ราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง

    ตอนที่ 32 เลื่อนระดับ

    ตอนนี้ถึงเวลาที่ชิงหลงจะทำการดูดซับพลังจากผลึกคริสตัลที่ได้มา ชิงหลงยิ้มจ้องมองผลึกคริสตัลพลังเวทย์ที่อยู่ในมือของเขา จากนั้นก็หลับตาลงนั่งสมาธิเริ่มเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนอีกครั้ง พลังธรรมชาติที่อยู่รอบกายเริ่มหมุนวนกันเป็นเกลียวพายุล้อมรอบตัวของชิงหลง พลังเวทย์ที่อยู่ในผลึกคริสตัลก็เริ่มปลดปล่อยออกมา จากเพียงเส้นใยเล็กๆจนตอนนี้มันกลายเป็นดั่งสายน้ำสายหนึ่งที่กำลังปะทะเข้าไปในตัวมุ่งตรงไปยังแหล่งเก็บพลังเวทย์ที่กลายเป็นหลุมดำดูดซับอย่างบ้าคลั่ง ระดับพลังเวทย์ของชิงหลงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่ามันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วที่ชิงหลงอยู่เริ่มทำการดูดซับพลังเวทย์จากผลึกคริสตัล การรับรู้เมื่อเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตนจะไม่สามารถรับรู้เวลาได้ จนในที่สุด วิ้ง!!!เสียงของการเลื่อนระดับพลังเวทย์ไปยังระดับต่อไปตอนนี้ระดับพลังเวทย์ของชิงหลงอยู่ระดับจักรพรรดิเวทย์แล้ว แต่การเลื่อนระดับยังดำเนินต่อไป ผลึกพลังเวทย์ที่อยู่ในมือของชิงหลงเริ่มกลายเป็นสีเทาหม่นใกล้จะสลายกลายเป็นผงเต็มทีแล้ว แกร๊ก!! แกร๊ก!! เพล้ง!! เสียงของผลึกคริสตัลแตกสลายกลายเป็นผงสีเทาเงินอยู่กลางฝ่ามือชิงหลงลืมตาขึ้น เมื่อรับรู้ได้ว่า การดูดซับลดลงไปมาก จึงก้มมองไปที่ฝ่ามือตัวเองก็พบคริสตัลกลายเป็นผงสีเทาเงินไปแล้ว "ไม่นึกว่ามันจะสุดยอดขนาดนี้ ถ้าผลึกคริสตัลพลังเวทย์ยังไม่ถูกใช้จะมีพลังขนาดไหนกันนะ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยให้ท่านพ่อเอาผลึกคริสตัลที่อยู่ในแหวนมิติวงนี้ออกมาให้ก็แล้วกัน"ชิงหลงล้มตัวลงนอนคิดว่าผู้นำทัพสัตว์อสูรมีผลึกคริสตัลพลังเวทย์ได้ยังไง?หรือว่าจะมีสถานที่ลึกลับอะไรซ่อนอยู่ ถ้าข้าจับพวกมันได้ซักคน ข้าจะทรมานจนกว่าพวกมันจะบอกแหล่งที่ซ่อนผลึกคริสตัลพลังเวทย์ให้ได้เลย หึหึ!!
