เลิกงานแล้วทั้งสองหนุ่มสาวก็ตรงกลับบ้านตามที่ได้นัดทานข้าวกับ สุมนทา
“มากันแล้วเหรอลูก แม่ให้แม่ครัวทำอาหารที่พวกเราชอบไว้ให้แน่ะ” สุมนทา เอ่ยบอกสองหนุ่มสาวที่เดินเข้ามาในบ้าน
“แหม! คุณแม่นี้ช่างเอาใจว่าที่ลูกสะใภ้เสียจริงเลยนะครับ” ก้องภพ เอ่ยขึ้นอย่างประชดประชัน
“ตาภพล่ะก็ แม่ก็เอาใจทุกคนนั้นแหละ ไปๆ ไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วลงมาทานข้าวกัน” สุมนทา เอ่ยบอกทั้งสองคน
เมื่อทั้งสองได้เดินขึ้นมาชั้นบนแล้ว แทนที่ชายหนุ่มจะรีบเข้าไปในห้องของตนเพื่อทำตามที่มารดาบอก กลับเดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็กที่กำลังจะเปิดประตูห้องนอน และใช้มือใหญ่ดึงจับลูกบิดประตูห้องเอาไว้ไม่ให้เปิดออก และดูเหมือนจะเป็การโอบกอดร่างบางกลายๆ ด้วย
“อุ้ย! พี่ภพ” คนธรส ใที่อยู่ดีๆ ชายหนุ่มก็มาขวางกั้นไว้ไม่ให้เธอเข้าไปในห้องนอน
“อย่าคิดว่าคุณแม่รัก คุณแม่หลงเธอแล้วจะได้อภิสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ ตามใจชอบในบ้านหลังนี้นะ” ก้องภพ กล่าวเตือนชิดใบหูเรียวเล็ก
“รสรู้ตัวดีค่ะว่ารสเข้ามาอยู่ในฐานะที่ไม่ควรจะเรียกร้องอะไร จากใครทั้งสิ้น พี่ภพไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ รสเจียมตัวเสมอ” คนธรส กล่าวจบก็ดึงมือใหญ่ของ ก้องภพ ที่จับลูกบิดประตูไว้ออกไป แล้ว คนธรส ก็เปิดประตูและปิดตามในทันที
“บ้าที่สุดเลย จะอะไรกับเรากันนักกันหนานะ” คนธรส ถอนหายใจออกมาแรงๆ บ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะเขียนหนังสือ หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป
เมื่อ คนธรส อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมาข้างล่างตรงไปยังห้องรับประทานอาหาร ซึ่งก็เห็นว่าทั้ง สุมนทา และก้องภพ นั่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว
“ขอโทษที่ช้าค่ะ” คนธรส เอ่ยขอโทษขึ้นอย่างเกรงใจ และรู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนต้องรอ
“ไม่เป็ไรหรอกลูก ไม่ได้นานอะไรมากมายนักหรอก จริงมั้ยตาภพ” สุมนทา เอ่ยบอกออกไปเพื่อไม่ให้ คนธรส ไม่สบายใจ
“ไม่นานหรอกครับ แค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง” ก้องภพ กล่าวขึ้นอย่างประชดประชัน
“เอ๊! ตาภพนี่ จะอะไรกับน้องกันนักกันหนา น้องเขาแค่ยังไม่ชินเดี๋ยวอีกหน่อยอยู่ไปนานๆ ก็จะปรับชินไปเองแหละน่ะ” สุมนทา หันไปว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่จริงจังนัก
“แหม! แตะนิดแตะหน่อยว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดของคุณแม่ไม่ได้เลยนะครับ” ก้องภพ กระแนะกระแหนผู้เป็มารดา
“ลูกคนนี้นี่ เอ้าๆ ทานข้าวได้แล้ว ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความแล้ว” สุมนทา กล่าวตัดบท ซึ่งปกติเ้าลูกชายของเธอก็ไม่ใช่คนที่ชอบประชดประชัน กระแนะกระแหนแบบนี้มาก่อน ั้แ่ คนธรส เข้ามาเ้าตัวดีก็ค่อยแต่ประชดประชัน กระแนะกระแหนอยู่นั้นแหละ
ทั้งสามลงมือทานข้าวกันไปเงียบๆ ได้สักพัก สุมนทา ก็เอ่ยบอกทั้งสองหนุ่มสาวขึ้น
“พรุ่งนี้เราทั้งสองไปเลือกและก็ลองชุดแต่งงานกันนะ แม่ได้ติดต่อร้านไว้ให้แล้ว” สุมนทา บอกกล่าวทั้งสองให้รับทราบ
“ค่ะ คุณแม่” คนธรส เอ่ยตอบรับผู้ได้ชื่อว่าเป็ว่าที่แม่ยาย
“ทำไมจะต้องสิ้นเปลืองด้วยละครับ ผมใส่อะไรก็ได้ ก็แค่แต่งงานเอง” ก้องภพ เอ่ยออกมาเหมือนหงุดหงิดใจ และทำอะไรก็ได้ขอแค่ได้คัดค้านนิดคัดค้านหน่อยก็ยังดี
“เอ๊ะ! ตาภพนี่ ถ้าอยากให้แม่อกแตกตายอยู่ตรงนี้ ก็ทำอย่างที่เราว่าเลย ไม่ต้องมาใส่ใจสนใจแม่” สุมนทา กล่าวขึ้นอย่างงอนๆ น้อยเนื้อต่ำใจ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
“โอเคครับคุณแม่ โอเค พรุ่งนี้ผมจะไป” ก้องภพ กล่าวขึ้นอย่างยอมจำนนตามที่มารดาบอก แต่โดยดี เมื่อเจอประโยคน้อยเนื้อต่ำใจของผู้เป็มารดาเข้า จากนั้นก็เงียบสงบปากสงบคำทันที และก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อไป
“อย่าถือสาพี่เขาเลยนะลูก พี่เขาคงจะเครียดจากงานน่ะ” สุมนทา หันไปบอก คนธรส เพื่อไม่ให้หญิงสาวคิดมาก
‘เครียดตายละ วันทั้งวันก็คอยแต่หาเื่แกล้งเราอยู่เรื่อยเลย เชอะ!’ คนธรส คิดในใจ
“รสไม่เป็ไรหรอกค่ะ คุณแม่ไม่ต้องห่วง” คนธรส ส่งยิ้มให้ผู้สูงวัยกว่า แล้วก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อ
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