หลังจากวันนั้น…ฉันก็ไม่ได้เจอพี่เจอีกเลย ได้ยินมาว่าเขาต้องไปติดต่อธุรกิจด่วนที่ต่างประเทศ ก็ถือว่าเป็เื่ดีเพราะฉันเองก็ยังใกับเหตุการณ์วันนั้นไม่หายจนไม่อยากมองหน้าเขา
ชีวิตของฉันกลับเข้าสู่วงจรเดิมอีกครั้ง…เรียน ทำงาน ใช้หนี้ ลืมบอกไปว่า่นี้ฉันกับแม่ช่วยกันจ่ายหนี้ได้เยอะมาก จนเราไม่ต้องลำบากเหมือนแต่ก่อน ฉันรู้สึกดีมากที่เริ่มเห็นปลายทางของความพยายามนี้
ขณะที่ฉันกำลังเช็ดเคาน์เตอร์ที่คาเฟ่อยู่…
“ส้ม” เสียงคุ้นเคยทำให้ฉันเงยหน้าขึ้น เป็พี่วิคเตอร์ เขามาที่นี่บ่อยจนทุกคนในร้านจำเขาได้
“วันนี้หลังเลิกงานเราจะไปดูหนังด้วยกันใช่มั้ย” ฉันนิ่งไปทันที ในิดหน่อย ฉันไปรับปากเขาตอนไหนเนี่ย สงสัยจะเป็ตอนที่เหนื่อยจนเบลอแล้วเผลอพยักหน้าไปก็ได้…
“แต่วันนี้ส้มคิดว่าอาจจะเลิกช้าหน่อยนะคะ...”
“ไม่เป็ไร พี่รอได้” เขายิ้มก่อนเดินไปนั่งรอที่โต๊ะประจำเหมือนเคย
“เมื่อไหร่แกจะใจอ่อนอะส้ม เขาตามรับตามส่งแกขนาดนี้…” เปรี้ยวพูดขึ้นมาทันทีที่เห็น
“เขาก็…น่ารักดี แต่ตอนนี้ก็ขอเป็พี่น้องไปก่อนแล้วกัน” ฉันตอบพร้อมก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน พี่วิคเตอร์ก็มารับฉันกับเปรี้ยวเหมือนเดิม ระหว่างทางเราคุยกันเื่หนังอย่างออกรส
แต่จู่ ๆ เปรี้ยวก็บอกว่า “พอดีวันนี้เรามีธุระด่วนน่ะ ขอบายนะ!” แล้วยังหันมายิ้มพร้อมกับขยิบตาให้พี่วิคเตอร์ก่อนจะวิ่งหนีหายไปทันที
เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ…ยัยเปรี้ยว!
“เราไปกันเลยไหม?” พี่วิคเตอร์ถามด้วยรอยยิ้มและเปิดประตูรถให้
พี่วิคเตอร์พาฉันไปร้านอาหารญี่ปุ่น จากนั้นก็ไปดูหนังรักแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เื่ราวของคู่รักที่ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันจนได้ครองรักอย่างมีความสุข ก่อนจะขับรถไปส่งฉันกลับบ้านเหมือนทุกครั้ง
“ขอบคุณที่วันนี้ที่ไปดูหนังด้วย”
“ขอบคุณพี่วิคเหมือนกันค่ะ…ขับรถกลับดี ๆ นะคะ” ฉันยิ้มให้เขาก่อนจะโบกมือลา
ฉันเดินเข้าไปในบ้านที่ยังคงมืดสนิท แม่กับป้าเมย์คงไปเที่ยวตามแผนที่เคยบอกไว้ ว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เราจะไปเที่ยวกันให้สนุกสุดเหวี่ยง ฉันยิ้มแล้วก็ส่ายหน้าน้อย ๆ ที่นึกถึง
“ทำไมถึงกลับเอาป่านนี้?” ฉันสะดุ้งอย่างใเมื่อเห็นพี่เจยืนอยู่ในเงามืด
“เป็ผู้หญิง ไปไหนกับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้ไว้ใจไม่ได้!” น้ำเสียงเขาเริ่มแข็งขึ้นสีหน้าบึ้งตึงอย่างปิดไม่มิด ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงดูไม่พอใจขนาดนี้
“แต่ส้มแค่ไปกินข้าวดูหนัง” ฉันถอนหายใจยาวเหนื่อยเกินกว่าจะพูดกับพี่เจ แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้สายตากดดันของเขา
“แต่ก็ไม่ควรกลับเอาป่านนี้” ฉันกัดริมฝีปากแน่น ก่อนตอบกลับอย่างเหลืออด
“ก็แค่ไปกินข้าว ไม่ได้ทำอะไร…เหมือนที่พี่เจเคยทำหรอกค่ะ”
คำพูดนั้นเหมือนแทงเข้าไปในใจเขาทันที พี่เจขมวดคิ้วแน่น ดวงตาวาวโรจน์เหมือนมีบางอย่างจะพูด แต่ก็กลืนมันกลับลงคอ
