รุ่งเช้าของอีกวัน หลังจากที่หลินซูได้บำเพ็ญภาวนาสวดมนต์เสร็จสิ้น จิตใจของนางยังคงสับสนว้าวุ่นกับััอันเร่าร้อนของจ้าวหลงเมื่อคืนก่อน แม้จะพยายามขับไล่ภาพเ่าั้ออกไป แต่ความรู้สึกวาบหวามยังคงตราตรึงอยู่ในกาย
ตลอดคืนที่ผ่านมา หลินซูไม่อาจหลับใหลได้อย่างสนิท ร่างกายของนางยังคงร้อนผ่าวและอยากได้การััต่อ ความรู้สึกที่ไม่เคยััมาก่อนนั้นทำให้นางรู้สึกเหมือนถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นจากความไร้เดียงสา ทุกครั้งที่นางหลับตาลง ภาพของจ้าวหลงที่ลูบไล้ร่างกายของนางก็จะผุดขึ้นมาในจิตใจ ทำให้นางรู้สึกร้อนรุ่มและอับอายไปพร้อมกัน
นางลุกขึ้นจากเตียงไม้เก่าอย่างเชื่องช้า ร่างกายยังคงอ่อนเพลียจากเหตุการณ์เมื่อคืน ขณะที่เดินไปล้างหน้าด้วยน้ำเย็น นางสังเกตเห็นว่าิัของตนเองดูแตกต่างไปจากเดิม มันดูเปล่งปลั่งและมีชีวิตชีวามากขึ้น ราวกับว่าสิ่งที่จ้าวหลงทำให้นางได้ปลุกเร้าพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย
เมื่อนางมองตัวเองในกระจกน้ำใส นางเห็นหญิงสาวที่แตกต่างจากเมื่อวาน ดวงตาที่เคยใสซื่อตอนนี้มีแววของความรู้บางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ริมฝีปากที่เคยแ่าตอนนี้ดูอ่อนโยนและเย้ายวนขึ้น นางรู้สึกเหมือนกำลังเปลี่ยนแปลงเป็คนใหม่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็สิ่งที่ดีหรือไม่
จ้าวหลงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในยามสาย ใบหน้าของเขายังคงเปี่ยมด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ร่างกายของเขาที่สูงใหญ่กำยำภายใต้ชุดนักพรตสีขาวสะอาดตาดูแข็งแรงและน่าเกรงขาม แผ่นอกกว้างและ่แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า ทำให้หลินซูรู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างประหลาดเมื่ออยู่ใกล้เขา
เมื่อสายตาของทั้งสองสบกัน หลินซูรู้สึกใจเต้นระรัว ความทรงจำเมื่อคืนก่อนทำให้นางรู้สึกอับอายและตื่นเต้นไปพร้อมกัน นางไม่รู้ว่าควรจะแสดงท่าทีอย่างไรต่อเขา จะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ดีไหม หรือจะยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นางรู้สึกแปลกใหม่และอยากได้มากกว่านี้
"หลินซู" จ้าวหลงเอ่ยเรียกเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกริบของเขาสำรวจใบหน้าของนางอย่างละเอียด "เมื่อคืนเ้าคงพักผ่อนไม่เต็มที่กระมัง ใบหน้าของเ้ายังคงซีดเซียว แต่ก็มีแววเปล่งปลั่งแปลกๆ"
หลินซูก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าสบตาคมกริบของเขา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีปนเปกันไปกับความโหยหาที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็ม "ข้า...ข้าแค่รู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยเ้าค่ะ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของข้าถึงรู้สึกแปลกๆ ั้แ่เมื่อคืน"
