เรื่องราวระหว่างเยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอไม่มีใครรู้นอกจากหลานเล่อและหงซิ่ว
หงซิ่วเป็นคนระวังคำพูดส่วนหลานเล่อรู้ว่าตนกระทำผิดก็ไม่กล้าโพนทะนา
เยี่ยนเจาเจาเนื้อแท้เป็นคนอ่อนไหว แต่ก่อนไม่มีเรื่องใดย่อมเชื่อหนานหมิงเหอที่สุดแต่ครั้งนี้มีเหตุให้หนักใจ ต่อมาเห็นหนานหมิงเหอแอบคุยกับหลานเล่อลับหลังนางอีกจึงขาดสติโมโหด้วยความหึงหวงและฉุนเฉียว
หนานหมิงเหอรู้ว่านางมีนิสัยโกรธง่ายหายเร็ว ง้อสักหน่อยก็หายแล้ว
แต่เมื่อเยี่ยนเจาเจากล่าวว่าต้องการพบหยวนอีย่วนนั่นคือต้องการพบจริงๆ
นางไม่เพียงไปพบด้วยตนเองยังยืนกรานให้หนานหมิงเหอไปพบด้วย แล้วพี่ชายรองจะทำอะไรได้ สาวน้อยออกปากแล้วอยากพบก็ต้องได้พบ!
หลานเล่อรีบไปรายงานหยวนอีย่วนที่ชะเง้อคอรออยู่เมื่อคุณชายยินดีพบหยวนอีย่วนก็เลือกนัดพบที่หอเหลียนเซียงในวันแรกของเดือนสามปีหน้าอย่างลิงโลดอาจเพราะนางถูกหยวนหยางฮุยทุบตี รู้สึกว่าใบหน้าตนดูไม่ดีนัก จึงอยากทิ้งช่วงสักระยะหนึ่งบำรุงให้ตนเองกลับมาอวบอิ่มและขาวผ่องเสียก่อน
อย่างไรเสียนางก็คาดหวังชัยชนะจากตัวหนานหมิงเหออย่างเต็มหัวใจจึงไม่สนใจเรื่องเวลาแม้แต่น้อย นายหญิงใหญ่ไม่ปล่อยนางไปแน่แต่ก็มิกล้าลงมือกับนางตอนที่ผู้อาวุโสหยวนมู่ยังอยู่ นางดึงดันอยู่ในบ้านรอง ดูสินายหญิงใหญ่จะทำอะไรนางได้
เยี่ยนเจาเจาไม่รู้ว่าควรยกย่องนางที่ใช้ความฉลาดถูกทางรู้ว่าความสามารถหนานหมิงเหอสูงกว่านายหญิงใหญ่ดีหรือควรยกยกย่องที่ในหัวนางเต็มไปด้วยขยะดี มีกะใจคิดเรื่องพวกนี้มิสู้เอาไปคิดว่าจะพลิกสถานการณ์ปัจจุบันของตนเองในจวนสกุลหยวนอย่างไรดีเล่า
นายหญิงใหญ่ผงาดขึ้น หยวนหมินกลับจวน
แน่นอนว่าหยวนหมินที่เข้าข้างนายหญิงใหญ่ย่อมไม่เชื่อเรื่องราว “การรัดเท้า” ก่อนหน้านี้
ยิ่งไปกว่านั้น เขาคิดว่าการรัดเท้าไม่ผิดอะไรทางหมิ่นหนานถึงขั้นมีคำกล่าวว่าใครไม่รัดเท้าไม่อาจเป็นภรรยาเอกด้วยซ้ำดังนั้นเขาจึงเห็นด้วยกับการกระทำของนายหญิงใหญ่
เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ว่านายหญิงผู้เฒ่าจะพยายามเกลี้ยกล่อมหยวนหมินเพียงใด หยวนหมินก็ปฏิเสธทั้งยังไม่พูดสิ่งใด จนนายหญิงผู้เฒ่าอึดอัดแทบตาย
นายหญิงผู้เฒ่ากลัดกลุ้มไม่รู้ควรพูดอะไรจึงอยู่ในเรือนเพียงคนเดียว ใครตะโกนก็ไม่ออกไปเสียเลย
ตอนนี้หยวนอีย่วนยังอาศัยอยู่ที่บ้านรองแต่นายหญิงใหญ่เตรียมพานางกลับบ้านใหญ่แล้ว
ตั้งแต่นั้นมาผู้อาวุโสหยวนมู่ก็เริ่มตัดความรู้สึกที่เคยมีให้หยวนอีย่วนและไม่ส่งคนไปดูว่าเท้านางเป็นอย่างไรทุกวันอีกแล้ว นางทำตัวเองก็คิดเอาเองแล้วกันว่าจุดจบของตนจะเป็นแบบใด
ข้ามเรื่องนี้ไป
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่หยวนอีย่วนต้องไปพบกับหนานหมิงเหอแต่ผู้อาวุโสหยวนมู่ก็ไม่ได้กล่าวว่าจะหย่านายหญิงใหญ่ออกจากเรือนอีกแล้ว แม้แต่หยวนหมินยังบอกว่าเด็กในท้องของนายหญิงใหญ่เป็นบุตรของเขาผู้อาวุโสหยวนมู่จะพูดสิ่งใดได้อีก?
