บทที่ 26 อาการย้ำคิดย้ำทำของเธอ
ด้วยผักป่าต่าง ๆ ที่ปลูกในพื้นที่มิติมีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายควรได้รับ เมื่อหวังฟางได้ทานอาหารที่มีประโยชน์เช่นนี้ร่างกายของเธอจึงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ขณะนี้ก้อนหินก้อนสุดท้ายที่กดทับอยู่ในใจของหลี่ซิงเหอ ได้ถูกโยนออกไปแล้วอย่างไม่หวนกลับมาอีก
วันต่อมา เธอตื่นแต่เช้าเพื่อดูวัตถุดิบในครัว เธอนำผักที่เก็บไว้จนเหี่ยวแล้วมาเปลี่ยนเป็ผักสดใหม่จากพื้นที่มิติ ส่วนแอปเปิลสีแดงลูกโตน่ากินที่เคยซื้อก่อนหน้านี้ไว้หนึ่งลังยังมีพอให้กินไปอีกสักพัก
เมื่อในครัวยังมีของอยู่ เธอจึงรีบบอกลาแม่แล้ว แล้วมุ่งตรงมายังซูเปอร์มาร์เก็ตแต่เช้า ตอนนี้ซูเปอร์มาร์เก็ตยังไม่เปิดทำการและคนจากร้านอื่น ๆ ก็ยังไม่มา นี่คือจุดประสงค์ที่หลี่ซิงเหอมาเร็ว! เพราะเธอไม่อยากลากรถเข็นแกล้งทำเป็ขนของเข้าร้านทุกวัน…
ชีวิตของหลี่ซิงเหอดำเนินไปอย่างมั่นคง
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งเดือน สินค้าที่สดใหม่และมีประโยชน์จากพื้นที่มิติก็สร้างชื่อเสียงที่ดีในกลุ่มคนละแวกนั้น เธอรักษาฐานลูกค้าประจำได้อย่างมั่นคง และมีกลุ่มลูกค้าขาจรเข้ามาอีกเรื่อย ๆ
บางครั้งในร้านก็วุ่นวายเป็พิเศษ พอของขายหมดก็ต้องรีบไปที่ห้องเก็บของเพื่อขนของใหม่ออกมา ระหว่างจัดของอาจต้องวางมือก่อนเพื่อไปต้อนรับลูกค้า
การไม่ได้กินข้าวกลางวันเป็เื่ปกติ โชคดีที่ร้านข้าง ๆ เป็ร้านขายขนมจีนโบราณ เธอจึงกินได้ใน่ที่ไม่มีคน ถึงแม้ไม่ได้กินข้าวแต่เธอก็ไม่ได้ดูผอมเกินไป
ในที่สุดก็ถึงเวลาปิดร้าน! หลี่ซิงเหอลากร่างที่อ่อนปวกเปียกราวกับถุงพลาสติกที่แฟบตัวลงเดินออกมา
นี่เป็ครั้งที่สองที่เธอเจอโม่เป่ยหลังเลิกงาน เธอเอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรง "คุณก็เพิ่งเลิกงานเหรอคะ?" เธอไม่รู้จะเรียกเขาว่าอย่างไรดี จะเรียกประธานโม่เหมือนพนักงานคนอื่นก็รู้สึกเกร็ง จะเรียกโม่เป่ยตรง ๆ ก็ดูไม่เหมาะสม เลยทำได้แค่เรียกว่า 'คุณ' แล้วตามด้วยชื่อ โชคดีที่โม่เป่ยก็ไม่ได้ใส่ใจเื่พวกนี้
เขาพยักหน้าเบา ๆ "อืม"
เมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อ ทั้งสองคนจึงเงียบกันไป
พอเดินออกมาถึงประตู โม่เป่ยก็เรียกหลี่ซิงเหอไว้
"ให้ผมไปส่งที่บ้านไหม"
"หา?"
