เทพนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงอยู่สามวัน ไม่กล้าพูดอะไรออกมา หมอบอกกับแม่ว่า
คนไข้ที่เพิ่งฟื้นมาใหม่ๆ จะพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะถูกเครื่องช่วยหายใจสอดเข้าไปในลำคอเอาไว้นาน ต้องรออีกสักระยะ ให้ลำคอหายอักเสบเสียก่อน
เทพมองสภาพร่างสตรีที่เขามากำเนิด ก็ได้แต่อดสูใจยิ่งนัก ที่ชายชาติทหารกล้า แม่ทัพผู้สยบสิบทิศ ไม่เคยหวาดเกรงผู้ใด หาญกล้าท้ารบทุกๆ คน ไม่เคยก้มหัวให้ใครนอกจากกษัตริย์เท่านั้น แต่มาบัดนี้ กลับถูก์กลั่นแกล้ง ให้เขามากำเนิดใหม่ในร่างสตรี ผู้อ่อนแอ บอบบาง ยิ่งมองเห็นพยาบาลมาเช็ดตัวให้ทุกครั้ง
น้ำตาเขาถึงกับไหลพรากออกมา ชั่วชีวิตของเขา เสียน้ำตาให้กับการตายของหลวงปู่ กับ เสด็จอาของเขาเท่านั้น แต่ครั้งนี้ น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูที่เห็นสภาพของตัวเอง
ไม่ได้ ! เขาจะยอมแพ้ต่อโชคชะตาเช่นนี้ไม่ได้ ต้องรีบหาทางกลับไปล้างแค้นในสิ่งที่พวกมันได้ทำกับเขาเอาไว้อย่างสาสม รอให้เขาหายดีก่อน แม้จะเป็ร่างสตรีเขามั่นใจว่า จะต้องตัดหัวพวกมันมาล้างตีนได้ทุกๆ คนได้อย่างแน่นอน
แต่ไม่ทันที่จะคิดทำอะไรต่อ ่ล่างของเขา ก็มีเืไหล พรั่งพรูออกมา พยาบาลมาเห็น ก็รีบมาทำการทำความสะอาดทันที แล้วนำผ้าอนามัยมาเปลี่ยนให้
นี่มันคืออะไร ! หรือว่านี่จะเป็ ระดูของสตรีอย่างนั้นรึ? พยาบาลเห็นเทพน้ำตาไหลพราก ก็เลยสงสารเวทนา แล้วก็ปลอบใจว่า
“ น้องเจนไม่ต้องเสียใจนะคะ ถึงแม้จะฟื้นแล้ว แต่ว่าร่างกายยังอ่อนแรงเป็เพราะว่าน้องเจนนอนหลับมานานเกินไป ร่างกายยังไม่สามารถขยับตัวได้มากนัก คงต้องรออีก 7 วัน ไปแล้วจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง แล้วก็อาจจะกลับบ้านได้เลยนะคะ” พยาบาลสาวสวย นำผ้ามาเช็ดน้ำตาให้เทพ ที่ยิ่งอยากจะร้องไห้ออกมาดัง ๆ
เทพหลับตาเข้าญาณสมาธิ สืบค้นความทรงจำของสตรีผู้นี้ เวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง เทพลืมตาโพลงด้วยความใ ที่เพิ่งจะรู้ว่า เวลานี้กรุงศรีอยุธยานั้นได้ล่มสลายไปกว่า สี่ร้อยปีแล้ว คนที่เขา้าฆ่านั้น ได้ตายกันไปหมดแล้ว
