7
เปิดประสบการณ์ตลาดมืดครั้งแรก
หมู่บ้านปี้เฟิ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอิอัน 24 ลี้ ผ่านสหกรณ์ที่ไปซื้อของกับเด็กๆในวันนั้นไปอีก ผ่านูเาอีกหนึ่งลูก ตามที่หลงเฟยอวี้บอกมา
ก็อกๆ
“คุณ ฉันเข้าไปได้ไหม”
“อืม” เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตก็เปิดประตูเข้าไป เ้าของห้องนั่งอยู่ที่กลางห้อง สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง เหมือนเขากำลังนั่งรับลมอยู่
“ฉันจะเข้าไปในตัวอำเภอ ขอไปสำรวจดูก่อน จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป” หากจะเอาเนื้อไปขายจะต้องมีเส้นทางเข้าตัวอำเภอโดยที่ไม่เป็ที่จับตามองของชาวบ้าน
การไปสำรวจเส้นทางจึงมีความจำเป็ แล้วค่อยกลับมาวางแผนว่าจะเอายังไง นอกจากนี้ยังเป็การสำรวจสิ่งของที่ขายอยู่ในตลาดมืดอีกด้วย
อยากรู้ว่าในตลาดมืดเขาขายอะไรกันบ้าง ได้ไปเห็นจะได้มีไอเดียในการสร้างรายได้ ถ้าหาเงินได้ อย่างแรกที่จะซื้อก็คือเสื้อผ้า
และที่สำคัญมากๆสำหรับผู้หญิงก็คือผ้าอนามัย ไม่รู้ว่ายุคนี้เขาใช้ผ้าอนามัยแบบไหน เธอเป็มนุษย์ที่มียีนกลายพันธุ์ จะมีรอบเดือนจะมีทุกๆ 2 เดือน รอบเดือนจะมาแค่ 2-3 วันเท่านั้น อย่างน้อยก็ต้องมีเตรียมพร้อมเอาไว้
“คุณพาเฟยิและเฟยเหมียนไปด้วยก็ได้ ในสหกรณ์ในอำเภอมีของขายมากกว่า แต่ถ้าคุณจะเข้าไปในตลาดมืดอย่าพาเด็กไปด้วยก็พอ ให้พวกเรารอคุณที่สหกรณ์ก็ได้”
“ฉันไปคนเดียวน่าจะสะดวกกว่า”
“ให้เด็กๆไปด้วยเถอะ คุณไม่รู้จักที่ทางในตัวอำเภอ เฟยิและเฟยเหมียนเคยไปที่นั้นน่าจะช่วยคุณได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขนาดนี้เธอจะปฏิเสธได้ยังไง
“เอานี้ไปด้วย เพื่อเอาไว้ใช้จ่าย พาเด็กๆไปกินบะหมี่ร้านที่ผมเคยพาเขาไปกินด้วย พวกเขารู้ว่าร้านไหน” ชายหนุ่มยื่นถุงบางอย่างมาให้ เฉินหงอี้รับมาแล้วก็พบว่ามันคือถุงเงิน ในถุงมีเงินอยู่ 20 หยวน
“20 หยวน ขอบคุณนะ ไว้ฉันจะหามาคืนคุณเอง” ไม่เกรงใจหรอกนะ ขอยืมเอามาใช้ก่อน ไว้จะหามาคืนที่หลัง พร้อมดอกเบี้ยด้วย
“ฝากคุณซื้อผ้ามาตัดเย็บชุดให้เด็กๆด้วย ผมไม่มีคูปองผ้าเหลืออยู่แล้ว ในตลาดมืดน่าจะหาซื้อได้”
“ได้สิ” เธอเองก็คิดจะซื้อผ้าอยู่พอดี แต่ปัญหาคือ เธอตัดเสื้อไม่เป็ ซื้อมาแล้วใครจะตัด? ปัญหาใหญ่เลยนะเนี่ย
“เออ..คือว่าฉัน...”