"จะได้คุยเื่ร้านว่า่นี้เป็ยังไงบ้างด้วย"
"งั้นก็ได้ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ"
ใน่ครึ่งเดือนที่ผ่านมาบังเอิญเจอโม่เป่ยที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแค่ไม่กี่ครั้ง ทั้งสองคนก็ทักทายกันสั้น ๆ หลี่ซิงเหอรู้สึกแปลกใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมโม่เป่ยถึงไม่สนใจยอดขายของเธอเลย? จนตอนนี้เธอหายสงสัยแล้ว ที่แท้เขาก็เพิ่งมาสนใจนี้เอง!
"บ้านคุณอยู่ที่ไหน?"
"อยู่ที่บ้านพักคนงานของโรงงานรัฐบาล ข้าง ๆ ตลาดกลางคืนเฟิงเล่อค่ะ"
"ครับ"
พอดีเลย พ่อแม่ของเขาก็อยู่แถวนั้น ถ้าส่งเธอแล้วก็จะถือโอกาสแวะไปเยี่ยมพ่อแม่ด้วย โม่เป่ยหันมามองหลี่ซิงเหอที่ยืนข้าง ๆ เธอดูเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก โม่เป่ยรู้สึกงุนงงกับตัวเองว่า ทำไมถึงมาทำเื่เห็นอกเห็นใจผู้หญิงแบบนี้
เมื่อเดินถึงรถ โม่เป่ยช่วยเปิดประตูรถให้เธอ นี่เป็ครั้งแรกที่หลี่ซิงเหอได้นั่งรถเก๋ง โอ้โห เบาะนี่นั่งสบายจริง ๆ ทั้งนุ่มทั้งสบาย ดีกว่าเบาะแข็ง ๆ ในรถเมล์เยอะเลย!
‘การมีเงินนี่ดีจริง ๆ !’ เธอคิดในใจ แต่โชคดีที่ในอนาคตเธอก็กำลังจะกลายเป็คนมีเงินเหมือนกัน! ไม่งั้นเธอคงอดกลั้นความรู้สึกอิจฉาริษยาที่ลุกโชนในใจไว้ไม่อยู่แน่ ๆ !
หลังจากที่โม่เป่ยขึ้นรถ คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว กำลังจะสตาร์ทรถ เขาเอ่ยเสียงทุ้มขึ้นมา "คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย"
หืม? เขากำลังคุยกับเธออยู่เหรอ?
โม่เป่ยมองเธอที่ไม่มีการขยับตัวใด ๆ แล้วพูดซ้ำอีกครั้ง "คาดเข็มขัดนิรภัยด้วยครับ"
‘ฉันเหรอ?’ หลี่ซิงเหอชี้ที่ตัวเองอย่างงุนงง โม่เป่ยถึงได้นึกขึ้นได้ว่าเธออาจจะไม่รู้วิธีคาดเข็มขัดนิรภัย
เขาจึงโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอ เตรียมจะดึงเข็มขัดนิรภัยที่อยู่ด้านหลังเธอเพื่อช่วยคาดให้
"อ้ากก!" แขนของโม่เป่ยที่ยื่นเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้หลี่ซิงเหอเผลอร้องออกมาพลางกอดศีรษะตัวเองให้หดไปอีกด้านของเบาะ
โม่เป่ยชะงักไปชั่วครู่ รีบอธิบายต่อ "ขอโทษครับ ผมแค่จะช่วยคาดเข็มขัดนิรภัยให้ สายเข็มขัดอยู่ด้านหลังคุณ"
