น้ำเสียงนั่นดูแล้วน่าจะเป็การยืนยันข้อมูลมากกว่าจะเป็คำถาม
ไอริสพยักหน้า
“แต่ว่าหากไม่ได้เอามาใช้ที่แอสทรัล วิซก็ไม่อาจสำแดงเดชอะไรออกมาได้แบบนั้นวิซที่เ้าว่าอาจจะไม่เหมือนวิซของที่นี่ก็ได้นะ”
“อย่างงั้นเหรอ...ปัดโถ่เว้ย! แบบนี้มันยิ่งน่าเสียดายที่หาวิซเจอเข้าไปใหญ่!”
อสึโมริเคยพูดเอาไว้ว่าตนมีวิซอยู่ในมือถึงหนึ่งหมื่นประเภทหรือก็คือมีวิซอยู่ในมือมากกว่าหนึ่งแสนใบหากเอามาที่โลกนี้ด้วยคงจะได้ใช้วิซเท่าที่อยากคงไม่ใช่ความฝัน
“แล้วแหวนที่เ้าไปััมันก่อนที่จะมาที่นี่ตอนนี้ไปอยู่ไหนแล้ว?”
“ถ้าไอ้นั่นละก็ อยู่นี่ไง”
โชมะยื่นมือข้างขวามาก่อนจะคลายมือออกให้ไอริสได้เห็นแหวนสีทองวางนิ่งอยู่บนฝ่ามือ
“นี่น่ะเรียกว่าแหวนแห่งมนตราอสึโมริใส่ฟังก์ชันการสื่อสารและการแปลภาษาเพิ่มเข้าไปด้วยก็จริงแต่เดิมทีแหวนแห่งมนตราจะใช้สำหรับเก็บรักษาวิซที่เ้าเป็ผู้ถือครองอยู่พอสวมแหวนนี่ไว้ที่นิ้ว แล้วพูดว่า ‘โอเพ่น’ หนังสือ ‘การ์ดลิสต์’ ที่เก็บรักษาวิซก็จะปรากฏออกมา”
ทันทีที่ไอริสพูดเสร็จโชมะก็สวมแหวนแห่งมนตราลงบนนิ้วนางข้างขวาก่อนจะลองพูดว่า ‘โอเพ่น’ ตามที่อีกฝ่ายบอกแล้วก็มีหนังสือเล่มหนึ่งปรากฎขึ้นมาจริงๆ
ดูจากความหนาแล้วคงเอามาใช้แทนอาวุธได้เลยแถมดูแล้วท่าจะหนักไม่ใช่น้อย โชคดีที่หนังสือเล่มนั้นลอยอยู่บริเวณหน้าอกของตนโชมะจึงไม่ต้องมารับรู้ถึงความหนักของหนังสือ
เด็กหนุ่มไม่ได้มีท่าทีใอะไรมากมายนั่นก็เพราะโชมะอยากจะรีบตรวจสอบการ์ดข้างในเร็วๆ ซะจนอดรนทนไม่ไหวเขาเปิดปกหน้าของหนังสือที่ลอยอยู่ข้างในมีรายชื่อการ์ดเขียนไว้เต็มจนไม่เหลือที่ว่าง
ข้างๆชื่อการ์ดมีเขียนเอาไว้ว่า ‘x8ใบ’ ดูแล้วน่าจะเป็จำนวนผู้ถือครองการ์ดนะ พอลองเปิดเข้าไปเช็กดูข้างในก็มีเขียนถึงอัตราส่วนของวิซที่เก็บรวบรวมมาได้หรือไม่ก็จำนวนวิซทั้งหมดที่ถือครองอยู่
ดูเหมือนว่าขาดอีก 50 ใบ ก็จะรวบรวมวิซทุกประเภทได้ครบทั้งหมด
“พอขานชื่อของวิซแล้วตามด้วย ‘เสิร์จ*’วิซก็จะลอยออกมาจากหน้าที่ได้บันทึกข้อมูลเอาไว้ และหาก้าให้ ‘การ์ดลิสต์’หายไป เ้าก็แค่พูดคำว่า ‘เอนด์**’ เท่านี้หนังสือก็หายไปแล้ว”
“อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่ไอ้การจะใช้วิซเนี่ย ถ้าไม่เอาหนังสือ‘การ์ดลิสต์’ ออกมาก็ใช้ไม่ได้หรือไง?”
