ในขณะนั้นเอง ในหัวพลันผุดภาพมากมายขึ้นมา ในชาติที่แล้วเวลาหลิวชุนฮวาคิดร้ายกับเธอ จิ่งเจี้ยนกั๋วมักจะเงียบเฉย บางครั้งก็ยังให้เงินเธอใช้บ้างนิดหน่อย เธอจึงคิดว่าเขาคงไม่ได้ใจร้ายเหมือนแม่ หรืออาจจะพูดได้ว่าในใจของเธอยังคงคาดหวังว่า ในตัวเขายังเป็คนดีอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้เธอเพิ่งจะตระหนักว่า ถ้าจิ่งเจี้ยนกั๋วมีความปรารถนาดีต่อเธอจริงๆ ก็คงจะไม่ยืนมองเฉยๆ ให้เธอถูกหลิวชุนฮวาทำร้ายจนตาย ที่แท้เขาก็เป็คนเฉยชามาโดยตลอด ความปรารถนาดีและความอบอุ่นที่เขาแสดงออกมานั้น ไม่ได้มาจากความผูกพัน แต่มันเป็เพียงกลอุบายที่ทำให้เธอยอมให้คนในครอบครัวจิ่งดูดเืของเธออย่างเต็มใจ
ั้แ่ต้น เขาเป็เพียงมีดที่อยู่ในมือของหลิวชุนฮวามาโดยตลอด!
ไม่! เธอจะไม่ยอมให้โศกนาฏกรรมในชาติที่แล้วเกิดขึ้นอีกในชาตินี้ เธอร้องะโขอความช่วยเหลือ พลางยื่นมือไปขวางท่อนเหล็กใหญ่ที่จิ่งเจี้ยนกั๋วฟาดลงมา
เธอรู้ดีว่าพละกำลังจิ่งเจี้ยนกั๋วนั้นมหาศาล เธอคงจะขวางเขาไว้ได้ยาก แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องลองสู้ดู
มือของเธอขวางท่อนเหล็กที่กำลังจะฟาดลงบนหัวของเธออีกครั้ง บนแขนพลันเกิดเป็ความรู้สึกเ็ปอย่างรุนแรง
จิ่งเจี้ยนกั๋วด่าพึมพำ“แกกล้าขวางฉันด้วยรึ! บังอาจจริงๆ!”
จิ่งเยี่ยนกุยเมื่อก่อนเป็คนอ่อนโยน ไม่กล้าที่จะต่อต้านใดๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้เขาจะเชื่อในสิ่งที่หลิวชุนฮวาพูด แต่เมื่อเห็นว่าตอนนี้เธอกล้าต่อต้าน โทสะก็พลุ่งพล่านกว่าเดิม!
ถ้าตอนนั้นเขาไม่รับเลี้ยงเธอไว้ เธอคงตายไปนานแล้ว!
เขาเลี้ยงดูเธอมาจนโตขนาดนี้ ก็ควรจะยอมก้มหน้าก้มตาทดแทนบุญคุณของเขา ตอนนี้เขาจะตีเธอ แต่เธอกลับกล้าต่อต้าน ต่อไปคงจะเหิมเกริมไปมากกว่านี้แน่!
ดังนั้นความโกรธในใจของจึงยิ่งทวีคูณ เขาเงื้อท่อนเหล็กขึ้นสูงกว่าเดิมและออกแรงมากขึ้น ก่อนหน้านี้เขาแค่อยากจะสั่งสอนเธอนิดหน่อย แต่ตอนนี้เขากลับอยากจะทุบตีเธอให้ตาย
จิ่งเยี่ยนกุยใช้จังหวะที่เขากำลังจะฟาดท่อนเหล็กนี้ ฝืนตัวเองวิ่งหนีออกมาทางประตูสุดกำลัง
จิ่งเจี้ยนกั๋วที่ฟาดท่อนเหล็กพลาดยิ่งโมโหกว่าเดิม เขาจึงไล่ตามมาตีเธอ
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกมึนหัวหนัก ขาก็เหมือนจะยกไม่ขึ้น ธรณีประตูที่ทำจากไม้ของบ้านเก่าค่อนข้างสูง เธอรีบวิ่งมากเกินไป จึงสะดุดล้มออกไปข้างหน้า
เธอคิดว่าตัวเองจะต้องหน้าทิ่มลงไปเหมือนสุนัขกัดขี้ แต่กลับมีมือที่แข็งแรงคู่หนึ่งคว้าตัวเธอไว้ได้ทันอย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันนั้น จิ่งเจี้ยนกั๋วก็ไล่ตามออกมา ท่อนเหล็กในมือของเขาเงื้อขึ้นเพื่อฟาดตรงๆ มาที่ร่างของเธอ
จิ่งเยี่ยนกุยเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ และทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าของฟางเสียนจือที่เต็มไปความสงสารอยู่เจ็ดส่วนและขุ่นเคืองสามส่วน ดวงตาที่มักจะมีความเ็าอยู่เสมอนั้น ในตอนนี้กลับคั่งไปด้วยความรู้สึกเข้มข้น ราวกับจะหลอมละลายเธอได้
