรู้ได้ไงว่าแม่หวานอยู่ในอารมณ์ไหน”
ทั้งสามคนต่างหัวเราะชอบใจและรู้ดีว่าอาหารมื้อนี้มีความสุขขนาดไหน โดยที่ไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็คำพูดทุกอย่างล้วนเป็ความสุขที่เกิดมาจากใจทั้งสิ้น
ไม่มีคำถามถึงสิ่งที่สงสัยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นชมพูรักเองก็คิดเพียงว่า เมื่อใดที่บิดาสบายอกสบายใจก็คงจะเอ่ยถึงมัน
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นพ่อจะมาทานข้าวที่บ้านอีกไหมคะ”
ชมพูรักรินเบียร์จากขวดใส่แก้วให้พ่อในขณะถามคุณชัยชิดทำท่าครุ่นคิดเพียงครู่ “พรุ่งนี้ตอนเย็นพ่อมีธุระน่ะลูก แต่คงกลับไม่ค่ำนัก”
คุณชัยชิดกำลังตรึกตรองถึงเวลานัดหมายกับบุคคลที่จะช่วยเหลือเื่เงินได้แต่แล้วชมพูรักก็ทำทีประจบ
“พรุ่งนี้เย็นให้หนูไปด้วยนะคะพ่อ หนูไปหาพ่อที่โรงแรม เพราะว่ารถหนูเสียแล้วเราจะได้กลับบ้านด้วยกัน”
คุณชัยชิดคิดหนักเพราะรู้แก่ใจว่าบุคคลที่เขากำลังจะไปหานั้นเป็คนเช่นไรเนื่องจากเคยทำงานเป็ข้าเก่ารับใช้กันมาก่อน ความเ้าชู้ทั้งนอกทั้งในบ้านนั้นเขาเองก็เคยเป็ธุระจัดหาสาวๆมาให้ผู้เป็นายเก่านี้ประจำจนเรียกว่าความสนิทนั้นเป็ที่วางใจ
เขาจึงไม่เคยคิดที่จะพาลูกสาวไปสถานที่ทำงานในโรงแรมแห่งนั้นเลยเพราะนึกเกรงว่าลูกสาวตนจะถูกตาต้องใจผู้ชายแก่ตัณหากลับ
ถึงตัวเขาจะคอยเลือกสรรสาวๆมารับใช้บริการคนผู้นั้นไม่ว่าจะถูกเขาเลี้ยงดูไว้เป็บ้านเล็กบ้านน้อย หรือว่าแค่ชั่วครั้งชั่วคราวแต่ตัวคุณชัยชิดเองก็ไม่เคยมักมากในกาม
เื่ ‘กรรม’ เล็กๆนี้ เขาจึงนึกหวั่นกลัวว่าจะส่งผลมายังผู้เป็ลูกสาว เขาจึงประคบประหงมชมพูรัก ดูแลแทบไม่คลาดสายตาโชคดีที่ตัวหล่อนก็ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ประพฤติอยู่ในความถูกต้องดีงาม ไม่ผิดศีลธรรมและไม่คิดชิงสุกก่อนห่าม...เขาจึงเบาใจ
ระหว่างบุคคลผู้นั้นกับชมพูรักจึงคลาดกันมาตลอดไม่เคยพบเจอกันเพียงครั้ง
เมื่อคุณชัยชิดชั่งใจถี่ถ้วนและคิดว่าคงไปคุยธุระชั่วประเดี๋ยว ให้ลูกสาวรอในรถหรือไม่ก็นอกตัวบ้านก็คงไม่ได้พบเจอกัน และอีกอย่างที่เขาคิดเอาเองก็คือบางทีผู้เป็นายเก่าอาจเห็นว่าชมพูรักเป็ลูกสาวเขาคงไม่นึกกล้าที่จะทำอะไรประเจิดประเจ้อ
เขายกเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนพร่องไปกว่าครึ่งแก้วพอโดนเซ้าซี้จากลูกสาวมากๆ ก็อ่อนใจและพยักหน้ารับปาก
คิดมากไปก็เปล่าประโยชน์เพราะเื่ที่ด่วนและสำคัญที่สุดก็คือเื่...หนี้
................................................