“ ‘การ์ดลิสต์’แค่ใช้เพื่อยืนยันวิซทั้งหมดของผู้เป็เ้าของเท่านั้นถึงจะเอาออกมาจากหนังสือก็ยังสามารถใช้ได้อยู่ เ้าแค่สวมแหวนแห่งมนตราเอาไว้แล้วนึกถึงชื่อของวิซที่้าจะใช้ เท่านี้การ์ดก็ปรากฏออกมาให้เห็นแล้ว หากร่ายเวทตอนนั้นละก็อำนาจของมันก็จะสำแดงเดชออกมาได้เอง”
“อย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้น!!”
โชมะทดลองนึกถึงวิซที่เห็นผ่านตาไปเมื่อครู่จากนั้นก็มีการ์ดหนึ่งใบปรากฏขึ้นตรงบริเวณอกของเ้าตัวการ์ดใบนั้นลอยอยู่ราวกับถูกขึงตรึงไว้กับผนังที่มองไม่เห็นโชมะหยิบมันมาไว้ในมือพลางเพ่งมองไปที่การ์ดใบนั้น
ขนาดของการ์ดวิซใหญ่กว่าไพ่ดรัมมี่ราวๆ 2 เท่าเห็นจะได้ทั้งสองหน้าของการ์ดมีสีดำโดยด้านหน้าของไพ่ส่วนบนมีรูปไฟที่พุ่งขึ้นสูงจนเสียดฟ้าด้านล่างมีตัวอักษรเขียนอธิบายถึงเอฟเฟกต์ของการ์ดเอาไว้ด้านหลังของไพ่มีภาพทรงเรขาคณิตสามมิติสีแดงเข้มลายเดียวกันกับที่ปรากฏขึ้นบนเท้าตอนโชมะถูกอัญเชิญมานั่นเอง
“เรียกวิซแบบไหนออกมางั้นเหรอ?”
“หืม? อ้อ ไอ้นี่ไง”
“ขอโทษนะ ถึงเ้าจะบอกว่าไอ้นี่เราก็ไม่รู้หรอกสำหรับคนที่ไม่ได้เป็ผู้วิซที่เ้าเรียก ก็มองเห็นเป็แค่แสงสีขาวๆ เท่านั้นนอกเสียจากว่าเ้าจะยอมให้เราดูด้วยความตั้งใจของเ้าเองน่ะนะที่เป็แบบนี้ก็เพื่อที่ในตอนกำลังทำการแข่งขันคู่ต่อสู้จะไม่อาจรับรู้ได้ถึงวิซที่เ้าใช้ยังไงละ”
“อย่างนี้นี่เอง ถ้างั้นฉันจะบอกให้ก็ได้การ์ดที่ฉันเรียกออกมาก็คือไอ้นี่ไง ‘เฟรมพิวลา’ (การโอบอุ้มแห่งเปลวเพลิง)!”
เพียงชั่วพริบตาที่โชมะพูดชื่อวิซใบนั้นออกมา วงแหวนแห่งเวทก็ปรากฏขึ้นที่รากของต้นไม้ใหญ่ซึ่งถูกกำหนดให้เป็เป้าหมายก่อนจะมีเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมา
เปลวไฟนั้นขดม้วนเป็วงเคลื่อนที่หมุนคล้ายน้ำวนทะลุขึ้นไปถึงก้อนเมฆ โลกปิดอันแสนคับแคบแห่งนี้ถูกโอบอุ้มไปด้วยเพลิงชั่วขณะรู้สึกถึงความเ็ปจากความร้อนที่เข้าปะทะิัราวกับถูกทิ่มแทง
พอเปลวไฟมอดดับลง ต้นไม้ใหญ่ก็มีสภาพเหลือแค่เศษเถ้าธุรีโชมะที่ได้เห็นภาพเช่นนั้นถึงขนาดกุมท้องหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ฮ่าๆๆๆ! เ้านี่เจ๋งไปเลย นี่มันเวทมนตร์ของเลยจริงนี่!”