แต่ทุกคนหยุดไม่ได้หมายความว่าคนอื่นๆ ในจวนจะยินดีที่เห็นนายหญิงใหญ่สุขสมหวังยกตัวอย่างเช่น นายหญิงรอง
นายหญิงรองไม่พอใจกับเรื่องทั้งหมดนี้ยิ่งนัก
ตั้งแต่เยี่ยนเจาเจาเจินเจินกับอ้ายอ้ายเปิดโปงม่านมายาระหว่างนางกับนายหญิงใหญ่นายหญิงรองก็เกลียดนายหญิงใหญ่เข้ากระดูกดำยิ่งกว่าเดิม ความอาฆาตนี้ไม่ใช่เพียงชิงชังเพราะนายหญิงใหญ่ใช้ประโยชน์จากตนเท่านั้นแต่เป็นการไม่ยินยอมเผชิญหน้ากับการกระทำที่โง่เขลาของตนเองในอดีตด้วย
นายหญิงรองเดิมไม่ใช่คนมีความอดทนมากนักดังนั้นไม่ว่าเจินเจินกับอ้ายอ้ายจะแนะนำนางอย่างไรหรือกระทั่งเตือนนางว่าอย่าลงมือกับนายหญิงใหญ่ในช่วงเวลาสำคัญนี้ นางก็มิอาจทนไหว
บางครั้งเยี่ยนเจาเจาก็รู้สึกชื่นชมความกล้าหาญของนายหญิงรองนางทนมองนายหญิงใหญ่ใช้ก้อนเนื้อที่ยังไม่โตเป็นรูปเป็นร่างในท้องของนางวางอำนาจบาตรใหญ่ไม่ไหวจนความกล้าพุ่งกระฉูดฉวยโอกาสตอนที่นายหญิงใหญ่กำลังเชยชมดอกไม้อยู่ในลานเรือน ผลักนายหญิงใหญ่อย่างแรง
บางครั้งแผนการและความคิดของคนโง่มักจะน่าโมโหและน่าหวาดกลัวที่สุดอย่างเช่นว่านายหญิงใหญ่คาดการณ์ไว้ดิบดีก็นึกไม่ถึงว่านายหญิงรองจะกล้าแตะต้องท้องของนางตรงๆ
ครรภ์นายหญิงใหญ่ไม่แข็งแรงอยู่แล้วทั้งยังอ่อนเดือนหลายวันมานี้นางคิดหนักตลอด ความหุนหันพลันแล่นของนายหญิงรองเลยผลักทารกในท้องนางหลุดออกมา
นายหญิงใหญ่เห็นสีแดงฉานทารกในครรภ์ยังไม่มีรูปร่าง กลายเป็นแอ่งโลหิตไหลเปรอะเต็มปลายชุดกระโปรงของนางไปทั่ว
แน่นอนว่าเรื่องนี้เยี่ยนเจาเจายังมีความคิดอื่นทั้งนางและหนานหมิงเหอต่างเห็นพ้องว่าทารกในครรภ์นายหญิงใหญ่มาได้อย่างไรนั้น ยังต้องมาปรึกษาหารือกันอีกรอบ
เยี่ยนเจาเจาเชื่อมาตลอดว่าต่อให้นางและหยวนหมินมีค่ำคืนวสันต์กันข้างนอกจริงๆก็ไม่มีทางที่ลูกจะติดได้ในครั้งเดียว
จากเรื่องสารปรอทเห็นได้ว่านายหญิงใหญ่ต้องศึกษาเรื่องทำนองนี้มาแน่เลยอาจหาญเดาว่านางน่าจะมีทักษะวิชาแพทย์นอกรีตอยู่บ้างและใช้เทียบยาที่ไม่อาจแพร่งพราย เก็บเมล็ดพันธุ์ของหยวนหมินไว้ในท้อง
เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในเรือนหลังเยี่ยนเจาเจารู้ว่ามียาร้ายแรงหลายชนิดเกิดขึ้นท่ามกลางศึกแย่งชิงความโปรดปราน
แต่เด็กที่เกิดจากอิทธิฤทธิ์ยาพวกนี้ร่างกายไม่มีทางแข็งแรงครรภ์ระยะแรกก็ไม่ค่อยมั่นคง และส่วนใหญ่ไม่อาจเติบโตไปจนครบกำหนดคลอดมีอัตราสูงมากที่จะเสียชีวิตในครรภ์
ยิ่งไปกว่านั้น นายหญิงใหญ่อายุไม่น้อยแล้วความเสี่ยงในการคลอดบุตรตอนอายุเยอะมากเกินไป นายหญิงใหญ่คงไม่อยากทนทรมานจากภาวะตกเลือดเพราะเหตุนี้
ดังนั้นเยี่ยนเจาเจาจึงคาดเดาอย่างอุกอาจว่านายหญิงใหญ่ไม่ได้ถูกนายหญิงรองผลักโดยบังเอิญ นางรู้แต่แรกแล้วว่าทารกในครรภ์ของตนมาได้อย่างไรทั้งยังรู้ด้วยว่าลูกคนนี้ไม่สามารถอยู่รอดในครรภ์นางได้นาน
แทนที่จะมานั่งโศกเศร้าเสียใจมิสู้ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ โยนความผิดให้นายหญิงรองและบ้านรองเสีย
นอกจากนี้ลูกยังอ่อนเดือนอัตราความสำเร็จในการแท้งเด็กคนนี้ก็ยิ่งสูง กลับกันจะได้ใจคนอีกครั้ง และร่างกายยังฟื้นตัวเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ
เยี่ยนเจาเจาคิดถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่านายหญิงใหญ่กำลังวางแผนใส่นายหญิงรองเข้าแล้ว
น่าเสียดายที่นายหญิงรองไม่เข้าใจอะไรเลย
นางยังคงเบิกบานที่ตนผลักนายหญิงใหญ่ล้มลงได้แล้วยังคิดว่าไม่มีใครเห็น
แต่ความจริงแล้ว ปกติวิธีลงมือของนายหญิงรองก็ไม่ฉลาดนัก
สาวใช้สองคนที่รับผิดชอบกวาดสวนดอกไม้ในที่ลับตาล้วนเห็นนางลงมือเพราะเหตุนั้นแน่นอนว่าไม่นานหยวนหมินก็รู้เรื่อง
นายหญิงใหญ่ย่อมร่ำไห้เสียใจไม่เป็นอันกินอันนอนเพราะเหตุนี้จนหยวนหมินเหลืออดถึงขั้นโกรธจัด
หยวนหมินยังไม่รู้เรื่องราวระหว่างนายหญิงใหญ่และนายหญิงรองปกติเขาเป็นคนเคร่งขรึม ซื่อตรง เห็นนายหญิงรองเหิมเกริมเขาก็อดไม่ได้ที่จะไปบ้านรอง เพื่อไต่ถามขอคำอธิบายจากนายหญิงรอง
ทั้งนายหญิงผู้เฒ่าและผู้อาวุโสหยวนมู่ล้วนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนสองฝ่ายทะเลาะเบาะแว้งกัน เลยไม่มีใครเข้ามาไกล่เกลี่ยแม้แต่น้อย
