ขบวนคาราวานหยุดลงเมื่อมาถึงลานกว้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกลางหมู่บ้าน พื้นลานถูกปูเอาไว้ด้วยหินแกร่งชนิดหนึ่งที่ไม่ทราบชนิด เทียนฟางมองดูวู่ฮั่วที่ยืนพูดคุยกับถิงหลางอยู่สักพักก่อนที่คนทั้งคู่จะเดินเข้ามาหาเทียนฟาง
“นายน้อย ขออภัยที่ไม่ได้แนะนำให้ท่านทราบก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้พวกเราได้เดินทางมาถึงหุบเขาพยัคฆ์ซ่อนแล้ว ผู้คนที่นี่มีอาชีพล่าสัตว์และทำการเกษตรเป็ส่วนใหญ่ นอกจากเหล่าทหารที่ติดตามข้ามา คนที่เหลือล้วนเป็ชาวบ้านที่เดินทางมาพร้อมกับกองคาราวานก่อนหน้านี้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกมันส่วนใหญ่ล้วนยินดีอยู่ที่นี้ เมื่อได้มาพบกับดินแดนแห่งนี้”
วู่ฮัวอธิบายรายละเอียดของสถานที่แห่งนี้แบบคร่าว ๆ ให้เทียนฟางได้ฟังพร้อมกับเดินออกนำทาง คนทั้งสองไปยังสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของหุบเขาพยัคฆ์ ที่นั่นเรียกกันว่า “ป่าิญญา”
“สถานที่ที่เรากำลังจะไปเรียกว่าป่าิญญา” เป็เสียงของถิงหลางที่ดังขึ้นมา “ก่อนหน้านี้ข้าได้สอบถามกับท่านแม่ทัพมาก่อนหน้านี้พอสมควร สถานที่ที่เรียกว่าป่าิญญา เป็เหมือนศูนย์รวมจิตใจของผู้คนที่นี่ อีกทั้งยังเป็สถานที่สำคัญสุดอีกด้วย”
“สำคัญที่สุดหรือ เพราะเหตุใด”
“เพราะว่ามันเป็สถานที่พำนักของผู้นำสูงสุดของที่นี่ “จ้าวขุนเขา” ” ถิงหลางเหลือบตาไปมองวู่ฮัวที่เดินนำหน้าอยู่ ด้วยเสียงสนทนาของมันกับเทียนฟาง เป็ไปไม่ได้ที่วู่ฮัวจะไม่ได้ยิน แต่เมื่อมันไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะห้ามปรามขัดขวางแต่อย่างใด ถิงหลางถึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“รายละเอียดอื่นๆ ข้าก็ไม่ทราบมากนัก ก่อนนี้ท่านแม่ทัพได้บอกกับข้าว่า เมื่อเราได้พบท่านจ้าวขุนเขา เราก็จะเข้าใจทุก ๆ อย่างได้เอง”
เทียนฟางพยักหน้าอย่างเข้าใจ เื่บางอย่างหากไม่ได้ซักถามโดยตรง สุดท้ายก็คงไม่มีประโยชน์อันใด บางทีเื่ราวบางประการอาจผิดเพี้ยนจนเกินจะคาดเดาและนำความลำบากให้ในที่สุด
หลังจากลัดเลาะตัวอาคารบ้านเื่เรือนและผืนป่ารกทึบมาสักระยะ ในที่สุดคนทั้งสามก็ได้มาถึงป่าิญญา ภาพโดยทั่วไปเมื่อมองจากสายตาของถิงหลางนั้น ดูปกติธรรมดาอย่างที่สุดสิ่งที่มันเห็นนั้นเป็เพียงผืนป่าธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีต้นไม้ใหญ่ั์ หรือสิงสาราสัตว์ดุร้ายน่ากลัวอันใด สิ่งที่พอจะสะดุดตาสักเล็กน้อยก็คือปากทางเข้าถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งเพียงเท่านั้น ดังนั้นในสายตาของมันก็อาจจะให้คำนิยามกับภาพเบื้องหน้ามันโดยคำสั้นๆ อย่างคำว่า “ดาษดื่นธรรมดา” ก็ไม่ผิด
