ฤดูใบไม้ผลิดอกไม้โปรยปรายร่วงหล่นสู่พื้น บรรยากาศโดยรอบแสนจะโรแมนติก แต่กลับมีหญิงสาวคนนึงที่ไม่ชอบบรรยากาศเช่นนี้เอาเสียเลยอารมณ์อยากจะรีบๆลาออกจากงานที่แสนจะรันทดนี้เต็มทน
‘ จางเฟยฉี ’ เป็ศัลยแพทย์ประจำที่โรงพยาบาลใหญ่ในเมืองเฟยฉียืนผ่าตัดติดต่อกันนานยี่สิบชั่วโมง จนตอนนี้แทบไม่มีแรงเหลือแล้ว ณที่ห้องผ่าตัดไฟฉุกเฉินดับลง ร่างบางสวมชุดกราวน์เดินออกมา เฟยฉีรวบมัดผมยาวหางม้าเผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติ ดวงตากลมโตคู่นั้นใครเห็นต่างก็อิจฉา ทันทีที่เห็นเฟยฉีเดินออกมาจากห้องผ่าตัดญาติคนไข้รีบวิ่งไปถามอาการกับเฟยฉีทันที
“ หมอจางคะ สามีของดิฉันเป็ยังไงบ้างคะ ? ”
“ คนไข้ปลอดภัยแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ” เฟยฉีปลอบใจพร้อมกับส่งยิ้มแสนจะอบอุ่นให้กับญาติของคนไข้ก่อนจะเดินจากไป
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมือเล็กล้วงเอามือถือออกมาดูก่อนจะกดรับสายด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก
“ ว่าไงคะแม่ ? มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ ? ”
“ เฟยฉี ลูกรีบกลับมาดูอาการของพ่อด่วนเลยนะอาการพ่อกำเริบอีกแล้ว ”
“ ได้ค่ะ แม่รอหนูนะคะอย่าไปไหนหนูจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้”
เฟยฉีรีบเก็บข้าวของที่ห้องพักแล้วรีบขึ้นรถขับกลับไปที่บ้านอย่างเร่งด่วนระหว่างทางเฟยฉีก็ได้ขอพรจากฟ้าให้ช่วยเมตตาพ่อด้วย ขอให้พ่อหายป่วยโดยเร็ว
“ขอฟ้าช่วยพ่อหนูด้วย ขอให้พ่อหนูปลอดภัย หนูยอมแลกแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง ”
ทันทีที่อธิษฐานจบลงรถบรรทุกที่อยู่ไม่ไกลนักกำลังขับพุ่งตรงมาที่เฟยฉีรถบรรทุกนั่นเหมือนจะสูญเสียการควบคุมเบรกไม่อยู่เสียแล้วเฟยฉีร้องด้วยความใก่อนจะหมุนพวงมาลัยหักหลบ แต่โชคไม่ดีรถกลับไปชนเข้ากับเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างทาง
เสียงโทรศัพท์เฟยฉีส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้งคนที่โทรมาคือแม่ของเฟยฉี แม่กำลังดีใจที่พ่ออาการดีขึ้นทันตาก็รีบโทรหาเฟยฉีทันทีแต่แม่ไม่รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังจะจากโลกแห่งความเป็จริงนี้ไป
ยุคโบราณ
อยู่ที่ไหนสักแห่งนึง ณ ที่แคว้นเฉินบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองงดงาม ชาวบ้านอยู่เย็นเป็สุข ทุกๆสิ่งในที่แห่งนี้งดงามยิ่งนักอยู่บนูเาไท่เฉิงทางทิศใต้มีกระท่อมเล็กๆหลังนึงล้อมรอบไปด้วยูเาที่หนาทึบแต่บรรยากาศที่แห่งนี้สดชื่นยิ่งนัก หน้าบ้านยังมีลานกว้างให้ได้เดินเล่นมุมข้างขวายังมีโต๊ะไม้และเตาอั้งโล่ไว้สำหรับทำอาหาร
