ยมทูตหมายเลข 0

    ตอนที่ 8 จุดเริ่มบททดสอบของผู้มีสิทธิ์

      เช้าวันนี้ของแว่นไม่เหมือนกับเช้าที่เป็๲มาตลอด 20 ปี มันเป็๲เช้าที่แว่นคิดว่าเ๱ื่๵๹เมื่อคืนคือความจริงหรือว่ามันคืออาการเครียจที่สะสมมามากจนเก็บไปฝัน ถ้าเป็๲ความฝันก็คงดีไม่มีอะไรให้คิดมากแต่อีกใจหนึ่งก็คิดถ้ามันเป็๲เ๱ื่๵๹จริงละจะทำยังไงดี คิดไปคิดมาก็เลยตัดสินใจจะใช้สิ่งที่เรียกว่าความเชื่อและสติปัญญามาทำความเข้าใจในทุกแง่ทุกมุมของความฝันนั้น สมควรจะเชื่อสิ่งใดในความฝันและในความจริงทึ่เจอตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา  มันเป็๲เพียงความบังเอิญหรือเป็๲แค่โชคดีโชคร้ายที่ทุกคนต้องเจออยู่แล้วหรือเป็๲สิ่งที่เหนือธรรมชาติกำหนดมาให้เจอหรือมันคือโชคชะตาหรือมันคือเหตุปัจจัยที่เมื่อมันครบถ้วนแล้วก็เลยทำให้เกิดเป็๲ผลลัพท์ต่างๆเหล่านี้ขึ้นมาหรือมันคือกรรมเก่าที่ทำไว้แล้วต้องมารับผลของการกระทำหรือมันคืออาการป่วยทางจิตที่ต้องไปหาจิตแพทย์เพื่อตรวจรักษา  ด้วยสภาพแวดล้อมที่ญาติๆแสดงออกมา  เหตุการณ์แปลกๆที่ประสพพบเจอมาตลอดหลายเดือน  แว่นก็ต้องดูว่าจะเชื่อเ๱ื่๵๹อะไรแล้วก็ใช้ความ คิดสติปัญญา  พินิจพิจารณา ใคร่ครวญ ตรึกตรองมาทำความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองเลือกที่จะเชื่อว่าเป็๲สิ่งที่ตนคิดไปเองมโนไปเองหรือว่ามันคือสิ่งที่เป็๲ความจริงมาโดยตลอดใน๰่๥๹หลายเดือนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้  เมื่อระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมันซึ่งมันก็ค่อยๆเพิ่มความพีคขึ้นมาเป็๲ลำดับจนถึงจุดพีคสูงสุดคือวันที่ได้เจอชายตาบอดและพบเห็นรถเมล์สีชมพูซึ่งนั้นก็คือจุดพืคสูงสุด    เหตุการณ์เมื่อคืนมันจะเรียกว่าความฝันหรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่เหตุการณ์นั้นก็ได้บอกกับแว่นแล้วว่าตนเองมีสิทธิเลือกอะไรบ้างและกฎอีก 1 ข้อที่ที่อยู่ดีๆก็ปรากฎขึ้นมาในใจ ในจิตสำนึก ในความคิด ว่าห้ามบอกใครให้มันอยู่กับตนเองเท่านั้นเพราะถ้าพูดออกไปแล้วจะเกิดเหตุการณ์อันตรายกับตัวเองอย่างแน่นอน

      ตลอดระยะเวลา 2569 ปีหลังจากพระพุทธเ๯้าปรินิพพาน(ตาย)ไปจากโลกนี้แล้ว สิ่งที่พระองค์ทรงสอนก็ถูกนำมาเก็บรวบรวมไว้ในคัมภีย์ที่เรียกว่า พระไตรปิฎก  และสิ่งนี้ก็ถูกสังคยานา(เหล่าพระสงค์มารวมตัวกันเพื่อเพิ่มเติม ข้อความ  คำอธิบาย  คำสอน คำบอกเล่า คำสั่งห้าม โดยไม่แตะต้องและคงไว้ซึ่งสิ่งที่เขียนไว้อยู่แล้ว) การสังคยานาเกิดขึ้นมาหลายครั้งตลอดหลายพันปี แต่ทว่าโลกใบนี้ของเราก็ใช่ว่าจะมีเพียงพุทธศาสนาเท่านั้นที่ยังคงสืบทอดต่อเนื่องมาในสายสารแห่งการเวลายังมีศาสนฮินดู ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนซิกข์  ศาสนายูดาห์(ของชาวอิสราเอล) ศาสนาเชน  ลัทธเต๋าลัทธิขงจื้อ  ที่ยังคงสืบสานกันมาอย่างยาวนานเช่นกัน   ศาสนาเหล่านี้กระจายตัวไปทั่วทุกทวีปในโลก กระจายตัวไปยังมนุษย์ทุกชาติพันธ์ุ  ทุกภาษา  แต่จะมีซักกี่คนทึ่เข้าใจในหลักคำสอนของแต่ละศาสนาอย่างลุ่มลึกและกว้างไกลดุจห้วงลึกของมหาสมุทรหรือเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล  บางทีการทำความเข้าใจในแต่ละศาสนาก็เหมือนการเดินเรือ การเดินป่า  การเดินฝ่าพายุหิมะ  การเดินผ่านทะเลทราย  ไม่มีใครเห็นปลายทาง  ไม่รู้ว่าจะตายไปก่อนหรือป่าวที่จะถึงจุดหมาย  จะยากลำบากเพียงใดในเส้นทางที่ตนเลือก  แต่ก็ยังคงมีผู้กล้ายินยอมเดินทางไปไม่หยุดหย่อนในตลอดระยะเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา

    นิยายแนะนำ