“คุณเห็นบ้านที่อยู่ห่างออกไปหลังแรกไหม? ซื้อมาแล้วก็เอาไปให้ย่าฉีตัดให้ วัดขนาดตัวแล้วบอกกับย่าฉี คุณล่าสัตว์เก่งไม่ใช่หรอ ตอนไปรับชุดก็ล่าไก่ป่า ไม่ก็เอาปลาไปให้เป็ค่าตอบแทน”
เหมือนเขามานั่งอยู่ในใจของเธอ รู้ด้วยว่าเธอกำลังคิดจะถามอะไร น่ากลัวเกินไปแล้ว
“โอเค” เธอบอกกับเขาออกไปอย่างลืมตัว
เมื่อหญิงสาวออกไปจากห้อง เ้าของห้องก็ขมวดคิ้วเป็ปม เมื่อกี้หญิงสาวพูดภาษาต่างประเทศอย่างแน่นอน เธอเป็ใครกันแน่
เฉินหงอี้พาเฟยิและเฟยเหมียนออกมาจากบ้านด้วยความร่าเริงใจ ระยะทาง 24 ลี้ ถ้าเด็กๆเดินไม่ไหว เธอจะแบกพวกเขาเอง
ทั้งสามคนเดินออกมาตามทางเรื่อยๆ เจอชาวบ้านทักทายและเอ่ยถามเด็กๆทั้งสองคนว่ามากับใคร เฟยิและเฟยเหมียนพร้อมใจกันตอบในทันทีว่า มากับแม่ ชาวบ้านมองหน้าเธอด้วยความสงสัยจากนั้นก็ไม่สงสัยอะไรอีก มันง่ายขนาดนั้นเลย
เดินมาได้ครึ่งทางก็แวะพักที่ร่มไม้ตรงเชิงเขา เดินเลียบเชิงเขาไปก็จะถึงตัวอำเภอ
“เฟยิ เฟยเหมียน จากนี้พี่จะแบกพวกนายเอง” ดูเหมือนจะเหนื่อยกันอยู่ไม่น้อย
“เอาไว้ถึงตัวอำเภอ พวกเราไปกินบะหมี่ร้านที่พวกนายเคยไปกินกับพ่อกันนะ” อย่างน้อยก็ให้กำลังใจเด็กๆทั้งสองคน
“จริงหรอครับ”
“จริงสิ พ่อพวกนายบอกให้พี่พาพวกนายสองคนไปกิน ยังจำร้านได้ใช่ไหม?”
“จำได้ครับพี่หงอี้” เฟยเหมียนบอกกับเธอด้วยรอยยิ้ม
นั่งพักจนเด็กๆหายเหนื่อย เธอก็ตัดสินใจอุ้มเฟยิและเฟยเหมียนด้วยมือคนละข้าง เด็กๆห้ามแต่เธอไม่ฟัง ระยะทางไกลพอสมควรกว่าจะไปถึงตัวอำเภอ
เธออุ้มเฟยิและเฟยเหมียนด้วยแขนคนละข้าง น้ำหนักตัวพวกเขาเบากว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก เฟยิและเฟยเหมียนเกาะไหล่ของเธอเอาไว้
“สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ห้ามบอกใครเด็ดขาด ถ้าจะให้ดีพวกนายหลับตาลงไปจะดีที่สุด” เมื่อเห็นว่าทั้งสองทำตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย เธอก็ยิ้มออกมา
สายตาสำรวจมองไปรอบตัวๆ ใช้ระบบเอไอที่อยู่ในนาฬิกาตรวจจับความร้อนของสิ่งมีชีวิต พบว่าบริเวณโดยรอบมีแค่สัตว์ป่าตัวเล็กๆ จำพวกนก กระรอก กระต่าย ไก่ป่าเท่านั้น
เธอเร่งฝีเท้าให้การเดินทาง จะเรียกว่าวิ่งกระเตงก็ได้ เพราะเธอทำแบบนั้นจริงๆ ความเร็วที่เพิ่มขึ้นทำให้เฟยิและเฟยเหมียนเกาะอีกฝ่ายเอาไว้แน่น
เวลาผ่านไปไม่ถึง 10 นาที ก็พ้นเขตเลียบเชิงเขามาและตัวอำเภออยู่ห่างออกไปเพียง 2 ลี้เท่านั้น
“พวกนายลืมตาได้แล้ว”
“ถึงแล้วหรอครับ พี่หงอี้วิ่งเร็วมาก” เฟยิมองไปรอบๆ แล้วพูดออกมา