    เสียนจ้าวที่กำลังเดินทางมาสืบข่าวการตายของฟางเจี้ยน ก็รู้สึกเสียวสันหลัง ขนลุกซู่ ความรู้สึกเหมือนถูกคุกคามจากสิ่งชั่วร้ายบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามา "อึ๋ยย!! อยู่ๆข้าก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา เอ๊ะ!! หรือว่าป่าแถวนี้จะมีพลังงานลึกลับอยู่แต่ข้าก็สัมผัสดูแล้วนิไม่เห็นจะมีอะไรเลย หรือว่า ข้าอาจจะคิดมากไปอาจเป็นเพราะข้าไม่ได้ออกมานานเลยรู้สึกแปลกๆละมั้งนะ"แต่ความกังวลใจของเสียนจ้าวก็ยังคงมีอยู่ถึงแม้จะผ่อนคลายลงแล้วก็ตาม การเดินทางออกมาครั้งนี้ นายท่านเก๋อผิงซางเป็นสั่งให้ออกมาสืบเรื่องการตายของฟางเจี้ยน และอีกอย่างตัวเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ายังมีคนที่แข็งแกร่งอยู่หรอที่นอกเมืองหมอกนภากลุ่มชาย5คนกำลังเดินทางด้วยความรวดเร็วพุ่งทะยานไปตามป่าเขา ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ถึงแม้จะมืดแต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขาเลย ที่ดวงตาของชายชุดคลุมหนังสัตว์มีแสงสีเงินจางๆทำให้สามารถมองเห็นได้ในยามค่ำคืน เป็นความสามารถพิเศษของเผ่าอูกุยที่มีมาตั้งแต่เกิด เป็นเพราะสายเลือดที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกเขา แต่พวกเขาไม่รู้ว่าบรรพบุรุษของพวกเขาได้รับสืบทอดสายเลือดนี้มาได้อย่างไร "คุณชายเอี้ยซงกวนท่านจะกลับไปแก้แค้นเจ้าเด็กนั่นอีกรึเปล่า""อืม ข้าก็ไม่แน่ใจ หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เจ้าเด็กนั่นพูดก่อนหน้านี้ มันทำให้ข้ารู้สึกกลัวลึกๆขั่งในจิตใจ อาจจะดูเหมือนเด็กนั่นไม่มีพิษภัยอะไร แต่กับทำให้ข้าสั่นกลัวได้นี่มัน..""ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะปล่อยมันไว้แบบนี้หรือ ขอรับ" "เจ้าหุบปากไปเลย ข้าจะตัดสินใจเอง ถ้าหากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมาเจ้าจะเป็นคนรับผิดชอบรึเปล่า?"เอี้ยซงกวนรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที ตระหวาดดังลั่นออกไป เรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับชีวิตคนทั้งเผ่าของเขา จะมาเสี่ยงเพราะเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ถึงแม้จะคับแค้นใจเพียงใดก็ตาม
    ทางด้านชิงหลงหลังจากล้มตัวลงนอนไปได้ซักพักก็ลุกขึ้นมาก็หยิบเอาผลึกคริสตัลพลังเวทย์อีกก้อนขึ้นมาวางไว้ในฝ่ามือ จากนั้นก็หลับตาลงเข้าสภาวะไร้ตัวตนเริ่มดูดซับพลังเวทย์จากผลึกคริสตัลทันที ความหนาแน่นของพลังเวทย์มากกว่าผลึกอันก่อนหน้านี้มาก พลังงานถูกดูดกลายเป็นเส้นใยพลังเวทย์เล็กๆและเริ่มขยายใหญ่ขึ้น พลังเวทย์ในผลึกคริสตัลเริ่มถูกถ่ายเทไปยังแหล่งพลังเวทย์ของชิงหลงเกิดเป็นวังวนขนาดใหญ่ขึ้น ที่จุดสูญกลางจะมีลูกแก้วกลมๆปรากฎอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มี