ตอนที่ 60 เริ่มการต่อสู้
" เอาล่ะฉันได้บอกข้อมูลทุกทุกอย่างไปแล้ว ถ้าใครอยากหนีก็ลุกขึ้นและเดินออกไปเก็บของและออกไปจากค่ายสะ ส่วนใครที่อยากสู้ก็นั่งอยู่กับที่ไม่ต้องลุกไปไหน "
จากนั้นก็มีหัวหน้าหน่วยแก่ๆ 1 คนได้ลุกขึ้นแล้วออกไป
" ฉันขอโทษน่ะ แต่ถ้าให้ฉันเลือกฉันขอมีชีวิตอยู่ต่อดีกว่า ฉันยังมีครอบครัวที่ต้องให้ดูแล "
เมื่อมีคนเริ่มก็ต้องมีคนตาม มีคนลุกออกไปนับไม่ถ้วนจนในที่สุดก็เหลือแค่ ริเอะ, สุซาคุ , อากิ , อายู และ มิโกะ เหลือแค่ 5 คนเท่านั้นที่ยังอยู่ข้างในห้อง มันไม่ได้เกินความคาดหมายของริวจินัก เค้าคิดไว้อยู่แล้ว แต่การที่จะขอให้คนที่ไม่เต็มใจจะสู้มาร่วมสู้ด้วยนั้น คนพวกนั่น นั่นพร้อมที่จะทิ้งพวกเขาให้ตกอยู่ในอันตรายตลอดเวลา ดังนั้นเลือกที่จะปล่อยให้พวกเขาไปยังดีสะกว่า
มิโกะ : เมื่อเป็นแบบนี้คนในค่ายจะไม่หนีพวกเราไปหมดเลยหรอคะ
ริวจิ : ถ้าพวกเขาหนีหมด ก็ไม่เป็นไร เราก็จะสู้กันแค่นี้แหละ
มิโกะ : มิโกะรู้ว่าพี่ชายแข็งแกร่ง แต่ว่าการต่อสู้กับซอมบี้ 60 ล้านตัวมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ
ริวจิ : พี่รู้ แต่ตอนนี้ให้เพื่อนของน้อง ไปประกาศที่พี่บอกไปเมื่อครู่นี้ที และถ้าใครอยากสู้ก็แจกจ่ายอาหารให้กับพวกเขาด้วยละ
มิโกะตอบรับและบอกให้ริเอะไปประกาศตามคำที่ริวจิบอก
เมื่อผู้คนได้ยินเสียงประกาศนั้น ความโกลาหลก็เกิดขึ้น ผู้คนต่างหวาดกลัวต่อซอมบี้แต่พวกเขาก็ต้องการอาหาร เสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย ทำให้เกิดการถกเถียงกันเป็นอย่างมากภายในค่าย
ต่อมา
ณ ห้องประชุม
ริวจิหันไปมองทุก ๆ คนที่ยังนั่งอยู่ เขาแปลกใจเล็กน้อยที่ยังเห็นสุซาคุและริเอะยังนั่งอยู่
" เอาล่ะทุกคน ตัดสินใจกันได้แล้วสินะ " ริวจิพูดจบก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา
" โอเคการเงียบก็เป็นการตอบรับอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน งั้นใครพอจะตอบฉันได้มั้ยว่าในค่ายนี้มีทหารอยู่กี่คน และยิงปืนยิงธนูเป็นกี่คน รวมถึงการต่อสู้ประชิด"
ริเอะได้ตอบขึ้นมาทันที
" ในค่ายของเรามีทหารอยู่ 130,000 คนในประชากรทั้งหมด มีพลธนู 20,000 และทุกคนสามารถใช้ปืนได้แต่ว่ากระสุนของพวกเราตอนนี้ไม่เหลืออยู่แล้วรวมถึงระเบิดด้วย พวกเราใช้จัดการฝูงซอมบี้ในคราวก่อนไปจนเกือบหมดแล้ว "
