ยามนี้ ณ ทุ่งดอกไม้หลังจวน
กู้หลานมองดู ‘ข้าววิเศษ’ ที่เติบโตจนสูงถึงระดับอกของเขาด้วยความพึงพอใจ
การนำพืชผลผลิตสูงจากโลกก่อนกลับมาทำให้ออกดอกออกผลได้สำเร็จเช่นนี้ ช่างน่าภูมิใจไม่น้อย
‘เคล็ดวิชามหาชีวิต’ เขาฝึกฝนจนเชี่ยวชาญแล้ว ในชั่วพริบตา เมล็ดพันธุ์ข้าวที่นำมาปลูกก็เติบโตเป็ต้นข้าววิเศษนับร้อยต้น ให้เมล็ดพันธุ์ข้าวชุดใหม่จำนวนมหาศาล
กู้หลานกำลังจะลงมือเก็บเกี่ยว ทว่า เสียงที่อ่อนหวานและคุ้นเคยกลับดังขึ้นข้างหูเสียก่อน
“ท่านพี่?”
“เอ๊ะ น้องหญิงกลับมาแล้วหรือ!”
กู้หลานหันไปมอง เห็นมู่อวี่เยียนถือกระถางดอกไม้มาด้วย คงตั้งใจจะมาปลูกไว้ที่นี่
เพียงแต่ตอนนี้ทุ่งดอกไม้ทั้งหมดได้ถูกต้นข้าววิเศษที่สูงตระหง่านยึดพื้นที่ไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ช่องว่างที่จะให้ปลูกดอกไม้ได้เลย
“น้องหญิง ดอกไม้ที่เ้าซื้อมาคงปลูกไม่ได้เสียแล้ว...” กู้หลานเกาหัวอย่างรู้สึกผิดพลางยิ้ม “ขอโทษทีนะ”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ... แต่ว่า ท่านพี่ปลูกอะไรหรือ?”
มู่อวี่เยียนเดินเข้ามาในหลังจวนก็ต้องตกตะลึงกับต้นข้าววิเศษเบื้องหน้า
นางไม่เคยเห็นพืชชนิดใดที่มีขนาดใหญ่โตเช่นนี้มาก่อน
เพียงแค่มองจากภายนอก นางก็รู้สึกได้ว่ามันคล้ายกับ... ธัญพืช
ใช่แล้ว มันคือข้าว!
เพียงแค่สูดหายใจเบา ๆ กลิ่นหอมของรวงข้าวก็ลอยฟุ้งมาจากทุ่ง ทั้งที่อยู่ใน่ต้นฤดูใบไม้ผลิแท้ ๆ แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับ่เวลาเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงเสียอย่างนั้น!
นางไม่ได้มาหลังจวนนานเสียจนไม่รู้เลยว่ากู้หลานแอบปลูกสิ่งนี้ไว้ั้แ่เมื่อไหร่
ดวงตาคู่สวยของมู่อวี่เยียนจับจ้องไปที่ทุ่งข้าววิเศษ ลมหายใจของนางเริ่มติดขัด
ในตอนนั้นเอง หลิ่วเย่ซีที่เดินตามหลังมาก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นต้นข้าวที่สูงหกถึงเจ็ดฉื่อเบื้องหน้า
“คุณชาย... นี่ท่านปลูกอะไรเ้าคะ?!”
“เหตุใดถึงเหมือน... ข้าวขนาดั์เช่นนี้!”
กู้หลานยิ้มบาง ๆ แล้วกวักมือเรียกพวกนาง
“ใช่แล้ว มันคือข้าว เพียงแต่ว่าผลผลิตของมันมากกว่าข้าวธรรมดาขึ้นมา ‘นิดหน่อย’ เท่านั้นเอง!”
“มา ๆ เข้ามาใกล้ ๆ ข้าจะแนะนำพันธุ์ข้าวจากบ้านเกิดของข้าให้รู้จัก!”
กู้หลานกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ พลางอธิบายคุณภาพและลักษณะเด่นของข้าววิเศษให้สตรีสองนางได้ฟัง
เมื่อได้ยินว่าข้าววิเศษพันธุ์ั์นี้ให้ผลผลิตมากกว่าข้าวธรรมดาหลายสิบเท่า แถมยังมีรอบการเติบโตที่สั้นกว่าถึงหนึ่งในสาม
พวกนางก็ถึงกับพูดไม่ออกด้วยความตกตะลึง
ธัญพืช!!
นี่คือแหล่งอาหารที่พวกนางเฝ้าฝันหา!
เป็รากฐานที่แคว้นต้าจิ้งกำลัง้าอย่างเร่งด่วนที่สุด!
ในวินาทีนี้ พวกนางเหมือนได้เห็นความหวังในการต่อกรกับโลกปีศาจ
มู่อวี่เยียนใช้มือเรียวงามััต้นข้าวในทุ่ง ดวงตาคู่สวยเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา
“ท่านพี่ ท่านปลูกข้าววิเศษเช่นนี้ได้อย่างไรหรือเ้าคะ?”
ต่อให้มีพลังตบะถึงระดับเซียน แต่นางก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีวิธีใดในโลกที่สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติของพืชพรรณได้ถึงเพียงนี้
มนุษย์ย่อมเป็มนุษย์ มิใช่เทพเ้า
หากไม่ใช่พลังอำนาจแห่งเทพ แล้วผู้ใดจะสามารถฝืนกฎแห่งธรรมชาติและสร้างสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ขึ้นมาได้?
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่พี่ปลูกขึ้นเองหรอก”
กู้หลานผู้ซึ่งมักจะ ‘เคลม’ นิทานคลาสสิกจากโลกก่อนว่าเป็ของตัวเองอยู่เสมอ ทว่าครั้งนี้กลับส่ายหน้าอย่างอ่อนโยน
“เป็ท่านปู่ท่านหนึ่งในบ้านเกิดของพี่เป็ผู้ปลูกขึ้น พี่เพียงแค่ยืมพันธุ์ของท่านมาเท่านั้นเอง”
“ตอนนี้คุณปู่ท่านนั้นอยู่ที่ใดหรือเ้าคะ?”
มู่อวี่เยียนถามด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกว่าท่านผู้นั้นต้องเป็เซียนเทพผู้เร้นกายอย่างแน่นอน
กู้หลานนิ่งเงียบไป
เมื่อเห็นสีหน้าของเขา มู่อวี่เยียนผู้เฉลียวฉลาดก็รู้ทันทีว่าตนเองถามผิดเื่ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวและรีบกล่าวเบา ๆ “ขออภัยเ้าค่ะ ท่านพี่...”
กู้หลานลูบเมล็ดข้าวเบา ๆ พลางส่ายหน้า “ไม่ต้องขอโทษหรอก ต่อไปพวกเราจะใช้ข้าววิเศษนี้ ให้มันเติบโตและแพร่หลายไปทั่วผืนแผ่นดิน ให้ที่นี่กลายเป็เหมือนบ้านเกิดของพี่ ให้ผู้คนได้มีชีวิตรอดภายใต้ความคุ้มครองของท่านผู้นั้น...”
เทพเ้าไม่จำเป็ต้องมีวัดหรือการสวดอ้อนวอน เพราะในยามพลบค่ำ ทุก ๆ สายควันจากปล่องไฟที่พวยพุ่งขึ้นมา ล้วนเป็ความคิดถึงจากผู้คนในโลกมนุษย์ที่ส่งไปถึงท่าน
พวกนางมองเห็นความอ่อนโยนในดวงตาของกู้หลานยามที่เอ่ยถึงบ้านเกิด
นั่นคือความรักอันลึกซึ้งที่สลักอยู่ในสายเื
มู่อวี่เยียนมองด้วยความอิจฉาเล็กน้อย พลางพึมพำเบา ๆ “บ้านเกิดของท่านพี่ ฟังดูเป็สถานที่ที่น่าโหยหายิ่งนัก...”
