แน่นอนว่าทำไมพวกท่านทุกๆคนจะไม่รู้จัก พลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนนี้กัน เพราะมันคือพลังธาตุที่ทุกๆคนต่างไม่เคยคิดฝันกันเลยว่าจะมีจริง เพราะมันคือตำนานเื่เล่ามานานมากๆจนบางคนคิดไปว่ามันคือนิทานเล่าเื่ของคนสมัยก่อนไปแล้ว
“พวกข้าขอสั่งให้พวกเ้าอย่าได้พูดเื่นี้เป็อันขาดเข้าใจหรือไม่”ท่านลุงอี้ หรือท่านปู่ ท่านพ่อของลูกหลานเพื่อนสนิทของท่านพ่อยุง
“พวกเ้าทุกๆคนด้วยนะ”ท่นลุงฉือ
“ขอรับ” “เ้าค่ะ” ทุกๆคนเอ่ยคำรับปากกันอย่างเคร่งเครียด
“นี่ก็คงเป็สาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งใช่หรือไม่ กับการที่เ้าปลาอสูรสีใสตาฟ้าพวกนี้ถึงมายังชายแม่น้ำ 7 ธาตุได้”ท่านพ่อยุง
“ข้าว่าใช่อย่างแน่นอนเลย ไม่มีทางเป็สาเหตุอื่นๆได้เลยหลังจากเห็นเหนี่ยวเหนี่ยวปลดปล่อยพลังของมาแบบนี้”ทานลุงอี้
“แต่ที่ยังคาดเดาไม่ได้ก็คือว่า การดึงดูดสัตว์อสูรมาเช่นนี้เป็เื่ดีหรือเื่ร้าย อันไหนจะน้ำหนักมากกว่ากันข้าเองก็ไม่สามารถให้คำตอบได้เช่นกัน เพราะการที่เหนี่ยวเหนี่ยวเปล่งละอองแสงพลังธาตุสีทองในตำนาน หรือพลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนมาแบบนี้มันเป็อะไรที่ใหม่สำหรับพวกข้าและพวกเ้ามากๆ”ท่านลุงฉือ
“มันเหนือกำลังของพวกข้าเช่นกัน ไม่เคยมีความคิดอะไรแบบนี้ในหัวเลยว่าพวกข้าจะต้องมาเจอเื่อะไรแบบนี้ และกับลูกสาวของข้าเองอีกต่างหากเฮ้อ…..”ท่านพ่อยุง
“ข้าว่าพวกเราทุกๆคนเองคงจะต้องค่อยๆเป็ค่อยๆไปและหาคำตอบเอาเ้าค่ะ ก่อนอื่นข้าว่าพวกเราคงจะต้องจัดการเอ่อ……”ท่านแม่มดแดง มองชิ้นส่วนของปลาอสูรตาใสสีฟ้าที่เหนี่ยวเหนี่ยวจัดการแปรรูปให้เสร็จเรียบร้อยแล้วที่ยังคงลอยค้างเติ่งอยู่ในอากาศอยู่ตอนนี้
“จริงสินะ ข้าว่าพวกเราคงต้องจัดการของเหล่านี้เสียก่อน”ท่านพ่อยุง
“ใช่”ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ
ในระหว่างที่พวกท่านกำลังจะเริ่มที่จะใช้พลังธาตุกันอีกครั้ง เพื่อจัดการเศษซากที่ชำแหละเรียบร้อยแล้วของเ้าปลาอสูรพวกนี้นั้น จู่ๆก็เริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปรกติในร่างกายของพวกท่านทุกๆคนแล้วในตอนนี้
“นะ…นี่มัน….”ท่านพ่อยุง