นายหญิงรองผลักจนนายหญิงใหญ่ครรภ์หลุดเดิมรู้สึกสำนึกเสียใจหลังอารมณ์โมโหคลายลงอยู่บ้างทว่าพอหยวนหมินมาหาถึงเรือนเช่นนี้ความไม่พอใจและความไม่ยินยอมที่กักเก็บไว้ในใจมาตลอดหลายเดือนพลันพรั่งพรูออกมา
นางจึงเอะอะโวยวายกับหยวนหมินตรงนั้นโดยไม่สนใจว่าตนเองยังเป็นนายหญิงของบ้านรอง ยังเป็นน้องสะใภ้ของหยวนหมิน
นายหญิงรองไม่เพียงไม่ยอมรับผิดซ้ำยังพูดว่านายหญิงใหญ่ที่เป็นนายหญิงดูแลจวนหลอกลวงตนให้ควักสินเดิมออกมาเจือจุนโรงครัวตลอดหลายปีที่ผ่านมาอย่างไรบ้างขุดคุ้ยกระทั่งเรื่องทั้งหมดที่นายหญิงใหญ่วางยาสารปรอทตนในอดีต
โชคยังดีที่เยี่ยนเจาเจาคาดการณ์เอาไว้แล้วนายหญิงรองคงทนไม่ไหวเลยฝากคนเก็บเครื่องเงินที่ถูกส่งมาจากหอหยินหลินทั้งหมดไว้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก จากนั้นตามหาผู้เชี่ยวชาญด้านการแยกแร่ถลุงเหล็กและท่านหมอแน่นอนว่าพบสารปรอทในนั้น ข้อกล่าวหาตีโพยตีพายของนายหญิงรองจึงได้รับการยืนยัน
หยวนหมินหอบโทสะมาที่นี่เพื่อถามหาความยุติธรรมแต่กลับไม่คาดคิดว่าตนจะมาได้ยินเรื่องเช่นนี้
ในใจของเขานายหญิงใหญ่คือสตรีอ่อนโยนโอบอ้อมอารีเสมอ แม้บางครั้งจะเจ้าอารมณ์บ้าง แต่ก็เป็นคนมีเหตุมีผลจะใช้ทรัพย์สมบัติของน้องสะใภ้หาประโยชน์ใส่ตัวอีกทั้งยังวางแผนใส่น้องสะใภ้มาเนิ่นนานได้อย่างไร?
ราวกับมีค้อนหินทุบหยวนหมินจนสับสนงุนงง
เขาอดกลับไปถามความจริงกับนายหญิงใหญ่ไม่ได้นายหญิงใหญ่ย่อมเฉไฉ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงยังไม่ก่อระลอกคลื่นใดในยามนี้
นายหญิงรองลงมืออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยใครก็ขวางไม่อยู่ แต่คนในจวนต่างรู้ดีนายหญิงใหญ่และนายหญิงรองกำลังจะฉีกหน้ากันอย่างเป็นทางการ สงครามประสาทในเรือนหลังได้เปิดฉากขึ้นแล้ว
ไม่มีใครอยากรายงานทางการ
ต้องทราบก่อนว่าทั้งสองพัวพันกับหนี้สูญไม่รู้ตั้งเท่าไรสุนัขกัดกันปากก็เต็มไปด้วยขน [1] ไม่มีใครมือสะอาดสักคน รายงานทางการไปย่อมไม่เกิดผล
หรือจะให้รอขึ้นจวนว่าการพร้อมกับศัตรูจากนั้นโดนจับด้วยกันทั้งคู่ กลายเป็นฆ่าตัวตายทั้งเป็น?