มีเก้าอี้เล็กๆดูเก่ากว่าที่ๆเฟยฉีจากมาภายในกระท่อมเก่านี้มีสตรีนางนึงกำลังหลับอยู่บนเตียงไม้ไผ่บริเวณรอบๆไม่มีของตกแต่งอะไรมากนัก มีเพียงตู้เก็บของเล็กๆเท่านั้นตรงกลางห้องมีโต๊ะไม้เล็กๆอยู่ กลิ่นสมุนไพรโชยอยู่รอบๆตัว
สตรีผู้นั้นไม่ใช่ใคร นางคือจางเฟยฉี นางค่อยๆลืมตาขึ้นภาพเลือนลางที่อยู่ตรงหน้านางค่อยๆฉายชัดเสื้อผ้าอาภรณ์ของนางถูกเปลี่ยนั้แ่เมื่อไหร่กันทำไมถึงเป็เสื้อผ้าเก่าโบราณเช่นนี้ เฟยฉีใลุกพรวดมองสำรวจดูรอบๆอาการปวดศรีษะทำให้เฟยฉีขมวดคิ้วแน่นด้วยความเ็ป
“ ที่นี่ที่ไหนเนี่ย ?!!! ” เฟยฉีพึมพำถามตัวเองเบาๆ ทว่าครู่นั้นก็มีเสียงเท้าจากข้างนอกกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นยาสมุนไพรแรงฉุนโชยมา
“ เ้าฟื้นแล้วเหรอ ? ข้าต้มยามาให้เ้าน่ะ รีบๆดื่มตอนที่ยากำลังร้อนเสีย”
สตรีที่มีใบหน้าสวยบริสุทธิ์ ผมยาวดำสลวยปักปิ่นแสนจะน่ารักเดินถือถ้วยยาเข้ามาวางไว้ตรงหน้าเฟยฉี
“ เธอเป็ใครและที่นี่ที่ไหน ? ”
“ เ้าไม่ต้องกลัวข้าหรอกข้ามีนามว่าเย่วเสี่ยง ข้าเห็นเ้านอนหมดสติอยู่บนเขาน่ะ ข้าเลยพาเ้ากลับมาที่นี่ว่าแต่บ้านเ้าอยู่ที่ใดกัน ? ”
“ ฉันเป็ลมหมดสติไปเหรอเนี่ยนี่มันเื่บ้าอะไรกัน ?!!” เฟยฉีพยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เฟยฉีจำได้ว่าตัวเองถูกรถชน ตอนนี้ควรจะอยู่ที่โรงพยาบาลสิ ไงมาโผล่ที่นี่ได้
“ เ้าเป็อะไรหรือ ? รีบๆดื่มยาซะสิ ”
“ เอ่อ...คือว่า ... ที่นี่ที่ไหน ? ทำไมเธอถึงได้แต่งตัวแปลกตาจัง ? หรือว่าเธอกำลังถ่ายละครอยู่เหรอ ? ”
“ เ้าพูดอะไรของเ้า ? ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เ้ากำลังพูด ” ในขณะที่คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเฟยฉีก็มีเสียงของชายชราดังแว่วมา ชายชราถือไม้เท้าเดินมาหยุดที่ข้างเตียงของเฟยฉีชายชรามีหนวดขาวยาวถึงหน้าอก ผมยาวเรียบสวย
“ แม่นางผู้นี้สงสัยจะสูญเสียความทรงจำไปเสียแล้วที่นี่คือเขาไท่เฉิงและนี่คือบ้านของข้า ที่นี่ห่างจากเมืองหลายสิบลี้ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเ้าถึงขึ้นเขามาไกลเช่นนี้ได้ เ้ารีบๆรักษาตัวให้แข็งแรงแล้วกลับไปหาครอบครัวของเ้าเสีย”
ชายชราท่านนี้เป็หมอรักษาโรคที่มีฝีมือการปรุงยาเก่งกาจนักไม่มีผู้ใดที่จะไม่รู้จักหมอเทวดาลู่เสียนผู้นี้
