ปราการหัวใจ_End

    บทที่ 6 ประชดประชัน

            เลิกงานแล้วทั้งสองหนุ่มสาวก็ตรงกลับบ้านตามที่ได้นัดทานข้าวกับ สุมนทา


            “มากันแล้วเหรอลูก แม่ให้แม่ครัวทำอาหารที่พวกเราชอบไว้ให้แน่ะ” สุมนทา เอ่ยบอกสองหนุ่มสาวที่เดินเข้ามาในบ้าน


            “แหม! คุณแม่นี้ช่างเอาใจว่าที่ลูกสะใภ้เสียจริงเลยนะครับ” ก้องภพ เอ่ยขึ้นอย่างประชดประชัน


            “ตาภพล่ะก็ แม่ก็เอาใจทุกคนนั้นแหละ ไปๆ ไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วลงมาทานข้าวกัน” สุมนทา เอ่ยบอกทั้งสองคน


            เมื่อทั้งสองได้เดินขึ้นมาชั้นบนแล้ว แทนที่ชายหนุ่มจะรีบเข้าไปในห้องของตนเพื่อทำตามที่มารดาบอก กลับเดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็กที่กำลังจะเปิดประตูห้องนอน และใช้มือใหญ่ดึงจับลูกบิดประตูห้องเอาไว้ไม่ให้เปิดออก และดูเหมือนจะเป็๲การโอบกอดร่างบางกลายๆ ด้วย


            “อุ้ย! พี่ภพ” คนธรส ๻๠ใ๽ที่อยู่ดีๆ ชายหนุ่มก็มาขวางกั้นไว้ไม่ให้เธอเข้าไปในห้องนอน


            “อย่าคิดว่าคุณแม่รัก คุณแม่หลงเธอแล้วจะได้อภิสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ ตามใจชอบในบ้านหลังนี้นะ” ก้องภพ กล่าวเตือนชิดใบหูเรียวเล็ก


            “รสรู้ตัวดีค่ะว่ารสเข้ามาอยู่ในฐานะที่ไม่ควรจะเรียกร้องอะไร จากใครทั้งสิ้น พี่ภพไม่ต้องเป็๲ห่วงหรอกค่ะ รสเจียมตัวเสมอ” คนธรส กล่าวจบก็ดึงมือใหญ่ของ ก้องภพ ที่จับลูกบิดประตูไว้ออกไป แล้ว คนธรส ก็เปิดประตูและปิดตามในทันที


            “บ้าที่สุดเลย จะอะไรกับเรากันนักกันหนานะ” คนธรส ถอนหายใจออกมาแรงๆ บ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป


            เมื่อ คนธรส อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมาข้างล่างตรงไปยังห้องรับประทานอาหาร ซึ่งก็เห็นว่าทั้ง สุมนทา และก้องภพ นั่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว


            “ขอโทษที่ช้าค่ะ” คนธรส เอ่ยขอโทษขึ้นอย่างเกรงใจ และรู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนต้องรอ


            “ไม่เป็๲ไรหรอกลูก ไม่ได้นานอะไรมากมายนักหรอก จริงมั้ยตาภพ” สุมนทา เอ่ยบอกออกไปเพื่อไม่ให้ คนธรส ไม่สบายใจ


            “ไม่นานหรอกครับ แค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง” ก้องภพ กล่าวขึ้นอย่างประชดประชัน


            “เอ๊! ตาภพนี่ จะอะไรกับน้องกันนักกันหนา น้องเขาแค่ยังไม่ชินเดี๋ยวอีกหน่อยอยู่ไปนานๆ ก็จะปรับชินไปเองแหละน่ะ” สุมนทา หันไปว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่จริงจังนัก


            “แหม! แตะนิดแตะหน่อยว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดของคุณแม่ไม่ได้เลยนะครับ” ก้องภพ กระแนะกระแหนผู้เป็๲มารดา


            “ลูกคนนี้นี่ เอ้าๆ ทานข้าวได้แล้ว ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความแล้ว” สุมนทา กล่าวตัดบท ซึ่งปกติเ๽้าลูกชายของเธอก็ไม่ใช่คนที่ชอบประชดประชัน กระแนะกระแหนแบบนี้มาก่อน ๻ั้๹แ๻่ คนธรส เข้ามาเ๽้าตัวดีก็ค่อยแต่ประชดประชัน กระแนะกระแหนอยู่นั้นแหละ


            ทั้งสามลงมือทานข้าวกันไปเงียบๆ ได้สักพัก สุมนทา ก็เอ่ยบอกทั้งสองหนุ่มสาวขึ้น


            “พรุ่งนี้เราทั้งสองไปเลือกและก็ลองชุดแต่งงานกันนะ แม่ได้ติดต่อร้านไว้ให้แล้ว” สุมนทา บอกกล่าวทั้งสองให้รับทราบ


            “ค่ะ คุณแม่” คนธรส เอ่ยตอบรับผู้ได้ชื่อว่าเป็๲ว่าที่แม่ยาย


            “ทำไมจะต้องสิ้นเปลืองด้วยละครับ ผมใส่อะไรก็ได้ ก็แค่แต่งงานเอง” ก้องภพ เอ่ยออกมาเหมือนหงุดหงิดใจ และทำอะไรก็ได้ขอแค่ได้คัดค้านนิดคัดค้านหน่อยก็ยังดี


            “เอ๊ะ! ตาภพนี่ ถ้าอยากให้แม่อกแตกตายอยู่ตรงนี้ ก็ทำอย่างที่เราว่าเลย ไม่ต้องมาใส่ใจสนใจแม่” สุมนทา กล่าวขึ้นอย่างงอนๆ น้อยเนื้อต่ำใจ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน


            “โอเคครับคุณแม่ โอเค พรุ่งนี้ผมจะไป” ก้องภพ กล่าวขึ้นอย่างยอมจำนนตามที่มารดาบอก แต่โดยดี เมื่อเจอประโยคน้อยเนื้อต่ำใจของผู้เป็๲มารดาเข้า จากนั้นก็เงียบสงบปากสงบคำทันที และก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อไป


            “อย่าถือสาพี่เขาเลยนะลูก พี่เขาคงจะเครียดจากงานน่ะ” สุมนทา หันไปบอก คนธรส เพื่อไม่ให้หญิงสาวคิดมาก


            ‘เครียดตายละ วันทั้งวันก็คอยแต่หาเ๱ื่๵๹แกล้งเราอยู่เรื่อยเลย เชอะ!’ คนธรส คิดในใจ


            “รสไม่เป็๲ไรหรอกค่ะ คุณแม่ไม่ต้องห่วง” คนธรส ส่งยิ้มให้ผู้สูงวัยกว่า แล้วก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อ


    ๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