นี่มันเป็ไปได้อย่างไรกัน ! ์ให้ข้ามากำเนิดใหม่ แล้วยังส่งให้ข้ามากำเนิดในอนาคตอีก 400 ปี บ้าไปแล้ว!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่ ไม่ได้การ ต้องส่งจิตไปหาหลวงปู่ฤาษีก่อน ท่านต้องช่วยได้แน่ๆ เทพไม่รอช้าพยายามหลับตารวบรวมสมาธิ ส่งจิตไปหาหลวงปู่ฤาษี ใช้เวลาส่งจิตไปติดต่อทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ ใดใดทั้งสิ้น เทพเริ่มท้อกับ เหตุการณ์ที่เขาประสบพบเจอในครั้งนี้
“ ฟ้าแกล้งข้าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ข้าไม่เคยทำผิดต่อฟ้าดิน แล้วนี่มันอะไรใครรู้ช่วยตอบข้าที?” ขณะที่เทพกำลังพร่ำพรรณนาชะตาชีวิตของตัวเองอยู่นั้น แม่ส้มก็เข้ามาหาเทพ แล้วมองมาด้วยความรักและเอ็นดู ทำให้เทพััได้
“ ลูกแม่ เป็ไงบ้าง วันนี้แม่ขายข้าวแกงหมดเร็ว เลยรีบมาหาลูก วันนี้แม่ทำข้าวต้มไก่ฉีก ของโปรดของลูกมาให้ด้วยนะ” แม่ส้มใช้มือลูบเส้นผมของเทพด้วยความรัก ทำให้เทพมองแล้วซาบซึ้งใจยิ่งนัก ในชีวิตของเขา ไม่เคยที่จะได้ความรู้สึกที่อบอุ่นเช่นนี้ จากผู้เป็แม่เลย น้ำตาจึงเริ่มไหลออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วค่อยเปล่งเสียงที่แหบกร้าน ออกมาเบาๆ
“ แม่....”
“ อืม..ไม่ต้องพูดหรอกลูก ตอนนี้หมอบอกว่า คอลูกยังไม่หายดีไว้รอหายดีก่อนค่อยพูดออกมา” แม่ใช้นิ้วปาดน้ำตาให้เทพที่มองอย่างซาบซึ้งใจ เพราะเขารู้ว่าแม่ส้มต้องลำบากแค่ไหน กว่าจะเลี้ยง ลูกทั้งสองคนให้เติบใหญ่มาถึงวันนี้ได้
เจนนิสา เรียนอยู่ชั้นม. 4 ห้องกิ๊ฟ เรียนได้เกรด สี่มาตลอด และสามารถสอบชิงทุนโดยที่แม่ส้มไม่ต้องจ่ายค่าเทอม แต่ว่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง ค่าอาหารยังต้องมี
เทพเริ่มรับรู้ความจำ ของเจนกับแม่ส้ม และเพื่อนๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ในสมองแล้วยังมีน้องชายจอนอีกคน แต่ว่าเจนไม่มีความรักในตัวพ่อของเธอเลย เพราะสาเหตุที่พ่อแต่งภรรยาใหม่ แล้วทิ้งแม่กับเธอไปโดยไม่ส่งเสียเลี้ยงดูเลย !
เทพตั้งใจแรก คิดว่าจะฆ่าตัวตายหลังรู้ว่าชีวิตไม่มีค่าอะไรแล้ว ! ศัตรูก็ได้ตายไปแล้วหมดสิ้น แม้แต้แผ่นดิน ก็กลายเป็เมืองเล็กๆ ในปัจจุบันไปแล้ว แต่พอเห็นหน้าของแม่ส้ม ทำให้เทพเกิดความรู้สึกประหลาด หากเขาตายไป หญิงผู้นี้ต้องเสียใจแค่ไหนกัน จึงเริ่มคิดว่า ชีวิตยังต้องมีความหวัง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากว่าเขามาอยู่ที่โลกอนาคตได้ ก็ต้องกลับไปอดีตได้เช่นกัน