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาไว้ใจได้?” เขาถามเสียงแข็ง
“เพราะเขาเป็สุภาพบุรุษ” ฉันตอบหนักแน่นทั้งที่ข้างในก็สั่นไหวไม่ต่างกัน
บทสนทนากำลังจะวนกลับไปที่เดิมอีกครั้ง ฉันจึงตัดสินใจหันหลังจะเดินหนีทันที แต่คนตัวสูงก็คว้าข้อมือฉันไว้แน่น เขากระชากฉันเข้าไปในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแล้วกอดฉันแน่น
“พี่เจ! ปล่อยนะคะ!” ฉันพยายามดิ้นสุดแรง แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนของเขายิ่งรัดแน่นขึ้น
“กลับดึกขนาดนี้…จะรู้ได้ยังไงว่าเขาไว้ใจได้?” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้นข้างใบหูฉัน ใบหน้าเราใกล้จนลมหายใจแทบผสานกัน ฉันเผลอเบือนหน้าหนีโดยอัตโนมัติ แต่ก็หนีไม่พ้นเพราะแขนเขายังคงกักฉันไว้
“ผู้ชายน่ะ…ไว้ใจไม่ได้หรอก” ดวงตาสีน้ำตาลคมเข้มจ้องฉันไม่กะพริบ
“ถ้าพี่คิดจะเอาจริงขึ้นมา…ส้มก็ไม่มีทางรอด” หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบหลุด ทั้งใ ทั้งสับสนกับคำพูดของเขา แต่ริมฝีปากกลับเอ่ยประชดออกไปโดยไม่ทันคิด
“ขอบคุณนะคะที่เตือน” ฉันจ้องเขาตรง ๆ พยายามทำเสียงให้มั่นคงที่สุด
“ส้มจะจำไว้…ว่าผู้ชายน่ะไว้ใจไม่ได้ง่าย ๆ รวมถึงพี่เจด้วย” เขาชะงักไปในทันทีเหมือนถูกคำพูดนั้นตบหน้าอย่างแรง
ฉันใช้จังหวะนั้นสะบัดแขนออก แล้วรีบวิ่งขึ้นบันได แต่ข้อมือก็ถูกดึงไว้อีกครั้งจนตัวฉันเซกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ฉันพยายามแกะมือหนาออก
“มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดสักหน่อย” ดวงตาคมเข้มของเขาจ้องฉันแน่วแน่ ราวกับอยากจะอธิบายทุกสิ่งออกมา
แววตาของเขาอ่อนลงจากเมื่อครู่ ความแข็งกร้าวเลือนหายไปเหลือเพียงความวูบไหวบางอย่าง จนฉันรู้สึกสะท้านในอกอย่างห้ามไม่อยู่
“พี่แค่…เป็ห่วง” เขาเอ่ยช้า ๆ สายตาไม่ยอมละไปจากใบหน้าฉัน เหมือนอยากย้ำให้ฉันเชื่อ
ฉันชะงักทันที หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา ความดิ้นรนชะลอลงโดยไม่รู้ตัว
“พี่กับพิมพ์…ไม่ได้มีอะไรอย่างที่เราคิด” เขาพูดต่อราวกับกลัวว่าฉันจะหนีหายไปอีก
“พี่กับพิมพ์มีแค่เื่งาน ไม่เคยมีความรู้สึกอื่น ๆ เลย”
ฉันเบิกตากว้าง ไม่รู้ว่าควรใตรงไหนก่อนดีระหว่างที่เขาจับมือฉันไว้แน่นแบบนี้ หรือคำอธิบายที่เขาเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“ผู้ชายน่ะ ไว้ใจไม่ได้หรอก” เขากระซิบต่อน้ำเสียงแ่แต่หนักแน่น
“แค่พี่จับมือ…ส้มยังสู้แรงพี่ไม่ได้เลย”
“...” ฉันมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความสับสน
“แล้วคนอื่นล่ะพี่จะไว้ใจได้ยังไง…”
“รีบไปเข้านอนเถอะ” เขาพูดต่อเรียบ ๆ แต่แฝงความเด็ดขาด
“ั้แ่พรุ่งนี้…พี่จะไปรับไปส่งส้มเองทุกที่” พูดจบเขาก็เดินมาส่งฉันที่หน้าห้อง ก่อนจะยกมือลูบหัวเบา ๆ อย่างอ่อนโยน
“ฝันดีนะ…พรุ่งนี้เจอกัน” แล้วเขาก็หมุนตัวกลับห้องไป ทิ้งให้ฉันยืนอึ้ง หัวใจยังเต้นโครมครามไม่หยุด
ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรด้วยซ้ำ…แต่หัวใจฉันนี่สิ กำลังเผลอตอบไปไกลแล้วจริง ๆ