“ ฉันไม่ได้สูญเสียความทรงจำนะคะนี่มันเื่อะไรคะ ? ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
“ เย่วเสี่ยง เ้าออกไปเตรียมยานะข้ามีเื่ส่วนตัวจะพูดกับแม่นางผู้นี้ ”
เย่วเสี่ยงได้ยินเช่นกันก็ไม่ขัดอะไรเดินออกไปรอท่านอาจารย์อยู่ด้านนอกหลังจากที่เย่วเสี่ยงเดินออกไป ชายชราผู้นั้นก็ได้เดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเตียงเฟยฉีรินน้ำชาดื่มก่อนจะเอ่ยกับเฟยฉีว่า
“ เ้าทะลุมิติมาที่โลกของข้าเสียแล้ว ” ได้ยินเช่นนั้นเฟยฉีก็มีอาการใมากเฟยฉีไม่อยากจะเชื่อว่านี่จะคือเื่จริง คิดว่าเื่แบบนี้มีแค่ในนิยายเสียอีก
“ อะไรนะคะ ?! ทะลุมิติงั้นเหรอคะ ? ”
“ เป็เพราะเ้าอธิษฐานให้กับบิดาของเ้าให้หายป่วยเ้ายอมแลกแม้กระทั่งชีวิตของเ้าไม่ใช่หรอกหรือ ? ในเวลานั้นบุตรสาวคนโตสกุลจางก็มีชื่อเหมือนกันกับเ้าหน้าตาเหมือนกับเ้าไม่มีผิด เข้าใจได้ว่าเ้ากับบุตรสาวคนโตสกุลจางคือคนๆเดียวกันแต่พวกเ้าแค่อยู่ต่างโลก บุตรสาวคนโตสกุลจางชะตาสิ้นที่นี่เ้าถึงได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางยังไงล่ะ ”
ยิ่งฟังเฟยฉีก็ยิ่งไม่เข้าใจเฟยฉีมองชายชราที่อยู่ตรงหน้าอย่างงงๆ
“ แล้วหนู เอ่ย ..ข้าจะต้องทำยังไงเ้าคะ ? ท่านรู้ขนาดนี้ ท่านคือเทพใช่หรือไม่เ้าคะ ? ท่านช่วยข้าได้ไหม ? ”
“ถ้าเป็ฟ้าลิขิตข้าก็ช่วยอะไรเ้าไม่ได้ นี่เป็เื่ชะตาชีวิตของเ้าเ้าต้องจัดการปัญหาด้วยตัวเ้าเอง เ้าควรปล่อยให้ชะตาชีวิตนำพาเ้าเถิดหลังจากที่เ้าหายดีแล้ว เ้าก็กลับไปที่จวนสกุลจางเสีย ”
เอ่ยจบชายชราก็ลูบเคราของตัวเอง ก่อนจะลุกแล้วเดินออกไปเฟยฉียังไม่เข้าใจกับความเป็จริงที่เผชิญอยู่ในตอนนี้ คิดดูอีกทีนางควรจะทำตามคำแนะนำของชายชราผู้นี้สินะนางต้องกลับไปที่จวนสกุลจาง
หลายวันต่อมาเฟยฉีกับเย่วเสี่ยงตัวติดกันไม่ห่างไปไหน เฟยฉีเริ่มจะปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้แล้วดีที่เมื่อก่อนเฟยฉีชอบดูซีรี่ย์จีนย้อนยุคพอทะลุมิติมาที่นี่เฟยฉีก็ได้นำความรู้เ่าั้มาปรับใช้ที่นี่ เฟยฉีฝึกการพูดการจาให้เหมือนกับผู้คนที่นี่แม้แต่การแต่งกายก็เช่นกัน
“ ท่านอาจารย์ข้ากับเย่วเสี่ยงกลับมาแล้วเ้าค่ะ” เฟยฉีถือตะกร้าสมุนไพรเดินไปหาท่านอาจารย์ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ ไปหาสมุนไพรแค่นี้ทำไมพวกเ้าไปนานนักล่ะ ? รีบมาช่วยข้าที่ครัวเร็ว ”
“ เ้าค่ะ ท่านอาจารย์ ” เย่วเสี่ยงตอบรับแล้วเดินเข้าไปในครัวอย่างอารมณ์ดีเฟยฉีกำลังจะเดินตามหลังเย่วเสี่ยงไปก็ถูกอาจารย์ห้ามไว้เสียก่อน
