บทที่ 19 ผมไม่เชื่อใจคุณ!
“อะไรนะ?”
เจียงเหมี่ยวอวี๋ไม่เข้าใจ
แล้วไม่นาน เธอก็รู้แล้วว่าฟางชิวพูดหมายความว่าอย่างไร เขาเริ่มทำอะไรบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของเธอขึ้นสี
นี่มันเป็ครั้งแรกที่มีผู้ชายมาจับขาของเธอ
ฟางชิววางมือซ้ายที่เท้าซ้ายของเจียงเหมี่ยวอวี๋ และมือขวาที่เท้าขวาของเธออย่างอ่อนโยน
ััสัมบูรณ์!
เขา้าจะใช้ทักษะ ‘ััสัมบูรณ์’ เพื่อที่จะได้รู้แน่ชัดว่าเจียงเหมี่ยวอวี๋าเ็ที่ส่วนไหนของเท้า
ด้วยทักษะการััจากนิ้วของเขา ภาพสองภาพก็ปรากฏขึ้นในใจของฟางชิว
หลอดเื… กล้ามเนื้อ… และกระดูก เขาเริ่มมองเห็นมันบางส่วนแล้ว!
“นี่นายทำอะไรอยู่น่ะ? ใครบอกให้นายทำกัน!”
หลี่ชิงสือเพิ่งกลับมา
เขาเดินแหวกฝ่าฝูงชนมาทางฟางชิวแล้วถามด้วยความเกรี้ยวกราด “ก่อนที่ฉันจะไป ฉันสั่งไว้ว่าห้ามใครขยับหรือทำอะไรเด็ดขาด นี่นายไม่ได้ยินเลยหรือไง?!”
ฟางชิวเงยหน้ามองหลี่ชิงสือที่กำลังโกรธ
สิ่งนี้ยิ่งทำให้หลี่ชิงสือรู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิม เขาผลักไหล่ของฟางชิวออกไป!
ทันทีที่เขาแตะไหล่ของฟางชิว เขาก็ต้องใมาก เพราะไหล่ของอีกฝ่ายนั้นหายไป ราวกับเขากำลังผลักอากาศ!
หลี่ชิงสือกัดฟันด้วยความเหลือเชื่อ เขายังคงพยายามผลักไหล่ของฟางชิวหลายครั้ง แต่ทุก ๆ ครั้งสิ่งที่เขาััได้ก็มีแต่อากาศ
ฝูงชนถึงกับสับสนเมื่อเห็นสิ่งที่หลี่ชิงสือทำ
“เขาทำอะไรน่ะ?”
“ผลักอากาศมันสนุกมากเหรอ?”
ฟางชิวเยาะเย้ย เขายังคงเบี่ยงไหล่ของตัวเองไปข้างตรงข้ามทุกครั้งเมื่อมือของหลี่ชิงสือใกล้โดนเขา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าหลี่ชิงสือผลักอะไรไม่ได้เลย
หากคนธรรมดาสามารถััเขาได้ทัน การฝึกกำลังภายในของเขาก็ไร้ประโยชน์!
“อย่ามัวแต่เถียงกันอยู่ตรงนี้เลย! อาการาเ็เป็เื่เร่งด่วนยิ่งกว่า ให้ฉันดูหน่อยซิว่ามีเื่อะไร?!”
หลี่ชิงสือกลับมาตั้งสติของตัวเองอีกครั้งแล้วรีบเบี่ยงตัวเองออกไป เขาชี้ไปที่ชายวัยกลางคนรูปหล่อคนหนึ่งที่มีอายุประมาณสามสิบห้าปีแล้วพูดว่า “นี่คืออาจารย์เสิ่น ผู้อำนวยการแพทย์ด้านศัลยกรรมกระดูกจากโรงพยาบาลในเครือของมหาวิทยาลัยของเรา”
ผู้อำนวยการแพทย์ด้านศัลยกรรมกระดูก เสิ่นชุน หรืออาจารย์เสิ่น!
คนรอบ ๆ ที่รู้จักเขาต่างอุทานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตอนพวกเขาเข้ามหาวิทยาลัยมา ทุก ๆ คนล้วนได้ยินเื่ของบุคคลสำคัญในมหาวิทยาลัยจากอาจารย์ประจำชั้นของตัวเอง
และหนึ่งในบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัยนี้ก็คือ อาจารย์จากคณะศัลยกรรมกระดูก เสิ่นชุน หรือ อาจารย์เสิ่น!
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็เพียงอาจารย์นักบรรยาย และไม่ใช่รองศาสตราจารย์หรือศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่ความรู้เกี่ยวกับศัลยกรรมกระดูกของเขาจัดว่าเป็อันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเจียงจิงเลยก็ว่าได้
นี่มันเป็ความจริง!
เขามีป้ายขอบคุณของผู้ป่วยแขวนไว้ทั่วคลินิกของสาขาศัลยกรรมกระดูก แต่น่าแปลกที่ทำไมคนที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ถึงไม่ได้รับการเลื่อนขั้นให้ขึ้นเป็รองศาสตราจารย์ แต่เป็เพียงอาจารย์นักบรรยายเฉย ๆ?
มันมีเื่อะไรอยู่เื้ัหรือไม่? กระนั้นเหล่าอาจารย์ประจำชั้นก็ไม่เคยเล่าเื่นี้เลย
“ฉันเจออาจารย์เสิ่นตอนที่ฉันโทรหาคนอื่นขอความช่วยเหลือ อาจารย์เสิ่นบังเอิญเดินมาพอดี พอได้ยินว่ามีคนาเ็ เขาก็รีบมาเลย!” หลี่ชิงสืออธิบายก่อนจะหันไปพูดกับเสิ่นชุน “อาจารย์เสิ่น รบกวนด้วยครับ”
อาจารย์เสิ่นยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหัว
“เฮ้ย นายน่ะ ช่วยหลบไปด้วย” หลี่ชิงสือพูดกับฟางชิวอย่างเ็า
ฟางชิวยืนขึ้นแล้วหลบทางให้
เขาได้ตรวจสอบและรู้อาการเจ็บข้อเท้าของเจียงเหมี่ยวอวี๋แล้ว
เธอไม่ได้เจ็บที่เอ็นเท่านั้น กระดูกข้อเท้าของเธอก็เคลื่อนเล็กน้อยด้วย
แล้วฟางชิวก็รู้วิธีจัดการกับอาการนี้
ฟางชิวลุกขึ้นแล้วหลบทางเพื่อสังเกตดู ถ้าอาจารย์เสิ่นชุนสรุปอาการาเ็ที่ข้อเท้าของเจี่ยงเหมี่ยวอวี๋ได้เหมือนกับเขา แสดงว่าทักษะััสัมบูรณ์ของเขานั้นแม่นยำ!
อาจารย์เสิ่นตรวจดูแล้วพูด “ไม่มีอะไรมาก แค่เท้าแพลง มีอาการาเ็ที่เอ็นและข้อเท้าเคลื่อนเล็กน้อย เดี๋ยวฉันจะจัดกระดูกให้ พักสักหน่อยเธอก็น่าจะดีขึ้นแล้ว...”
ฟางชิวพยักหน้า
อย่างที่คิดไว้เลย อาจารย์เสิ่นวิเคราะห์ได้ตรงกันกับเขา
สิ่งนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า ทักษะััสัมบูรณ์ของเขานั้นแม่นยำมาก!
“ฉันจะรักษาเธอเดี๋ยวนี้”
เสิ่นชุนพูด จากนั้นเขาก็จับข้อเท้าขวาของเจียงเหมี่ยวอวี๋ จากนั้นยื่นมืออีกข้างไปััใบหน้าซีดเซียวของเธอเพื่อทำการรักษา
แต่จู่ ๆ ก็มีมือมาแตะที่แขนซ้ายของเขาขณะที่กำลังจะขยับตัว
เสิ่นชุนรู้สึกว่ามือที่จับนี้เหมือนกับคีมขนาดใหญ่ที่กำลังหนีบเขาอยู่ และไม่สามารถขยับได้เลย
“แรงเยอะอะไรปานนั้น!”
เสิ่นชุนผงะ เขามองไปที่เ้าของมือผู้จับแขนซ้ายตนอยู่ด้วยความสับสนงุนงงเล็กน้อย เป็ฟางชิวนั่นเอง
“ผมไม่สามารถเชื่อคุณได้!”
ฟางชิวมองไปที่เสิ่นชุนด้วยสายตาเ็า
“ว้าววว!!!”
ความวุ่นวายเริ่มมาเยือน!
“ผมไม่เชื่อใจคุณ!”
มันเป็อะไรที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ฟางชิวกล้ามีข้อกังขากับผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกที่กำลังจะรักษาเจียงเหมี่ยวอวี๋!
“โคตรกล้าเลยแฮะ!”
“กล้าเกิ๊นน!”
“เขากล้าที่จะตั้งคำถามกับอาจารย์เสิ่น!”