ครู่ต่อมา กู้หลานยิ้มสดใสแล้วลูบหัวนาง “ไปเถิด เรากลับไปกินข้าวกันดีกว่า ใช้ข้าวใหม่นี่แหละทำ จะได้ให้พวกเ้าได้ลิ้มรสชาติแห่งบ้านเกิดของพี่บ้าง”
...
บนโต๊ะอาหาร
ลุงหยางกินข้าวสวยไปแล้วหลายชาม
“คุณชาย ไม่นึกเลยว่านอกจากเหล้าที่ท่านซื้อมาจะรสเลิศแล้ว ข้าวที่ท่านซื้อมาก็ยังหอมอร่อยถึงเพียงนี้!”
‘คนโบราณนี่ใช้ชีวิตลำบากจริง ๆ โชคดีที่เราเกิดมาในยุคที่เต็มไปด้วยแสงแดดและสายลมฤดูใบไม้ผลิ…’
กู้หลานยิ้มอย่างใจเย็น “นี่ไม่ใช่ของที่ซื้อมาหรอก... ถ้าลุงชอบก็กินเยอะ ๆ ต่อไปข้าจะมีข้าวแบบนี้ให้ลุงกินไม่อั้นเชียวนะ!”
พูดจบเขาก็คีบกับข้าวให้ฮูหยิน
ด้วยเคล็ดวิชา ‘มหาชีวิต’ ที่ช่วยเร่งการเติบโต แค่เมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่ตอนนี้ การจะเนรมิตโกดังเก็บข้าวขึ้นมาสักแห่งก็ไม่ใช่เื่ยาก
มู่อวี่เยียนเกรงว่าจะเป็การเสียกิริยา จึงอดกลั้นความ้าที่จะกินชามที่สองไว้ นางเช็ดริมฝีปากที่แดงระเรื่อเบา ๆ
“ท่านพี่ ท่านเก็บเกี่ยวมาได้เท่าไหร่หรือเ้าคะ หลังจวนดูเยอะมากเลย”
“หนึ่งร้อยต้นพอดี” กู้หลานตอบ
“หนึ่งร้อยต้น... แล้วทุกต้นออกรวงเต็มที่แล้วหรือเ้าคะ?!”
หลิ่วเย่ซีเผลอสบตากับจักรพรรดินี พยายามกดความตื่นตะลึงในดวงตาเอาไว้แล้วถามต่อ
“แน่นอน” กู้หลานพยักหน้ายืนยัน
สิ่งที่เติบโตขึ้นด้วยเคล็ดวิชามหาชีวิต จะมีผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพได้อย่างไร
“คุณชาย ในเมื่อเรามีเมล็ดพันธุ์มากถึงเพียงนี้ ต่อไปท่านคิดจะทำอย่างไรกับพวกมันหรือเ้าคะ?”
เมื่อได้ยินหลิ่วเย่ซีถามเช่นนั้น กู้หลานจึงพบว่าตนเองยังไม่ได้คิดวางแผนอะไรไว้เลย
เดิมทีเขาปลูกแค่หนึ่งร้อยต้นนี้เพราะความนึกสนุก อยากลองดูว่าจะกู้คืนพันธุ์ข้าววิเศษได้ไหม
แต่ใครจะไปคิดว่าผลผลิตจะมากมายและมีค่าขนาดนี้!
กู้หลานมองไปที่มู่อวี่เยียนแล้วเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
“น้องหญิงคิดว่าควรทำอย่างไรดี?”
“เราไม่มีที่ดินในจวน หากเก็บไว้กินเองก็คงกินไม่หมด ข้าเกรงว่าจะเสียของเปล่า ๆ …” มู่อวี่เยียนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวอย่างจริงจัง “ข้าคิดว่า... เราเอาไปทำการค้ากับชาวบ้านดีหรือไม่เ้าคะ?”