“จู่ๆใครเขาใช้วิซแบบนี้กันเล่า!”
“มาดวลการ์ดกับฉันซะ ไอริส!”
“ฟังที่เราพูดหน่อยสิ!”
“อย่าโกธรแบบนั้นดิ ฉันไม่ได้ใช้มันกลางเมืองซักหน่อย”
ไอริสทำเสียงฮึดฮัดขึ้นจมูกพูดด้วยท่าทางแง่งอนอีกฝ่ายเล็กน้อย
“เพราะสถานที่แห่งนี้อสึโมริใช้วิซสร้างขึ้นมาจากพื้นที่ว่างๆก็เลยใช้ได้เป็พิเศษหรอกนะแต่ในแอสทรัลน่ะห้ามใช้วิซโดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีอย่างรุนแรงเป็อันขาดและถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้วิซเพื่อจู่โจมตรงๆแต่ก็ไม่อาจใช้เพื่อก่อความรุนแรงโดยเจตนาได้เช่นกัน ถ้าเ้าทำแบบนั้นมันจะเป็ปัญหานะ!”
เพราะอย่างนี้วิซที่เอาไว้ใช้ในเมืองถึงได้ใส่ล็อกเอาไว้สองชั้นอย่างนั้นสินะ
“ฉันไม่อยากโดนยัยคนที่เคยก่อภัยพิบัติใหญ่เอาไว้มาเตือนหรอกนะ”
“หนอยยย! มาจี้จุดคนอื่นได้นะ…”
แต่ก็นะ ถึงที่ไอริสก่อภัยพิบัตินั่นจะไม่ได้มีเจตนาเพื่อ‘ใช้ความรุนแรง’ ก็เถอะ หนำซ้ำยังทำเพราะเจตนาดีอีกต่างหากแต่ยังไงก็เป็การกระทำที่ผิดอยู่ดีละนะ
เอาเถอะ โดนขังมาตั้ง 50 ปีแบบนี้ไอริสเองก็คงสำนึกผิดแล้วมั้ง
“ว่าแต่...ถึงเพิ่งจะมาถามเอาป่านนี้ก็เถอะ ไอ้ ‘อุปสรรค’ที่เธอสร้างขึ้นมาน่ะไม่ได้มาจากการใช้วิซจู่โจมหรอกเหรอ? ...หรือว่าท่านเทพสูงสุดจะมีพลังก่อให้เกิดภัยพิบัติใหญ่ได้หรือไง?
“พลังของเราน่ะคือ ‘ครีเอท***’ เท่านั้นแต่ก็สามารถใช้พลังนี้สรรค์สร้าง ‘วิซแห่งออมนิส’ หรือก็คือสามารถเขียน‘วิซที่แสดงผลลัพธ์อย่างที่้า’ ได้ยังไงละ”
แต่เพราะว่าโดนอสึโมริขโมยพลังนั่นไป ไอริสเลยใช้ ‘ครีเอท’ไม่ได้อย่างนั้นสินะ
“ว่าง่ายๆ ก็คือเธอสามารถสร้าง ‘ชีทการ์ด****’ ออกมาได้เท่าที่ตัวเอง้าเลยอย่างนั้นสินะ?”
