"ยะ แย่แล้วหัวหน้า"
"ไอ้พวกเชลยกำลังหนี!!!"
"อะไรนะ พวกมัน!!"
"แล้วไอ้ 3 ตัวนั้นมันมัวทำอะไร"
"คะ คือพวกมันสลบครับ"
"เหี้ยเอ้ย!! ไม่ได้เรื่อง"
บุรุษร่างกำยำ พลันตะหวาดใส่ลูกน้องที่เข้ามารายงานด้วยความโกรธ สถานการณ์ตอนนี้แม้มันจะควบคุมไว้ได้ชั่วคราว
ทว่าหากยังยืดเยื้อหรือรอจนกระสุนและระเบิดของพวกมันหมด เกรงว่าทุกๆคนและตัวมันเองต้องตายแน่ๆ ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งของซอมบี้ที่เวลานี้ หากประเมินด้วยสายตาน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 1000 ตัวแล้ว
มันเป็นเรื่องที่แปลกมาก ที่ซอมบี้มากมายขนาดนี้กลับแห่แหนรวมตัวหันมาบุกโจมตีคฤหาสน์ ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีของพวกมันยังดูชาญฉลาดแบบผิดหูผิดตา เสมือนว่ามีคนคอยสั่งการ
บุรุษร่างกำยำยิ่งคิดยิ่งรู้สึกถึงลางร้ายกลายๆ มันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าศึกนี้มันจะรอด ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อได้ยินว่า พวกเชลยรวมตัวกันหนี เวลานี้มันพลันตระหนักได้ว่า การหนีออกไปอาจเป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่
"โถ่เว้ย!!"
"สั่งการไป ให้ทุกคนไปรวมตัวที่ลานจอดรถและเตรียมตัวหนีในอีก 10 นาที"
"หากเจอพวกเชลย ผู้ชายฆ่าทิ้ง ผู้หญิงจับเป็นมา ไป!!"
"ครับ!!!!"
ด้วยคำสั่งที่เฉียบขาด ถูกส่งออกไปเป็นทอดๆ ลูกน้องของมันจำนวนเกือบ 30 คนต่างรีบดำเนินแผนการต่างๆ ซึ่งทุกอย่างจะต้องแล้วเสร็จภายใน 10 นาทีเท่านั้น! หากใครล่าช้าพวกมันแต่ละคนรู้ดีว่าจะต้องถูกทอดทิ้งแน่นอน
อีกด้านหนึ่ง หลังจากพวกเขาทุกคนได้ข้อตกลงกันแล้ว ตัวเขาที่นำทางเริ่มใช้ทักษะสัมผัสรับรู้ ตรวจจับการเคลื่อนไหวในระยะ หากเจอพวกโจรและหลบหลีกได้ตัวเขาจะทำ แต่หากจำเป็นเขาก็ต้องจัดการ
ฟุบผัวะๆๆเนื่องจากมีคนจำนวนมากเกินไป อีกทั้งแต่ละคนก็ไม่ได้สลักสำคัญใดๆกับเขา ด้วยเหตุนี้เขาจึงชี้แจ้งไปแล้วว่า ถึงเขาจะเป็นผู้นำแต่ก็จะไม่ขอรับผิดชอบชีวิตของทุกๆคน นอกจากคนใกล้ชิดของเขาเท่านั้น
ถึงทีแรกทุกๆคนจะคัดค้าน แต่ว่าพอเขาให้อาวุธที่ชิงมาจากพวกโจรได้ ทุกๆคนก็ต่างเงียบเสียงลง และหันมาจับกลุ่มปกป้องกันเองแทน
ด้วยจำนวนปืนที่มีอยู่ในตอนนี้มากกว่า 15 กระบอก เพราะตอนหลบหนี พวกเขาเผอิญเจอห้องอาวุธ แม้จำนวนอาวุธที่มีจะเหลือน้อย แต่มันก็พอจะทำให้ทุกๆคนใจชื่นขึ้นมาบ้าง ซึ่งเขาก็ถือมันไว้ 1 กระบอกเช่นกัน
"ทางนี้ค่ะ"
เกรทที่เดินเยื้องอยู่ด้านหลังของเขา พยายามบอกทาง ซึ่งเป้าหมายเดียวคือ ลานจอดรถ พวกเขาจำเป็นต้องขับรถฝ่าดงซอมบี้ข้างนอกออกไป หากอาศัยการเดินออกไปเกรงว่าจะตายกันหมด
"ต้องผ่านห้องใต้ดินไปยังลานจอดรถน่าจะปลอดภัยที่สุดค่ะ"