เธอได้ยินเสียงทอดถอนหายใจ แล้วก็ยังได้ยินเสียงของหนักๆ ตกลงพื้น เมื่อหันไปมองด้านหลัง ก็เห็นจิ่งเจี้ยนกั๋วล้มลงกับพื้นอย่างแรง
จิ่งเยี่ยนกุยเห็นจิ่งเจี้ยนกั๋วล้มลงกับพื้น และรู้สึกถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดของฟางเสียนจือ ภายในใจของเธอจึงััได้ถึงความปลอดภัยเป็ครั้งแรก เมื่อความกังวลในใจทั้งหมดคลายลง เธอก็ปิดเปลือกตาหมดสติไปในที่สุด
เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยสักนิด ข้างใต้ร่างนั้นคือเสื่อหญ้าสานที่เย็นเล็กน้อย ภายในห้องมีตู้เสื้อผ้ากับชั้นหนังสืออย่างละหนึ่งหลัง และบนชั้นก็เต็มไปด้วยหนังสือมากมาย
แสงแดดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ทอประกายสีทองอ่อน เธอรู้สึกสับสนไปหมด นี่มันที่ไหนกัน?
เธอพยายามที่จะลุกขึ้นนั่ง แต่ก็รู้สึกปวดหัวอย่างแรงจนแทบะเิ อาการแบบนี้คงเป็อาการของสมองกระทบกระเทือน เธอคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะหมดสติไป และก็เริ่มได้สติมากขึ้น
เธอเอื้อมมือออกไป ไม่ทันระวังชนเข้ากับแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กข้างๆ หล่นลงพื้น เมื่อประตูเปิดออก หยางหว่านซิ่วรีบร้อนเดินเข้ามา ทันทีที่เห็นเธอก็รีบพูดว่า “เยี่ยนกุย นอนลงเถอะ หมอบอกว่าตอนนี้แกต้องพักผ่อนให้มากๆ!”
จิ่งเยี่ยนกุยเห็นขอบตาแดงก่ำของหยางหว่านซิ่วก็รู้สึกจุกอยู่ในอก เธอพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างสั่นเครือ “คุณย่า หนูเจ็บหัวจังเลย!”
หยางหว่านซิ่วนึกถึงสิ่งที่หมอเชอฉางเกินพูด เขาบอกว่าถ้าท่อนเหล็กที่ฟาดลงบนศีรษะของจิ่งเยี่ยนกุยแรงกว่านี้อีกนิด เธอคงจะตายไปแล้ว
หยางหว่านซิ่วอดไม่ได้ที่จะด่าพึมพำ “พ่อของแกนี่มันโง่จริงๆ ถูกแม่ของแกที่เหมือนไม้เขี่ยขี้เป่าหูหน่อยก็ไม่รู้จักดีชั่ว! โง่เง่าสิ้นดี! ลูกสาวที่ทั้งสวยและฉลาดขนาดนี้ เขายังลงไม้ลงมือได้!”
จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะขมขื่น “ในใจของเขาคงไม่เคยคิดว่าหนูเป็ลูกสาวแท้ๆ หรอกกระมัง!”
หยางหว่านซิ่วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบพูดว่า “เยี่ยนกุย อย่าไปฟังพวกปากเสียขี้นินทาในหมู่บ้านเชียวนะ แกเป็ลูกแท้ๆ ของพ่อแม่แก เพียงแต่แกเป็ลูกคนโต พ่อแกต้องเลี้ยงดูทั้งครอบครัวคนเดียวก็เลยกดดันมาก อารมณ์ถึงได้ฉุนเฉียวง่าย ส่วนแม่แกก็มีงานในบ้านมากมายให้จัดการ ก็เลยต้องให้แกช่วยทำอะไรเยอะหน่อย”
“อย่าได้คิดแค้นใจพวกเขาเพราะเื่นี้เลยนะ หลังจากที่แกได้รับาเ็ พ่อแม่แกก็เสียใจมากจริงๆ!”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกผิดหวังกับคำพูดของหยางหว่านซิ่วอย่างยิ่ง เธอถูกตีจนเป็แบบนี้แล้ว คุณย่าก็ยังพูดเข้าข้างพวกเขา แต่เธอก็เข้าใจ ถึงอย่างไรจิ่งเจี้ยนกั๋วก็เป็ลูกชายของหยางหว่านซิ่ว ส่วนเธอเป็เพียงลูกที่เก็บมาเลี้ยง หยางหว่านซิ่วอาจจะมีความเห็นใจเธออยู่บ้าง แต่ก็ยังเข้าข้างลูกชายตัวเองโดยไร้เงื่อนไข
จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะระทมใจ “พวกเขาคงกลัวว่าถ้าตีหนูตายจะติดคุกมากกว่ามั้งคะ!”