หลังจากที่ฟังจากที่ริเอะพูดมา ริวจิก็เข้าใจในทันทีว่าเขาไม่สามารถใช้แผนเดิมเหมือนอยู่ที่ค่ายซากิได้ แถมค่ายโตเกียวนั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองและถ้าไม่มีเครื่องขุดเจาะก็ไม่สามารถขุดหลุมได้ แถมระยะเวลาแค่ 2 วันไม่เพียงพออย่างแน่นอน
" แล้วมีไม้ที่ใช้เป็นธนูอยู่เท่าไหร่ "
ริเอะ : อืมม.... น่าจะเหลือประมาณ 1 ล้านดอกนะคะ นั่นคือทั้งหมดที่พวกเรามีในตอนนี้ แถมไม้ก็หายากมากในโตเกียว "
" โอเคฉันเข้าใจแล้ว ! งั้นต่อไปฉันจะบอกแผนทั้งหมดในฟังนะ "
" ตอนนี้เราไม่รู้ว่าทหารในค่ายนั้นจะเหลืออยู่กันกี่คน และต่อให้พวกเขาหนีออกไปตอนนี้ พวกเขาก็จะโดนล้อมโดยฝูงซอมบี้ เราจะแบ่งกันเป็น 4 กลุ่ม และแยกกันคุ้มกันคนละทิศทาง "
เมื่อได้ยินดีริวจิพูดพวกเขาทั้ง 5 คนก็ยังเงียบและฟังต่อไปโดยไม่มีใครกล้าขัดขึ้นมาแม้แต่คนเดียว
" งั้นต่อไปฉันจะแบ่งกลุ่มให้ ทิศใต้ อายู ทิศตะวันออก อากิ , สุซาคุ , ริเอะ ทิศตะวันตก มิโกะ ส่วนทิศเหนือฉันจะเป็นคนดูแลเอง เอาล่ะ มีใครคัดค้านอะไรมั้ย "
เมื่อริวจิพูดจบ สุซาคุก็ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว
สุซาคุ : ทำไมฝั่งตกวันออกถึงต้องคุ้มกันถึง 3 คน แล้วทำไมฝั่งอื่น ๆ ป้องกันแค่คนเดียวล่ะ
ริวจิ : ฉันรู้น่ะว่าตอนนี้นายรู้สึกยังไง แต่ว่าการที่พวกนายจะคุ้มกันฝั่งเดียวให้รอดนั้นก็แทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
สุซาคุ : หน้อยยย!! นี่นายกำลังจะบอกว่าพวกเราอ่อนแออย่างงั้นหรอ
ริวจิเงียบไม่ตอบโต้อะไรกลับไป แต่ว่าน้องสาวของเขานั้นกลับพูดขึ้นมาแทน
" คุณสุซาคุ ทำตามที่พี่บอกเถอะค่ะ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกนะคะ "
เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดสุซาคุก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากที่จะยอมรับ
" โอเค เมื่อไม่มีอะไรใครคัดค้านงั้นเอาตามนี้ ส่วนทหารที่เหลือทั้งหมดนั้นให้แบ่งไปช่วยฝั่งของพวกนายได้เลยนะ "
เมื่อได้ยินแบบนั้นริเอะสุซาคุและอากิก็อึ้งไปพร้อมกัน พวกเขาทำหน้าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน และอากิที่นั่งเงียบอยู่ตลอดก็ได้พูดขึ้น
" ฉันได้ยินมาจากลูกสาวของฉันว่านายแข็งแกร่ง แต่ว่าการที่นายต้องป้องกันฝ่ายเหนือคนเดียวนั้นมันจะไม่เกินกำลังของนายไปหน่อยหรอ "
ริวจิเข้าใจเจตนาของอากิดี และเขาก็ตอบกลับไปอย่างนิ่มนวล
" ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณอากิ ผมปกป้องตัวเองได้ "