เกรทแนะนำการเดินทาง เนื่องจากมันเป็นบ้านของเธอ แถมคฤหาสน์หลังนี้ยังมีขนาดใหญ่ไม่ใช่เล่น ยิ่งกว่านั้นภายในบ้านกลับมีห้องมากมาย ตลอดทางหากเดินมั่วสั่วไม่ดูทาง อาจจะเจอกับพวกโจรเป็นกลุ่มใหญ่ด้วยความบังเอิญได้
สำหรับพวกเขาเวลานี้ถือเป็นโชคดีที่จำนวนซอมบี้ที่บุกมาคฤหาสน์นั้นมีจำนวนมากมายเข้ามากมาย ทำให้บุรุษร่างกำยำจำต้องพาลูกน้องส่วนใหญ่ออกมาตั้งรับภายนอกคฤหาสน์โดยอาศัยรั่วเป็นกำแพงคอยป้องกัน
แม้ตอนนี้จำนวนซอมบี้ที่บุกฝ่ารั้วเข้ามาได้จะยังมีน้อยนิด เนื่องด้วยรั่วที่สูงใหญ่และแข็งแกร่งทนทาน ทำให้มันไม่ต่างจากสิ่งค้ำยันความปลอดภัยของทุกๆคน
ด้วยเหตุนี้ตลอดเส้นทางที่เดินมา พวกเขาจึงยังไม่เจอซอมบี้และพวกโจรกลุ่มใหญ่เลยแม้แต่น้อย ส่วนใหญ่จะเจอโจรเพียง 1-2 คนที่กำลังวิ่งวุ่นไปมาเท่านั้น
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตูมๆๆๆๆๆ
เสียงต่อสู้ทั้งระเบิดและปืนดังใกล้เข้ามา ไม่มีใครรู้ว่าข้างนอกเป็นเช่นไรแล้ว ตอนนี้ทุกๆคนต่างผ่านห้องใต้ดินและมาถึงบริเวณลานจอดรถได้สำเร็จ เพียงแต่ยังไม่มีใครกล้าออกตัวไปสตาร์ทรถในตอนนี้ เนื่องจากบริเวณนั้นมีกลุ่มโจรกลุ่มใหญ่อยู่
"ทะ ทำไงดี"คนที่ตามมาเริ่มหวั่นใจ ต่างหันมาขอความเห็นซึ่งกันและกัน ส่วนตัวเขาก็อดที่จะวิตกไม่ได้เช่นกัน เพราะหากฝ่าไปแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พวกเขาต้องมีคนตายแน่นอน
"ยังไงก็ต้องบุกเสี่ยงออกไป"
เสียงผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มดังขึ้น เขาแต่งตัวในชุดตำรวจเต็มยศ ในมือถือปืน M16 อยู่ 1 กระบอก
"คุณต้น มั่นใจหรือค่ะว่าพวกเราจะปลอดภัย"
"ชะ ใช่"
ต้นตำรวจหนุ่มพลันหันไปมองหน้าทุกๆคน เขาที่เป็นถึงตำรวจกลับโดนจับแถมยังถูกเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าช่วยไว้ รู้ถึงไหนอายถึงนั้น ด้วยเหตุนี้เขาเลยอดที่จะเสนอความเห็นเพื่อเอาความน่าเชื่อถือกลับคืนมาไม่ได้
"ลองคิดดูนะครับ หากมัวชักช้าแบบนี้ เกิดพวกโจรมันมารวมตัวกันได้มากขึ้น สุดท้ายจะเป็นพวกเราเองที่จะตาย"
"และหากทุกๆคนลองสังเกตดูภายนอกรั่วดีๆ จะเห็นว่าทุกด้านต่างถูกล้อมรอบด้วยซอมบี้ ขืนมั่วมาชักช้าก็ได้พากันตายหมด จริงมั้ยครับ"
ทุกคนพลันคล้อยตาม แม้จะมีลังเลบ้าง แต่ก็ไม่มีใครคัดค้าน เขาที่ได้ฟังก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะอันที่จริงตัวเขาก็ตั้งใจจะบุกฝ่าออกไปอยู่แล้ว ถึงมันจะเสี่ยงที่มีคนตาย แต่มันก็ดีกว่าที่จะตายกันหมด อย่างที่ตำรวจคนนั้นพูด
"เราจะบุกออกไปพร้อมกัน จากนั้นต่างคนต่างหนี ขับรถฝ่าดงซอมบี้ออกไปจากทางประตูหน้า"
"ตกลง"
เมื่อแผนการถูกเอ่ยออกจากปากตำรวจหนุ่ม ทุกๆคนพลันตกลงทันที แต่ละคนต่างเตรียมความพร้อม
ถึงส่วนใหญ่จะใช้ปืนไม่ค่อยเป็น แต่ปัจจุบันมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่พวกคนรวยๆจะหันไปฝึกยิงปืน ดังนั้นปืนจำนวน 15 กระบอกต่างถูกถือด้วยคนที่มีความสามารถใช้ปืนได้ในระดับหนึ่ง
"ไป!!!"