จ้าวหลงเดินเข้ามาใกล้ พลางยกมือขึ้นแตะหน้าผากของหลินซูเบาๆ ััที่อบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้หลินซูรู้สึกใจเต้นระรัว ความทรงจำของการััที่เร่าร้อนเมื่อคืนก่อนทำให้นางรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง
"ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ผิดปกติในกายของเ้า" จ้าวหลงกระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่พร่าเลือนของนาง "มันเป็พลังงานที่ทำให้เ้าเกิดอาการร้อนรุ่มผิดปกติในระหว่างการนวดเมื่อวานนี้ และยังคงหลงเหลืออยู่ในกายของเ้า"
เขาเลื่อนนิ้วมือลงมาัักับแก้มของหลินซูอย่างแ่เบา "ข้าสังเกตเห็นว่าเ้ามีไข้เล็กน้อย และิัของเ้าร้อนผิดปกติ นี่เป็สัญญาณที่ไม่ดี"
หลินซูเบิกตากว้างด้วยความใ นางนึกถึงความรู้สึกร้อนวูบวาบที่เกิดขึ้นเมื่อจ้าวหลงัักาย และความรู้สึกที่ยังคงวนเวียนอยู่ในร่างกายตลอดคืนที่ผ่านมา "ท่านนักพรตหมายความว่าอย่างไรเ้าคะ ข้ารู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้อยู่ภายในกาย และมันทำให้ข้าอยากได้...อยากได้..."
นางหยุดพูดกลางคำ เพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกแปลกใหม่นั้นอย่างไร
"ข้าเกรงว่าจะมีิญญาร้ายแฝงตัวอยู่ในกายของเ้า" จ้าวหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "มันพยายามจะ่ชิงความบริสุทธิ์ของเ้าไป และทำให้เ้าต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความปรารถนาที่ไม่เคยมีมาก่อน"
เขาก้าวเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น จนหลินซูสามารถััได้ถึงกลิ่นหอมจากร่างกายของเขา "ิญญาร้ายชนิดนี้เป็อันตรายมาก มันจะค่อยๆ กัดกินจิติญญาของเ้าจนกว่าเ้าจะกลายเป็ทาสของกิเลสตัณหา และในที่สุดเ้าจะสูญเสียตัวตนที่แท้จริงไป"
หลินซูรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความหวาดผวา ความคิดที่ว่าจะมีสิ่งชั่วร้ายแฝงตัวอยู่ในกายของนางทำให้นางรู้สึกขนลุก "ิญญาอาฆาตหรือเ้าคะ ท่านนักพรต แล้วข้าจะต้องทำอย่างไร ข้าไม่อยากให้มันทำร้ายมารดาของข้าด้วย"
"ไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องเ้าเอง" จ้าวหลงกล่าว พลางดึงร่างของหลินซูเข้ามากอดอย่างแแ่ อ้อมกอดที่แข็งแกร่งและอบอุ่นของเขาทำให้หลินซูรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับว่าเขาเป็ที่พึ่งเดียวของเธอในยามนี้
ในอ้อมกอดของจ้าวหลง หลินซูรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า และกลิ่นผู้ชายที่ทำให้นางรู้สึกมึนเมา นางไม่เคยอยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายขนาดนี้มาก่อน และการัันี้ทำให้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เคยััเมื่อคืนกลับมาอีกครั้ง
"ข้าต้องพาเ้าไปยังห้องบำเพ็ญพิเศษ" จ้าวหลงกล่าวต่อ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเร่งด่วน "ผนังของห้องนั้นถูกสร้างขึ้นจากหินศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถกันเสียงและพลังงานชั่วร้ายจากภายนอกได้ มันเป็สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเ้าในตอนนี้ และข้าจะใช้พลังหยางของข้าขับไล่ิญญาร้ายออกจากกายของเ้า"
