“แล้วนี่มากันได้ยังไงแล้วรู้ได้ไงว่าน้ำกับเพื่อนๆ อยู่ที่นี่” เธอมองหน้าผมอย่าสงสัย
“พี่หลินบอกมา คือพวกเราไปกินนอนอยู่ที่คลับด้วยความสมเพชล่ะมั้งพี่โจ้เลยช่วยคุยกับพี่หลินให้ เลยรู้ว่าน้ำอยู่ที่นี่”
“ขยายความคำว่า ‘กินนอน’ ให้เข้าใจหน่อยสิคะคุณปฐีมันยังไงกัน” เธอมองผมด้วยสายตาดุ้ารู้ความจริงจากปากผม
“ก็แค่......”
“แค่....... อะไร ทำอะไรไว้”
“แค่เสียใจเสียใจมากที่ทำให้น้ำเสียใจ วันนั้นน้ำบอกว่าให้เราห่างกันสักพักเราไม่รู้จะทำยังไง ทำได้แค่ไปกินดื่มให้ลืมคำพูดน้ำ แต่มันไม่ได้ผลเลยยิ่งคิดถึงคำพูดน้ำ เรายิ่งรู้ว่าตัวเองทำเื่โง่ๆ มานานแค่ไหนการดื่มช่วยให้ลืม แต่พอตื่นมาก็ยังจำได้อยู่ดี มันทรมานมากจริงๆนะกับการที่คิดว่าจะไม่มีน้ำในชีวิตอีกต่อไป เราไม่รู้จะทำยังไงเลยได้แต่ดื่มแล้วก็เมาหลับไปแบบนั้น นอนอยู่ในร้านไม่ไปไหน เราทำเื่โง่ๆพวกนั้นเพราะคิดถึงน้ำ คิดว่าเราจะทำให้น้ำกลับมาอยู่ข้างเราได้ยังไงตอนนี้เรารู้และเข้าใจแล้วนะว่าต่อไปเราควรจะต้องทำอะไรให้น้ำไม่จากไปไหน”ผมกุมมือเธอบอกความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเธอทั้งหมด
“ทำไมถึงทำตัวเป็ภาระคนอื่นเขาตลอดแบบนี้นะดินมันตัวภาระชัดๆ พี่โจ้ไม่น่าช่วยคนพวกนี้เลยจริง”
“อย่าโกรธเลยนะ ตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ออกเราเสียใจจริงๆ ที่เห็นน้ำร้องไห้แบบนั้น มันปวดใจมากจริงๆ” ผมจับมือเธอมาแนบแก้มแสดงอาการเ็ปหัวใจอย่างหนักให้เธอรับรู้ว่าผมปวดใจมากจริงๆ
“ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ มันเสียสุขภาพทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ทั้งของตัวเอง และของคนอื่น”เธอลูบแก้มของผมอย่างและปลอบโยน
“เราจะไม่ทำอีก” ผมให้สัญญากับเธอ
“ดีมาก ต่อไปต้องเป็เด็กดีนะ”เธอยิ้มและหยิกแก้มผมอย่างหยอกล้อ เธอคงให้อภัยผมแล้ว
“มีอีกเื่ที่เราต้องบอกน้ำ”
“เื่อะไรหรอ”
“เมื่อศุกร์ที่แล้วเตี่ยกับแม่บอกให้เราพาน้ำไปกินข้าวด้วย ยังไม่ทันได้บอกน้ำน้ำก็หนีมาเชียงใหม่ซะก่อน” ผมพูดกับเธองอนๆ ตอนนี้ผมอยากอ้อนเธอจริงๆ
“น้ำฝากขอโทษเตี่ยกับแม่ด้วยนะน้ำคงไม่ได้ไปทานข้าวด้วยอีกนานเลยต้นเหตุก็เพราะดินนั่นแหละเอาแต่เที่ยวไม่หยุดทั้งที่ตัวเองสอบเสร็จก่อนน้ำตั้งสามวัน”
“เราก็ไปกินข้าวเย็นกับน้ำทุกวันนี่”
“น้ำหมั่นไส้ดินที่สุด ชอบดื่มชอบเที่ยว ไหนจะเื่ผู้หญิงอีก คนไม่มีสถานะหงุดหงิดรู้ไหม”เธอหยิกท้องผมอย่างหนัก คงหวังจะให้ผมเจ็บบ้างแต่แรงมดแบบเธอไม่ได้ทำให้ผมเ็ปเลยสักนิดผมกลับชอบใจกับการแสดงออกแบบนี้ของเธอมากกว่า
