เช้าวันนี้ของแว่นไม่เหมือนกับเช้าที่เป็มาตลอด 20 ปี มันเป็เช้าที่แว่นคิดว่าเื่เมื่อคืนคือความจริงหรือว่ามันคืออาการเครียจที่สะสมมามากจนเก็บไปฝัน ถ้าเป็ความฝันก็คงดีไม่มีอะไรให้คิดมากแต่อีกใจหนึ่งก็คิดถ้ามันเป็เื่จริงละจะทำยังไงดี คิดไปคิดมาก็เลยตัดสินใจจะใช้สิ่งที่เรียกว่าความเชื่อและสติปัญญามาทำความเข้าใจในทุกแง่ทุกมุมของความฝันนั้น สมควรจะเชื่อสิ่งใดในความฝันและในความจริงทึ่เจอตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มันเป็เพียงความบังเอิญหรือเป็แค่โชคดีโชคร้ายที่ทุกคนต้องเจออยู่แล้วหรือเป็สิ่งที่เหนือธรรมชาติกำหนดมาให้เจอหรือมันคือโชคชะตาหรือมันคือเหตุปัจจัยที่เมื่อมันครบถ้วนแล้วก็เลยทำให้เกิดเป็ผลลัพท์ต่างๆเหล่านี้ขึ้นมาหรือมันคือกรรมเก่าที่ทำไว้แล้วต้องมารับผลของการกระทำหรือมันคืออาการป่วยทางจิตที่ต้องไปหาจิตแพทย์เพื่อตรวจรักษา ด้วยสภาพแวดล้อมที่ญาติๆแสดงออกมา เหตุการณ์แปลกๆที่ประสพพบเจอมาตลอดหลายเดือน แว่นก็ต้องดูว่าจะเชื่อเื่อะไรแล้วก็ใช้ความ คิดสติปัญญา พินิจพิจารณา ใคร่ครวญ ตรึกตรองมาทำความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองเลือกที่จะเชื่อว่าเป็สิ่งที่ตนคิดไปเองมโนไปเองหรือว่ามันคือสิ่งที่เป็ความจริงมาโดยตลอดใน่หลายเดือนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เมื่อระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมันซึ่งมันก็ค่อยๆเพิ่มความพีคขึ้นมาเป็ลำดับจนถึงจุดพีคสูงสุดคือวันที่ได้เจอชายตาบอดและพบเห็นรถเมล์สีชมพูซึ่งนั้นก็คือจุดพืคสูงสุด เหตุการณ์เมื่อคืนมันจะเรียกว่าความฝันหรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่เหตุการณ์นั้นก็ได้บอกกับแว่นแล้วว่าตนเองมีสิทธิเลือกอะไรบ้างและกฎอีก 1 ข้อที่ที่อยู่ดีๆก็ปรากฎขึ้นมาในใจ ในจิตสำนึก ในความคิด ว่าห้ามบอกใครให้มันอยู่กับตนเองเท่านั้นเพราะถ้าพูดออกไปแล้วจะเกิดเหตุการณ์อันตรายกับตัวเองอย่างแน่นอน
ตลอดระยะเวลา 2569 ปีหลังจากพระพุทธเ้าปรินิพพาน(ตาย)ไปจากโลกนี้แล้ว สิ่งที่พระองค์ทรงสอนก็ถูกนำมาเก็บรวบรวมไว้ในคัมภีย์ที่เรียกว่า พระไตรปิฎก และสิ่งนี้ก็ถูกสังคยานา(เหล่าพระสงค์มารวมตัวกันเพื่อเพิ่มเติม ข้อความ คำอธิบาย คำสอน คำบอกเล่า คำสั่งห้าม โดยไม่แตะต้องและคงไว้ซึ่งสิ่งที่เขียนไว้อยู่แล้ว) การสังคยานาเกิดขึ้นมาหลายครั้งตลอดหลายพันปี แต่ทว่าโลกใบนี้ของเราก็ใช่ว่าจะมีเพียงพุทธศาสนาเท่านั้นที่ยังคงสืบทอดต่อเนื่องมาในสายสารแห่งการเวลายังมีศาสนฮินดู ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนซิกข์ ศาสนายูดาห์(ของชาวอิสราเอล) ศาสนาเชน ลัทธเต๋าลัทธิขงจื้อ ที่ยังคงสืบสานกันมาอย่างยาวนานเช่นกัน ศาสนาเหล่านี้กระจายตัวไปทั่วทุกทวีปในโลก กระจายตัวไปยังมนุษย์ทุกชาติพันธ์ุ ทุกภาษา แต่จะมีซักกี่คนทึ่เข้าใจในหลักคำสอนของแต่ละศาสนาอย่างลุ่มลึกและกว้างไกลดุจห้วงลึกของมหาสมุทรหรือเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล บางทีการทำความเข้าใจในแต่ละศาสนาก็เหมือนการเดินเรือ การเดินป่า การเดินฝ่าพายุหิมะ การเดินผ่านทะเลทราย ไม่มีใครเห็นปลายทาง ไม่รู้ว่าจะตายไปก่อนหรือป่าวที่จะถึงจุดหมาย จะยากลำบากเพียงใดในเส้นทางที่ตนเลือก แต่ก็ยังคงมีผู้กล้ายินยอมเดินทางไปไม่หยุดหย่อนในตลอดระยะเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา