Just For Love 16
“เล่าให้ฟังได้ไหมว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น” พี่โบ้ทถามฟางเสียงนุ่ม มือที่กุมมือบางนั่นทำให้ผมรู้สึกอิจฉา ผมอยากทำหน้าที่นั้น ผมอยากปลอบฟาง อย่างอยู่ข้าง ๆ คนตัวเล็กในวันที่เธออ่อนแอ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจเพราะนั่นคือพี่ชายของเธอ ฟางทำหน้าลังเลอยู่ไม่นานก็ยอมพยักหน้าตกลง
“วันนี้หลังจากประชุมเสร็จเขาก็ให้คนกักตัวไว้แรก ๆ ก็คุยกันดีค่ะแต่ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรเป็ภาษาจีนแล้วหนูก็ถูกแยกตัวจากพี่อี้ พอหนูดิ้นและร้องขอความช่วยเหลือเขาก็ปิดตาแล้วก็ปิดปากหนูไว้ จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลยค่ะ พอตื่นก็เห็นคนพวกนั้นอยู่ในห้องแล้ว ฮึก...”
“...”
“เขาบอกว่าถ้าจะให้พวกเขายอมรับหนู หนูต้องยอมมีอะไรกับผู้ชายคนนั้น แต่หนูไม่ยอม มัน มันตบฮึก ตบหนูด้วย” ฟางโผเข้ากอดพี่โบ้ทก่อนจะร้องไห้
“ไม่เป็อะไรแล้วนะ พี่มาหาแล้วนะครับ”
“หนูกลัว มันน่ากลัวมากฮึก มากเลยนะ มันจับตัวหนูฮึก หนูไม่ชอบ”
“มันเป็แค่ฝันร้าย อย่ากลัวไปเลยนะ พี่กับทุกคนอยู่ข้าง ๆ อยู่นะครับ”
“อื้อ ขอบคุณขอบคุณที่มาช่วย”
เื่ราวที่จะดำเนินคดีเมื่อคุณทนายมาและได้ร่วมฟังรายละเอียดลุงหยางกับพี่โบ้ทจะเป็คนจัดการด้วยกัน ส่วนผมขอพาฟางออกมาเดินเล่น คนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้าง ๆ ได้แต่เดินก้มหน้ากุมมือตัวเองแน่น เมื่อเดินไปถึงขอบสระว่ายน้ำผมถึงหยุดเดินแล้วหันไปหาฟาง ฟางยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองแรงสั่นไหวของไหล่เล็กทำให้ความรู้สึกทั้งหลายพังลงตรงหน้า เท้าขยับเข้าใกล้แขนยกรวบรั้งร่างบางเข้ามากอด ฟางร้องไห้ตัวโยนทันทีเมื่อถูกผมรั้งเข้ามากอดแน่น ๆ นานนับครึ่งชั่วโมงกว่าที่ฟางจะสงบลงมีเพียงแรงสะอื้นเบา ๆ เท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ ผมรั้งฟางให้ตามมานั่งบนตักผมที่เพิ่งทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ริมสระ
“เจ็บมากไหม” ผมกระซิบถามคนที่ถูกกอดอยู่
“ไม่เท่าไหร่แล้ว”
“อยากบอกอะไรไหม อยากเล่าหรือเปล่า” ยกมือขึ้นลูบเรือนผมนุ่ม พยายามก้มหน้ามองใบหน้าหวานที่ซุกซบบนแผ่นอก ยิ่งผมก้มมองฟางยิ่งก้มหลบ
“ไม่อยากให้มอง” กระทั่งทนไม่ไหว คนตัวเล็กจึงเอ่ยบอกเสียงสั่น
“ทำไมครับ”
“มันเขิน ไม่ให้มอง”
“หึหึ ไม่แกล้งแล้ว”
“เขาบอกว่าเป็พ่อของเราอ่ะ เราไม่รู้จักเขาเลยนะ เพราะั้แ่จำความได้เราก็อยู่กับป้าที่ไทย เขาพาไปที่นั่น บอกว่าจะพาไปเจอพ่อกับแม่เขา บอกว่าพวกเขารู้สึกผิดแล้วอยากเจอ เราไม่ได้อยากเจอเลยสักนิด ฮึก แต่ คนพวกนั้นจับเราไป...”
“ชู่ว ไม่มีอะไรแล้วนะ ปลอดภัยแล้วนะครับ”
“อื้อ ขอบคุณนะ ว่า ว่าแต่มาที่นี่ได้ยังไง”
“ก็ติดต่อไม่ได้ พอนานเข้าเลยถามพี่บีมเลยรู้เื่เลยตามมาด้วยกันนี่แหละ”
“งั้นเหรอ ขอบคุณนะ”
“ไม่ต้องขอบคุณแล้ว โอเคขึ้นหรือยังอยากกลับไปนอนไหม ง่วงหรือยัง”
“ง่วงแล้วล่ะ”
“นั่นสินะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ปะ ไปนอนกัน” ผมเดินไปส่งฟางที่หน้าห้องนอน วันนี้ฟางค้างกับพี่บีม ผมบอกฝันดีคนตัวเล็กก่อนจะเดินกลับเข้าห้องพักตัวเอง คาดว่าพรุ่งนี้ผมน่าจะกลับแล้วล่ะ ส่วนฟางถ้าเป็ไปได้ก็อยากให้กลับพร้อมกัน แต่ไม่รู้ว่าฟางจะกลับพร้อมกับพี่ชายและพี่สาวหรือกลับพร้อมทัวร์ของบริษัท เห็นว่าทางนั้นก็ร้อนรนวุ่นวายแจ้งความหาตัวฟางแล้วด้วย ตอนนี้ก็น่าจะคุยกันรู้เื่แล้วล่ะ
ระหว่างที่ขึ้นไปนอนบนเตียงโทรศัพท์ผมก็มีสายเรียกเข้าจากป๊าท่านวีดีโอคอลไลน์มาแต่พอรับสายกลับกลายเป็ม๊าแทนที่เป็คนโทรมา
(เป็ยังไงบ้างลูก) คนที่อยู่ไทยเอ่ยถามอย่างร้อนรน แต่ผมเลือกที่จะส่งรอยยิ้มให้ท่านหวังให้ท่านได้คลายกังวล
“เรียบร้อยแล้วครับ ลุงหยางช่วยทุกอย่างเลย”
(ดีแล้ว อย่าลืมขอบคุณลุงหยางด้วยนะ แล้วก็หนูคนนั้นน่ะพามาหาแม่บ้าง)
“รอก่อนนะครับ ให้ทุกอย่างมันลงตัวกว่านี้ผมจะพาไปหานะครับ”
(แบบนั้นก็ได้ ดูแลตัวเองด้วยนะอยู่ที่นู่น)
“ครับม๊า”
(แล้วจะกลับวันไหน)
“น่าจะพรุ่งนี้ครับ ดึกแล้วนะครับม๊านอนพักได้แล้วนะ”
(ม๊าก็จะนอนแล้วล่ะ ฝันดีนะลูก มีอะไรด่วนบอกป๊าได้เลยนะ)
“ครับ รักม๊านะ”
(รักลูกเหมือนกันครับ) แม่วางสายไปผมก็เก็บโทรศัพท์และตั้งใจจะนอน แต่อย่างว่าแหละผมนอนไม่หลับจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาแชทหาคนที่อยู่ห้องถัดไป แต่รอจนแล้วจนเล่าก็ยังไม่ได้วี่แววว่าจะตอบผมจึงตัดสินใจข่มตาหลับ รีบหลับจะได้รีบเช้าล่ะนะ อยากเจอใบหน้าหวาน ๆ ของฟางแล้วล่ะครับ
End Talk
เื่ที่เกิดขึ้นวันนี้มันทั้งน่ากลัวและน่าขยะแขยงไปหมด คนที่อ้างตัวว่าเป็พ่อของฉันต่างพูดจาดีหว่านล้อมให้คล้อยตาม แต่เพราะไม่เคยเจอไม่เคยรู้จัก ทำให้ไม่เชื่อสิ่งที่เขาบอกมา เขาเป็ใครก็ไม่รู้ เมื่อถูกจับตัวมาที่นี่ เขาก็บอกว่ามีคนอยากเจอ ให้ทำตัวดี ๆ น่ารัก ๆ กับพวกเขาแล้วพวกเขาจะยอมรับฉันเป็หลาน แล้วก็หยิบยกเื่มรดกอะไรไม่รู้มาเกลี้ยกล่อมไม่หยุด สายตาที่เขามองฉันมันเหมือนคนโรคจิตอย่างนั้นเลย
ทุกอย่างมันก็อย่างที่เล่าให้ซันเดย์ฟัง แต่สถานการณ์จริงมันเลวร้ายยิ่งกว่านั้นเสียอีก เมื่อหวาดกลัวฉันทั้งดิ้น ถีบขาไปทั่ว กรีดร้องให้คนมาช่วย ในห้วงเวลาที่แทบจะสิ้นหวังคนที่ฉันคิดถึงและอยากให้พวกเขาอยู่ข้าง ๆ ก็ปรากฏกาย มันเหมือนความฝัน เหมือนฉันดีของฉันมากจริง ๆ
อยากจะขอบคุณ ขอบคุณทุกคน ขอบคุณทุกสิ่งอย่างที่ทำให้พวกเขาหาฉันเจอ...
‘เพราะแม่แกมันโง่! มีตัวเลือกดี ๆ ไม่เลือก ถ้าอยากให้พวกเขายอมรับและได้รับมรดกก็ทำตัวดี ๆ กับพวกเขาซะ!’
ประโยคของผู้ชายคนนั้นวนเวียนในหัวฉันมานานหลายวัน ั้แ่วันเกิดเื่กระทั่งกลับมาถึงประเทศไทย ฝันและฝุ่นที่รู้เื่ก็เข้ามาขอโทษเสียยกใหญ่ที่ดูแลฉันไม่ดี พร้อมชดใช้ทุกอย่างที่ฉัน้า แต่ฉันก็เข้าใจว่าคงไม่มีใครอยากให้เื่แบบนั้นเกิดขึ้น เพราะกลัวว่าเพื่อนรู้สึกผิดกับเื่ที่เกิดขึ้นฉันจึงยื่นข้อเสนอลาหยุด ซึ่งฝุ่นพอได้ยินแบบนั้นก็เซ็นอนุมัติให้ทันที แถมยังให้หยุดยาวตั้งหนึ่งเดือน กลัวคนอื่นจะว่าถ้าลาขนาดนี้ให้ลาออกไปเลย อะไรแบบนั้นน่ะ
วันนี้หยุดวันที่สองแล้ว และฉันก็นอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง ที่คอนโด ป้าไปทำบุญกับกลุ่มเพื่อน ๆ พี่ชายและพี่สาวต่างก็มีงานที่ต้องทำ เพื่อนฉันก็ต้องทำงาน ฉันที่ว่างอยู่คนเดียวทำได้แค่นอนกลิ้งไปมาอยู่อย่างนั้น เที่ยงตรงโทรศัพท์ส่งเสียงเรียกเข้าถี่ ๆ ฉันที่เผลอหลับไปได้แต่ควานมือไปหยิบมารับสายด้วยงัวเงีย
“ค่ะ” รับสายและเอ่ยทักทายไป เสียงที่เอ่ยทักกลับมาทำเอาฉันหลุดยิ้มน้อย ๆ ทันที
(อยู่ไหนครับ) ซันเดย์เอ่ยถามกลับมา วันนี้เขาบอกว่ามีงานนี่นา ทำไมถึงได้โทรมาล่ะ ไม่ใช่งานเสร็จค่ำ ๆ หรอกเหรอ
(ว่าไงครับอยู่ไหน?) กระทั่งเขาถามย้ำกลับมานั่นแหละฉันถึงได้ตอบกลับเขาไป
“อยู่ห้องค่ะ ทำไมเหรอ”
(มีเื่จะถามครับ)
“ถามอะไรคะ?” อะไรของเขากัน แปลก ๆ นะเนี่ย
(ดอกกุหลาบขาวกับดอกกุหลาบแดง ผมชอบอะไร) แปลกจริง ๆ นะ อารมณ์ไหนของเขาเนี่ย
“คุณชอบกุหลาบขาวไม่ใช่เหรอ?”
(ครับชอบ คุณชอบสีไหนนะ?)
“เราชอบทุกสีไง อะไรเนี่ย งงไปหมดแล้วนะจู่ ๆ มาถามเื่กุหลาบ จะแกล้งอะไรหรือเปล่า”
(คิดมาก อีกสี่คำถาม ให้เลือกว่าผมชอบอะไรนะ)
“ค่ะ ๆ ”
(ทะเลกับูเา)
“ูเา”
(สีดำกับสีเทา)
“ทั้งสอง”
(เดินห้างกับนอนอยู่บ้าน)
“นอนอยู่บ้าน”
(อาหารอิตาเลี่ยนกับญี่ปุ่น)
“อาหารไทย”
(คำถามสุดท้ายครับ...เดทที่ไหนระหว่างดูหนังฟังเพลงกับไปเที่ยวูเา)
“อันนี้ยาก”
(ตอบมาเถอะ รอฟังอยู่)
“ถ้าเป็คุณคงชวนอีกฝ่ายไปเที่ยวูเาล่ะมั้ง แต่ว่าเอาจริง ๆ คุณคงตามใจคนของคุณแล้วพาไปในที่ ๆ เขาอยากไปอ่ะ”
(หึหึ ขอบคุณที่ตอบครับ ทานข้าวหรือยัง)
“ยังเลย”
(งั้นไปทานข้าวได้แล้วครับ แค่นี้นะ)
===============
ฝากเม้นหน่อยจ๊ะพี่จ๋า นุอยากอ่านเม้นเยอะๆๆๆๆๆ