ในขณะที่ทุก ๆ คนกำลังชื่นชมและอึ้งทึ่งกับความกล้าหาญของฟางชิว พวกเขาก็รู้สึกว่าฟางชิวไม่มีเหตุผลเช่นกัน
“ฟางชิว! ทำบ้าอะไรของนายห้ะ?! อย่ามาขวางการรักษาของอาจารย์เสิ่นนะ! นายจะปล่อยให้เจียงเหมี่ยวอวี๋ทรมานต่อไปเหรอ ถอยไปเดี๋ยวนี้!”
หลี่ชิงสือตะคอกและยื่นมือออกไปจะผลักแขนฟางชิวอีกรอบ
แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามผลักอีกฝ่ายแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถััตัวฟางชิวได้เลย!
“ปล่อยมือจากเขานะ!”
หลี่ชิงสือยังคงพยายามผลักอีกฝ่ายจนเหนื่อยหน้าแดงไปหมด แต่เขาก็ยังไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้
คนที่ดูอยู่รอบ ๆ ต่างรู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า
เจียงเหมี่ยวอวี๋มองมาที่ฟางชิวด้วยความใเช่นกัน
“ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นกัน?”
“ทำไมเขากล้ากังขากับทักษะของผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมกระดูก?”
เธอกำลังรู้สึกสับสน
เสิ่นชุนมองฟางชิวด้วยความใ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีคนกล้าหยุดขวางการรักษาของตัวเอง
ตลอดหลายปีของการรักษาคนไข้มา นี่เป็ครั้งแรกเลยที่มีใครสักคนพูดว่า ‘ไม่เชื่อใจ’
แล้วอีกฝ่ายยังเป็เพียงเด็กใหม่ซะด้วย
เหตุการณ์นี้มันทำให้เขาะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
“เ้าหนู ฉันเป็ผู้อำนวยการแพทย์ด้านศัลยกรรมกระดูกจากโรงพยาบาลในเครือของมหาวิทยาลัยของเรา และต่อไปจะมีโอกาสได้สอนพวกเธอในฐานะอาจารย์ด้านการศัลยกรรมกระดูกในอนาคต เธอไม่ควรจะสงสัยในทักษะการรักษาของฉันนะ”
“...แล้วตอนนี้ที่นี่ก็ไม่มีหมอคนอื่น ๆ อยู่เลย ปล่อยให้ฉันได้รักษาดีกว่า เ้าหนู ผู้หญิงคนนี้กำลังทรมานจากอาการาเ็นะ เธอจะปล่อยให้ฉันทำการรักษาได้หรือยัง?”
แต่ฟางชิวก็ยังส่ายหัวช้า ๆ
เขาไม่เชื่อใจผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ตรงหน้า
ด้วยเทคนิคการจัดกระดูกและการสรุปผลลัพธ์ของอาจารย์เสิ่นนั้น ฟางชิวรู้ว่าอาจารย์เสิ่นสมควรเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูก แต่เขาได้รู้อะไรบางอย่างเข้า
อาจารย์เสิ่นอาจจะรักษาเธอได้ แต่ฟางชิวก็รู้สึกมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าอีกฝ่ายอาจเคลื่อนย้ายกระดูกอย่างไม่เหมาะสม
สำหรับกรณีนี้ เขาเชื่อใจได้แค่ตัวเองเท่านั้น!
“เ้าหนู… เธอเป็คนที่ไม่มีเหตุผลนะ ถ้าเธอไม่ปล่อยให้ฉันทำการรักษา แล้วใครล่ะที่จะรักษาได้? ใจเธอทำด้วยอะไรกัน ถึงจะปล่อยให้คนเจ็บทรมานอยู่แบบนี้?”
อาจารย์เสิ่นขมวดคิ้ว
“ผมเอง!” ฟางชิวพูด
“!!!”
ทุกคนต่างพากันช็อกตาตั้ง
ไม่มีใครคิดมาก่อนว่าฟางชิวจะพูดออกมาแบบนี้
พวกเขาไม่รู้ว่าจะตัดสินการกระทำของฟางชิวอย่างไรดี?
“สมองกลับแล้วหรือยังไง?”
“โดนลาเตะมาหรือไงถึงพูดอะไรโง่ ๆ ออกมาแบบนั้น?!”
“สมองเขาไปแล้วเหรอ?!”