“ใช่แล้ว แต่ว่าวิซที่เราสร้างขึ้นมาโดยใช้พลัง ‘ครีเอท’ นั้นจะใช้ได้แค่ครั้งเดียวแล้วก็หายไป ยังไงก็ตามวิซที่เราสร้างขึ้นเพื่อก่อให้เกิดอุปสรรคนั่นน่ะไม่ได้มีเจตนาเพื่อบุกโจมตีอะไรใครเราเลยจะสามารถใช้พลังครีเอทได้ตามใจชอบยังไงละ”
“งี้นี่เอง งั้นก็หมายความการ์ดที่ฉันมีอยู่นี่ก็ไม่ใช่การ์ดที่ไอริสสร้างขึ้นงั้นซินะ?”
“ถ้าเป็การ์ดที่เราสร้างขึ้นจากพลัง ‘ครีเอท’ ละก็นะ...แต่วิซที่ใช้กันทั่วไปนั้นก็เป็ฝีมือของเราด้วยเช่นกันนั่นก็หมายความว่าการ์ดที่เ้ามีอยู่ในตอนนี้ก็คือการ์ดที่เราสร้างขึ้นนั่นแหละ”
“เธอคือคนสร้างวิซอย่างงั้นเหรอ?!พอได้ยินแบบนั้นแล้วฉันยิ่งอยากลองสู้กับเธอเข้าไปใหญ่เลย!”
“ถึงเ้าจะเป็พวกบ้าการต่อสู้แค่ไหนก็เถอะ…แต่เราไม่มีเหตุผลที่จะต้องท้าดวลกับเ้าซักหน่อยเราก็แค่อยากสู้กับอสึโมริเท่านั้นเอง”
ดูเหมือนว่าไอริสคงแค่อยากจะชนะอสึโมริให้ได้แล้วเอาพลังของตัวเองที่ถูกยึดเอาไปกลับคืนมาเท่านั้น
ถ้าทำอย่างนั้นก็จะได้ร่างกายกลับคืนมาแต่ตราบใดที่อสึโมริไม่สามารถต่อสู้ด้วยได้ไอริสก็จะใช้ชีวิตอยู่ในร่างิญญาแบบนี้ต่อไป
“...อันที่จริงๆ เราเองก็อยากหลุดพ้นจากสภาพเช่นนี้เสียทีเหมือนกัน หากมีร่างเป็ิญญาแบบนี้ต่อไปเราก็ไม่อาจกินอาหารได้ตลอด 50 ปีมานี้เราก็เข้าไปสิงอยู่ในต้นไม้ใหญ่นั่นแล้วดูดซับเอาพลังชีวิตของมันมาเพื่อให้เรายังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ก็จริงแต่เมื่อวันก่อนจู่ๆต้นไม้นั้นก็มีสภาพแห้งกรอบไป แถมแถวนี้ยังไม่มีอย่างอื่นที่พอจะเข้าไปสิงได้อีกแล้ว…บางทีเราคงจะอยู่ได้อีกแค่อาทิตย์เดียวล่ะมั้ง”
ตอนนี้เขาเข้าใจถึงสถานะถูกบีบคั้นที่ไอริสกำลังเผชิญแล้วในเมื่อไม่มีสารอาหารในการดำรงอยู่ ถึงเ้าตัวจะร้อนใจไปก็เปล่าประโยชน์
“งั้นก็หมายความว่าถ้าเธอมาสิงฉันแทนก็หมดปัญหาแล้วสินะ?”
“นี่เ้ายังสติดีอยู่หรือเปล่า? หากได้สิงครั้งหนึ่งแล้วเราจะไม่อาจแยกจากผู้เป็เ้าของร่างได้อีกเลยนะ?”
“ถึงอย่างนั้นก็ไม่สนหรอกแต่ว่าเธอจะต้องยอมรับเงื่อนไขของทางนี้ก่อนนะ”
“เงื่อนไข?”
“มาสู้กับฉันซะ”
“อีกแล้วเหรอ ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะ แต่พอเถอะ”
โชมะเดาะลิ้นอย่างหมดอารมณ์
“อะไรเล่า กลัวที่จะต้องสู้กับฉันขนาดนั้นเลยหรือไง?”