พวกท่านทุกๆคนต่างหันมามองหน้ากันอย่างตื่นตระหนกใ พร้อมกับความตื่นเต้น ความน่าเหลือเชื่อที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงพลังธาตุจากร่างกายของพวกท่าน
“เกิดอะไรขึ้นกันนี่เ้าค่ะ ทำไมพลังธาตุของข้ามันถึงได้..”ท่านแม่มดแดง
“ของข้าเช่นกันขอรับท่านพ่อ ท่านแม่”พี่ใหญ่ซือจื่อ
“ข้าด้วยขอรับ”พี่รองเหลาหู่
“ข้าด้วยขอรับ” “ข้าด้วยเ้าค่ะ” ทุกๆคนต่างะโบอกออกมาด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้นอย่างปิดไม่อยู่
“ตอนนี้ขอให้พวกเ้า ตั้งลมปรานรับพลังธาตุกันก่อนเร็วเข้า”ท่านพ่อยุง
“เ้าค่ะ” “ขอรับ” พวกท่านต่างพากันปรับร่างกายเพื่อรองรับพลังธาตุที่กำลังเอ่อล้นเข้ามาในตัวของพวกท่านไม่หยุดในตอนนี้ แต่ก่อนที่จะรวบรวมสมาธินั้นก็มองที่กลุ่มพวกเด็กๆด้วยเพื่อความคลายกังวลใจที่พวกเด็กๆยังคงรู้สึกปรกติกันดี
แต่พวกท่านเองก็รอช้าไม่ได้จึงจำต้องรีบทำสมาธิรวมรวบพลังธาตุกันก่อนอื่นใด
ส่วนทางฟากพวกเด็กๆเองก็เช่นกัน หลังจากที่พวกผู้ใหญ่เองกำลังนั่งปรับสภาพพลังธาตุกันอยู่นั่น พวกเด็กๆก็รับรู้ว่าร่างกายก็เกิดอาการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน พวกเด็กๆที่โตแล้วต่างพากันบอกสอนพวกน้องๆให้พากันนั่งปรับพลังธาตุกัน
“ข้ารู้สึกแปลกๆล่ะพี่ใหญ่”เหลนชายรองจูจู
“จริงด้วยความรู้สึกแบบนี้ พลังธาตุไหลวนเข้ามาแบบน้ำเชี่ยว ร่างกายพลุ่งพล่าน อาการแบบนี้คือการ…”เหลนชายคนโตหยางหยาง
“ข้าก็รู้แบบนี้เช่นกัน”
“ข้าด้วย” แต่ละคนต่างก็พากันตอบออกมาแบบนี้เหมือนกันหมดเลย
“หรือว่าข้ากับพวกท่านกำลังที่จะ…”เหลนชายสามจีจี
“ท่านพ่อ……”เหลนชายสี่เหล่าสู่ที่กำลังจะะโเรียกท่านพ่อ ท่านแม่ของพวกเขาก็ต้องเปลี่ยนใจกะทันหัน เพราะว่าพวกท่านเองก็กำลังเป็เช่นเดียวกับพวกเขาเหมือนกัน
“พวกท่านคงจะเป็เช่นกัน ข้าว่าพวกเ้าอย่าได้รอพวกผู้ใหญ่เลย ทำตามที่ข้าบอกนะ เ้า และก็เ้า เ้า เ้าช่วยกันบอกสอนพวกน้องๆเร็วเข้า…”เหลนชายคนโตหยางหยาง
“ตกลง”พวกเด็กๆ
เพียงไม่นานพวกเด็กๆพากันพูดคุยสักพัก ทุกๆคนก็นั่งกันนิ่งไปหมดเลย เหลือปล่อยเพียงแค่ท่านย่าเหนี่ยวเหนี่ยวที่หันไปมองทุกๆคนไปมาอย่างงุนงง แต่ปากก็ยังขยับขบเคี้ยวอย่างไม่หยุดปาก..
“หง่ำ….หง่ำ….”
