อาหารมื้อนี้ผ่านไปอย่างมีความสุข ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ หลังกินเสร็จพวกเขาก็เริ่มเก็บกวาดและออกมานั่งเล่นบริเวณหน้าบ้านเหมือนเช่นเคย
“วันนี้ฉันมีความสุขมาก ยังตื่นเต้นไม่หาย ทุกอย่างมันเหมือนความฝัน” เพื่อนยุวชนหญิงพูดขึ้น
“นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่มีวันดีๆ อย่างนี้ อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องแยกกันแล้วนะ พวกเราควรแลกเปลี่ยนที่อยู่กันไว้ เพื่อเอาไว้ติดต่อกันในภายหลัง” หลินเสี่ยวเหม่ยพูดต่อ
“มู่ชงกับเสี่ยวเหม่ยสอบเข้าวิทยาลัยฝึกหัดครูที่เมืองนี้ได้ ส่วนพวกเธอสองคนก็สอบได้วิทยาลัยในเมืองที่บ้านเกิด ทุกคนต่างเริ่มมีอนาคตที่สดใสกันแล้ว” หลี่เยว่ซินพูดเสร็จก็มองหน้าเพื่อน
“ฉันสองคนมาจากเมืองเดียวกัน ได้วิทยาลัยใกล้บ้านเหมือนกัน ฉันว่ามันก็ดี อย่างน้อยชีวิตในวิทยาลัยก็มีคนคุ้นเคยอยู่ข้างๆ” ยุวชนชายกล่าวต่อ
“เยว่ซิน…เธอยังไม่ได้บอกพวกเราเลยนะว่าในอนาคตเธอจะทำอะไรต่อไป” ยุวชนหญิงถามหลี่เยว่ซินด้วยความสงสัย
“ฉันตั้งใจว่าจะเปิดร้านอาหารในเมืองนี้นี่ล่ะ และในเวลาอันใกล้นี้ฉันก็จะแต่งงานแล้ว” หลี่เยว่ซินตอบคำถามเพื่อนอย่างไม่นึกปิดบัง
“เธอไม่เคยบอกเื่นี้กับเราเลย” เพื่อนยุวชนหญิงทำท่าทีใ แล้วหันไปมาโดยรอบ “มู่ชงกับเสี่ยวเหม่ยก็รู้เื่นี้แล้วอย่างนั้นหรือ”
ทั้งคู่พยักหน้ารับ แล้วมู่ชงก็กล่าวต่อว่า “พวกฉันรู้เื่นี้มาก่อนหน้านั้นไม่นานนักหรอก แต่มันเป็เื่ส่วนตัวของเยว่ซิน พวกฉันเลยไม่ได้บอกกับพวกเธอ”
“มันไม่ใช่เื่ใหญ่หรือเป็ความลับอะไรนักหรอก เพียงแต่ก่อนหน้านี้ที่ฉันกำชับมู่ชงกับเสี่ยวเหม่ยไม่ให้บอกเื่นี้กับพวกเธอ เพราะฉันไม่อยากให้เื่นี้แพร่ออกไปโดยไม่จำเป็ พวกเธออย่าลืมว่าฉันไม่ได้เข้าร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในครั้งนี้ด้วย ฉันถึงไม่่อยากให้เกิดข่าวลือที่ไม่ดีต่างๆ ออกไป” หลี่เยว่ซินชี้แจงเหตุผล
“ฉันขอโทษนะที่ทำท่าทางอย่างนั้น ฉันไม่ได้ใที่เธอไม่บอกพวกฉัน แต่ฉันใที่เธอบอกว่าเธอกำลังจะแต่งงาน ฉันไม่เคยได้ยินเธอพูดถึงคนรักของเธอมาก่อน” เพื่อนยุวชนหญิงกล่าวเสียงเบา เพราะก่อนหน้านี้เธอทำท่าทางเสียมารยาทออกไปจริงๆ
“เธอไม่ต้องรู้สึกเสียใจ ฉันไม่คิดอะไรมาก” หลี่เยว่ซินรีบตอบ “เขาพักอยู่ในเมือง ส่วนฉันพักอยู่ทางนี้ มันไม่สะดวกที่จะแนะนำเขาให้พวกเธอรู้จัก”
“เธอมีแผนจะจัดงานแต่งงานเมื่อไหร่” เพื่อนยุวชนชายรีบถาม
“ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาที่แน่นอน แต่ฉันคิดว่าคงอีกไม่นาน” หลี่เยว่ซินตอบยิ้มๆ
“อีกไม่กี่วันพวกฉันก็จะเดินทางออกจากหมู่บ้านเพื่อกลับบ้านเกิด และเตรียมตัวสำหรับเข้าเรียนที่วิทยาลัยแล้ว ฉันคงไม่มีโอกาสได้มาร่วมแสดงความยินดีกับเธอ” เพื่อนยุวชนหญิงพูดอย่างเสียดาย
“ฉันขอแสดงความยินดีกับเธอล่วงหน้า แต่สถานการณ์ของฉันตอนนี้ ฉันไม่สามารถมอบของขวัญอะไรให้เธอได้เลย” เพื่อนยุวชนชายกล่าวแสดงความยินดี และเขาก็ละอายเล็กน้อยที่เขาไม่สามารถมอบของขวัญสำหรับวันมงคลให้กับเธอได้ ทั้งๆ ที่เธอเป็เพื่อนที่ดีและคอยช่วยเหลือเขามาตลอด