“ไม่ใช่แบบนั้นแต่ว่าเรามีหน้าที่จะต้องดูแลให้แอสทรัลสงบสุขในฐานะเทพเ้านั่นคือความ้าสูงสุดของเรา เพื่อการนั้นพลัง ‘ครีเอท’จึงเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้ เราจึงจำเป็จะต้องฟื้นคืนชีพกลับมาโดยสมบูรณ์เสียก่อนตราบใดที่ยังไม่ได้ร่างเนื้อกลับคืนมาเราคงทำความหวังนั้นให้เป็จริงไม่ได้หรอก”
สิ่งที่ไอริสอยากจะบอกก็คงจะเป็...เธอไม่มีเหตุผลที่จะสิงร่างของโชมะแล้วดูดเอาพลังิญญาของเขาเพื่อที่จะมีชีวิตต่อไปอย่างนั้นซินะ
“ไม่มีวิธีอื่นที่ทำให้เธอฟื้นคืนกลับมาอย่างสมบูรณ์นอกจากเอาชนะปู่ให้ได้แล้วหรือไง”
“ไอ้วิธีการนั่น...จะว่ามีมันก็มีอยู่หรอกแต่ว่า...ด้วยพลังของเ้าน่ะคงไม่ไหวหรอก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นที่หน้าของโชมะก็ปรากฏรอยยิ้มท้าทายอีกฝ่ายออกมา
“จะไหวไม่ไหว...เธอลองพิสูจน์ด้วยตัวเองดูหน่อยเป็ไง?”
“สุดท้ายก็เื่นั้นอีกแล้วเหรอ...เช่นนั้นก็ย่อมได้หากเ้าพูดถึงขนาดนั้นเราจะทดสอบเองว่าเ้ามีพลังเพียงพอหรือไม่นี่ถือเป็กรณีพิเศษเลยนะ”
“กรณีพิเศษ?...หมายความว่าปกติจะดวลกับไอริสไม่ได้หรือไง?”
“ใช่ แต่เดิมการจะท้าสู้กับเรานั้นจำเป็จะต้องรวบรวมวิซให้ครบทุกชนิดเสียก่อน เท่าที่เราเป็เทพมา1,000 ปีผู้ที่มาท้าสู้กับเราได้นั้นมีจำนวนน้อยนิดเสียจนนับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวจนถึงตอนนี้ผู้ที่สามารถเอาชนะและได้รับ‘วิซแห่งความว่างเปล่า’ เป็ของตอบเเทนได้ ก็มีแค่ รินโด อสึโมริปู่ของเ้าคนเดียวเท่านั้น”
แต่ก็ไม่นึกเลยว่าจะเอาสิ่งนั้นมาปิดผนึกพลังของเราซะได้
ไอริสบ่นพึมพำออกมา
ดูเหมือนว่า อสึโมริจะใช้วิซที่มีคุณสมบัติ ‘รีเทิร์น******’หรือก็คือได้ใช้วิซซึ่งไอริสมีถือครองอยู่แค่ใบเดียว ‘ส่งตัวเธอไปยังโลกที่ถูกสร้างขึ้น’ก่อนจะกลับไปยังโลกเดิม
“ทั้งที่มีวิซอยู่ในมือแต่กลับไม่ยอมต่อสู้งั้นเหรอเสียของชะมัด ในเมื่อฉันอุตส่าห์ได้แหวนแห่งมนตรามาไว้ในมือแบบนี้งั้นขอใช้เลยแล้วกันนะ”
“ในกรณีที่เ้าสามารถเอาชนะเราได้ ตามกฏเราจะมอบสิ่งที่เ้า้าให้เป็การตอบแทน”
*เสิร์จ = ค้นหา
**เอนด์ = เสร็จสิ้น
***ครีเอท=สรรค์สร้าง
****ออมนิส= ความว่างเปล่า
******ชีทการ์ด = การ์ดปลอม
*******รีเทิร์น = กลับสู่จุดเริ่มต้น