ตำรวจหนุ่มพุ่งตัวนำออกไปเป็นคนแรก จากนั้นคนอื่นๆจึงวิ่งตามกันออกมา ส่วนเขาและพวกเกรท ต่างพากันวิ่งแยกไปยังรถอีกคันทันที
"เห้ย พวกเชลย"
ปังๆๆๆๆปังๆๆๆปังๆๆๆการปะทะเกิดขึ้นทันทีที่แต่ละฝ่ายเห็นกันและกัน แม้พวกเขาจะมีจำนวนคนมากกว่า ทว่าอาวุธปืนและประสบการณ์กลับแตกต่างกันมากเกินไป ทำให้มีพวกเขาบางคนที่ถูกยิง
ปังอ๊าก"ชะ ช่วยด้วย"เนื่องจากเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้สถานการณ์เกิดความชุลมุนวุ่นวายไปหมด พวกเขาที่วิ่งแยกออกมาทำให้ปลอดภัยจากดงกระสุนเหล่านั้น
เกรทเจ้าของบ้านที่วิ่งตามเขามาเธอได้บอกว่ามีัรถคันใหญ่ที่พอจะทำให้พวกเขาขึ้นกันได้หมด และสามารถฝ่าดงซอมบี้ข้างนอกไปได้ นั่นคือรถบัสบ้านเคลื่อนที่
"เห้ย"ฟุบปังๆขณะที่วิ่งไปพวกเขาดันเจอโจร 2 คนโผล่มาดักเบื้องหน้า ทว่าเขาที่รู้อยู่แล้วจึงตัดระยะโผล่ด้านหลัง และยกปืนที่ถืออยู่ยิงเข้าขมับของพวกมันไปคนละนัด
ส่วนคนอื่นๆที่วิ่งตามมาเมื่อเห็นเหตุการณ์ต่างหน้าซีดสลด โดยเฉพาะหยกที่ตกใจกับการกระทำของเขาซึ่งฆ่าคนไปต่อหน้าต่อตาของเธอ
"ไปต่อ"เขาไม่เสียเวลามานั่งอธิบายให้ใครฟัง เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันยิ่งวุ่นวาย และจะเสียเวลาหากเขามาคอยปลอบใจและอธิบายสิ่งต่างๆ
คนอื่นๆที่เห็นต่างกัดฟันวิ่งตามไป แม้จะหวั่นๆแต่ทุกๆคนก็เข้าใจดีว่าหาก เขาไม่ฆ่าสุดท้ายพวกเขาทั้งหมดจะต้องตาย
ส่วนเขาที่ฆ่าคนเป็นครั้งแรกกลับไม่รู้สึกรู้สาใดๆ มั่นช่างเป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ แต่ว่าก็ว่าเถอะประสบการณ์เฉียดตายที่ผ่านมาของเขามันคงหล่อหลอมให้เขาเด็ดขาดและเลือดเย็นมากยิ่งขึ้นก็ได้
"อยู่ทางนั้น""ระวัง!!"ปังเคร้ง
เบื้องหน้าปรากฏรถบัสคันใหญ่ ยังไม่หมดแค่นั้น เยื้องๆไปทางขวากับพบพวกโจร 7-8 คน และหนึ่งในนั้นมีบุรุษร่างกำยำ
เมื่อพวกมันเห็นพวกเขาที่กำลังวิ่งไปยังรถบัส หนึ่งในลูกน้องของมันกลับยิงเข้ามาทันที แม้เขาจะหลบได้แต่หากหลบจริงเกรทที่วิ่งตามมาย่อมถูกกระสุนปืนนั้นยิงทะลุไปแน่
เขาจึงตัดสินใจขว้างมีดเล่มเล็กที่พกติดตัวมาจากโรงแรมเข้าใส่กระสุน แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่สำหรับเขาแล้วความเร็วของกระสุนที่ยิงมานั้นมันเชื้องช้าเกินไป
ด้วยระดับสติปัญญาที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งทักษะประสาทสัมผัสที่ถูกยกระดับทำให้สายตาของเขานั้นดีขึ้นจนเกินมนุษย์ไปแล้ว
ฟุบๆๆๆฟิ้วๆๆๆฉัวะๆๆๆ