ดังนั้นในเวลานี้ ต้องหาหนทางที่จะกลับไปในอดีตให้ได้ แต่ก่อนอื่น ต้องทำให้ร่างกายของเด็กสาวคนนี้กลับมาแข็งแรง เดินเหินได้สดวกเสียก่อน เื่อื่นๆ ค่อยว่ากันอีกที
หลังจากคิดได้แล้วว่าควรจะทำเช่นไรกับชีวิต ทำให้เทพเริ่มสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายก่อนเป็อันดับแรก ร่างกายที่ผอมแห้ง ผิดรูปไปเช่นนี้ มีวิธีเดียวที่จะ
สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นมา คือต้องใช้คาถาศักดิ์สิทธ์ เทพเริ่มท่องนโมสามจบแล้วก็เริ่มท่องคาถาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรับแสงทิพย์จากพระพุทธเ้าทั้งห้าพระองค์
แล้วเสริมพลังธาตุทั้งสี่เข้าสู่ร่างกาย
“นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ จะภะกะสะ นะมะอะอุ นิพพานะ ปัจจโย โหตุ สาธุ”
เทพท่องคาถาศักดิ์สิทธิ์อยู่สองชั่วโมงร่างกายเริ่มขยับตัวลุกนั่งได้แล้ว ก็เริ่มกินอาหารที่แม่ส้มทำมาให้จนหมด อาหารของโรงพยาบาลก็ฟาดไม่เหลือ แล้วไม่ถึงวัน ก็สามารถค่อยพยุงร่างตนเองออกไปเข้าห้องน้ำได้เองโดยไม่ต้องพึ่งใคร ถึงแม้ว่า เนื้อหนังจะแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็ตาม เทพก็พยายามกินอาหารแล้วหมั่นออกมาเดินรอบเตียง แล้วสวดคาถาศักดิ์สิทธิ์ เทพทำเช่นนี้สามวัน ก็สามารถเดินได้เอง โดยไม่ต้องมีใครพยุง หมอพยาบาลเห็นก็ประหลาดใจไม่น้อย แล้วก็อนุญาตให้ เทพนั้นกลับบ้านได้
บ้านของแม่ส้มนั้น อยู่ที่ชุมชนแออัดในเมืองกรุง บ้านที่อาศัยอยู่เป็บ้านเช่าเดือนละ 1,500 บาท อยูมาเกือบสิบปีแล้ว เพื่อนบ้านต่างรู้จักกันดี จอนเห็นพี่สาวกลับบ้านได้แล้วจึงรีบวิ่งมาช่วยพยุง กลับเข้าบ้าน ในบ้านมีห้องนอนห้องเดียว แม่ส้มยกให้เจนนอนคนเดียว ส่วนจอนกับแม่นอนที่บริเวณห้องนั่งเล่น พอเทพอยู่ในห้องได้ไม่นานก็มีเพื่อนมาเยี่ยมกันสามคน เทพจำชื่อได้ทั้งหมด มี โบว์ มีนุ่น และก็ฟ้า
ทั้งสามคนหน้าตาสวยงามน่ารักสมวัย หุ่นก็สมส่วน มีฟ้าเท่านั้นที่หุ่นเหมือนนางแบบดูดีที่สุดในกลุ่ม แต่หน้าอกนุ่นนั้นเอาไปกิน ส่วนโบว์อาศัยหน้าหมวยน่ารัก ทั้งหมดเป็เพื่อนห้องเดียวกัน ทุกคนพอรู้ว่า เจนออกจากโรงพยาบาลก็รีบมาเยี่ยมทันที
“ นี่แกหายเมื่อไร ไม่เห็นบอกพวกเราเลย นี่ถ้าพวกเราไม่โทรไปถามอาการที่โรงพยาบาล ก็ไม่รู้หรอกว่าแกออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว” โบว์เอ่ยถามเป็คนแรก หลังจากทั้งหมดเข้ามาในห้อง เจนแล้ว