“พี่หงอี้ไม่เหนื่อยใช่ไหมครับ” เฟยเหมียนถามด้วยความเป็ห่วง พี่สาวหงอี้อุ้มพวกเขาสองคนแล้วก็วิ่งมาจนถึงที่นี้ พี่สาวหงอี้วิ่งเร็วมาก พวกเขาไม่แปลกใจเพราะเห็นตอนพี่หงอี้สู้กับหมูป่ามากับตาแล้ว
“พี่ไม่เหนื่อย พวกเรารีบไปกันเถอะ”
ทั้งสามคนมาถึงตัวอำเภอิอัน เฟยิพามาที่ร้านบะหมี่ สั่งบะหมี่มาสองชาม รสชาติน้ำซุปกระดูกหมูทำให้บะหมี่มีกลิ่นหอมน่ากิน เส้นบะหมี่ได้มาเยอะ ส่วนหมูมีแค่ 3 ชิ้นเท่านั้น
“เฟยิ เฟยเหมียน นั่งกินบะหมี่รอพี่อยู่ที่นี้นะ ค่อยๆกินไม่ต้องรีบ นี้เงินค่าบะหมี่ ถ้าไม่อิ่มก็สั่งเพิ่มได้” ตอนนี้เธอยังไม่หิว ขอไปสำรวจตลาดมืดก่อน ค่อยไปสหกรณ์ในตัวอำเภอ แล้วกลับบ้าน
“พี่หงอี้ไม่ต้องห่วงครับ ผมกับเฟยเหมียนจะรอพี่อยู่ที่นี้”
“ดีมาก รอไม่นานเดี๋ยวพี่มา”
ตลาดมืดอยู่ไม่ห่างจากร้านบะหมี่มากนัก จากคำบอกเล่าของหลงเฟยอวี้ เขาบอกกับเธอว่าเมื่อมาถึงร้านขายบะหมี่ให้เดินตรงไปทางทิศเหนือ
จากนั้น 1 ลี้ให้เดินไปทางทิศตะวันออก เดินตรงไปเรื่อยๆ สังเกตคนที่อยู่แถวๆนั้น พวกเขาจะปิดบังใบหน้าเวลาเข้าไปซื้อของในตลาดมืด เธอจำคำพูดของเขาได้ทุกประโยค หยิบผ้าคลุมมาปิดบังใบหน้าเอาไว้ จากนั้นก็พบกับคนเฝ้าประตู
รหัสที่ได้มาเป็รหัสเก่าเมื่อสองปีก่อน ไม่รู้ว่าจะยังใช้ได้ไหม หวังว่ามันจะใช้ได้ เมื่อมาถึงก็บอกรหัสกับคนเฝ้าประตู เป็ชายวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่
เขามองเธอั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะยอมหลีกทางให้เธอเข้าไป มันก็คือตรอกที่อยู่ในซอยที่มีความกว้างเพียง 3 เมตรเท่านั้น ผู้คนคลุมหน้า มีร้านขายของที่วางของเอาไว้บนแคร่
ร้านแรกเป็ซาลาเปา ลูกละ 3-6 เหมา ขึ้นกับว่าไส้ข้างในเป็อะไร ร้านต่อไปเป็ธัญพืช ร้านตั้งห่างกันพอสมควร ขายธัญพืชไม่ว่าจะเป็ข้าว ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง ถั่งเขียว แป้งข้าวโพด แป้งสาลี ราคาแพงกว่าในสหกรณ์ แต่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อ
เดินมาอีกเป็ร้านขายเนื้อสัตว์ สีของเนื้อมันดูไม่ค่อยน่าซื้อเท่าไหร่ จินละ 2-4 หยวนแล้วแต่ส่วนของเนื้อ เดินเข้ามาอีกจะเป็ร้านผ้า
“พับเท่าไหร่”
“6 หยวน” แพงมาก ผ้าฝ้ายเนื้อไม่ได้ดีเท่าไหร่ ขายตั้งพับละ 6 หยวน แต่จะไม่ซื้อก็ไม่ได้ หลงเฟยอวี้บอกว่าไม่มีคูปองผ้าเหลืออยู่แล้ว ราคา 6 หยวนนับว่าถูกแล้ว
“น้องสาวมาได้จังหวะ ผ้าพึ่งมาส่ง ราคานี้นับว่าถูกมากแล้ว”
“เอาสองพับ” เลือกสีเข้มหน่อยมาสองพับ แค่ซื้อผ้าเงินที่หลงเฟยอวี้ให้มาก็จะหมดแล้ว
เมื่อซื้อผ้าเสร็จก็เดินมาเจอกับร้านขายของทั่วๆไป มีสบู่วางขายด้วย ก้อนเท่าฝ่ามือ ราคาตั้ง 2 หยวน นับว่าแพงมาก
“ไม่มีจริงๆหรอ พี่ชาย คือฉันพึ่งแยกบ้าน ้ามีดทำครัวมากๆเลย เท่าไหร่ก็ยอมจ่าย”
“ไม่มีจริงๆ มีแค่กระทะซึ่งเหลืออยู่เพียงใบเดียวเท่านั้น ่นี้สินค้าที่ทำจากเหล็กหายากมาก มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้”
จริงหรอ? เฉินหงอี้ฟังที่คนอื่นคุยกัน มันอาจจะดูเสียมารยาท แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เธอ้าเก็บข้อมูล เนื้อสัตว์มีราคาแพง ยิ่งเนื้อสดยิ่งแพง มีดที่ทำจากโลหะ หาซื้อได้ยาก...
มีดสั้น มีดขนาดเหมาะมือ ดาบ เธอมีอยู่เยอะเลย แถมทำจากโลหะสังเคราะห์ที่คุณภาพดีมากๆ ถ้าเอามาขายสักเล่มสองเล่มเพื่อหาเงินมันจะเป็อะไรไหมนะ
เอามีดรูปแบบธรรมดาๆ ไม่เตะตาจนเกินไป น่าจะมีอยู่ 20 เล่ม ที่ขนาดพอเหมาะเอามาทำครัวได้สบายๆอยู่แล้ว ใช้หั่นหมู หั่นผัก ใช้ในครัวได้สบายๆเลย
“พี่สาว กำลังหามีดอยู่ใช่ไหมคะ ฉันพอมีอยู่หนึ่งเล่มพี่สาวสนใจดูก่อนไหม” หลังจากเดินตามหญิงสาวที่ถามซื้อมีดมาพักหนึ่ง
เธอสังเกตคนที่เข้ามาขายของในตลาดมืด บางคนก็ไม่ได้วางของไว้ที่แคร่ พวกเขาจะเข้ามาทักถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แล้วพูดถึงของที่พวกเขามี
“น้องสาวมีจริงๆใช่ไหม?”
“พี่สาวเดินมาดูตรงนี้ก่อน” อย่างน้อยจะเอามีดที่อยู่ในกระเป๋าคาดเอวออกมา ต้องหาที่ลับตาคนหน่อย เธอซ่อนเอาไว้โดยใช้เสื้อผ้าฝ้ายสีเข้มอำพราง
มีทำจากโลหะสังเคราะห์ยาวประมาณ 25 เิเ มันเป็มีดที่เอาไว้แล่เนื้อสัตว์กลายพันธุ์ สีดำเข้มทั้งเล่ม แต่ความคมรับรองว่ามีดในยุคนี้สู้ไม่ได้
อาศัยความมืดในการอำพราง การเอามีดออกมาโชคดีมากที่ในตลาดมืดนั้นแสงไม่ค่อยมี
“พี่สาวดูก่อนได้ มีเพียงแค่เล่มเดียวเท่านั้น บอกเลยว่าคมมาก ทำมาจากเหล็กคุณภาพดีมากๆ พี่สาวลองดูก่อน” เธอส่งมีดให้กับอีกฝ่าย
“ดูแปลกตา น้ำหนักเบา ขอลองหั่นดูได้ไหม?” รูปร่างของมีดดูแปลกตา น้ำหนักเบา อาจจะไม่ค่อยคม ซื้อไปก็ใช้งานได้ไม่คงทน ก่อนซื้อก็ต้องลองดูก่อน ตอนนี้ไม่มีทางเลือกมากหนัก มีดหายากจริงๆ แปลกใจที่หญิงสาวคนนี้มีมาขาย
“ได้เลยค่ะ” หญิงสาวหยิบฟักทองในตะกร้าของตัวเองออกมา ก่อนจะเริ่มใช้มีดหั่นฟักทองดู เพียงแค่กดมีดลง ฟักทองก็ถูกแบ่งออกเป็สองท่อนทันที
“โอ้ น้องสาวมีดเล่มนี้คมมาก ถึงจะไม่เหมือนมีดทำครัวทั่วๆไป ต้องยอมรับเลยว่ามันคมมาก แทบไม่ต้องออกแรงสามารถหั่นฟักทองออกเป็สองชิ้นได้อย่างง่ายดาย น้องสาวขายยังไง?” คำนี้แหละที่รอคอย
“180 หยวน เล่มนี้เหลือเล่มสุดท้ายแล้ว”
“ตกลง” ขายง่ายจังเลย ราคาสูงกว่ามีดทั่วไป 20 หยวนเลยทีเดียว แค่มีดเล่มเดียวทำเงินได้มากขนาดนี้ จะลำบากเข้าป่าไปล่าสัตว์ทำไม?