“ เฟยฉี ข้าคิดว่าพรุ่งนี้เช้าเ้าควรออกเดินทางได้แล้ว ” ได้ยินท่านอาจารย์พูดเช่นนั้น เฟยฉีมีอาการใเล็กน้อย
ดวงตาแดงก่ำหยาดน้ำใสเอ่อล้นขอบตาคู่สวยเมื่อเฟยฉีได้ทะลุมิติมาที่นี่ นางมีแค่ท่านอาจาย์เพียงคนเดียวที่คอยดูแลเฟยฉีรักท่านอาจารย์เหมือนบิดาคนนึง รักเย่วเสี่ยงเหมือนน้องสาวทำไมท่านอาจารย์ถึงบอกให้นางไปเช่นนี้ด้วย
“ ท่านอาจารย์อย่าไล่ข้าไปเลยนะเ้าคะข้าทำอะไรผิดท่านโปรดให้อภัยข้าด้วย ท่านอย่าไล่ข้าเช่นนี้เลย ”
เฟยฉีคว้าแขนเสื้อท่านอาจารย์คุกเข่าขอร้องชายชราเห็นเฟยฉีร่ำไห้คุกเข่าอยู่ตรงหน้าก็รู้สึกสงสารนางมากแต่นี่คือชะตาชีวิตของนาง เขาไม่สามารถช่วยนางได้
“ เฟยฉี ข้าเคยบอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือ ? ว่าเ้าต้องเปลี่ยนชะตาชีวิตของเฟยฉีบุตรสาวคนโตสกุลจางให้สำเร็จน่ะเ้าถึงจะกลับโลกของเ้าได้ เ้าไม่อยากกลับไปพบหน้าพ่อแม่แท้ๆของเ้าหรือ ?”
ได้ยินท่านอาจารย์พูดถึงพ่อแม่เฟยฉีก็รู้สึกคิดถึงท่านทั้งสองขึ้นมา เฟยฉีลุกขึ้นแล้วปาดน้ำตาทิ้ง มองท่านอาจารย์ด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย
“ ท่านอาจารย์ ข้ากลับลงไปข้าต้องทำยังไงเ้าคะ”
“ เ้าต้องไปที่จวนสกุลจางที่นั่นคือบ้านของเ้า เฟยฉี เ้าต้องช่วยคุณหนูสกุลจางเ้าต้องเปลี่ยนชะตาชีวิตนางให้จงได้ ”
“ ชะตาชีวิตอะไรหรือเ้าคะ ? ”
“เื่นี้ข้าบอกเ้ามิได้ เ้าทำตามที่ข้าบอกเถิด ” ครู่นั้นเย่วเสี่ยงทำอาหารเสร็จพอดีเฟยฉีก็ไม่ได้คิดถึงเื่นั้นอีก
เฟยฉีจะไม่ฝืนชะตาชีวิต ปล่อยให้เป็ไปตามฟ้าลิขิต คืนนั้นเย่วเสี่ยงช่วยนางจัดของเตรียมออกเดินทางในวันพรุ่งทั้งสองพูดคุยกันตลอดทั้งคืนไม่ยอมนอน
เช้าวันใหม่บรรยากาศเงียบสงบ เสียงนกป่าร้องดังก้องไปทั่วหุบเขาสายลมอ่อนๆโชยมาทำให้เฟยฉีสบายตัวยิ่งนัก เฟยฉีเดินออกมาที่ลานบ้านพร้อมกับท่านอาจารย์
“ เฟยฉี ขอให้เ้าเดินทางปลอดภัยรักษาสุขภาพด้วย”
“ เ้ากับท่านอาจารย์ก็เช่นกัน ข้าไปละนะ” เฟยฉีฝืนยิ้มกล่าวอำลาท่านอาจาย์กับเย่วเสี่ยงก่อนจะออกเดินทาง
ตามคำบอกของท่านอาจารย์ เฟยฉีต้องเดินทางเรียบเขาไปที่เมืองก้งเย่วเพราะไม่มีม้าเฟยฉีต้องได้เดินทางด้วยเท้าเปล่า เมื่อเดินทางเข้ามาถึงในเมืองเฟยฉีก็รู้สึกหิวขึ้นมา นางหยุดอยู่หน้าร้านเล็กๆในเมืองที่นี่ต่างจากบนเขาเสียจริงๆ ในเมืองนี้เต็มไปด้วยผู้คนเดินกันพลุกพล่านดูแล้วเมืองนี้เจริญรุ่งเรืองกว่าที่นางคิดเสียอีก
“ เถ้าแก่ ” เฟยฉีนั่งที่เก้าอี้ไม้ก่อนจะเรียกเ้าของร้านออกมา
“แม่นางจะรับอะไรหรือ ? ”
“ ที่นี่มีเมนูอะไรบ้าง ? ”