แม้จะได้ฟังคำอธิบายของโม่เป่ย เธอก็ยังไม่คลายร่างที่หดตัวอยู่ มีเพียงศีรษะที่เงยขึ้นจากท่อนแขน เบิกตากว้างมองโม่เป่ยที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แล้วยื่นมือไปด้านหลังขวาของตัวเอง ดึงสายเข็มขัดยาว ๆ ออกมา จากนั้นก็ได้ยินเสียง 'คลิก'
"เรียบร้อยแล้ว คาดเสร็จแล้ว" โม่เป่ยรีบถอยร่างกลับไปที่นั่งของตัวเอง เสียบกุญแจแล้วสตาร์ทรถทันที
เมื่อรถเคลื่อนออกจากที่จอด หลี่ซิงเหอค่อย ๆ ลดแขนลง ร่างกายที่เกร็งจนชาไปหมดเริ่มผ่อนคลายลงเมื่อชายคนนั้นถอยห่างออกไป บรรยากาศในรถค่อนข้างอึดอัด ทั้งสองคนต่างเงียบไม่พูดอะไร
ขณะรอไฟแดง เขาเหลือบมองมือของหญิงสาวข้าง ๆ ที่กำเข็มขัดนิรภัยแน่น นิ้วมือออกแรงจนปลายนิ้วซีดขาวไปแล้ว
เขาข่มความรู้สึกอยากจะยื่นมือไปจับมือของเธอเอาไว้ นึกถึงาแบนตัวเธอในตอนที่พบกันครั้งแรก แววตาของเขายิ่งเข้มขึ้น ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เธอคนนี้เคยผ่านอะไรมาบ้างกันแน่?
ภายในรถถูกความเงียบเข้าปกคลุม
ในยามราตรีนี้… ถนนในเมืองอวิ๋นถิงรถเริ่มน้อยลงแล้ว ระยะเวลาที่นั่งรถเมล์ต้องใช้เวลายี่สิบนาที แต่รถคราวน์ใช้เพียงแค่แปดนาทีเท่านั้น ตลอดทางทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกัน และไม่ได้คุยเื่ยอดขายของซูเปอร์มาร์เก็ตตามแผนที่วางไว้
รถจอดสนิทที่หัวซอยบ้านของหลี่ซิงเหอ
"ขอบคุณค่ะ ฉันไปก่อนนะคะ"
"ครับ ลาก่อน"
ความเงียบยังคงปกคลุมทั้งสองคนภายใต้ความมืด
"เอ่อ ประตูรถเปิดยังไงเหรอ?"
"ตรงนี้ ดึงเข้าด้านใน แล้วก็จะเปิด" คราวนี้โม่เป่ยทำให้เธอดูจากประตูฝั่งของเขา โดยไม่ได้เข้าไปใกล้เธอเป็ครั้งที่สองเพื่อช่วยเปิดประตูให้เธออีกแล้ว
"ค่ะ ลาก่อน"
โม่เป่ยจ้องมองร่างบางของหญิงสาวจนลับสายตาไป แล้วจึงละสายตาพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ตอนกลางวันลืมเปลี่ยนแบตเตอรี่ โชคดีที่ยังเหลือไฟอยู่บ้าง เขาเปิดโทรศัพท์มือถือฝาพับสีดำ แล้วโทรไปที่โทรศัพท์บ้าน
"แม่ครับ ที่บ้านมีมื้อเย็นเหลือไหมครับ? ผมจะถึงบ้านในอีกห้านาที"
เมื่อเก็บโทรศัพท์เรียบร้อย เขารีบกำพวงมาลัย พลางเหยียบคันเร่ง แล้วหมุนพวงมาลัยออกรถมุ่งหน้าไปยังบ้านทันที
หลี่ซิงเหอที่เพิ่งถูกโม่เป่ยทำให้ใ รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ประกอบกับความหิวและเหนื่อย เธอรู้สึกว่าตัวเองจะเป็ลมทุกย่างก้าว
"คนที่ส่งเธอกลับมาเมื่อกี้เป็ใคร?"