“ฉันรู้วิธีรักษานะ ฉันอยากจะรักษาเธอ โอเคไหม?” ฟางชิวถามพร้อมกับมองไปที่เจียงเหมี่ยวอวี๋
เจียงเหมี่ยวอวี๋ไม่พูดอะไร ขณะที่หลี่ชิงสือนั้นมีแววตาเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด
หลี่ชิงสือชี้นิ้วใส่ฟางชิวแล้วะโด้วยความโกรธเกรี้ยว “นายคิดว่าตัวเองเป็ใครกันฟางชิว? นายจะรักษาขาของเธอเหรอ? ถ้าหากล้มเหลวขึ้นมาล่ะ? ไปให้พ้นซะ! ได้ยินไหม?!”
แต่ฟางชิวไม่สนใจหลี่ชิงสือแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เขาทำเพียงมองเจียงเหมี่ยวอวี๋แล้วถามเธอ “เธอเชื่อใจฉันไหม?”
“เชื่อใจฉันไหม?”
เจียงเหมี่ยวอวี๋ดูมีท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด
เธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายสามารถจัดกระดูกได้ แต่เขามีความสามารถในการรักษาอาการข้อเท้าเคล็ดของเธอเหรอ?
เธอไม่แน่ใจ...
แล้วที่นี่ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกระดูกอยู่ด้วย ดังนั้นเธอจึงไม่เชื่อว่าฟางชิวจะมีทักษะการรักษาที่เหนือกว่าอาจารย์เสิ่น
แต่ฟางชิวก็ยังคงถาม
“จะปฏิเสธหรือเปล่า?”
หลี่ชิงสือยังคงมองไปที่เทพธิดาของเขาด้วยความเป็กังวล เขากังวลมากว่าหญิงสาวจะตอบว่าเชื่อใจอีกฝ่าย
ความสัมพันธ์และความเชื่อใจแบบไหนกันที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งฝากาแไว้ให้ผู้ชายคนหนึ่งได้?
นี่มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ธรรมดา ๆ ระหว่างนักศึกษาแน่ ๆ!
เจียงเหมี่ยวอวี๋เป็ของเขา ซึ่งเป็สิ่งที่เขาเชื่อและฝังลึกในใจตัวเองนานแล้ว!
เขาจะไม่ปล่อยให้ไอ้เวรหน้าไหนมาแตะตัวเธอได้!
รวมถึงจะไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาเข้าใกล้เธอมากกว่าเขาเด็ดขาด!
ฝูงชนรอบตัวต่างมองไปที่ฟางชิวกับเจียงเหมี่ยวอวี๋ด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งสองคน
แต่พวกเขากำลังรอคำตอบจากเจียงเหมี่ยวอวี๋ “เธอเชื่อใจเขาหรือเปล่า?”
อาจารย์เสิ่นในฐานะที่เป็ผู้สังเกตการณ์ เขามองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าตัวเอง
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงตัวเองสมัยวัยรุ่น
แล้วเขาก็พบว่าเหตุการณ์ตรงหน้านั้นมีอะไรน่าสนใจมากอยู่
“เชื่อฉันไหม?”
เจียงเหมี่ยวอวี๋ยังคงนิ่งเงียบ
หนึ่งวินาที...
สองวินาที...
ห้าวินาทีผ่านไป...
ความเงียบนี้ทำให้รู้สึกแย่เป็บ้า
สิบวินาทีผ่านไป...
ยี่สิบวินาทีผ่านไป...
เจียงเหมี่ยวอวี๋ยังคงเงียบ...
หรือบางที… ความเงียบของเธอเป็คำตอบกันนะ?
ฟางชิวค่อย ๆ ยิ้ม เผยความอ้างว้างเศร้าสร้อยพร้อมกับค่อย ๆ คลายมือออกจากเธอช้า ๆ
หัวใจของเจียงเหมี่ยวอวี๋สั่นไหว เธออดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมา “ฉันเชื่อใจเธอ”
ฟางชิวจับเท้าของเธอไว้อีกครั้ง
กระดูกของเธอเริ่มถูกจัดเรียงใหม่อีกครั้ง
“รักษาเรียบร้อยแล้ว”
ฟางชิววางเท้าของเจียงเหมี่ยวอวี๋ลงบนรองเท้าของเธอ จากนั้นก็ลุกขึ้นจากไป
ทุกคนไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบรับกับเหตุการณ์ตรงหน้า รวมทั้งเจียงเหมี่ยวอวี๋ด้วย
“จู่ ๆ ก็ทำได้ไง?”
“ทำไมจู่ ๆ เธอก็หายดีแล้ว?”
“มันเกิดขึ้นเร็วมากเลยใช่ไหม?”
มีเพียงเสิ่นชุนเท่านั้นที่ตาเบิกโพลง
“เทคนิคนี้… สุดยอดมาก!”
เสิ่นชุนรีบก้าวมาข้างหน้าแล้วตรวจสอบว่าเจียงเหมี่ยวอวี๋ดีขึ้นแล้วจริง ๆ! เขาพูดกับหญิงสาวที่กำลังงุนงงว่า “เท้าของเธอดีขึ้นแล้วจริง ๆ เอ็นข้อเท้าที่เจ็บอยู่นั้นรอแค่ให้มันฟื้นตัวเท่านั้น พยายามอย่าใช้การมันเยอะ พักฟื้นดี ๆ ล่ะ”
เขาพูดก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนเพื่อไล่ตามฟางชิวไป
“ดีขึ้นแล้ว?”
ทุกคนต่างพากันงุนงง
“ดีขึ้นแล้วจริง ๆ เหรอ?”
“เขาทำให้มันหายได้ยังไง?”
“เ้าหมอนั่นจัดกระดูกได้เหรอ?”
พวกเขายังคงไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดกระดูกอย่างอาจารย์เสิ่นยืนยันเองเลยว่าอาการาเ็ของเจียงเหมี่ยวอวี๋ดีขึ้นแล้วจริง ๆ
อีกทั้งความจริงก็ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนแล้ว พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อมัน!
“นี่มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าหมอนั่นไม่ได้ขี้โม้ ไม่ได้ดีแต่ปาก เขามีความสามารถจริง ๆ!”
“เขาคือผู้เชี่ยวชาญ! เป็อัจฉริยะ!”
“แค่คำพูดไม่กี่คำและการกระทำของเขา เท้าของเธอก็ดีขึ้นเลย!”
“โคตรเจ๋ง!!”
เจียงเหมี่ยวอวี๋มองดูข้อเท้าของตัวเองและไม่ตอบสนองอะไรเลยเป็เวลานาน
เธอดูจะมีความสุขจนล้นใจ ทว่าก็ยังรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างเล็กน้อย
เธอรู้สึกดีมากที่เชื่อใจฟางชิว!
แต่เธอก็ยังสงสัยว่าฟางชิวจงใจเบี่ยงเบนความสนใจของเธอเหมือนคราวที่แล้วหรือเปล่า?
หลี่ชิงสือในตอนนี้เองก็มีสีหน้าบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าไอ้ฟางชิวที่เพิ่งเข้ามามหาวิทยาลัยจะมีความสามารถมากมายและดีขนาดนี้
“ร้องเพลงเก่ง...”
“เล่นดนตรีก็เก่ง...”
“แล้วไหนจะจัดกระดูกได้อีก!”
หลี่ชิงสือรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังเจอกับหายนะ
เขาเชื่อแล้วว่าฟางชิวได้ทำคะแนนประทับใจกับเจียงเหมี่ยวอวี๋เป็อย่างมาก ถึงมันจะไม่ใช่การกระทำของฮีโร่ที่อยากจะช่วยสาวงาม แต่มันก็เกือบจะเป็แบบนั้นไปแล้ว...
ไม่มีอะไรจะน่าใไปกว่าการที่มันให้ความช่วยเหลือเจียงเหมี่ยวอวี๋ ในตอนเธอกำลังเดือดร้อน นี่มันพล๊อตหนังของซูเปอร์ฮีโร่ที่ไปช่วยนางเอกสาวงามชัด ๆ!
“ไม่!!”
หลี่ชิงสือจะต้องหาทางทำคะแนนกับเทพธิดาของเขาให้ได้!!!
รูมเมตตัวแสบของฟางชิวทั้งสาม จูเปิ่นเจิ้ง ซุนฮ่าว และโจวเสี่ยวเทียนมองหน้ากันและกันด้วยความช็อกตาตั้ง
“ดูเหมือนเ้าห้าจะซ่อนความลับอย่างอื่นอย่างที่พวกเราเคยคิดไว้นะ”
“แถมมีความสามารถด้านการจัดกระดูก แล้วก็ไม่เคยบอกพวกเรา...”
“ผู้ชายคนนี้กำลังทำตามความคิดของตัวเองจริง ๆ!”
“ฉันชักอยากรู้แล้วสิว่าเ้าหมอนี่ยังมีความสามารถอะไรอีก?!”
คนอื่น ๆ รีบพากันช่วยประคองเจียงเหมี่ยวอวี๋ไปที่ห้องพยาบาลเพื่อรักษาอาการบวมและอาการเ็ป
ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง เสิ่นชุนกำลังวิ่งตามฟางชิว
“เ้าหนู รอเดี๋ยว!!”