“เกิดอะไรกันขึ้นอีกล่ะเนี่ย..”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่นั่งมองทุกๆคนตอนนี้เหมือนกำลังทำสมาธิเป็อย่างดี เพื่อทำอะไรบางอย่างอยู่ที่สำคัญมากๆสำหรับพวกท่าน และพวกเหลนๆของนาง
“เอ๋…..ทำไมละอองธาตุประกายรอบๆตัวของทุกๆคนถึงได้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิมมากนักล่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่เริ่มมองเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนแล้วว่าเหตุใดทุกๆคนถึงพยายามทำอะไรแบบนี้กันอยู่
“หรือว่าทุกๆคนกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับพลังธาตุงั้นเหรอ? แล้วทำไมจู่ๆถึงได้มีพลังธาตุเพิ่มขึ้นได้เล่า”เหนี่ยวเหนี่ยว เอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้นและรอดู่เวลาสำคัญของทุกๆคนไปด้วย
เหมือนกับตอนนี้กำลังดูหนังต่างประเทศเลยที่มีเอฟเฟกต์สวยตระการตาแบบนี้ แต่นี่ไม่ใช่หนังมันคือเื่จริงๆในโลกยุคโบราณแห่งนี้
“แต่เดี๋ยวนะจะว่าไปข้าก็พึ่งใช้พลังได้เองนี่หน่า ไอ้หยา..!!ข้าเองก็มีพลังธาตุกับคนอื่นๆแล้วเช่นกันเย้….อุ๊บ…”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่นั่งอยู่ไม่เป็สุขขยับก้นตัวเองไปมาน้อยๆด้วยความตื่นเต้นที่พึ่งจะคิดได้ว่าตัวนางเองนั่นก็พึ่งจะใช้พลังธาตุได้นั่นเอง
ตัวของข้าเองที่พึ่งจะรู้สึกตัวว่า นางนั้นก็พึ่งจะใช้พลังธาตุออกไปจัดการกับพกปลาอสูรไปเมื่อสักครู่นี้เอง กำลังจะโห่ร้องกรี๊ดกร๊าดออกมาด้วยความดีใจว่ามีพลังธาตุเหมือนกับผู้อื่นแล้วแต่ก็ต้องรีบปิดปากตัวของนางเองเพื่อที่จะไม่ให้รบกวนเหลนๆและพวกท่านพ่อ ท่านแม่ ที่อยู่ทางด้านโน้นที่กำลังปรับสมดุลของพลังธาตุกันอยู่มันคือ่เวลาสำคัญของพวกเขา
“ไอ้หยา….ไอ้หยา….นี่อย่าบอกนะว่าข้าปลุกพลังธาตุของตัวเองเพื่อที่แค่จะได้กินเนื้อสัตว์อสูรน่ะ!!”เหนี่ยวเหนี่ยว พอนึกประมวลเหตุการณ์ขึ้นมาแล้วก็ไม่สามารถสรุปผลเป็อื่นได้เลย นึกแล้วก็ทำให้นางรู้สึกหน้าแดงเขินอายขึ้นมาแล้ว
“โถ…ผู้ใดจะคาดคิดล่ะว่าด้วยความตะกละของตัวข้าเองทำให้ถึงขนาดปลุกพลังธาตุออกมาใช้งานได้เพื่อที่จะได้กินเนื้อ…เนื้อ…พวกนี้น่ะนะ ข้าเองรู้สึกอายขึ้นมาแล้วล่ะสิ”เหนี่ยวเหนี่ยว นั่งบ่นพึมพำอยู่คนเดียวทั้งๆที่รอบข้างกายของนางมีผู้คนทั้ง 3 ตระกูลอยู่ล้อมรอบก็ตามที
“วิ๊ง…..วิ๊ง…….”
พลังธาตุของพวกท่านได้ปรับระดับขึ้นมาคนละ 1 ระดับทันทีเลยอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่หยุดนิ่งมานานหลายปีจนไม่คิดแล้วว่าจะมีโอกาสทำให้ระดับพลังธาตุนั้นเพิ่มขึ้นมาได้อีก
ระดับพลังมีถึง 5 ระดับแยกย่อยออกมาอีก 3 ขั้น ก็คือระดับพลังธาตุ 1 ขั้นต้น ขั้นกลาง หรือขั้นสูงสุด เมื่อถึงขั้นสูงสุดจะเลื่อนไปสู่ระดับที่สูงขึ้นไปคือระดับพลังธาตุที่ 2 นั่นเอง