เขาปล่อยอ้อมกอด แต่ยังคงจับมือหลินซูไว้อย่างแ่า "เราต้องรีบไป เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ิญญาร้ายจะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น"
หลินซูพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แม้ว่าจิตใจจะยังคงสับสนกับความรู้สึกที่ขัดแย้งกัน ความกลัวต่อิญญาร้ายปนเปกันไปกับความโหยหาที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็มจากเมื่อคืน นางรู้สึกเหมือนถูกดึงไปในสองทิศทางที่ตรงกันข้าม ระหว่างความปรารถนาที่เพิ่งตื่นขึ้นกับความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้
จ้าวหลงจูงมือหลินซูเดินลึกเข้าไปในส่วนที่ลึกลับของอาราม ผ่านทางเดินที่แคบและมืดสลัว ที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ผนังหินเก่าแก่ที่ปกคลุมไปด้วยมอสเขียวและความชื้น ทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุกและลึกลับ เสียงฝีเท้าของทั้งสองสะท้อนไปตามทางเดินที่เงียบงัน
ระหว่างทาง หลินซูสังเกตเห็นว่าจ้าวหลงดูตื่นเต้นอย่างแปลกๆ แม้จะพยายามซ่อนไว้ แต่นางก็รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในการจับมือของเขา และรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจที่เขาพยายามปกปิด สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าถาม
"ท่านนักพรต" หลินซูเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเบา "ทำไมข้าถึงรู้สึกเหมือนมีใครสักคนกำลังจ้องมองข้าอยู่ ั้แ่เมื่อคืนข้ารู้สึกเหมือนมีสายตาที่ไม่ปรานีติดตามข้าอยู่ตลอดเวลา"
จ้าวหลงหยุดเดินและหันมามองนาง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลที่ดูเหมือนจริงใจ "นั่นแหละหลินซู นั่นคือสัญญาณที่ว่าิญญาร้ายกำลังเฝ้าดูเ้าอยู่ มันรอจังหวะที่เหมาะสมที่จะเข้าสิงเ้าอย่างสมบูรณ์ เราต้องรีบทำพิธีขับไล่ก่อนที่จะสายเกินไป"
เขาเดินต่อไปอย่างรวดเร็วขึ้น จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหน้าประตูไม้บานใหญ่ที่ดูเก่าแก่และหนาทึบ ประตูบานนั้นมีอักขระโบราณสลักอยู่เต็มไปหมด ดูน่าเกรงขามและลึกลับ แสงจากคบเพลิงที่ติดอยู่ข้างผนังส่องแสงริบหรี่ไปบนอักขระเ่าั้ ทำให้ดูเหมือนมีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่
"นี่คือห้องบำเพ็ญพิเศษที่ข้าพูดถึง" จ้าวหลงกล่าวพลางวางมือบนประตู "ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยนักพรตผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อใช้ในการขับไล่ิญญาร้ายที่แข็งแกร่งที่สุด"
หลินซูมองดูประตูด้วยความหวาดกลัว อักขระโบราณเ่าั้ดูน่าขนลุกและลึกลับ นางรู้สึกเหมือนมีพลังงานมืดมิดแผ่ออกมาจากด้านหลังประตู "ท่านนักพรต ข้ากลัวเ้าค่ะ ข้ารู้สึกเหมือนมีสิ่งชั่วร้ายซ่อนอยู่ข้างหลังประตูนั้น"
"นั่นเป็เพราะพลังของห้องนั้นแข็งแกร่งมาก" จ้าวหลงอธิบาย "แต่อย่าได้กลัว มันจะปกป้องเ้าจากิญญาร้าย ไม่ใช่ทำร้ายเ้า"