นางย่อมปรารถนาให้ราษฎรของแคว้นต้าจิ้งได้ซื้อข้าววิเศษนี้ไปปลูก เพียงแค่การหว่านเมล็ดพันธุ์ในปีนี้ ปีต่อ ๆ ไปพวกเขาก็ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความหิวโหยอีก
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อราษฎรอิ่มท้อง แคว้นต้าจิ้งย่อมมีรากฐานที่มั่นคงในการต่อกรกับโลกปีศาจ จะได้ไม่ต้องถูกรังแกอีกต่อไป!
นี่คือสิ่งที่มู่อวี่เยียนเฝ้าฝันถึงในทุกค่ำคืน!
‘ย้ายของจากมือซ้ายไปมือขวาให้วุ่นวายถึงเพียงนี้ ช่างไม่ใช่วิถีปฏิบัติของฝ่าาเลยจริง ๆ !’
หลิ่วเย่ซีมองจักรพรรดินีที่คอยขอคำปรึกษาจากกู้หลาน แม้จะบ่นในใจแต่นางก็รู้ดีว่านั่นเป็เพราะฝ่าาทรงให้ความสำคัญกับกู้หลานมากเกินไปต่างหาก
มิเช่นนั้น หากเป็ราษฎรทั่วไป การจัดหาธัญพืชของฝ่าาจะยุ่งยากวุ่นวายถึงเพียงนี้เชียวหรือ!?
‘ใต้หล้าเป็ของฝ่าา และฝ่าาก็เป็ของตระกูลกู้ ดังนั้นหากจะบอกว่าตระกูลกู้ทำการค้ากับแคว้นต้าจิ้ง ก็คงไม่ผิดแปลกอะไร…’ หลิ่วเย่ซีสรุปในใจ
ในขณะที่กู้หลานยังไม่ทันตอบ ลุงหยางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างแข็งขัน
“ฮูหยินคิดได้รอบคอบยิ่งนัก! หากพวกเรานำเมล็ดข้าวชั้นดีออกขาย นอกจากจะทำเงินได้มหาศาลแล้ว ยังช่วยชาวบ้านที่อดอยากให้รอดพ้นจากความตาย ช่วยให้คนในแคว้นต้าจิ้งอดตายลดน้อยลง... ดีเหลือเกิน แบบนี้ดีจริง ๆ !”
ยิ่งเป็คนที่เกิดมาในความทุกข์ยาก ยิ่งเข้าใจประโยคที่ว่า ‘แม้มีฐานะต่ำต้อย แต่ไม่เคยลืมห่วงใยแผ่นดิน’
แม้ลุงหยางจะพูดไม่เก่ง แต่หัวใจของเขานั้นชัดเจน
กู้หลานอดไม่ได้ที่จะมองชายชราผู้นี้ด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ
“ลุงหยางพูดถูกแล้ว... น้องหญิงมีจิตใจเมตตาเช่นนี้ ช่างตรงกับความปรารถนาของท่านปู่ผู้ปลูกข้าววิเศษนี้จริง ๆ !”
"เอาเถอะ งั้นก็นำเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ออกขายให้หมด ขายให้กับคลังเสบียงทหารชายแดนและพื้นที่ที่ยากจน"
"ส่วนราคา ให้ตั้งเท่ากับข้าวทั่วไปก็พอ!"
ข้าววิเศษในโลกก่อนก็เป็เช่นนี้ ไม่มีสิทธิบัตร ไม่มีราคาที่เกินเอื้อม เขาถึงได้รับโอกาสและอิ่มท้องมาได้
เมื่อมาถึงโลกนี้ กู้หลานจึงรู้สึกว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้มันเพื่อสร้างความมั่งคั่งส่วนตน หรือแสวงหาผลกำไรมหาศาลได้เลย!
‘ปณิธานเพื่อฟ้าดิน สร้างชีวิตเพื่อมวลมนุษย์ สืบทอดวิชาของปราชญ์โบราณ เพื่อเปิดสันติภาพให้แก่ชั่วลูกชั่วหลาน...’
ปัญญาชนคนหนึ่ง ก็ควรจะเป็เช่นนี้แหละ