แต่ละคนต่างหยุดชะงักเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือเขา ทว่าช่วงเวลานี้กลับเป็นโอกาสที่เขาต้องคว้าเอาไว้
เขาตัดสินใจตัดระยะเข้าไปหาหลายครั้ง พร้อมที่ขว้างมีดเล่มเล็กเข้าใส่พวกโจรเหมือนห่าฝน ทำให้พวกโจรส่วนใหญ่ที่พลั้งเผลอถูกมีดปักเข้าสมองตายคาทีทันที
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ไม่มีใครพอจะตามทัน ทำให้โจร 6 คนตายคาที ส่วนบุรุษร่างกำยำ และอีกคนแม้จะหลบมีดที่ถูกปามาไม่พ้นทว่าพวกเขาทั้ง 2 กลับสามารถเบี่ยงตัวหลบจุดสำคัญไปได้ ทำให้บาดแผลที่เกิดขึ้นไม่อาาจสังหารพวกเขาให้ตายได้ทันที
"ไป"เขาตะโกนให้คนอื่นๆรีบวิ่งตามมา เมื่อเห็นว่าพวกเขามัวชักช้าและกำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ละคนที่เห็นแทบไม่เชื่อสายตาว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้ากลับมีฝีมือมากมายที่ถึงขนาดสังหารโจร 6 คนได้ด้วยการปามีดหั่นผักเท่านั้น กระทั่งหยกเองยังอดแปลกใจกับสิ่งที่พี่ชายแท้ๆกระทำไม่ได้เช่นกัน
ฮึบเกรทที่ได้สติเริ่มออกวิ่งเป็นคนแรก คนอื่นๆที่เห็นก็เริ่มวิ่งตามไปยังรถบัสบ้านเคลื่อนที่คันนั้น เขาที่วิ่งมาถึงก่อนกลับยังไม่ได้ขึ้นไป แต่กลับลอบมองโจร อีก 2 คน ในใจพลันคิดว่าเขาควรจะจัดการพวกมันอย่างไรดี รอเพียงไม่นานทุกๆคนก็วิ่งมาถึง และเกรทที่นำหน้ามาก็วิ่งขึ้นรถไปเปิดประตูทันที
ทว่าแทนที่เกรทจะใช้กุญแจเปิดประตูตามปกติ แต่เธอกลับวางฝ่ามือบนหน้าจอสัมผัสที่ติดด้านข้างประตูรถแทน
ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่ถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆจึงถูกพัฒนาและนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันตามไปด้วย เช่น เครื่องสแกนลายนิ้วมือเครื่องนั้น ที่หากไม่ใช่เจ้าของรถจริงก็ไม่อาจเปิดประตูรถหรือกระทั่งขับรถบัสคันนี้ออกไปได้
แม้เขาจะตระหนักได้ถึงความร่ำรวยของเกรท แต่ก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะรวยกันขนาดนี้ ถึงขนาดที่ว่าซื้อรถบัสบ้านเคลื่อนที่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างครบครันเช่นนี้มาจอดทิ้งไว้ที่บ้าน เพียงเพื่อเวลาว่างอาจขับไปเที่ยวพักผ่อนกันเท่านั้น
เมื่อเห็นทุกๆคนขึ้นรถกันหมดแล้ว ตัวเขาใช้ตัดระยะโผล่ไปยังที่พวกโจร 2 คนนั้นหลบอยู่ สถาพของพวกมันหนึ่งถูกมีดปักเข้าที่แขน อีกหนึ่งถูกมีดปักที่เอว แม้สภาพจะดูย่ำแย่ แต่เอาเข้าจริงๆพวกมันทั้งสองน่าจะมีแรงเหลือไม่น้อย หรือมากพอที่จะสังหารเขาได้อย่างง่ายได้หากเขาประมาท