แน่นอนว่านั่นคือมุมมองจากสายตาของคนธรรมดา แตกต่างจากวู่ฮั่วและเทียนฟางที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ ภาพที่ทั้งสองมองเห็นนั้นเกินกว่าคำว่าดาษดื่นธรรมดาไปไกลลิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทียนฟางที่อยู่ในขั้นครึ่งก้าวสู่ระดับจิติญญาปฐี ทำให้การรับรู้ต่อััิญญาของมันดีกว่าวู่ฮัวเสียอีก
“ที่แห่งนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว เดิมทีคิดข้าว่าจะกลืนกินที่แห่งนี้กลายเป็กองกำลังของตนเอง แต่เห็นทีว่าเื่ทั้งหมดคงต้องขบคิดหลังจากที่ได้พบกับ “จ้าวขุนเขา”เสียก่อนเท่านั้น ไม่ง่ายดายเลยจริง ๆ”
เทียนฟางมองไปยังภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าพร้อมกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเทียนฟางทำให้ถิงหลางที่อยู่ข้างๆ อดสับสนไม่ได้ ก่อนที่มันจะเอ่ยปากว่า
“ท่านเป็อะไรไปนายน้อย เรารีบไปพบท่านจ้าวขุนเขากันเถอะ ถ้ำก็อยู่ด้านหน้านี้เอง” พูดจบถิงหลางก็ทำท่าจะก้าวเข้าไปในเขตป่าิญญา ซึ่งมันถูกขีดแบ่งไว้ด้วยสีของดิน!
ใช่แล้ว สีของดินในอาณาเขตป่าิญญาล้วนเป็สีดำสนิท ทำให้เส้นแบ่งอาณาเขตนั้นราวกับถูกใครบางคนขีดเส้นกั้นเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น!
ก่อนที่ร่างของถิงหลางจะถลำลึกเข้าไปมากกว่านั้น มันก็ต้องหยุดชะงักโดยพลันเมื่อกระบี่ที่ไม่รู้ว่าเทียนฟางไปหยิบมาจากที่ใดถูกยกขึ้นขวางตัวมันเอาไว้อย่างทันทีทันใด
“หากข้าไม่ได้สั่ง ห้ามขยับเด็ดขาด แต่ถ้าเ้าไม่เสียดายชีวิตก็เชิญเลยตามสบาย ข้าจะไม่ขัดขวาง” พูดจบเทียนฟางก็เก็บกระบี่ในมือพร้อมกับจ้องมองไปยังอาณาเขตของป่าิญญาอีกครั้ง
เองหน้าของแนวป่าที่ดูธรรมดามันกลับถูกันขวางไว้ด้วยประตูโบราณบานใหญ่บานหนึ่ง เรืองแสงสีฟ้าซีดชวนให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกเย็นะเืจับใจ ด้านข้างประตูทั้งสองฝั่งปรากฏสายตาดุร้ายของ อสรพิษตัวมหึมาคูหนึ่งที่จ้องมองมายังคนทั้งสามอย่างไม่วางตา ลำพังขนาดของลำตัวก็ใหญ่กว่าวู่ฮัวที่มีร่างกายกำยำแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเทียนฟางที่เป็เพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง และถิงหลางที่ร่างกายตามปกติก็บอบบางไม่ต่างจากกิ่งไผ่
ที่ดูจะเลวร้ายกว่านั้นก็คือ ป่าิญญาหาได้มีเพียงอสรพิษสองตัวนี้ไม่ ถัดออกไปด้านในั้แ่ประตูไปจนถึงปากทางเข้าถ้ำ ล้วนแน่นขนัดไปด้วยสัตว์ิญญา ไม่ว่าจะเป็ แมงป่อง ตะขาบ ตลอดจนกระทั้งเหล่าหมาป่าและพยัคฆ์นับร้อย ๆ ตัว ที่ทั้งหมดจ้องมายังคนทั้งสามราวกับ้ากลืนกินพวกเขาด้วยสายตาอย่างไรอย่างนั้น
เทียนฟางสูดลมหายใจเข้าลึกและตัดสินใจผลักประตูให้เปิดออก แต่เพียงแค่คิดจะทำ บานประตูก็พลันเปิดอ้าออกเองราวกับล่วงรู้ความคิดของเทียนฟาง ตอนนั้นเองที่เสียงเรียบง่ายแต่ดูทรงอำนาจก็ได้ดังขึ้นมาในหัวของเทียนฟาง
“เมื่อมาแล้วก็เข้ามาเถิด ได้พบพานล้วนแล้วแต่โชคชะตา”