ความรู้สึกแปลกๆทำให้ชิงหลงส่งจิตวิญญาณเข้าไปสำรวจดู ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นพลังเวทย์ของตนเองกำลังถูกดูดโดยลูกแก้วกลมใสลูกหนึ่ง จกนั้นลูกแก้วก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นที่ละนิด พลังเวทย์ที่อยู่รอบๆลูกแก้วนั้นเริ่มหายไปจนในที่สุดก็หยุดลง เมื่อไม่มีพลังเวทย์ให้ดูดซับ ตอนนี้ลูกแก้วมีขนาดเท่าไข่ไก่ข้างในนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังเวทย์ ชิงหลงเรียกจิตวิญญาณกลับแล้วตื่นจากสภาวะไร้ตัวตนรีบสำรวจตนเองทันที"อืม...ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินี่นา แล้วทำไมที่แหล่งเก็บพลังเวทย์ข้าถึงมีลูกแก้วกลมใสนั่นได้กัน แถมยังดูดพลังเวทย์ข้าอีก นี่มันอะไรกัน"ชิงหลงคิดอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจเลย ลองใช้เวทย์ดู "ลูกไฟวิญญาณ" "ก็ยังใช้ได้นี่นา รู้สึกว่ามันจะลูกใหญ่ขึ้นรึเปล่าหว่า อืม..ช่างมัน ถ้ายังใช้เวทย์ได้คงไม่มีอะไร หรอกมั้ง พลังเทย์ก็เลื่อนระดับเป็นจักรพรรดิเวทย์ ขั้นที่ 3 แล้ว "ชิงหลงหลังจากที่คิดอะไรหลายๆอย่างก็ล้มตัวลงนอนและพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน แล้วก็หลับไป
    ที่ห้องของเหยียนฉื่อชิงปัง!! เสียงเลื่อนระดับพลังดังขึ้น ร่างกายขับของเหลวสีดำออกมามีกลิ่น เหยียนฉื่อชิงลืมตาขึ้นมาก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องอาบน้ำทันที "หื๋ยยย ข้าล่ะไม่ชอบจริงๆเวลาระดับพลังเลื่อนขั้นเนี้ย มันทำให้ข้าอยากอาเจียนทันทีทีได้กลิ่นนี่ทุกที" เสียงบ่นหงุดหงิดดังออกมาจากห้องอาบน้ำ หยุนฮวาเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำก่อนจะช่วยทำความสะอาดคราบของเหลวสีดำออกจากร่างกาย แล้วพูดว่า"องค์หญิงก็เลิกบ่มเพาะพลังสิ เพค่ะ จะได้ไม่เป็นแบบนี้ ถ้าอยากยืนเคียงข้างกับคุณชายชิงหลงองค์หญิงก็ต้องทนต่อไป" คริคริ"เจ้าหัวเราะข้าอย่างนั้นหรอ""อย่าโกรธสิ เพค่ะ พี่สาวหยุนฮวาพูดเรื่องจริง""ก็ได้ๆ ข้าไม่โกรธก็ได้" ก่อนจะทำหน้ามุ้ยและเงียบไป หยุนฮวากล่าวถามอีกว่าองค์หญิงท่านเลื่อนระดับก้าวกระโดดแบบนี้มันจะไม่มีปัญหารึ เพค่ะ"ข้าก็ไม่คิดว่ามันจะเกินกว่าที่คาดเอาไว้มาก เพียงแค่1เม็ดยาก็ทำให้เลื่อนจากระดับกำเนิดปราณขึ้นเป็นระดับหลอมรวมปราณได้ เม็ดยาสีทองนั่นต้องเป็นของล้ำค่าไม่ผิดแน่นอน"เหยียนฉื่อชิงแสดงความคิดของตนออกมา และเอ่ยอีกว่า"ข้าคงใช้เวลาปรับสภาพพลังปราณให้สมดุลอีกนาน คงต้องหยุดดูดซับพลังจากเม็ดยานี่ไปก่อน" อยู่ๆหยุนฮวาก็ขำขึ้นมา และกล่าวว่าอิอิ! "พระบิดาขององค์หญิงจะต้องตกใจมากแน่นอน เพค่ะที่ระดับพลังขององค์หญิงก้าวหน้าเร็วแบบนี้"อิอิ! "ข้าอยากจะเห็นซะแล้วสิ ว่าพระบิดาจะทำหน้าเช่นไร"เสียงพูดคุยของทั้ง2ดูมีความสุขสนุกสนานอย่างยิ่งในค่ำคืนยามนี้ องค์หญิงลุกขึ้นจากอาบน้ำเสร็จสวมชุดแล้วเดินกลับออกมากับหยุนฮวาก่อนจะแยกย้ายกันพักผ่อนค่ำคืนแห่งความสงบสุขก็ผ่านพ้นไปอีกวัน แสงแดดยามเช้าส่องลงมายังพื้นดิน ฝูงนกส่งเสียง จิ๊บๆ จิ๊บๆกันไปมา เสียงเด็กน้อยวิ่งเล่นกันในสวน เสียงหัวเราะสดใสดังไปทั่ว ชิงหลงลืมตาขึ้นก่อนจะค่อยๆดันตัวเองขึ้นมาช้าๆ และลุกขึ้นเดินไปยังห้องอาบน้ำทั้งที่ยังงัวเงียอยู่ เมื่อเดินมาถึงก็ถอดชุดออกไว้ จากนั้นก็ลงไปแช่ในถังไม้แล้วทำความสะอาดร่างกายตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นมาเช็ดตัวสวมชุดสีขาวไม่มีลวดลายเดินออกจากห้องของตัวเองไปชิงหลงเดินไปที่ลานฝึกก็เห็นพ่อของตนกำลังฝึกทักษะวิชาอยู่ จึงเดินเขาไปหาแล้วกล่าวเรียกออกไป"ท่านพ่อลูกมีเรื่องรบกวนนิดหน่อย ขอรับ""หืม! มีอะไรอย่างนั้นรึลูกพ่อ" "เอ่อ..คือว่าท่านพ่อช่วยนำของทุกอย่างที่อยู่ในแหวนมิติวงนี้ออกมาให้ลูกหน่อย ขอรับ""ได้สิ ว่าแต่แหวนมิตินี่ลูกไปปล้นใครมาอีกล่ะ""มันเป็นแหวนของผู้นำทัพสัตว์อสูรที่มาบุกโจมตีเมืองหลวง พอดีลูกไปสู้ด้วยจึงได้มาเป็นค่าเหนื่อย ขอรับ""อ้อ..อย่างนั้นรึ" เมื่อพ่อของเขานำสิ่งของออกมาจากแหวนมิติ ก็พบผลึกคริสตัลพลังเวทย์จำนวน 8 อัน เงินจำนวนหนึ่งกับอาวุธ2ชิ้น ขวดยาสมานแผลสมุนไพรเล็กน้อย แต่สิ่งที่ชิงหลงต้องการก็มีแค่ผลึกคริสตัลเท่านั้นเมื่อชิงหลงเห็นผลึกคริสตัลพลังเวทย์ก็ยิ้มทันที ก็ยื่นมือไปหยิบเอาผลึกเหล่านั้นมาทั้งหมด ก่อนจะบอกว่า"ลูกต้องการแค่ผลึกคริสตัลเหล่านี้เท่านั้น ส่วนเงินและสิ่งของท่านพ่อเอาไปขายได้เลย ขอรับ""แล้วแต่ลูกก็แล้วกัน ว่าแต่ผลึกที่ลูกเอาไป มันทำอะไรได้อย่างนั้นหรอ""มันเป็นประโยชน์ต่อตัวลูก ขอรับ""พ่อก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นประโยชน์ยังไง แต่ดูเหมือนมันเป็นความลับสินะ""ก็อย่างที่ท่านพ่อคิด มันอันตรายมากหากมีคนรู้วิธีใช้ ซึ่งลูกก็เจอมากับตัวเองแล้ว จึงไม่อยากพูดอะไรมากเกี่ยวกับผลึกอันนี้"ชิงฮุยหลงพยักหน้า เข้าใจ ถ้ามันเป็นของที่อันตรายมากคงให้ใครรู้ไม่ได้ เพราะมันอาจจะมาสร้างปัญหาให้กับตัวเขาเองก็ได้"งั้นพวกเราไปกินข้าวกันเถอะ คงได้เวลาแล้ว""ขอรับ ท่านพ่อ" เมื่อมาถึง ทุกคนก็นั่งรอกันที่โต๊ะอาหารแล้ว "ขอโทษที มีเรื่องคุยกันนิดหน่อยเลยมาช้า เอาล่ะ เมื่อมาพร้อมหน้ากันแล้วก็กินอาหารกันเถอะ เดี๋ยวอาหารเหล่านี้จะเย็นหมด"หลังจากที่กินอาหารเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน ตงเสี่ยวกับ ฟงหมิงก็ไปที่ร้านค้า ชิงหลงกับเหยียนฉื่อชิงก็เดินไปหาพ่อแม่ที่ห้องโถง ก่อนจะบอกเกี่ยวกับงานพิธีสักการะอัฐิของพระราชาเหยียนต้าหลัวที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ชิงหลงจึงอยากจะพาพ่อแม่ของเขาไปด้วย ซึ่งจะออกเดินทางในตอนเย็นวันนี้







    คล้ายกับเรื่องราชันย์จอมเวทย์ชิงหลง ที่คุณอ่าน