แต่ทว่ารินลงถ้วยชาได้ไม่นาน ทิศทางก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็การรินรดบนท่อนแขนทั้งสองข้างของหยูจินิหลี่ฟางฟางแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนมีท่าทีใจนกาน้ำชาตกลงบนพื้นและไหลนองไปถูกคุณชายใหญ่สกุลหยูที่กำลังกัดฟันทนอย่างยากลำบาก
“คุณชายใหญ่ เป็อันใดหรือไม่ข้าไม่ได้ตั้งใจ” นางยกมือทาบอกทำสีหน้าใก่อนจะหันไปอีกทาง “เย่ฮูหยินข้าไม่ได้ตั้งใจ”
“เอ่อ...ไม่เป็ไรไม่เป็ไรท่านหญิงไม่มีเจตนา พ่อบ้านหลิวพาคุณชายใหญ่ไปล้างเนื้อล้างตัวเสียอย่าลืมทายาให้เขาด้วย” ประโยคหลังเย่ฮุ่ยอิ่งหันไปบอกหลิวตงผู้เป็พ่อบ้านจวนสกุลหยูนางเห็นบุตรชายเ็ปก็อดสงสารไม่ได้ เขาคงจะแสบร้อนที่ผิวไม่น้อยไม่ก็มีแผลพุพองเกิดขึ้นแล้ว คิดในใจว่าท่านหญิงช่างลงมือหนักยิ่งนัก
หยูจินิหยัดกายลุกขึ้นตามการพยุงของหลิวตงระหว่างนั้นก็มีสาวใช้ของจวนสกุลหยูเข้ามาเช็ดทำความสะอาดด้วยความรวดเร็ว เขากำลังจะหันกายออกไปจากตรงนั้นแต่ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งรั้งเอาไว้
“จินิ เ้ากลับมานั่งเถอะประเดี๋ยวจะเสียเวลาในการหารือเื่การแต่งงานของเ้ากับฟางเอ๋อร์ของข้า”สุ้มเสียงทรงอำนาจดังขึ้นจากอ๋องเจียเฉิง ทำให้หยูจินิหยุดชะงัก
เขาค่อยๆ หันกายมาเผชิญหน้าพลางยกแขนอันสั่นเทาขึ้นประสานมือ“พ่ะย่ะค่ะ”
ร่างของชายหนุ่มนั่งลงตรงที่เดิมด้วยความจำใจส่วนเย่ฮุ่ยอิ่งผู้เป็มารดาก็ไม่กล้ากล่าวสิ่งใดอีก ดังนั้นหยูจินิเลยต้องทนต่อความเ็ปที่ไม่ได้รับการบรรเทานี้ต่อไป
จากนั้นทั้งสองตระกูลก็เริ่มหารือกันเื่พิธีสมรสหากจะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูกนักเพราะส่วนใหญ่แล้วเป็อ๋องเจียเฉิงและบุตรสาวที่เป็ผู้กำหนดโดยทั้งหมดเอง
หลังจากที่สองพ่อลูกออกจากจวนสกุลหยูก็เป็เวลาพลบค่ำแล้วหยูจินิจึงได้มีเวลากลับมาให้ความสนใจาแน้ำร้อนลวกของตนเอง
ในขณะที่พ่อบ้านหลิวกำลังทายาให้ผู้เป็นายอยู่นั้นเย่ฮุ่ยอิ่งก็เข้ามาในห้องของลูกชาย และแทนที่นางจะเอ่ยถามแสดงความเป็ห่วงต่อเขานางกลับเอ่ยถ้อยคำที่หยูจินิได้ฟังครั้งแล้วครั้งเล่า
“แม่บอกเ้าแล้วว่าห้ามขัดใจท่านหญิงเป็อันขาดไยเ้ายังทำ”
“ข้าไม่อยากแต่งกับนาง” เขาตอบกลับทันควันหลี่ฟางฟางคนนี้ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ นางเพียงแค่้าเอาชนะเขาและเห็นเขาเป็ของเล่นก็เท่านั้น
“ไม่อยากแต่งแต่ท่านอ๋อง้าให้เ้าแต่ง เ้าก็ต้องทำตามประสงค์ของท่านอ๋อง อีกอย่างเ้าก็ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยครั้งนี้ท่านอ๋องมาด้วยตนเอง เ้าไม่สามารถปฏิเสธได้แล้ว” เย่ฮูหยินยื่นคำขาด
“ข้าไม่ได้รักนาง นางก็ไม่ได้รักข้า ท่านแม่ท่านไม่สงสารข้าหรือที่ต้องแต่งนางเข้ามาแล้วไม่มีความสุข”
เมื่อผู้เป็มารดาได้ฟังดังนั้นก็มีใบหน้าที่บิดเบี้ยว“ต้องเป็นางคนชั้นต่ำนั่นหรือเ้าถึงจะพอใจ”
หยูจินิชะงักเมื่อมารดาเอ่ยถึงสตรีในดวงใจของเขาถึงอย่างนั้นมันก็เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้แล้ว เขาช่วยนางเอาไว้ไม่ได้ทำให้นางถูกขายไปหอคณิกาไม่พอ ยังทำให้นางตัดสินใจไปกับชายอื่นอีกเป็เขาที่ไม่ได้เื่เอง
“ท่านอย่าได้พูดถึงนางอีกเื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับนาง” หยูจินิเอ่ยตัดบทเพียงเท่านั้น “การแต่งงานนี้ทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกท่านข้าคงไม่สามารถขัดได้” เขาเอ่ยอย่างประชดประชัน