“ระดับพลังธาตุของข้าเลื่อนขึ้นแล้ว มันเลื่อนขึ้นแล้ว น้องหญิง..”ท่านพ่อยุง ที่กำลังดีใจกับระดับพลังธาตุที่จู่ๆก็เพิ่มขึ้นมากะทันหัน และหันไปมองภรรยาคู่ชีวิตกันอย่างรวดเร็วเพื่อสอบถามด้วยเช่นกัน
“เ้าค่ะ ข้าเองก็ระดับพลังธาตุขึ้นด้วยเช่นกัน”ท่านแม่มดแดงเองก็มีร้อยยิ้มเต็มใบหน้าด้วยเช่นกัน และยังคงมีความตื่นเต้นกันอยู่ไม่หาย
“ระดับพลังข้าที่นิ่งมานเนิ่นนานตอนนี้ขึ้นแล้ว พลังธาตุข้าปรับระดับขึ้นแล้ว ฮ่า…ฮ่า…”ท่านลุงฉือ
“ใช่ๆ ข้าเองก็มีพลังธาตุเพิ่มขึ้นได้ฮ่า..ฮ่า…”ท่านลุงอี้
ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือที่ก็ไม่กักความยินดีของตนเอง พวกท่านะโร้องออกมาอย่างดีอกดีใจเป็อย่างมาก ไม่ต่างจากคนอื่นๆที่บางท่านถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจออกมาอย่างห้ามไม่อยู่กันเลย
การที่จะให้ระดับพลังธาตุเพิ่มขึ้นง่ายๆถึงผ่านขึ้นมาระดับใหม่นี้ไม่ใช่เื่ง่ายๆเลยสำหรับชาวบ้านทั่วๆไปที่ไม่มีกำลังเงินทุนมากเพียงพอที่จะซื้อหาอาหารที่มีพลังธาตุกิน
มีเพียงต้องปล่อยให้มันไต่ระดับขึ้นไปเองอย่างที่ควรจะเป็ มันเป็แบบนี้มาเนิ่นนานแล้วสำหรับพวกชาวบ้านที่ได้รับรู้
“เอ๊ะ…นั่นพวกเด็กๆก็กำลังไต่ระดับพลังธาตุขึ้นเช่นกันเ้าค่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่
“อะไรนะ..!!”พวกท่าน รีบหันมาทางพวกเด็กๆและพากันก้าวมาที่กลุ่มพวกเด็กๆกันอย่างรวดเร็วด้วยความระมัดระวังไม่ให้ไปรบกวนการรวมพลังธาตุของพวกเขา
“ไม่ใช่เพียงแค่ข้าหรือพวกเ้าเท่านั้น พวกเด็กๆเองก็เช่นกันที่จะปรับเปลี่ยนพลังธาตุเพิ่มขึ้นจากระดับเดิม”ท่านพ่อยุง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นมากันแน่นะเ้าสองเฒ่า”ท่านลุงอี้
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกันเ้าเฒ่าอี้ เฒ่าหวัง”ท่านลุงฉือ
“หรือจะเป็เพราะประกายสีทองพลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนที่ปะทุออกมาจากเหนี่ยวเหนี่ยวลูกสาวข้ากัน ที่ช่วยให้ทุกๆคนได้เพิ่มระดับพลังธาตุขึ้นมาแบบนี้”ท่านพ่อยุง
“ก็เป็ไปไม่มากเลยนะ เพราะเท่าที่ฟังจากบรรพบุรุษที่เล่าเื่มาพลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนนั้นวิเศษมากๆเหนือพลังธาตุทั้ง 7 ทั้งปวงนะ”ท่านลุงฉือ
“จะว่าเป็เพราะเนื้อปลาอสูรสีใสตาฟ้านี่ก็ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะข้าและพวกเ้าเพียงกินกันไม่กี่คำเท่านั้นเอง ทางเดียวที่น่าเป็ไปได้ที่สุดก็น่าจะอย่างที่พวกเ้าคิดและพูดกันออกมานี่แหละ”ท่านลุงอี้
“จริง”สามผู้เฒ่าาุโของ 3 ตระกูล
“วิ๊ง…วิ๊ง….”