แต่จะเอาออกมาขายทั้งหมดก็ไม่ได้ หลงเฟยอวี้เล่าสถานการณ์ของ่นี้ให้ฟังคราวๆแล้ว ของที่ทำมาจากเหล็ก หากนำออกมาขายจะเป็ที่จับตามอง
ขายให้แค่เล่มเดียวก็พอ เงิน 180 หยวนนับว่ามากพอที่จะซื้อของที่้าได้ เมื่อรับเงินมาก็ซื้อผ้าเพิ่มอีก 3 ผับ แล้วรีบออกมาจากตลาดมืดทันที
“เฟยิ เฟยเหมียนพี่มาแล้ว รอนานหรือเปล่า?”
“ไม่ครับพี่หงอี้ แล้วซื้ออะไรมาเยอะแยะครับ” เฟยิเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าพี่สาวหงอี้เดินมาพร้อมกับข้าวของเต็มมือ
“ผ้านะ จะเอาไปให้ย่าฉีตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พวกนายสองคน แล้วก็พ่อพวกนายด้วย” ซื้อมาทั้งหมด 5 พับ ของเธอสองพับ
ก่อนออกมาแวะซื้อตะกร้าไม่หวายมาด้วยหนึ่งอัน เธอซื้อของเยอะ แล้วก็ไม่ได้เอาตะกร้าไม้ไผ่มาด้วย ตอนแรกคิดว่าจะมาสำรวจดูก่อน แต่ไม่คิดว่ามาครั้งแรกก็จะได้เห็นช่องทางหารายได้เลย แถมได้เงินมาตั้ง 180 หยวน
พอออกจากตลาดมืด ก็พาเด็กๆมาที่สหกรณ์ในตัวอำเภอ ซื้อข้าว เกลือ น้ำตาล เครื่องปรุง แล้วก็ลูกอมตรากระต่ายอีกหนึ่งห่อ
“ขอบคุณครับพี่หงอี้” เฟยิ
“อร่อยมากเลยครับ” เฟยเหมียน
“อร่อยๆ” เป็ลูกอมรสนม หวานๆ กินแล้วก็อร่อยดี ไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อนเลย นอกจากความหวานที่ให้พลังงานกับร่างกายได้ ไอ้เ้าลูกอมมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับร่างกายเลย
“เอาละ เรากลับบ้านได้แล้ว” กำลังคิดว่าจะอุ้มเด็กๆ โดยที่สะพายตะกร้าหวายด้วยได้ไหม มันจะดูรุงรังเกินไปหรือเปล่า โชคดีที่ซื้อซาลาเปามาด้วยจะได้มีอาหารไว้รองท้อง
ถ้ากลับไปถึงเร็วเกินไป หลงเฟยอวี้อาจจะสงสัยเอาได้ เอาเป็ว่าค่อยๆเดินไปก็แล้วกัน ถ้าเด็กๆไม่ไหวค่อยอุ้มแล้วก็พาวิ่งเหมือนตอนที่เดินเข้าตัวอำเภอ