หยางหว่านซิ่วรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดนี้ “เยี่ยนกุย ทำไมแกถึงคิดกับพ่อแม่แบบนี้? ถึงอย่างไรแกก็เป็ลูกที่พวกเขาให้กำเนิดมานะ พวกเขาจะไม่รักแกได้ยังไง?”
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้ตอบอะไรหยางหว่านซิ่ว แค่รู้สึกเหนื่อยใจมากเหลือเกิน
ฟางเสียนจือเดินเข้ามาแล้วพูดว่า “ผมให้คนไปตามผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านอยู่ข้างล่าง เยี่ยนกุย เธออยากจะให้พวกเขาขึ้นมาทวงความยุติธรรมให้เธอไหม?”
เมื่อครู่เขายืนอยู่ข้างนอก และได้ยินบทสนทนาของหยางหว่านซิ่วกับจิ่งเยี่ยนกุย เขาััได้ถึงความจนใจของเธอ แม้จะมีกำแพงกั้นอยู่ก็ตามที
ในเมื่อจิ่งเยี่ยนกุยไม่มีใครให้พึ่งได้ งั้นเขาก็จะเป็ที่พึ่งให้เธอเอง!
จิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้แปลกใจที่เห็นเขา เธอรู้ว่าถ้าไม่ใช่ครั้งนี้ที่เขามาส่งเธอกลับมาที่บ้านเก่าตระกูลจิ่ง เธออาจจะถูกจิ่งเจี้ยนกั๋วตีตายไปแล้วจริงๆ!
ตอนที่เธอเพิ่งย้อนกลับมาเกิดใหม่ เธอติดหนี้ชีวิตเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ก็ยังต้องติดหนี้อีกครั้ง! บุญคุณที่ช่วยชีวิตนี้ เธอไม่รู้ว่าจะตอบแทนยังไงแล้ว
เธอหันไปมองเขา เขาพลันพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถึงแม้ว่าจิ่งเจี้ยนกั๋วจะเป็พ่อแท้ๆ ของเธอ แต่การที่เขาทุบตีเธอแบบนี้ ถ้าเธอ้าจะเอาผิด ถึงตอนนั้นก็แค่ไปโรงพยาบาลเพื่อขอใบรับรองแพทย์ แล้วถ้าพบว่าอาการของเธอเข้าขั้นได้รับาเ็ เขาก็จะถูกจับขัง”
ในยุคสมัยนี้ ในความเข้าใจของคนในหมู่บ้าน การถูกจับขังนั้นก็เหมือนกับการติดคุก ล้วนจะถูกตราหน้าว่าเป็คนไม่ดี
เมื่อหยางหว่านซิ่วได้ยินคำนี้ก็ร้อนรนเสียแล้ว “เยี่ยนกุย เจี้ยนกั๋วเป็พ่อของแกนะ พวกแกก็เหมือนเส้นเอ็นที่เชื่อมกันเหมือนสายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด เขาแค่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น! ครั้งนี้แกก็ยกโทษให้เขาเถอะ!”
จิ่งเยี่ยนกุยหันไปมองหยางหว่านซิ่ว “คุณย่าคะ หนูเข้าใจในสิ่งที่ย่าพูด แต่ย่ารู้ไหมว่าครั้งนี้พ่อตั้งใจจะตีหนูให้ตายจริงๆ เขาตีหนูสามครั้ง แต่ละครั้งก็จุดสำคัญทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะฟางเสียนจืออยู่ด้วย ป่านนี้หนูคงตายไปแล้ว”
พูดถึงตรงนี้ เธอก็ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา “คนเราเขาว่ากันว่า กระทั่งเสือร้ายยังไม่กินลูก แต่เขาตั้งใจจะฆ่าหนู! คุณย่าคะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น่นี้ย่าก็รู้ดี หนูทำอะไรผิดไปเหรอคะ เขาถึงต้องทำร้ายหนูรุนแรงขนาดนี้?”