เสียงที่ดังขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้หลี่ซิงเหอใอีกครั้ง เธอเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ เป็หยางเฉินคนเดิม เธอมองดูใบหน้าเ็าแบบนั้นของเขา วันนี้เป็อะไรไป? ทำไมถึงต้องมาทำให้เธอใด้วย!
หลี่ซิงเหอไม่เข้าใจท่าทีของหยางเฉินในตอนนี้เลย เธอไม่อยากตอบ จึงเดินอ้อมผ่านเขาตรงไปที่บ้าน
หยางเฉินรู้ว่าเธอมีอคติต่อผู้ชาย เขาจึงไม่กล้ายื่นมือไปดึงตัวเธอ แต่เดินอ้อมไปขวางทางเธอไว้อีกครั้ง
"คุยกันหน่อยไหม?"
"ดึกขนาดนี้แล้ว ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?"
"ไม่ได้เจอกันนาน เลิกงานแล้วก็เลยมาหาเธอ" เขาพูดเสริมอีก "แล้วก็มาเยี่ยมป้าหลี่ด้วย"
น่ารำคาญใจชะมัด! ในเมื่อไม่มีลุงหลี่แล้ว จะมีป้าหลี่ได้ยังไง? หลี่ซิงเหอเบ้ปาก "นายเรียกแม่ฉันว่าป้าหวังก็พอ" แม่ของเธอมีนามสกุลของตัวเอง จะมาเรียกป้าหลี่อะไรกัน
"อืม แล้วคนที่ส่งเธอกลับมาเมื่อกี้คือใคร"
"เ้าของที่ของฉัน"
"เ้าของบ้านของเธอเป็คู่สามีภรรยาวัยกลางคนที่ทำงานในโรงงาน"
"นายกำลังสอบสวนผู้ต้องหาอยู่หรือไง?" หลี่ซิงเหอ เงยหน้าขึ้นสบตาตรง ๆ กับหยางเฉิน
"ซิงเหอ พวกเราเป็เพื่อนกันมานาน ฉันเป็ห่วงเธอนะ" น้ำเสียงของหยางเฉินอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นเขาเป็แบบนั้น หลี่ซิงเหอ ก็ระงับความหงุดหงิดลงบ้าง "ฉันเช่าร้านขายผัก เขาเป็เ้าของที่ตรงนั้น"
"อ้อ แล้วทำไมเขาถึงต้องมาส่งเธอด้วยล่ะ?" เขาเห็นแล้ว มันเป็รถโตโยต้าคราวน์รุ่นใหม่นำเข้า เ้าของต้องเป็คนรวยแน่ ๆ !
"ก็แค่บังเอิญเจอกันตอนปิดร้าน"
"ซิงเหอ เธอเพิ่งมาอยู่ในเมือง เธอหน้าตาดี และไร้เดียงสา เป็ที่้าของพวกผู้ชายรวย ๆ เธอต้องระวังตัวให้ดีนะ อย่าปล่อยให้พวกเขาเข้าใกล้เธอง่าย ๆ ถ้า้าเงิน เธอรอให้ฉันได้เงินเดือนก่อนก็ได้"
หลี่ซิงเหอ กลอกตาในใจจนแทบจะหลุดออกมา "ฉันเข้าใจเหตุผลของนายทั้งหมดแล้ว หยางเฉิน อย่ามาสั่งสอนฉันแบบนี้"
"ซิงเหอ ชีวิตคนรวยในเมืองมันน่าดึงดูดก็จริง แต่ว่าเธอ..."
เธอทนไม่ไหวจึงพูดขัดความคิดฟุ้งซ่านของเขา "ใช่… ฉันรักเงิน แต่นายคิดมากเกินไปแล้ว" เธอชำเลืองมองถุงแอปเปิลกั๋วกวงที่เขาถืออยู่ในมือ "นายคงไปเยี่ยมแม่ฉันมาแล้ว ฉันคงจะไม่ชวนนายขึ้นไปที่บ้านอีก กลับไปเถอะ วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ลาก่อน"