เขาผลักประตูเปิดออกอย่างช้าๆ เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับเก่าแก่ดังก้องไปตามทางเดิน เมื่อประตูเปิดออก หลินซูก็พบกับห้องโถงขนาดเล็กที่มืดสลัว มีเพียงแสงเทียนริบหรี่ไม่กี่เล่มที่ให้ความสว่าง ผนังห้องหนาทึบจนแทบจะกลืนกินทุกเสียงจากภายนอก
ภายในห้องมีกลิ่นธูปเก่าแก่และความชื้นที่อบอ้าว ผนังทั้งสี่ด้านเต็มไปด้วยอักขระและสัญลักษณ์ลึกลับที่สลักอยู่บนหินสีดำ ตรงกลางห้องมีแท่นหินกลมๆ ที่ดูเหมือนจะใช้สำหรับพิธีกรรมบางอย่าง รอบๆ แท่นหินมีเทียนใหญ่ตั้งอยู่เป็วงกลม ส่องแสงริบหรี่ที่ทำให้เงาเต้นระบำไปตามผนัง
ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ภายในห้องนั้นช่างน่าขนลุกและกดดัน จนหลินซูรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดด้วยความกลัว อากาศในห้องหนาทึบและอบอ้าว ทำให้การหายใจลำบาก นางรู้สึกเหมือนถูกแยกออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
"เข้ามาสิหลินซู" จ้าวหลงเอ่ยชวน พลางดึงมือนางให้ก้าวเข้าไปในห้อง "ที่นี่เ้าจะปลอดภัยจากิญญาร้าย ผนังหินศักดิ์สิทธิ์จะปกป้องเ้าจากพลังชั่วร้ายทั้งหลาย"
ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้ามาในห้อง จ้าวหลงก็ปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว เสียงประตูปิดสนิทดังก้องไปทั่วห้อง ราวกับผนึกโลกภายนอกออกไปจากพวกเขา หลินซูรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงที่มืดมิดและเงียบงัน ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจของนางจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
เสียงของเท้าเปล่าบนพื้นหินเย็นเฉียบดังก้องไปทั่วห้อง ทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุกยิ่งขึ้น หลินซูรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในสุสานโบราณที่เต็มไปด้วยิญญาของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
"ข้า...ข้ากลัวเ้าค่ะท่านนักพรต" หลินซูกระซิบเสียงสั่น ร่างกายของนางสั่นเทิ้มด้วยความหวาดผวา "ที่นี่มันน่ากลัวมาก ข้ารู้สึกเหมือนมีตาหลายคู่กำลังจ้องมองข้าอยู่ในความมืด"
"ไม่ต้องกลัว" จ้าวหลงกระซิบตอบ พลางดึงร่างของหลินซูเข้ามากอดอย่างแแ่ "ข้าจะอยู่ตรงนี้ จะเป็เกราะมนุษย์ปกป้องเ้าจากิญญาร้าย ไม่มีสิ่งใดทำร้ายเ้าได้ตราบใดที่ข้ายังอยู่ข้างเ้า"
อ้อมกอดของจ้าวหลงนั้นอบอุ่นและแข็งแกร่ง ทำให้หลินซูรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเล็กน้อย แต่นั่นก็เป็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะมือของจ้าวหลงเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของนางอย่างช้าๆ ััที่แ่เบาแต่เต็มไปด้วยความหมายแฝง ทำให้หลินซูรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง
ความรู้สึกที่คุ้นเคยจากเมื่อคืนกลับมาอีกครั้ง ทำให้หลินซูรู้สึกสับสนระหว่างความกลัวและความปรารถนา นางไม่แน่ใจว่าการัันี้เป็ส่วนหนึ่งของพิธีกรรม หรือเป็สิ่งอื่น