หลังจากได้ยินทำพูดที่สุภาพของเด็กหนุ่มทำให้ สุซาคุและริเอะรวมถึงอาละก็นั้น ต้องช็อกไปตามๆ กัน เพราะไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเขาจะพูดจากสุภาพเป็นกับเขาด้วย เพราะปกติที่พวกเขาสังเกตนั้นการกระทำที่หยาบกระด้าง และการพูดที่ไร้หางเสียงของเขานั้นติดตาพวกเขาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้ว
เมื่อริวจิสังเกตอาการผิดปกติของพวกเขา ริวจิจึงถามขึ้น
" มีอะไรรึเปล่า ทำไมพวกคุณดูแปลกๆ "
" ปะ ป่าว ไม่มีอะไร พูดแผนต่อเถอะ "
" โอเคงั้น ผมจะพูดต่อละนะ เราจะใช้น้ำมันเป็นกำแพงกั้นพวกมันเอาไว้ เพื่อชะลอไม่ให้ซอมบี้เข้ามาใกล้พวกเราจนเกินไป จะมีแค่ ซอมบี้ G2 G3 เท่านั้นที่จะผ่านกำแพงไฟมาได้ ดังนั้น Hunter คนไหนที่ไม่สามารถต่อสู้กับซอมบี้ G2 ได้ก็ให้ไปรวมกับฝ่ายธนู และคอยเติมเชื้อเพลิงเพื่อไม่ให้ฟังดับ เอาล่ะคร่าวๆ ก็มีแค่นี้ ถ้าใครสงสัยอะไรก็ให้ยกมือขึ้น "
ริเอะได้ยกมือขึ้นและพูด
" Hunter ของค่ายเรานั้นมีไม่ถึง 2000 คนและคนที่สามารถต่อสู้กับ ซอมบี้ G2 นั้นมีไม่ถึง 100 คน ถ้าเราแบ่งกองกำลังขึ้นไปข้างบนมากเกินไป เกรงว่าภาคพื้นดินจะอ่อนก่อนเกินจะต้านซอมบี้เอาไว้ได้ "
ริวจิ : เป็นคำถามที่ดี แต่ถึงอย่างงั้นก็ไม่มีทางเลือก ถ้าพวกเขาเจอกับซอมบี้ G2 G3 พวกเขาก็จะตายภายในพริบตาอย่างแน่นอน เพราะงั้นให้พวกเขาไปช่วยข้างบนและโจมตีลงมาจะมีประโยชน์มากกว่า เพราะงั้นฉันถึงให้พวกนายรวมกันถึง 3 คนยังไงล่ะ และทั้งเมืองยังเป็นตึกพวกเราสามารถซุ่มโจมตีพวกมันได้ ถ้าสถานณ์การมันแย่มากก็ให้ส่งสัญญาณทางวิทยุ แล้วหนีขึ้นไปข้างบนตึกได้เลย "
เมื่อริวจิได้อธิบายเสร็จ บรรยากาศในห้องก็เงียบลงไป
" เอ่อสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าพวกนายเจอซอมบี้ตัวใหญ่ที่สูง 30 เมตรละก็ให้หนีทันทีโดยไม่ต้องคิดชีวิตและส่งสัญญาณบอกฉันทางวิทยุทันที "
หลังจากที่ริวจิพูดจบพวกเขาทั้ง 4 คนรวมไปถึงมิโกะก็ทำหน้างุนงงเป็นอย่างมาก
มิโกะ :พี่คะ มันมีซอมบี้ตัวใหญ่ขนาดนั้นด้วยหรอคะ
ริวจิฟังที่น้องสาวของเขาพูดแล้วเขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ริวจิ : มีสิ ! ถ้าน้องเจอมันละก็ให้หนีทันทีเลยน่ะ อย่าให้เข้ามันเด็ดขาด
มิโกะ : เข้าใจแล้วค่ะ
ริเอะ : ถ้ามันมีจริงแสดงว่ามันต้องเป็นซอมบี้ที่แข็งแกร่งกว่าซอมบี้ G3 ใช่มั้ยคะ คุณพี่ชาย ?
ริวจิ : มันเทียบกันไม่ติดเลยละนะ !