“ตอนนี้ก็มีสถานะแล้วไงครับใช้ซะสิ” ผมจับรวบมือเธอมาวางไว้ที่หน้าอกด้านซ้าย
“สถานะอะไรดิน อย่ามาตู่ น้ำยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรกับดินเลยนะ”
“สถานะแฟนไง คุณแฟนหน่ะ”
“เรียกว่า ‘คนที่ศึกษากัน’ ไปก่อนไหมดิน”เธอกอดอกมองผม แสดงท่าทางยืนยันถึงสถานะที่เธอให้ผมในตอนนี้
“น้ำจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะั้แ่นี้ไปเราจะเรียกน้ำว่า ‘แฟน ที่รัก หรือเมีย’ แล้วแต่สถานการณ์”
“อย่ามามั่วนะดิน เรียกว่า ‘แฟน ที่รัก’ พอได้แต่ยังเรียก ‘เมีย’ ไม่ได้เด็ดขาด”
“ก็ซ้อมฟังไว้ไง ไม่นานก็ได้ใช้แล้วคำนี้”
“หยุดคิดเลยนะดิน ลามก บ้ากามที่สุด”
“ครับ ยอมรับครับ ระวังตัวไว้เถอะคุณแฟนระวังจะต้องเปลี่ยนสถานะโดยไม่รู้ตัว”
“คนบ้า นิสัยไม่ดี พอเลย ไม่อยากคุยกันดินแล้วติดต่อหาเพื่อนๆ เลยนะ ป่านนี้เพื่อนน้ำเป็ยังไงกันบ้างก็ไม่รู้”
“อื้ออออ”ผมดึงเธอเข้ามาจูบอีกครั้งอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ยังไม่อยากให้เธอลงจากรถเลยจริงๆเธอทุบอกของผมเป็การประท้วง
“หวานสุดๆ มัดจำไว้ก่อนจะไม่ได้เจอตั้งหลายเดือน เราต้องลงแดงแน่ๆ เลย เพราะติดใจเ้าสิ่งนี้ขอกำลังใจอีกนิดนะครับ” ผมจูบเธออีกครั้ง ไม่รอให้เธออนุญาตหรือปฏิเสธผม
“.........” เธอยินยอมให้ผมจูบแต่โดยดีเธอเรียนรู้ที่จะจูบตอบผม นั่นยิ่งทำให้ผมใจเต้นแรงเราจูบกันเนิ่นนานก่อนที่ผมจะเป็ฝ่ายถอนจูบ
“ต้องพอแค่นี้ครับคนดีเพราะถ้าเรายังไม่หยุดตอนนี้ น้ำคงได้ข้ามขั้นจากแฟนไปเป็เมียแน่ๆ”เธอเขินแก้มแดง น่ารักสุดๆ ไปเลย
หลังพูดคุยปรับความเข้าใจกันได้ผมก็ตามติดเธอไปสักการะองค์พระธาตุดอยสุเทพตามแผนเดิมของเธอคนที่แฮปปี้ที่สุดในการมาเชียงใหม่ครั้งนี้คงจะมีแค่ผม เพื่อนๆทั้งสามคนของผมถึงจะไม่ได้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง แต่ก็ยังพยายามกันไม่เลิกหนักสุดเห็นจะเป็ไอ้เดียว ผมยังไม่เห็นหนึ่งยอมคุยกับมันสักคำไอ้ดิฟก็พูดมากเสียจนนุ่มนิ่มทนไม่ได้ต้องคอยเบรกห้ามไม่ให้มันส่งเสียงดังวุ่นวายรบกวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ นุ่มนิ่มคงอับอายกับท่าทีการแสดงความเป็เ้าของของมันมากกว่าสิ่งอื่นใดไอ้แดนเพื่อนผู้มีชะตากรรมดีกว่าไอ้เดียวนิดหน่อยเพราะน้องเหมือนจะว่าง่ายแต่ก็ไม่ใช่เลยเธอทิ้งคราบสาวสวยแสนดีผู้ว่าง่ายเมื่อสามปีก่อนไปเป็ผู้หญิงที่ไม่ยอมคนไอ้แดนบอกซ้ายเธอกลับบอกขวา เมื่อก่อนเป็เธอที่ส่วนใหญ่จะตามใจเพื่อนผมแต่ตอนนี้เป็ไอ้แดนที่ต้องเดินตามเธอเหมือนลูกหมาเดินตามแม่หมาซะอย่างนั้น