"ิญญาร้ายมันพยายามจะเข้าสิงเ้า" จ้าวหลงกระซิบเสียงพร่าข้างหูของหลินซู ลมหายใจอุ่นของเขาเป่ารดใบหูที่อ่อนไหว "ข้ารู้สึกได้ถึงพลังมืดมิดที่กำลังพยายามครอบงำจิตใจของเ้า ข้าต้องใช้พลังหยางของข้าขับไล่มันออกไป"
หลินซูไม่รู้ว่าสิ่งที่จ้าวหลงพูดนั้นเป็เื่จริงหรือไม่ แต่ความกลัวและความสับสนทำให้เธอไม่สามารถคิดอะไรได้อีกแล้ว เธอได้แต่โผเข้าหาอ้อมอกของจ้าวหลงอย่างเต็มที่ ราวกับว่าเขาเป็ที่พึ่งเดียวของเธอในยามนี้
ในความมืดมิดที่ไร้เสียงจากภายนอก จ้าวหลงไม่ได้รีบร้อนที่จะรุกราน เขากลับใช้ความอ่อนโยนเข้าล่อลวง มือที่แข็งแกร่งของเขาเริ่มลูบไล้แผ่นหลังของหลินซูอย่างแ่เบา ััที่ปลอบประโลมราวกับจะปัดเป่าความกลัวออกไปจากใจนาง
การลูบไล้ของเขาเริ่มจากไหล่ที่สั่นเทิ้มด้วยความกลัว ค่อยๆ เลื่อนลงไปตามสันหลังที่โค้งเว้าอย่างงดงาม นิ้วมือกร้านของเขาัักับิัที่นุ่มนวลผ่านผ้าไหมบางเบา ทำให้หลินซูรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าเล็กๆ ที่แล่นปราดไปตามเส้นประสาท
จากนั้นจึงค่อยๆ เลื่อนลงต่ำไปตามส่วนโค้งเว้าของสะโพกอย่างช้าๆ ไม่ได้บีบคลึงรุนแรง แต่เป็การลูบไล้ที่ชวนให้รู้สึกวาบหวามอย่างประหลาด ทุกการเคลื่อนไหวของนิ้วมือเขาดูเหมือนจะมีจุดประสงค์ เพื่อปลุกเร้าความรู้สึกที่ซ่อนลึกในร่างกายของนาง
ริมฝีปากของเขาไม่ได้ซุกไซร้หิวกระหาย แต่กลับกระซิบถ้อยคำปลอบโยนและเวทมนตร์คาถาที่ฟังดูศักดิ์สิทธิ์ข้างใบหู "โอมมณีปัทเมหุง... ขับไล่ิญญาชั่วร้าย... ปกป้องจิติญญาบริสุทธิ์..." เสียงเขากระซิบเป็จังหวะ สลับกับการจุมพิตแ่เบาที่ขมับและซอกคอ
การจุมพิตเ่าั้อ่อนโยนและอบอุ่น ไม่ได้เร่าร้อนหรือรุกราน แต่กลับทำให้หลินซูรู้สึกผ่อนคลายและเคลิบเคลิ้มไปกับััที่อ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยพลังนั้น นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานที่ปลอดภัยและศักดิ์สิทธิ์
"รู้สึกดีขึ้นไหมหลินซู" จ้าวหลงกระซิบถาม "พลังหยางของข้ากำลังไล่ล่าิญญาร้ายออกจากกายของเ้า เ้าจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย"
หลินซูพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ความรู้สึกกลัวเริ่มลดลง แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคง แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เคยััเมื่อคืนก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง การััอ่อนโยนของจ้าวหลงทำให้นางรู้สึกร้อนวูบวาบและอยากได้มากกว่านี้
จ้าวหลงรู้ดีว่าการจะทำให้นางตกเป็ของเขาอย่างสมบูรณ์นั้น ต้องใช้ความอดทนและศิลปะ เขา้าให้นางหลงใหลในััของเขาจนยากจะถอนตัว ไม่ใช่เพียงแค่ความกลัวหรือความสับสน เขาจะค่อยๆ บ่มเพาะความปรารถนาในตัวนางทีละน้อย จนกว่านางจะโหยหาััของเขาเองอย่างแท้จริง
ในความมืดมิดของห้องลับ ท่ามกลางแสงเทียนที่ริบหรี่ จ้าวหลงเริ่มดำเนินแผนการที่เขาวางเอาไว้ เขาจะทำให้หลินซูยอมจำนนต่อเขาด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่ด้วยการบังคับ และเมื่อนั้นนางจะเป็ของเขาอย่างสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