เพียงไม่นานพวกเด็กๆเองก็ไต่ระดับพลังธาตุขึ้นสำเร็จกันแล้วพากันลืมตาขึ้นและะโโห่ร้องกันอย่างดีใจกันขึ้นมา พร้อมกับพูดคุยสอบถามกันและกันจนฟังแทบไม่รู้เื่เลย
“สรุปแล้วว่าพวกเ้าทุกๆคนก็มีระดับพลังธาตุเพิ่มขึ้นกันหมด”ท่านพ่อยุง
“เ้าค่ะ” “ขอรับ” พวกเด็กๆพากันตอบอย่างเสียงดังพร้อมรอยยิ้มที่บ่งบอกว่ามีความสุขมากๆ และตื่นเต้นมากๆอีกด้วย
“ดีจัง”ทุกๆคน
“เหนี่ยวเหนี่ยว ขอแสดงความยินดีกับทุกๆคนด้วยนะเ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ท่านป้า ท่านพี่ ท่านพี่สะใภ้ หลานๆ หลานสะใภ้ เหลนๆทั้งหลายด้วยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ขอบใจเ้าค่ะ” ขอบใจขอรับ”พวกเด็กๆ พากันตอบรับกันเสียงดัง จนกลบเสียงพวกผู้ใหญ่ไปหมด
เหนี่ยวเหนี่ยว กับพวกเด็กๆพากันเดินร่วมแสดงความยินดีกับคนในตระกูลทั้ง 3 ตระกูลด้วยถ้อยคำที่แสนจะน่ารัก น่าปวดหัว
“โอ้หลานชาย หลานชาย…”เหนี่ยวเหนี่ยว
“...........!!!”กลุ่มรุ่นหลานๆของเหนี่ยวเหนี่ยว
“หลานชายใหญ่ หลานชายรอง หลานชายสาม หลานชายสี่ และพวกหลานชายอย่างพวกเ้าด้วยนะ
ข้ายินดีด้วยนะที่พวกเ้ามีพลังธาตุเพิ่มขึ้นกันหมดแล้ว ยินดีด้วยจริงๆนะ อ้อ…เหลนๆมาแสดงความยินดีกับพวกท่านพ่อของพวกเ้าด้วยเร็วเข้า”เหนี่ยวเหนี่ยว เมื่อแสดงความยินดีกับพวกหลานชายทั้ง 4 และหลานชายของตระกูลฉือ ตระกูลอี้กันแล้วก็เรียกพวกเหลนๆให้มาหาท่านพ่อของพวกเขาด้วย
“ท่านพ่อ ยินดีด้วยเ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเด็กๆ
“ครับ”หลานๆของเหนี่ยวเหนี่ยว
เมื่อกล่าวความยินดีกันไปมา เสร็จจากกลุ่มนี้ก็ขอตัวจากไปเพื่อแสดงความยินดีกับกลุ่มสาวๆกันบ้าง แต่หลังจากที่เหนี่ยวเหนี่ยวจากไปแล้วพวกกลุ่มหลานๆก็นินทาเหนี่ยวเหนี่ยวกันต่อเลยทันทีว่า….
“เฮ้อ…รู้สึกแปลกๆทุกทีสิน่าเวลาเห็นเด็กตัวเล็กจิ๋วแบบนี้มาเรียกว่าหลานชายเนี่ยนะ”รุ่นหลานตระกูลอี้
“นี่ๆเ้าพี่น้องสัตว์ป่า เมื่อไหร่ท่านอาเล็กของเ้าจะเลิกเรียกพวกข้าหลานชายหรือพวกลูกข้าว่าเหลนๆสักทีหนึ่ง”รุ่นหลานของตระกูลฉือ ที่พูดเปิดประเด็นก่อนคนแรกพร้อมกับเกาหัวไปมาด้วยความงุนงงอีกครั้ง
“จริงด้วย ข้าเองก็เริ่มจะมึนๆกับการลำดับญาติอันแสนแปลกของนางแล้วนะเนี่ย”รุ่นหลานตระกูลอี้
“เอาน่าจะให้ข้ากับพี่น้องมึนงงเพียงข้าตระกูลเดียวได้อย่างไร พวกเ้าก็เติบโตมาพร้อมๆกันก็สมควรรับรู้หลากหลายไปด้วยกันสิ
แต่ก็หลีกเลี่ยงความจริงไม่ได้ที่ว่าท่านอาเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวนางเป็น้องสาวคนเดียวของท่านพ่อข้าน่ะ นางเกิดมาในตอนที่ลูกหลานโตกว่านางหลายปีอีกด้วย”หลานชายคนโตสงสง ตบไหล่พวกเพื่อนๆที่เติบโตมาด้วยกันั้แ่จำความได้
“เฮ้อ…….”
“พวกเ้าตามใจนางมากจริงๆนะ”รุ่นหลานตระกูลฉือ
“ก็ท่านอาเล็กเปรียบเสมือนดงใจของตระกูลหวังของข้าเลยก็ว่าได้อันนี้พวกข้าไม่เถียงล่ะนะ อย่าว่าแต่ตระกูลข้าตามใจท่านอาเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวเลย ท่านปู่ ท่านย่า ของพวกเ้าเองก็ใช่เล่นเสียที่ไหนกันเล่าใช่ไหมล่ะ?ที่ตามใจท่านอาเล็กของพวกข้าน่ะ”หลานชายรองหม่าหม่า
“ก็จริงล่ะนะเฮ้อ….”หลานๆตระกูลอี้
“แต่ถึงอย่างไรท่านอาเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวข้า ก็เรียกแทนตัวเพียงแค่ท่านย่าเล็กนะ ไม่ใช่ท่านย่าทวดเล็กจะมึนหัวกันไปทำไมเล่าพวกเ้าก็”หลานชายสามหลางหลาง
“จริงอย่างที่พี่ชายสามของข้าบอกพวกเ้านั่นแหละ ยังดีที่ท่านอาเล็กของข้า ไม่ให้เรียกตามท่านปู่ ท่านย่าของพวกข้าไม่อย่างงั้นพวกเ้าจะยิ่งมึนงงมากกว่าเดิมอีก”หลานชายสี่เมาเมา
“เดี๋ยวรอให้ท่านอาเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวเติบโตกว่านี้สักหน่อย คงเรียกขานลำดับได้ถูกต้องกว่านี้นางยังเล็กเกินไปนัก พอโตขึ้นหน่อยสั่งสอนนางคงจะรู้ความกว่าเดิมจากตอนนี้ล่ะนะ
แต่ตอนนี้จะให้นางเปลี่ยนคงไม่ยอมพวกเ้าอย่าลืมนะว่าท่านปู่ท่านย่าข้ามีนางตอนที่อายุมากแล้ว ส่วนมากก็ท่านย่าของพวกข้าเองที่เลี้ยงดูท่านอาเล็กมาโดยตลอด เป็ธรรมดาที่นางอยากจะเลียนแบบท่านแม่ของนางน่ะ”หลานชายคนโตสงสง
“กว่าจะตกลงการเรียกขานกันได้ข้ายังจำได้ไม่ลืม ท่านอาเล็กร้องไห้โวยวายเสียยกใหญ่จนพวกข้าปวดหัวกันทั้งวัน เพราะท่านอาเล็กไม่ยอมอย่างไรเสียก็จะเรียกขานตามท่านปู่ท่านย่าของข้าให้ได้
พวกข้าก็ทำได้แต่เพียงเออออกันไปก่อนเพราะกลัวสุขภาพของนางจะแย่ลงพวกเ้าก็รู้ว่านางไม่ค่อยปรกติเหมือนเด็กทั่วๆไปนัก เพียงแต่สอนพวกลูกๆให้เข้าใจลำดับกันเท่านั้น แต่ระยะหลังๆมาพวกลูกชายมักจะเริ่มสับสนนี่ขนาดว่าท่านอาเล็กเกิดมาทีหลังลูกๆข้าตั้งเกือบ 2-3 ปีขึ้นแทนที่เด็กๆจะจดจำได้ขึ้นใจมากกว่าแต่กลับเฮ้อ……”หลานชายสี่เมาเมา
“แต่จะว่าไปก็จริงอย่างเ้าเมาเมาว่านั่นแหละพอนางโตขึ้นกว่านี้คงจะรู้ความมากขึ้น นางเพียงแค่จะใกล้ 4 หนาวยังคงเล็กมากการเรียกชื่อลำดับคงจะยากพอควร แต่ท่านอาเล็กของพวกเ้าถือว่าเป็เด็กเฉลียวฉลาดมากคนหนึ่งนะข้าว่า สามารถจดจำชื่อคนในตระกูลหวังได้ถูกต้องหมดทุกคนเลย”รุ่นหลายตระกูลอี้
“ก็จริงนะตระกูลหวังพวกเ้า ดันมีหลายรุ่นหลายขั้น แตกมากันเยอะแยะเสียเรียกชื่อกันแทบไม่ถูกเลย”รุ่นหลานตระกูลฉือ
“แหมเ้านี่ ทำอย่างตระกูลพวกเ้าลูกหลานไม่เยอะเสียอย่างงั้นแหละ ก็ไม่ต่างกันแหละนะ”หลานชายสามหลางหลาง
“เอ่อ….ก็จริง!!”รุ่นหลานตระกูลอี้
“เฮ้อ…….เลิกพูดเื่นี้กันเถอะข้าชักเริ่มจะมึนๆเสียแล้วสิ”รุ่นหลานตระกูลฉือ เริ่มจะกุมขมับกันอีกครั้ง
“ใช่”กลุ่มรุ่นหลานทั้ง 3 ตระกูล
ได้แต่มองตามพวกเด็กๆไป และหันกลับไปจัดการเก็บซากอสูรที่ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวทำการแปรสภาพให้แล้วกันต่อให้เรียบร้อยเสียที
************
วันนี้ถือว่าเป็วันดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ที่ทุกๆคนจาก 3 ตระกูล ตระกูลหวัง ตระกูลฉือ ตระกูลอี้ ที่สามารถไต่ระดับพลังธาตุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบข้ามขึ้นมาได้คนละระดับกันเลย