“ ฉันยังเจ็บคออยู่” เทพพยายามพูดให้น้อยที่สุด เพราะยังไม่ชินกับการใช้ภาษาของโลกปัจจุบัน
“เออ ๆ แกไม่ต้องพูด ฟังพวกเราก่อน ปัญหาเวลานี้คือแกขาดสอบ กลางเทอม พวกเราไปขอให้อาจารย์ช่วยแล้ว แต่อาจารย์บอกว่า จะลองให้แกทดสอบดู หากแกสอบไม่ได้ เขาจะย้ายแกไปอยู่ห้องธรรมดา พวกเราคิดว่า เมื่อแกหายดีแล้วพวกเราจะมาติวให้ทุกวัน ฉันเชื่อว่าแกต้องทำได้” นุ่นเอ่ยบ้าง เทพพยักหน้าไม่เอ่ยอะไร
“ แล้วนี่แกจะไปโรงเรียนไหวไหมเนี่ย?”ฟ้าเพื่อนคนสวยที่สุดเข้ามานั่งใกล้ชิดกับเทพ ทำให้เทพรู้สึกแปลกๆ ในใจ
“ ขอเวลา สามวัน” เทพเอ่ยออกมาเบาๆ
“ ดี ถ้าเช่นนั้น อีกสามวัน พวกเราจะมารับแกไปโรงเรียนพร้อมกันนะ” นุ่นกล่าว
สาเหตุที่เทพขอเวลาสามวัน เพราะว่าร่างกายของเขาในเวลานี้ มีระดูไหลออกมายังไม่หมด เลยเกิดความรู้สึกว่า หากไปโรงเรียน แล้วมัน เลอะเทอะขึ้นมาไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง จึงคิดว่าอีกสามวันดีกว่า
ก่อนไปเพื่อนถามถึงมือถือที่จะติดต่อ แม่ได้ยินเลยบอกว่ามือถือของเจนพังหมดแล้ว เลยต้องโทร. ผ่านแม่ไปก่อน
่นี้อยู่บ้าน เห็นแม่ส้มไปซื้อของมาทำกับข้าว แล้วเข็นไปขายที่หน้าปากซอย ก็รู้สึกว่า เงินทองสมัยนี่ก็จำเป็เหมือนกัน มองไปบรรยากาศรอบๆ แล้วก็อดสะท้อนใจกับตัวเองไม่ได้ ว่าทำไมเขาถึงได้ตกต่ำถึงขนาดนี้ คงต้องหาทางช่วยแม่ส้มหาเงินบ้าง แม่ส้มจะได้ไม่ลำบาก
วันนี้เทพช่วยแม่ส้มเข็นรถข้าวแกงไปขายหน้าปากซอย แม่เอ่ยห้ามทันที
“ อย่าเลยลูก เพิ่งหายป่วยหายไข้ เดี๋ยวจะป่วยไข้หนักขึ้นไปอีก ดูซิขาแขนเล็กนิดเดียวเอง”
“ ไม่เป็ไร หากนั่งเฉยๆ ก็เป็ง่อยกันพอดี” เทพไม่ยอมจะออกไปช่วย
แล้วในที่สุด แม่ส้มก็ใจอ่อนให้เทพ ช่วยเข็นรถออกไปขายของ เทพช่วยแม่ส้มขายของอยู่สักพัก ก็มีวินมอเตอร์ไซด์เข้ามาทักทาย ถามเจนว่าหายดีแล้วหรือแล้วเื่คดีความว่าอย่างไรบ้าง
เทพถึงกับงง เื่คดีความอะไรกันหรือ? แต่แม่ก็ช่วยตอบออกไปว่า
“ เห็นคู่กรณีนัดให้ไปพบที่สน. อีกสามวัน”
“ แม่ คดีความอะไรรึ?” เทพเอ่ยถามเสียงเบาๆ
“ ก็ฝ่ายที่ขับรถชน แล้วทำให้ลูกาเ็น่ะซิ คนอื่นๆ นั้นตายไปหมด เหลือรอดแต่ลูกคนเดียว ดังนั้น ตำรวจเลยเรียกคู่กรณีมาเพื่อตกลงว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้ลูกยังไงล่ะ” เทพพยักหน้าไม่ค่อยรู้เื่แบบนี้เท่าไร แต่ว่า ถ้าได้เงินมา แม่ก็คงไม่ลำบากอย่างแน่นอน