“น้ำครับ เพื่อนๆ น้ำไม่กี่วันเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรอ”พวกเราอาสามาซื้อเครื่องดื่มให้เพื่อนหลังกลับจากสักการะองค์พระธาตุ
“ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรนะดิน”เธอยิ้มตอบผมอย่างเ้าเล่ห์
“หือ! อย่าบอกว่าเมื่อก่อนก็เป็แบบนี้”
“อืม จะบอกว่ายังไงดีละทุกคนก็แค่อยากปกป้องความรู้สึกของตัวเองนะ”
“ยังไง”
“ดินมองว่าใครมีพฤติกรรมไม่เปลี่ยนจากเดิมบ้าง”
“นุ่มนิ่ม”
“นุ่มนิ่มกับดิฟ ดูไม่ต่างไปเลยเพราะดิฟสนใจนุ่มนิ่มั้แ่แรกยังไงล่ะดินเลยเห็นถึงการแสดงออกของนุ่มนิ่มที่มีต่อดิฟเป็แบบนี้ั้แ่แรกไง”
“แล้วน้องกับไอ้แดนล่ะ”
“น้องก็แค่รักตัวเองมากขึ้นไงดินเมื่อก่อนแดนไม่ค่อยสนใจเลยไม่รู้ ตอนนี้เกิดสนใจน้องขึ้นมาอาการเลยเป็แบบนี้น้องพยายามปกป้องตัวเอง แต่แดนกลับมองว่าน้องไม่สนใจแดนแล้วต่างคนต่างมองกันคนละมุม”
“หือ! มันยังไง”
“ก็เมื่อผู้ชายให้ความสนใจผู้หญิงคนหนึ่งมากขึ้นก็จะมองเห็นสิ่งที่เธอคนนั้นทำและแสดงออกได้ชัดขึ้น จากแต่ก่อนที่ไม่เคยมองไม่เคยนึกถึงมันไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลง ผู้หญิงไม่ได้เปลี่ยนแต่เพราะผู้ชายสนใจผู้หญิงคนหนึ่งมากขึ้นเลยมองว่าผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนไปจากสิ่งที่คิดว่าเธอเคยเป็แบบนั้นแต่ความเป็จริงไม่ใช่เลย เธอแค่แสดงออกในมุมที่ต่างจากเดิมเท่านั้นความรู้สึกของเธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ถ้าผู้ชายจะลองสังเกตให้ดีจะเข้าใจเอง”
“แล้วทำไมต้องทำตัวต่างจากเมื่อก่อนแต่ก่อนไอ้แดนว่ายังไงก็ว่าตาม ตอนนี้ทำตรงข้ามกันทุกแทบจะทุกอย่าง”
“พวกผู้ชายนี่นะ คิดถึงแต่ตัวเองพอผู้หญิงเราอยากปกป้องความรู้สึกตัวเองบ้าง ก็ทำเป็ว่าเราเปลี่ยน”
“เดี๋ยวๆ ครับน้ำนี่เื่ของเพื่อนๆ อย่ามาลงที่ดินครับ คนละคนกัน”
“ก็ไม่อยากพาลพวกคนเ้าชู้หรอกนะแต่มันอดไม่ได้จริงๆ”
“แล้วไอ้เดียวกับหนึ่งล่ะ”
“ไม่เปลี่ยนอะไรนี่แค่หนึ่งพูดน้อยลง แสดงออกมากขึ้นแค่นั้น”
“แบบนี้ไม่เรียกว่าน้อยลงครับไม่พูดเลยต่างหาก”
“เอจะบอกว่าไม่พูดก็เห็นจะผิดไปหน่อยนะดิน ตอนที่ดินถามหนึ่งว่าจะดื่มอะไรหนึ่งตอบดินหรือเปล่า”
“ตอบ”
“ว่า”
“น้ำเปล่า”
“ใช่ไง น้ำเปล่า”
‘ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริง’ผมได้แต่คิดในใจ เพื่อนๆ ผมคงเจอศึกหนักกันแล้วงานนี้ คงต้องตัวใครตัวมันแล้วล่ะเพราะผมเองถึงแม้ว่าน้ำจะคุยดีด้วย แต่ก็ยังไม่ได้รับรักผมเธอยังไม่ยอมใช้สถานะแฟนกับผม แต่ไม่เป็ไร วันนี้เธอเป็แฟนผมแล้วผมจะเปลี่ยนให้ตัวเองเป็แฟนของเธอให้ได้
“ไปจ่ายเงินแล้วกลับไปหาเพื่อนกันได้แล้ว จะได้ไปทานข้าวกัน”