เรื่องเหล่านี้ปล่อยให้คนข้างนอกรู้ไม่ได้ทั้งสองจึงจำต้องปิดประตูสู้กันอุตลุดในจวนหยวนแทน
วิธีการของนายหญิงรองเดือดดาล ป่าเถื่อนไม่สนใจราคาหรือผลลัพธ์ที่ตามมา เป็นสถานการณ์ที่บอบช้ำทั้งสองฝ่าย
นายหญิงใหญ่ยืมมือนายหญิงรองกำจัดเด็กที่ยังโตไม่เต็มที่ในครรภ์ตนเองหรือไม่ยังไม่อาจรู้ได้ แต่ถึงอย่างไรนางก็เกลียดนายหญิงรองเข้ากระดูกดำเพราะเรื่องนี้อยู่ดี
ยิ่งกว่านั้น นายหญิงรองพูดเรื่องปรอทออกมาก็คือตัวจุดชนวนของทุกสิ่ง
นายหญิงรองมีจุดอ่อนของนายหญิงใหญ่อยู่ในมือส่วนนายหญิงใหญ่ก็มีจุดอ่อนของนายหญิงรองอยู่ในมือเช่นกัน
เกาทัณฑ์หลุดจากสายไม่หันหัวกลับแรกเริ่มนายหญิงรองยิงไปด้วยความเคียดแค้น ยามนี้ค่อยๆ กลับมามีสติแล้ว
และหลังจากผ่านความตื่นตระหนกหวาดกลัวอยู่วันสองวันสุดท้ายนายหญิงรองก็สงบลง
ในเมื่อตอนนี้ความขัดแย้งระหว่างตนกับนายหญิงใหญ่ปรากฏออกมาแล้วลงมือก่อนย่อมดีที่สุด
สมัยนั้นนางถูกนายหญิงใหญ่ล่อลวงให้ฆ่าบุตรอนุภรรยาในเรือนตนเองนายหญิงใหญ่อยากแก้แค้นนาง ไม่มีอะไรมากไปกว่าบอกเรื่องนี้กับสามีตนที่รับราชการอยู่ข้างนอก
ความคิดของนายหญิงใหญ่น่าจะตรงกับนายหญิงรองหากเจ้าคิดแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป ข้าก็รู้ว่าคำกลบเกลื่อนก่อนหน้าย่อมเป็นโมฆะฉะนั้นจึงต้องลากให้ไปตายด้วยกันเสีย
ความสัมพันธ์ระหว่างนายหญิงรองและสามีของตนไม่ค่อยดีนักแตกต่างจากหยวนหมินที่สามารถเป็นผู้สนับสนุนนายหญิงใหญ่ สามีนางหยวนเอ๋ออย่างมากแค่เคารพนางเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีอื่นใดอีก
นายท่านสามของสกุลหยวนหยวนเอ๋อ นิยมสตรีที่คอยปรนนิบัติตอนร่ำเรียน[2]
หยวนเอ๋อไม่ชอบคนอารมณ์ร้ายปากจัดเช่นนายหญิงรองชอบเพียงเจี๋ยอวี่ฮวาผู้โอนอ่อนผ่อนตาม ช่างเอาใจใส่กระทั่งออกไปรับตำแหน่งข้างนอกยังพาอนุภรรยานิสัยอ่อนโยนไปด้วยแต่กลับทิ้งภรรยาเอกของตนไว้ในจวน
ยกตัวอย่างเช่นซูอี๋เหนียงมารดาของจวิ้นเกอเอ๋อร์ก็น่าหลงใหลละมุนละไมราวกับสายน้ำมิอย่างนั้นในอดีตนายหญิงรองคงไม่ถึงกับเชื่อคำลวงของนายหญิงใหญ่คิดว่าซูอี๋เหนียงจะเรืองอำนาจตามบุตรชาย คุกคามตำแหน่งภรรยาของนางจนลงมือกับเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งในท้ายที่สุด
ตอนนั้นซูซื่อได้รับความโปรดปรานจากหยวนเอ๋อมากหากหยวนเอ๋อรู้ว่าบุตรชายของตนกับซูซื่อถูกนายหญิงรองฆ่ากับมืออีกทั้งซูซื่อยังตรอมใจตายเพราะการกระทำของนายหญิงรอง หยวนเอ๋อคงทำได้ทุกอย่างแน่
---------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] สุนัขกัดกันปากก็เต็มไปด้วยขน หมายถึงต่างฝ่ายต่างทำร้ายกันจนเสียหายทั้งสองฝ่าย
[2] สตรีที่คอยปรนนิบัติตอนร่ำเรียน หมายถึงสาวงามที่ช่วยฝนหมึก จัดพู่กัน เตรียมกระดาษให้บัณฑิตหนุ่มในยามเล่าเรียน