“ ร้านข้ามีเต้าหู้เหม็นทอดเสี่ยวหลงเปา บ๊ะจ่าง ขนมกุ้ยฮัว แม่นางจะรับอะไรดี ? ” แต่ละเมนูที่เถ้าแก่ร่ายยาวเมื่อครู่ เฟยฉีคิดอยู่ครู่นึงทานวันนี้อิ่มถึงวันหน้าเชียวนะ
“ ขอเสี่ยวหลงเปานะเถ้าแก่ ”
“ รอข้าสักประเดี๋ยวนะแม่นาง ” สิ้นประโยคเ้าของร้านก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในร้านด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
เฟยฉีกวาดตามองดูรอบๆที่นี่ผู้คนพลุกพล่านกันมาก ผู้คนในยุคโบราณก็ชอบออกเที่ยวไม่ต่างจากโลกของนางจากมาเลยสักนิดถึงว่านางจะสนิทกับเย่วเสี่ยง แต่นิสัยจริงใจ ร่าเริง ชุกชนยังคงเดิมไม่เปลี่ยนขณะที่เฟยฉีกำลังนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น ก็บังเอิญได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเฟยฉีรีบลุกจากเก้าอี้เดินไปดู
ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือชายร่างใหญ่สองคนสวมอาภรณ์สีดำถือมีดขู่เด็กหญิงอยู่เป็ภาพที่เฟยฉีรับไม่ได้ชาวบ้านมุงดูอยู่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปช่วยเด็กหญิงเลยสักคนเดียวเฟยฉีวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าโจรสองคนผู้นั้นก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“นี่ พวกเ้ายังมีความเป็มนุษย์อยู่ไหม ?!! จับเด็กทำไม? นี่ พวก ท่านท่าน ท่าน ทำไมไม่ช่วยเหลือกัน ? ”
เฟยฉีชี้นิ้วว่าชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ทีละคนพวกเขาต่างก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เป็เช่นนั้นเฟยฉีก็ไม่มีทางเลือกจัดการเตะไปที่มือโจรชุดดำที่กำลังถือมีดอยู่ มีดร่วงตกลงไปที่พื้นเฟยฉีก็รีบดึงร่างเด็กหญิงมากอดไว้ ทว่ากำลังจะพาเด็กหญิงวิ่งหนีไป เฟยฉีกลับถูกโจรผู้นั้นคว้าแขนไว้เสียก่อน
“ เ้ากล้าดียังไงมายุ่งเื่ของข้า !!! ห๊ะ ?!! ” เฟยฉีกวาดตามองดูรอบๆเห็นคู่สามีภรรยากำลังยืนร้องไห้มองมาที่เด็กหญิงแล้วเรียกชื่อเด็กหญิงไม่หยุด
เฟยฉีส่งเด็กหญิงให้กับคู่สามีนั่น ทว่าตอนนั้น โจรชุดดำก็ได้หยิบเอามีดขึ้นมาจ่อที่คอขาวเนียนของนางเฟยฉีตื่นกลัวเล็กน้อยไม่คิดว่าเื่จะเลยเถิดเช่นนี้
‘ เชี่ยแล้วไง ทะลุมิติมาได้ไม่นานเราจะมาตายงี้เหรอ? ไม่ได้ !!! เราต้องไม่ตายแบบนี้สิ ’
“ นี่ท่าน ท่านวางมีดลงก่อนแล้วท่านกับข้ามาคุยกันดีๆ” เฟยฉีพยายามเกลี้ยกล่อมให้โจรทั้งสองใจเย็นลงดูเหมือนพวกเขาจะไม่สนใจที่นางพูดเลยสักนิด
“ เอาเงินมาให้ข้าซะดีๆ !!! ”
“ พวกท่านอยากได้เงินก็ไปปล้นร้านทองสิจะมาปล้นข้าทำไมกัน ข้าไม่มีเงินให้พวกท่านหรอก !!! ”