“ฉันขอขอบใจพวกเธอ ของขวัญจะมีให้หรือไม่มี ฉันขอรับแค่ความจริงใจของพวกเธอก็เพียงพอแล้ว ฉันไม่ได้้าอย่างอื่นเลย” หลี่เยว่ซินบอกกับเพื่อนอย่างจริงใจ
“มู่ชง เสี่ยวเหม่ย แล้วพวกเธอจะทำอะไรต่อไปล่ะ พวกเธอจะกลับบ้านเกิดก่อน หรือจะรออยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงเวลาเข้าหอพักของวิทยาลัย” เพื่อนยุวชนหญิงหันไปถามมู่ชงกับหลินเสี่ยวเหม่ย
“ฉันคิดว่าฉันจะรออยู่ที่นี่ เพราะอีกไม่นานก็จะต้องไปรายงานตัวเข้าหอพักแล้ว” มู่ชงตอบคำถามเพียงเท่านั้น
“ฉันก็จะรอจนถึงเวลาเข้าพักในหอพักเลย ฉันจะเขียนจดหมายบอกเหตุผลกับทางบ้าน เพราะฉันอยากอยู่ร่วมงานแต่งงานของเยว่ซิน” หลินเสี่ยวเหม่ยก็ตอบคำถามเช่นกัน
“พวกเธอยังจะพักที่หมู่บ้านต่อไปจนกว่าจะถึงเวลานั้นหรือ” เพื่อนยุวชนชายกล่าวขึ้น
มู่ชงและหลินเสี่ยวเหม่ยทำได้แค่เพียงมองหน้ากัน พวกเขายังไม่ได้คิดปัญหาในข้อนี้เลย จึงทำให้ตอบคำถามออกไปไม่ได้
เมื่อหลี่เยว่ซินเห็นเพื่อนทั้งสองไม่สามารถตอบคำถามได้ เธอจึงรีบเอ่ยตอบเพื่อนยุวชนหญิง “ฉันจะรอส่งพวกเธอออกจากหมู่บ้านไปก่อน หลังจากนั้นฉัน มู่ชง และเสี่ยวเหม่ย ก็จะเข้าไปพักในเมืองน่ะ”
“เธอมีบ้านพักในเมืองแล้วอย่างนั้นหรือ” เพื่อนยุวชนหญิงยังถามต่อ
“พอแล้ว พอแล้ว เธอหยุดถามต่อไปได้แล้ว เธอไม่ควรก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของคนอื่นมากเกินไป” เพื่อนยุวชนชายรีบปรามเพื่อนยุวชนหญิง หลังจากที่เห็นว่าเธอตั้งคำถามไปถึงเื่ส่วนตัวของคนอื่นมากเกินไป เขาคิดว่าถึงพวกเขาจะมีความสนิทสนมกัน แต่ก็ไม่ควรก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของคนอื่นมากเกินไปเช่นกัน ควรเว้นระยะห่างให้เหมาะสม
“ฉันขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เพื่อนยุวชนหญิงรีบขอโทษ
หลี่เยว่ซินยิ้มให้ และเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “พวกเราอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว พวกเราอยู่ด้วยกันมานานมากแล้วจริงๆ”
“ในวันแรกที่ถูกส่งมาที่นี่ ฉันจำได้ว่าบนรถที่พวกเรานั่งมามียุวชนนั่งเบียดเสียดกันเต็มไปหมด พอผ่านไปแต่ละหมู่บ้าน จำนวนยุวชนก็เริ่มลดลง จนเหลือพวกเราสี่คนนั่งมองหน้ากันไปมา” หลินเสี่ยวเหม่ยทำท่านึกและเหม่อมองไปด้านนอก
“พวกเราต่างก็ทำอะไรไม่เป็ด้วยกันทั้งหมด ฉันเป็คนไม่ค่อยแสดงออก บางครั้งทำให้คนอื่นอึดอัดรำคาญ จวนจะมีเื่ทะเลาะอยู่กับนายหลายครั้ง” มู่ชงเล่าถึงอดีตเช่นกัน
“ฉันไม่ใช่คนใจร้อน แต่การได้มาอยู่ที่นี่ทำให้ฉันอึดอัด ฉันไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร ก็เลยหาเื่ทะเลาะกับนาย นึกแล้วมันก็ตลกมากจริงๆ พวกเราคอยแต่จะทะเลาะกันทั้งที่ก็โตๆ กันแล้ว” เพื่อนยุวชนชายกล่าวเสริม
“หลังจากนี้ไปพวกเราก็จะมีเส้นทางชีวิตของพวกเราเองแล้ว” หลี่เยว่ซินพูดพลางแหงนหน้ามองดวงดาว เธอหวังว่าในวันข้างหน้า ชีวิตของพวกเขาก็จะส่องสว่างสดใสเหมือนดวงใจบนท้องฟ้า