เปรี๊ยะๆๆแต่มีหรือที่เขาจะประมาทและมัวเสียเวลามาเล่นกับพวกมัน หลังตัดระยะมาถึง เขาจึงใช้สายฟ้าช็อตใส่พวกมันทันทีอย่างไม่ลังเล ด้วยสภาพที่บาดเจ็บกันอยู่ ส่งผลให้การตอบสนองและความแข็งแรงของร่างกายลดลง พวกมันเลยถูกช็อตจนสลบไปทันที
เฮ้อเขาที่ลอบโจมตีสำเร็จจึงจับขาพวกมันทั้งคู่ลากตามมาด้วย แม้แต่ละคนจะมีน้ำหนักไม่น้อยโดยเฉพาะไอ้บุรุษร่างกำยำที่น่าจะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 90 กิโล กลับไม่มีปัญหาใดๆสำหรับเขา ด้วยพละกำลังที่มากถึง 100 เท่าทำให้การลากพวกมันตามมานั้นแทบไม่กินแรงใดๆเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเขาลากมาถึงรถ พวกสาวๆที่เห็นต่างพากันตกใจ และเอ่ยถามด้วยความสงสัย"พะ พี่ เอาพวกมันมาทำไม"
"เผื่อมีประโยชน์"
"บะ บ้าหรือป่าวพี่ พวกมันจะฆ่าพวกเรานะ"หยกที่ตกใจกับการกระทำของพี่ชายตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า พอมาครั้งนี้ตัวเธอที่สับสนกับปฏิเสธการกระทำของพี่ชายอย่างหัวชนฝ่า ไม่เพียงแต่เธอกระทั่งคนอื่นๆก็ต่างมองมาและสื่อความนัยว่าไม่เห็นด้วยกันทุกคน
ส่วนเขาที่เห็นเช่นนั้นกับไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆ กลับกันเขากลับยกพวกมันขึ้นรถท่ามกลางสายตาไม่เห็นด้วยของคนอื่นๆทันที
"ไม่ต้องห่วง หากพวกมันคิดไม่สื่อ ผมจะฆ่ามันเองกับมือ"
น้ำเสียงของเขาสะกดให้ทุกคนหันมามองและตื่นตัว แววตาที่เขาสื่อออกมานั้นจริงจังและดุดัน สะกดข่มให้ทุกๆคนต้องยอมความ ไม่เว้นกระทั่งเจ้าของรถและน้องสาวของเขาที่เงียบปากลงทันที
"ขับฝ่าไปเหอะ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง"
ท่าทางที่เปลี่ยนไป ทำให้ทุกๆคนตระหนักได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เริ่มแย่ลง เมื่อรั่วที่กั้นคฤหาสน์ไว้กลับพังทลาย และเบื้องหน้าของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้นับพัน
ทว่าท่ามกลางซอมบี้มากมาย ตัวเขากลับสัมผัสและมองเห็นถึงตัวต้นอีกแบบหนึ่งของพวกซอมบี้ ซึ่งมันก็เป็นไปตามคาดเมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นคือมนุษย์กลายพันธุ์ขั้นที่ 2
มนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 เอนเซปฟารอน (encephalon) สถานการณ์ที่วิกฤต กดดันให้ต้องคิดและดิ้นรนหาทางรอด เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสติปัญญาอย่างก้าวกระโดด กำลังหรือจะช่วย ความเร็วหรือจะดี สติปัญญาต่างหากที่จะชนะได้ทุกสิ่งพละกำลัง 15 เท่าความเร็ว 30 เท่าสติปัญญา 250 จุดความสามารถ- Psychokinesis
End