วันนี้แม่ขายกับข้าวดีมาก คนกำลังมาซื้อกันเต็มร้านเลย แต่ในขณะนั้นเอง เทพก็ััถึงอันตราย ที่กำลังมุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว เทพจับแม่ส้มแล้วรีบดึงจนทั้งสองคนตัวลอยออกไปทางด้านหลัง มีรถสปอร์ตสีดำ พุ่งขึ้นมาบนฟุตบาทพุ่งเข้าชนรถข้าวแกงของแม่ส้ม จนพังกระจายเสียหายไปจนหมด ดีที่ไม่มีใครเป็อันตราย มีชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าปีที่ขับรถยังไม่ยอมลงมาจากรถ แต่มันพยายามถอยหลังรถออกมาจากรถเข็น แต่ว่า ด้านหน้ารถของมันติดคาอยู่ ทำให้ไม่สามารถขยับออกมาได้ ชายหนุ่ม ลงมาจากรถแล้วเอาเท้าเตะใส่รถข้างแกงเพื่อให้หลุดจากรถของมัน ชาวบ้านเริ่มส่งเสียงโห่ ฮาใส่ ชายหนุ่มหันมามองหน้าทุกคน
“ ทำไม ใครมีปัญหา รู้ไหมว่าพ่อกูเป็ใคร”
“ ไอ้บ้านี่ มากไปแล้ว แม่รถคันนี้เราซื้อมาเท่าไร”
“ สามหมื่น”
“ ค่าอาหารแล้วหม้อล่ะ”
“ ห้าพัน”
เทพในร่างผู้ญิงที่ตัวบางนิดเดียว เดินมาเผชิญหน้ากับ ชายหนุ่ม แล้วแบมือยื่นไป
“ จ่ายค่าเสียหายมา ห้าหมื่น” เทพเรียนรู้ค่าของเงินในโลกสมัยนี้แล้ว
“ อะไรนะ นี่สาวน้อยกล้าคิดราคานี้ คิดจะปล้นกันหรือไง?”
เทพไม่ตอบคำถาม กลับช้มือพุ่งเข้าไปจับที่ไหล่ของชายหนุ่ม กดที่จุดหัวไหล่ ทีสะบัก ชายหนุ่มถึงกับร้องเสียงหลง แล้วลงไปคุกเข่ากับพื้น
“ จ่ายไหม?”
“ ฉันจะเรียกประกันมาจ่ายให้”
“ แกเป็คนผิดยังมีหน้าให้คนอื่นมาจ่ายอีกรึ?” เทพกดจุดที่ไหล่ลงไปอีก ชายหนุ่มยังร้องเสียงหลง สงสัยว่ายัยบ้านี่เป็ใครกันวะ มือแข็งฉิบ !
“ ได้ ๆ จ่ายก็ได้” ชายหนุ่มควักกระเป๋าตังออกมามีเงินแค่สามหมื่น
“ ยังไม่ยอมจ่ายอีกใช่ไหม” เทพทำท่าจะกดแรงขึ้นอีก แต่มันบอกว่าจะไปกดเงินมาให้เทพเลยปล่อยมือ มันวิ่งไปที่ตู้กดเงินแล้วนำเงินที่เหลือมาให้ทันที
เทพคว้าเงินมาแล้วมายื่นให้แม่หมดเลย แม่ได้แต่ใ ไม่ได้คิดถึงเื่เงิน คิดแต่ว่า ทำไมลูกสาวถึงได้ใจกล้าเช่นนี้ แล้วไปรู้วิธีกดจุดแบบนั้นมาจากไหนกัน
แม่มีหลายคำถาม แต่ไม่กล้าเอ่ยออกมาสักคำเพราะคนเริ่มเยอะขึ้น
“ กลับกันเถอะแม่” เทพจูงมือแม่แล้วก็เดินกลับบ้านทิ้ง สภาพร้านข้าวแกงที่พังจนหมดไว้ กับ ชายหนุ่มที่มองตามเจนกับแม่ อย่างอาฆาตมาดร้าย....