“เ้าอย่ามาทำประชดแม่นะทุกอย่างก็เพื่อตัวเ้าเองรู้หรือไม่ หากไม่มีท่านหญิง ไม่มีท่านอ๋องเ้าจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานเช่นนี้หรือ”
“หึ ก้าวหน้าโดยการเหยียบหัวผู้อื่นน่ะหรือตำแหน่งรองเ้ากรมกลาโหมนั่นก็ด้วย นางเอ่ยปากบอกว่าข้าจะได้ตำแหน่งนี้ภายในสามวันทั้งที่มีคนประจำตำแหน่งอยู่แล้วในขณะนี้ ท่านแม่ ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า”หยูจินิย้อนถาม
เมื่อเย่ฮุ่ยอิ่งได้ฟังก็เบนสายตาไปทางอื่นราว้าปกปิด“ข้าจะไปรู้เื่ในราชสำนักได้อย่างไร”
หลังจากได้ฟังคำของมารดาหยูจินิจึงลุกขึ้นมายืนประชันหน้า “ท่านรู้”
ผู้เป็มารดาถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะตอบกลับไป“ข้ารู้แล้วสามารถทำสิ่งใดได้หรือ ข้าห้ามพวกเขาได้หรือ”
“เช่นนั้นท่านก็อย่าได้พูดเื่หน้าที่การงานกับข้า”เขากล่าวก่อนหันหลังให้มารดา “เชิญท่านออกไปได้แล้ว ข้า้าพักผ่อน”
เย่ฮุ่ยอิ่งเห็นบุตรชายเอ่ยไล่ก็ไม่คิดจะรั้งอยู่ต่อ“เช่นนั้นต่อไปเ้าก็ทำตัวให้มันดีๆ หากขัดใจนางเ้าก็คงมีสภาพเช่นวันนี้”เย่ฮุ่ยอิ่งกล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปในทันที
คล้อยหลังยามที่ฮูหยินสกุลหยูจากไปแล้วหยูจินิจึงได้มายืนอยู่ที่ริมหน้าต่างบานหนึ่ง เขาย้อนนึกถึงภาพสตรีนางหนึ่งที่เขาได้พบนางเป็ครั้งแรกั้แ่เมื่อสิบปีก่อนทุกอย่างราวเป็ภาพแห่งความฝันที่มีเพียงเขาและนางคอยจับมือเดินเคียงข้างกัน
แต่ทว่าในโลกแห่งความจริงนั้นช่างโหดร้ายด้วยเพราะฐานะทางสังคมที่ต่างกันจนเกินไปนางถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขาก็ยังดึงดันขอร้องให้นางอยู่ข้างกายอย่างเห็นแก่ตัว ทั้งที่ความเป็จริงแล้วเขากลับปกป้องนางเอาไว้ไม่ได้เลย
ท้ายที่สุดแล้วในยามที่นางถูกขายออกไปให้หอคณิกาเขายังให้คำมั่นว่าจะไถ่ถอนตัวนางออกมาก่อนที่จะต้องแปดเปื้อนสุดท้ายแล้วเขาก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี และถูกผู้อื่นตัดหน้าไป
นางเลือกที่จะไปกับชายคนอื่นที่ไถ่ตัวนางออกมาเขายังได้มองเห็นในตอนที่นางขึ้นรถม้าไปด้วยตาของตัวเอง แม้จะรู้สึกผิดกับนางอยากกล่าวคำขอโทษ อยากให้นางอภัยให้เขาแต่ก็ไม่อาจเห็นแก่ตัวรั้งนางเอาไว้ที่จวนสกุลหยูอีก
“ซูฮวา...ข้าขอโทษ”น้ำเสียงนั้นช่างแ่เบา น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินลงมาอย่างไม่อาจกลั้น
เขาคิดว่าคำขอโทษนี้คงไปไม่ถึงนางแต่หารู้ไม่ว่า...นางก็ได้ฟังเขาอยู่ในที่ไกลๆทว่านางกลับไม่ได้แสดงความหวั่นไหวใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย
ซูฮวาได้ฟังคำขอโทษของเขามาครั้งแล้วครั้งเล่าในร่างเดิมที่ยังมีชีวิตอยู่เขายังคงทำได้เท่านี้ ไม่รู้ว่าทั้งชีวิตจะรู้ตัวหรือไม่ว่าซูฮวาคนเดิมได้ตายจากไปแล้วหากเขารู้สึกเอะใจสงสัยเสียหน่อยแล้วให้คนตามหาความจริงว่าแท้จริงแล้วนางไม่ได้ไปกับชายคนอื่นมันก็คงไม่เกินกำลังของเขา แต่เขากลับเลือกที่จะปล่อยไปเช่นนั้น ปล่อยให้นางต้องไปเจอกับความทรมานอย่างแสนสาหัสสุดท้ายก็ตกตายไปโดยไม่มีใครรู้
“คำขอโทษของเ้าข้าจะไม่รับมันเอาไว้อีก...” เสียงเยียบเย็นเอ่ยออกมาอย่างไร้ความรู้สึกว่ากันว่าความรู้สึกรักเป็สิ่งที่ตัดได้ยากที่สุดเทียบเท่าความรู้สึกแค้น แต่ทว่านางสามารถตัดมันได้แล้วและจะไม่ทำให้ตนเองตกลงไปในจุดเดิมอีก