"อ๊าาา, แขนฉัน, แขนฉันนน"
เสียงกรีดร้องโหยหวนของมาเอดะสร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าทหารของจิเอไต
"พวกแกมัวยืนเฉยอะไรอยู่? ยิง! ยิงยัยนั่นซะ!"
มาเอดะแผดเสียงะโอย่างโกรธเกรี้ยว, การที่เขาพลาดท่าโดนหญิงสาวผมขาวคนนี้ตัดแขนสองข้างเป็เื่เหนือความคาดหมายของเขาโดยสิ้นเชิง, เดิมเขาคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งของเขาจะสามารถเหยียบย่ำยัยหนูนี่ได้ง่ายๆ ทว่าเมื่อครู่ในจังหวะที่เขากำลังจะยิงปืนเพื่อเปิดจังหวะ, อยู่ๆร่างบางของยัยเด็กนี่เปล่งแสงวาบ, ในพริบตาต่อมาเธอได้ปรากฎขึ้นตรงหน้าเขาและเหวี่ยงเคียวแสงตัดแขนทั้งสองของเขาในครั้งเดียว, ยัยเด็กนี่แข็งแกร่งจนน่ากลัว, เขาถึงขั้นลอบคิดว่าหากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้เขาควรที่จะเชื่อหัวหน้าฮิรายามะั้แ่ต้น, แขนสองข้างถูกตัด, ตอนนี้เขาไม่หลงเหลืออนาคตอยู่อีก, สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้คือบอกให้เพื่อนทหารจัดการนังเด็กนี่ล้างแค้นให้เขา
"โอ๊ะ โอ๋, ฉันไม่แนะนำให้พวกคุณทำอย่างนั้น, ฉันสามารถต่อแขนเขาให้กลับเป็เหมือนเดิมได้, หากพวกคุณกล้ายิงฉัน, เช่นนั้นฉันก็จะไม่ต่อแขนให้เขา, ถึงตอนนั้นสหายของพวกคุณได้กลายเป็คนแขนด้วนชั่วชีวิตแน่, อีกทั้งพวกคุณก็น่าจะเข้าใจถึงความสามารถของฉันนะ, ่เวลาที่พวกคุณลั่นไก, ตอนนั้นคือ่เวลาสุดท้ายของพวกคุณ"
ยูกิกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"นี่แกกล้าข่มขู่พวกเราจิเอไตงั้นเรอะ!? คิดว่าพวกเราไม่กล้ายิงจริงๆรึ?"
ทหารคนหนึ่งแผดเสียงคำราม
"หยุดมือ!"
ร้อยตรีฮิรายามะะโออกมา, เสียงของเขาดึงดูดสายตาทุกคนทันที
"โยชิซึกิซัง, คุณสามารถต่อแขนของเขาได้จริงหรือ?"
ร้อยตรีฮิรายามะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"แน่นอนค่ะ"
ยูกิยกยิ้มอ่อน
"เดี๋ยวนะ, นี่เธอเป็ฮีลเลอร์หรอกรึ?"