เมื่อทั้งห้องได้ฟังที่ริวจิพูด สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปกลายเป็นซีดเซียวขึ้นมา และคิดภายในใจว่าการตัดสินใจที่สู้ในครั้งนี้ของพวกเขาเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดกันแน่
" เอาล่ะ งั้นเอาตามนี้น่ะ แยกย้ายได้ "
จากนั้นพวกเขาก็ได้แยกย้ายไปทำธุระของตัวเองและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ในอีก 2 วันข้างหน้า
กลางดึก ณ ดาดฟ้าตึกแห่งหนึ่ง
มิโกะ :พี่คะ พี่มั่นใจมากแค่ไหนอย่างงั้นหรอคะ ในการต่อสู้ครั้งนี้
ริวจิ : ไม่รู้สิ แต่ว่าพี่ต้องปกป้องน้องให้ได้
มิโกะ : ขอบคุณค่ะ ^_^
ริวจิ : อย่าลืมเด็ดขาดน่ะที่พี่บอกไป ถ้าน้องเห็นซอมบี้ที่พี่บอกละก็ให้หนีทันทีโดยไม่ต้องคิด
มิโกะ : หนูไม่ใช่เด็กแล้วน่ะ พี่ไม่ต้องย้ำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ หนูจำได้แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ริวจินั้นที่เขาย้ำนักย้ำหนานั้น เพราะเขากลัวที่จะเสียน้องสาวคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาไป เขามีน้องสาวแค่คนเดียว แค่ให้เธอออกไปคุมทิศตะวันตกคนเดียว มันก็เสี่ยงมากพอแล้ว
ริวจิ : เออว่าแต่ สิ่งที่พี่บอกให้น้องสั่งให้เพื่อนของน้องไปทำนั้นเป็นไงบ้าง
มิโกะ : ไม่มีปัญหาค่ะ ใช้เวลาแค่วันเดียวก็น่าจะเสร็จ
ริวจิ : โอเค ทำได้ดีมาก
จากนั้นริวจิก็ลูบหัวน้องสาวของเขาและทั้งสองก็มองดูดวงดาวไปพร้อมกันก่อนจะแยกย้ายกันไปเข้านอนในห้องของแต่ละคน
2 วันต่อมา
เวลา 8.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2039
10 ชั่วโมงก่อนที่ซอมบี้จะบุก
ท่ามกลางโต๊ะอาหารพวกเขาทั้ง 7 คนกำลังทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย
โทชิโอะ : ไม่คิดเลยแห่ะ ว่าวันวาเลนไทน์ของปีนี้จะกลายเป็นปาตี้ซอมบี้ไปสะงั้น
เมื่อทุกคนได้ฟังที่โทชิโอะพูดริวจิก็ได้หัวเราะดังลั่นขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันตึงเครียด
" ฮ่าๆ ทำใจให้สบายเถอะน่า หน้าที่ของนายก็คือขับฮอและให้คนปล่อยน้ำมันลงมาลาดซอมบี้แค่นั้น "
โทชิโอะ : ถึงอย่างงั้นก็เถอะ มันก็ยังน่ากลัวอยู่ดี
ริวจิ : เอาเถอะ นายมีสิทธิที่จะกลัว
หลังจากที่กินข้าวเสร็จพวกเขาก็แยกย้ายไปเพื่อเตรียมการในส่วนของแต่ละคน
ต่อมา
เวลา 17.50 น.
ฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่ได้เข้ามาใกล้บริเวณเมืองของโตเกียว และท้องฟ้าก็แปรเปลี่ยนไปเป็นสีแดงเข้มให้ความรู้สึกน่าขนลุก ทำให้สุซาคุ ริเอะ และอากิ ที่ตั้งหลักอยู่ที่ทางทิศตะวันออกนั้นได้หวาออกมาด้วยความตกใจ
สุซาคุ : เมื่อเห็นจริงๆ แล้วมันน่ากลัวกว่าที่เขาพูดเอาไว้สะอีก
ริเอะ :ท้องฟ้า ท้องฟ้า ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วค่ะ คุณสุซาคุ !!!!!
เมื่อเห็นฝูงของซอมบี้มหาศาล สติของริเอะได้หลุดและใบหน้าอันขาวสวยของเธอ ก็ได้กลายเป็นปรากฏความกังวล และความกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด สุซาคุเห็นดังนั้นเขารีบดึงสติของริเอะ
สุซาคุ : อย่าตื่นตระหนกไปริเอะ เราต้องทำตามแผนที่วางไว้ พวกเรามีถึง 3 คน ยังไงต้องรับมือให้ได้ ไม่งั้นพวกเราจะโดนดูถูกอย่างแน่นอน
คำพูดคำว่าดูถูกเหมือนจะไปสะกิดปมในใจของริเอะ ทำให้ใบหน้าของเธอได้กลายเป็นปกติอีกครั้ง และเตรียมพร้อมจะต่อสู้กับพวกซอมบี้
ทางด้านทิศเหนือ
ชายหนุ่มผมสีดำยืนอยู่บนดาดฟ้าเพียงลำพังและสายตาของเขา ก็กำลังมองไปที่ฝูงซอมบี้ด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก และเขาก็ได้หยิบดาบออกมาก่อนจะพูดขึ้น
" เอาล่ะ ! ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีคนมาให้ดอกไม้ฉันเต็มเลยน่ะ "
จากนั้นชายหนุ่มก็กระโจนเข้าใส่ฝูงซอมบี้ขนาดใหญ่เพียงลำพัง
ฝากกดติดตามกดหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