มาเอดะกล่าวด้วยสีหน้าประหลาดใจ, ได้ยินเช่นนี้ยูกิก็ยักไหล่ตอบ, ทำให้ใบหน้าของมาเอดะเจื่อนลง, นี่เราแพ้ฮีลเลอร์? น่าขายหน้าชะมัด
"เยี่ยมไปเลย, เช่นนั้นผมขอร้องโยชิซึกิซังช่วยต่อแขนให้มาเอดะด้วยนะครับ, บุญคุณนี้ผมจะไม่มีวันลืม"
ร้อยตรีฮิรายามะโค้งตัวให้ยูกิ, เห็นหัวหน้าของตนยอมก้มศีรษะขอร้องอีกฝ่ายเพื่อเขา, ทำให้ในใจของมาเอดะรู้สึกซาบซึ้งและรู้สึกผิด, เขาได้เดินมาคุกเข่าต่อหน้ายูกิและซูซูกิไอนะทันที
"โยชิซึกิซัง, ซูซูกิซัง, ก่อนหน้าผมได้แสดงกิริยาวาจาไม่เหมาะสมออกไป, ผมต้องขอโทษด้วย, รบกวนต่อแขนให้ผมด้วยนะครับ"
"ขอโทษที่เสียมารยาทด้วยครับ"
หลังจากเห็นมาเอดะคุกเข่าขอโทษ, ทหารคนอื่นๆเองก็ไม่รอช้ารีบโค้งลำตัวขอโทษพวกเธอสองคนทันที, เห็นเช่นนี้สายตาของร้อยตรีฮิรายามะก็อ่อนลง, ในที่สุดเ้าพวกนี้ก็คิดได้เสียที
เห็นเช่นนี้ยูกิและซูซูกิไอนะก็หันมามองกันและยกยิ้มให้กัน, จากนั้นยูกิเดินตรงไปอยู่ข้างๆมาเอดะ, ขณะเดียวกันร้อยตรีฮิรายามะและทหารอีกนายได้ไปเอาแขนทั้งสองของมาเอดะมาให้ยูกิ
"พวกคุณเอาแขนสองข้างไปวางตำแหน่งเดิม, เดี๋ยวฉันจะทำการรักษา"
ยูกิกล่าว
"ได้ครับ"
ร้อยตรีฮิรายามะตอบรับคำ, จากนั้นพวกเขาก็เอาแขนทั้งสองทาบเข้ากับบริเวณที่ถูกตัด, นี่ทำให้มาเอดะต้องกัดฟันแน่นด้วยความเ็ป, ทว่าวินาทีต่อมาทุกคนก็ต้องประหลาดใจ, เมื่อยูกิแสดงสกิล <แสงแห่งการเยียวยา>, ไม่เพียงมันได้รักษาแขนที่ถูกตัดด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า, มันยังฟื้นฟูและเชื่อมเส้นประสาทอย่างสมบูรณ์, ทำให้แขนที่ถูกรักษาสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
'ความสามารถเช่นนี้น่ากลัวมาก, จะต้องดึงมาอยู่กับฝ่ายจิเอไตให้ได้, หากไม่สามารถดึงมาเป็พวก, เช่นนั้นก็อย่าได้เป็ศัตรูกับเธอ อีกทั้งซูซูกิซังคนนั้น, แม้เธอจะยังไม่แสดงฝีมือ, แต่การที่เธอพิชิตเกตด้วยกันกับโยชิซึกิซังก็น่าจะไม่ใช่ผู้ปลุกพลังธรรมดา'
ร้อยตรีฮิรายามะครุ่นคิด, ในเวลานี้ดูเหมือนว่าพวกเขาคนอื่นๆก็คิดเหมือนกัน, โดยเฉพาะมาเอดะที่ได้ััถึงความแข็งแกร่งกับตัว, เขาไม่คิดจะไปสร้างปัญหากับเด็กสาวคนนี้อีก, เธอน่ากลัวเกินไป, ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเขาแม้แต่น้อย
"เอาล่ะ, เรียบร้อยแล้ว, หลังจากนี้อย่าได้ทำนิสัยแบบนี้กับใครมั่วซั่วล่ะ, บางทีคุณอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้ก็ได้"
ยูกิกล่าวต่อมาเอดะ, แววตาเย็นะเืของยูกิทำให้มาเอดะสั่นสะท้านและก้มหน้างุดไม่กล้าที่จะมองตายูกิ
"เอาล่ะ, ตอนนี้ถึงเวลากลับ, ทุกคนกลับขึ้นรถ, เตรียมกลับศูนย์หลบภัยเขตเมืองชิบูยะ!"
ร้อยตรีฮิรายามะะโดัง
"เยสเซอร์!"
ทหารทุกคนตอบรับคำ, จากนั้นพวกเขาทุกคนก็เข้าไปนั่งรถจิ๊บทหารสามคัน, แน่นอนว่ายูกิและซูซูกิไอนะไปคันเดียวกับร้อยตรีฮิรายามะ, ในระหว่างการเดินทางกลับ, ร้อยตรีฮิรายามะได้สอบถามพูดคุยเรื่อยเปื่อยว่าพวกเธอมาจากไหน, ได้รับการปลุกพลังั้แ่เมื่อไหร่และตอนนี้เลเวลเท่าไหร่, แน่นอนว่าเื่นี้ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด, ยูกิและซูซูกิไอนะจึงไม่คิดปิดบัง, พวกเธอกล่าวกันตามตรงว่าเลเวลของพวกเธอตอนนี้อยู่ที่เลเวลยี่สิบกว่า, นี่ทำให้ฮิรายามะะเิเสียงหัวเราะออกมา, ไม่น่าแปลกใจที่พวกเธอทั้งสองแข็งแกร่งขนาดนี้, กลายเป็ว่าพวกเธอเลเวลยี่สิบกว่า, สมแล้วที่เป็ผู้พิชิตเกต เมื่อนึกถึงเื่เกต, เขาจึงเอ่ยถามพวกเธออีกครั้งเกี่ยวกับข้างในเกต
"ในตอนที่พวกคุณสองคนเข้าข้างในเกต, ไม่ทราบว่าด้านในนั้นเป็อย่างไรครับ? มอนสเตอร์ที่อยู่ด้านในนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน?"
ร้อยตรีฮิรายามะเอ่ยถาม, เื่นี้สำคัญมาก, เขาจำเป็ต้องมีข้อมูลมากกว่านี้
สีหน้าของซูซูกิไอนะเปลี่ยนไปและหันไปมองยูกิ, ยูกิก็ผงกศีรษะให้, เธอก็ผงกศีรษะตอบและเล่าสิ่งที่พวกเธอเผชิญภายในเกตให้ร้อยตรีฮิรายามะฟัง
"อืม, หลังจากผ่านเข้าไปในเกต, ด้านในนั้นเป็สถานที่อีกแห่งหนึ่ง, ซึ่งในเกตที่พวกเราเข้าไปนั้นเป็ป่าก็อบลิน, มอนสเตอร์ภายในเกตนั้นมีมากมายหลายร้อยตน, ส่วนใหญ่จะเป็ก็อบลินและก็อบลินนักธนู, อีกทั้งยังมีฮ็อบก็อบลินอีกหลายสิบตน, เลเวลของพวกมันโดยรวมอยู่ที่เลเวลสิบห้าถึงสามสิบ, ขณะที่บอสดันเจี้ยนนั้นเป็ฮ็อบก็อบลินวอเรียเลเวลสี่สิบ"
"อะไรนะ? ก็อบลิน, ฮ็อบก็อบลินเลเวลสิบห้าถึงสามสิบหลายร้อยตน, บอสฮ็อบก็อบลินวอเรียเลเวลสี่สิบ!? นี่เธอพูดจริงหรือ?"
มาเอดะที่นั่งอยู่ข้างๆตกตะลึงจนอ้าปากค้าง, ขณะที่ฮิรายามะมีสีหน้าเคร่งขรึม, หลังจากได้ยินว่ามีสิ่งใดอยู่ด้านในเกตมันทำให้เขาตระหนักได้ว่ามนุษย์อย่างพวกเขาดูถูกพวกมันจนเกินไป, ด้วยกำลังขนาดนี้เพียงพอที่จะกวาดล้างศูนย์หลบภัยเขตเมืองชิบูยะได้ไม่ยาก, โชคดีที่สองคนนี้มาช่วยพิชิตเกตให้พวกเขา, มิเช่นนั้นหากให้พวกเขาไปพิชิตเกตเอง, เกรงว่าพวกเขาคงถูกฆ่าตายหมดเป็แน่ อีกทั้งหากปล่อยเกตทิ้งไว้เรื่อยๆ, ถึงตอนนั้นเกตอาจจะปะทุขึ้นและบรรดามอนสเตอร์ภายในเกตก็จะทะลักออกมา, นั่นจะกลายเป็หายนะของผู้คน
ได้ยินเช่นนี้ซูซูกิไอนะก็หรี่ตาลงและกล่าว
"แน่นอนว่าเป็เื่จริง, ฉันไม่มีเหตุผลที่จะโกหกพวกคุณหรอกนะ"
"เปล่า, ผมไม่ได้หมายความว่าพวกคุณโกหกหรอกนะครับ, เพียงแต่นึกสงสัยว่าหากเื่ที่บอสเลเวลสี่สิบเป็เื่จริง, ด้วยพวกเธอที่เลเวลยี่สิบกว่าสามารถเอาชนะบอสเลเวลสี่สิบได้อย่างไร?"
มาเอดะรีบกล่าวออกมา, กลัวว่าพวกเธอจะเข้าใจผิด
"หึหึหึ, คำตอบมีเพียงอย่างเดียว, นั่นคือพวกฉันเก่งกาจยังไงล่ะ"
ยูกิกล่าวพลางทุบอกคัพบีนุ่มๆ
หลังจากได้ยินคำตอบของยูกิ, พวกเขาต่างเหงื่อตกและหัวเราะแห้งๆ แม้จะเป็ความจริง, แต่การออกจากปากเ้าตัวก็ดูออกจะแอบมั่นหน้าไปนิด อย่างไรก็ตาม, การที่มีผู้ปลุกพลังที่ทรงพลังอย่างโยชิซึกิซังและซูซูกิซังปรากฎขึ้นได้ทำให้พวกเขามีความหวังมากขึ้น, ความหวังที่ชิบูยะจะกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
"โยชิซึกิซัง, ซูซูกิซัง, ในนามของกองกำลังป้องกันตัวเองผมต้องขอขอบคุณพวกคุณทั้งสองที่ช่วยพิชิตเกตครั้งนี้ด้วย, หลังจากกลับถึงศูนย์หลบภัยพวกเราค่อยมาหารือกันว่าหลังจากนี้เราควรทำอย่างไรต่อ"
ร้อยตรีฮิรายามะกล่าวขอบคุณพวกเธอสองคนจากใจ, ทว่าในเวลานี้เองวิทยุสื่อสารได้ดังขึ้น, หลังจากร้อยตรีฮิรายามะได้รับแจ้งบางอย่าง, สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก, ขณะเดียวกันมือถือของซูซูกิไอนะก็ดังขึ้น, หลังจากเธอรับสายสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างมาก, เธอได้หันไปหาฮิรายามะและกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง
"ฮิรายามะซัง....."
"อา, คุณเองก็คงได้ข่าวเหมือนกันสินะ มาเอดะ, เร่งความเร็วกลับศูนย์หลบภัยโดยเร็วที่สุด!"
ร้อยตรีฮิรายามะผงกศีรษะและหันไปกล่าวกับมาเอดะ
"ครับผม"
เขาที่อยู่เบาะหน้าย่อมได้ยินคำพูดที่ออกมาจากวิทยุสื่อสาร, 'ในเวลานี้มีกลุ่มผู้ปลุกพลังต่างชาติจำนวนมากก่อความวุ่นวาย, ขอให้กลับมาด่วน' จากนั้นสายก็ตัดไป, ดูเหมือนว่าจะเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นกับศูนย์หลบภัย, เห็นเช่นนี้บนใบหน้ายูกิเผยถึงรอยยิ้ม ช่วยไม่ได้, คงต้องไปดูสักหน่อย
ซูซูกิไอนะที่เห็นรอยยิ้มแสยะของยูกิก็อดยิ้มเจื่อนไม่ได้, ไม่ว่าจะเป็เื่ร้ายแรงแค่ไหนก็ดูเป็เื่เล่นสนุกสำหรับเธอ
หลังจากนั้นสิบห้านาที, พวกเขาก็ได้มาถึงศูนย์หลบภัยเขตเมืองชิบูยะ
"หยุดรถ!"
ทหารสองคนในชุดทหารต่างชาติได้ะโออกมาเป็ภาษาญี่ปุ่น, เห็นว่าไม่ใช่ทหารของจิเอไตเป็ผู้ปฏิบัติการทำให้ร้อยตรีฮิรายามะและทหารทุกคนต้องขมวดคิ้ว, นี่มันเกิดอะไรขึ้นใน่สองวันที่พวกเขาไม่อยู่กัน?
"ที่นี่คือเขตอธิปไตยเคลมโบเดีย, พวกคุณเป็ใคร? มีธุระอะไรที่นี่?"
หนึ่งในทหารที่อยู่ตรงหน้าได้ะโออกมาดังก้อง
"หา? เขตอธิปไตยเคลมโบเดีย? เ้าพวกนี้กำลังพูดเื่บ้าบออะไร?"
หลังจากมาเอดะได้ยินคำพูดของทหารเคลมโบเดียวก็โกรธขึ้นมาทันที
"เ้าพวกนี้สินะกำลังต่างชาติที่มาสร้างปัญหา, การที่เป็กำลังต่างชาติมาคุมด่านแทนที่จะเป็คนของเรา, เช่นนั้นแสดงว่าสถานการณ์ของจิเอไตคงย่ำแย่เป็แน่"
ร้อยตรีฮิรายามะพึมพำ, จากนั้นเขาะโออกมา
"ผมร้อยตรีฮิรายามะ, หัวหน้าทีมลาดตระเวนที่หกกองกำลังจิเอไตเพิ่งกลับมาจากการลาดตระเวน, ขอให้พวกคุณหลีกทางด้วย"
"ฮึ่ม! คนของจิเอไตงั้นรึ? ไม่ได้ยินที่พูดหรืออย่างไร? ที่นี่ไม่ใช่ญี่ปุ่นของพวกแกอีกแล้ว, ที่นี่เป็ดินแดนของพวกเราเคลมโบเดีย, หากยังไม่อยากตายก็ไสหัวไปซะ!"
ทหารคนหนึ่งแค่นเสียงเย็นและะโเสียงดัง, ขณะที่อีกหนึ่งได้ใช้วิทยุสื่อสารเรียกพรรคพวก, แทบจะในทันทีทั้งทหารและผู้ปลุกพลังราวห้าสิบนายได้มารวมตัวกันด้านหน้าทางเข้า, เห็นเช่นนี้ใบหน้าของฝ่ายจิเอไตเต็มไปด้วยความโกรธ, แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็สังเกตว่ากำลังเหล่านี้เป็คนใส่ชุดทหารสี่สิบคนและอีกสิบคนเป็ผู้ปลุกพลัง, ซึ่งเลเวลของพวกเขาอยู่ที่เลเวลสิบห้าถึงเลเวลยี่สิบ, เป็นักรบหกคน, นักธนูสองคน, นักเวทหนึ่งคนและฮีลเลอร์หนึ่งคน
"นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?"
ใบหน้าของร้อยตรีฮิรายามะมืดทะมึน, ศูนย์หลบภัยเขตชิบูยะถูกกำลังต่างชาติยึด? ล้อเล่นหรือเปล่า? ที่นี่คือดินแดนของญี่ปุ่น, จะยอมยกให้ต่างชาติได้อย่างไร?
"เหอะๆ, ก็หมายความอย่างที่พูด, ตอนนี้ที่แห่งนี้เป็เขตอธิไตยเคลมโบเดีย, ไม่อนุญาตให้ไอ้พวกญี่ปุ่นชั้นต่ำอย่างพวกแกเข้า! หากกล้ารุกล้ำ, ฆ่าไม่ละเว้น!"
ผู้ปลุกพลังถือดาบใหญ่ได้ก้าวออกมาและกล่าวด้วยท่าทางหยิ่งยโส
"อย่าให้มันมากเกินไป, ที่นี่คือประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่เคลมโบเดีย, พวกแกมาอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นของพวกเรายังกล้าทำเื่ต่ำช้าอีกงั้นเรอะ!?"
มาเอดะชี้นิ้วไปที่คนเ่าั้แล้วะโใส่อย่างเกรี้ยวกราด
ปังๆๆๆๆ!!
ทันใดนั้นเอง, ทหารฝ่ายเคลมโบเดียก็สาดะุใส่รถจิ๊บทหารทั้งสามไม่ยั้ง, เสียงปืนดังสนั่นไม่หยุด, เสียงปืนดังต่อไปอีกราวๆสิบวินาทีจากนั้นจึงหยุดลง, เมื่อฝุ่นจางลงฝ่ายเคลมโบเดียได้เห็นว่าฝ่ายจิเอไตอยู่ภายใต้ม่านพลังแสงขนาดใหญ่และไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย, นี่ทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างยิ่ง, มีผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งอยู่ฝ่ายจิเอไตด้วยรึ? งานนี้ไม่หมูเสียแล้ว
"<สกิล : แสงอำนวยพร>"
ยูกิใช้สกิลแสงอำนวยพร, ภายใต้สกิลนี้ทำให้ค่าสถานะทั้งหมดของทุกคนเพิ่มขึ้นห้าสิบเปอร์เซนต์นานหนึ่งชั่วโมง, นี่ทำให้ใบหน้าของซูซูกิไอนะและเหล่าทหารจิเอไตมีสีหน้าประหลาดใจ, โดยเฉพาะซูซูกิไอนะ, เธอเบิกตากว้างจ้องมองยูกิเขม็ง, หากมีสกิลบัพที่สุดยอดแบบนี้อยู่ทำไมไม่ใช้ตอนที่เข้าพิชิตเกตก็อบลินล่ะ? หากใช้ั้แ่แรก, การพิชิตเกตก็จะง่ายขึ้นมาก, ยูกิที่โดนซูซูกิไอนะจ้องเขม็งก็เผยรอยยิ้มแห้งๆและยักไหล่, ก็ฉันลืมนี่
"นี่มันสกิลบัพ? ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้นห้าสิบเปอร์เซนต์?"
"รู้สึกได้ถึงพลังอันท่วมท้น, ดีล่ะ, พวกเราลุย! สั่งสอนไอ้พวกเคลมโบเดียให้รู้สำนึก"
"ใช่, ที่นี่คือผืนแผ่นดินญี่ปุ่นของพวกเรา, อย่าปล่อยให้ไอ้พวกเคลมโบเดียรุกรานได้"
เหล่าทหารโห่ร้อง, จากนั้นพวกเขาได้หยิบปืนประจำตัวโฮวะไทป์สองศูนย์ยิงตอบโต้ฝ่ายคอมโบเดียทันที, ทำให้ฝ่ายทหารแคมโบเดียหลายคนได้รับาเ็และมีสองคนที่ล้มตาย, ถึงอย่างนั้นเหล่าทหารเคลมโบเดียก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว, พวกเขาวิ่งหลบหลังกำแพงและเหล่าผู้ปลุกพลังที่สวมอุปกรณ์เวทก็ได้วิ่งเข้าใส่, แม้ะุจะโดนร่างพวกเขาก็เจาะไม่เข้า, ทำได้เพียงจั๊กจี้พวกเขาเท่านั้น, นี่คือข้อได้เปรียบของผู้ปลุกพลังที่สวมอุปกรณ์เวท, พวกเขาไม่ใช่คนที่คนธรรมดาสามารถเอาชนะได้
"ฆ่าพวกมัน! สั่งสอนไอ้พวกจิเอไตให้รู้สำนึกว่าอย่าได้มารุกรานดินแดนเคลมโบเดียของพวกเรา!"
นักรบร่างล่ำสันกระชับดาบใหญ่ในมือพุ่งเข้าใส่ฝ่ายจิเอไตอย่างดุร้าย, ผู้ปลุกพลังอีกเก้าคนก็ติดตามเขามาติดๆ, ขณะที่ทหารเคลมโบเดียก็ยิงโต้ตอบฝ่ายจิเอไตเช่นกัน, การต่อสู้ได้ปะทุขึ้นแล้ว
***************************
โปรดติดตามตอนต่อไป.....