จักรพรรดิ์มารมนตราบรรพกาล

    ตอนที่ 6


    ทางด้านหญิงสาวเมื่อรับรู้ได้ว่าโนอาร์ได้อยู่ห่างพอสมควรแล้วนางก็มิได้สนใจเขาอีก และหันมามีสมาธิกับหุ่นไม้ตรงหน้าเพื่อเตรียมตัวสำหรับฝึกฝนการต่อสู้
    เวทย์วายุเกราะทมิฬหญิงสาวใช้เวลาร่ายเวทย์ไม่นานก็บังเกิดออร่าสีเทาครอบคลุมตัวของนางเอาไว้ ส่วนบริเวณรอบๆตัวของหญิงสาวก็มีสายลมพัดวนอย่างรุนแรงราวกับมีมีดสายลมคอยคุ้มกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันจะทำให้ใครก็ตามที่คิดจะเข้ามาใกล้ตัวนางต้องได้บาดเจ็บอย่างแน่นอนก่อนที่จะเข้าถึงตัวของนางได้ 'การควบคุมพลังเวทย์กับความบริสุทธิ์ของพลังเวทย์ ไม่ได้เรื่องเลย มิน่าล่ะ ทำไมจอมเวทย์ยุคนี้ถึงได้ตกต่ำนักที่แท้ก็เพราะเร่งรีบกันเลื่อนระดับพลังมาโดยที่พื้นฐานไม่มั่นคงนี่เอง ช่วงเวลาที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดศาสตร์การฝึกฝนบ่มเพาะจอมเวทย์ถึงได้ตกต่ำถึงเพียงนี้ ' โนอาร์คิดในใจขณะมองดูหญิงสาวผู้ที่กำลังใช้ทวนต่อสู้อยู่กับหุ่นไม้ 'ไม่เพียงแต่การฝึกฝนบ่มเพาะพลังเวทย์ตกต่ำลงเท่านั้น แม้แต่วิชาต่อสู้ก็ยังตกต่ำลงด้วยรึ หรือว่าอาจจะเป็นเพราะนางไร้ความสามารถในการต่อสู้กันแน่ นางกวัดแกว่งทวนเล่นไปมาราวกับคนไม่เคยฝึกใช้มาก่อน แบบนี้เมื่อไหร่จะจัดการหุ่นไม้นั่นได้ล่ะ '
    จนกระทั่ง 1 ชั่วโมง ผ่านไปในที่สุดหญิงสาวก็สามารถจัดการหุ่นไม้ที่เป็นคู่ซ้อมของนางลงได้ ซึ่งสภาพของหุ่นไม้ที่โดนนางจัดการนั้นบอกได้เลยแทบไม่เหลือชิ้นดี ส่วนตัวของหญิงสาวนั้นแม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลยก็ตาม แต่จากเหงื่อที่ปรากฏออกมาจากทางใบหน้ากับท่าทางเหนื่อยหอบนั้นก็สามารถบ่งบอกได้เลยว่านางได้ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อโค่นหุ่นไม้นั่นแล้ว'ข้ายังใช้ไม่ได้ ข้ายังอ่อนแอนัก ข้าจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ ไม่งั้นด้วยพรสวรรค์ของแชลเนีย ไม่นานคงจะต้องเหนือกว่าข้าเป็นแน่' หญิงสาวผมทองคิดในใจด้วยความท้อแท้ แต่ก็ยังคงมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าและไม่ยอมแพ้อยู่ในดวงตาอย่างชัดเจน ก่อนที่นางจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆผ่อนคลายออกมา
    "เจ้าได้อะไรไปบ้างล่ะจากการที่ดูการฝึกซ้อมของข้า" หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามา"มิได้อะไรเลยขอรับ" โนอาร์กล่าวตอบไปตามความจริงเนื่องจากเขาไม่ได้อะไรเลยแม้แต่น้อยนิด แต่หญิงสาวกลับมาเขาด้วยสายตาดูถูกในใจของนางนั้นคิดว่าชายหนุ่มช่างโง่งมยิ่งนัก ทั้งที่มีโอกาศได้เฝ้าดูการต่อสู้ของจอมเวทย์ระดับก่อเกิดอยู่ใกล้ๆ แต่เขากลับไม่ได้อะไรเลย "หึ ไว้สักวันหากเจ้าได้ก้าวเข้าสู่ระดับสัมผัสเวทย์ เจ้าจะเข้าใจว่าวันนี้เจ้านั้นโชดดีแค่ไหน" หญิงสาวพูดก่อนที่จะเดินออกไปจากที่แห่งนี้โดยที่ไม่ได้มองชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย"ขอรับ ขอบพระคุณท่านหญิงมากที่ให้ข้าได้ดูการฝึกซ้อมของท่าน" โนอาร์พูดออกด้วยความนอบน้อม แล้วคิดว่าได้ดูอะไรแบบนี้ฝีมือห่วยๆของเจ้ามันโชดดีตรงไหนกัน
    'ตอนนี้นางไปแล้ว ข้าก็สามารถฝึกฝนต่อได้แล้ว' โนอาร์คิดในใจก่อนที่จะหาที่นั่งทำสมาธิดูดซับกระแสพลังเวทย์ เพื่อฝึกฝนตนเอง และด้วยความรู้กับประสบการณ์ที่เขามีนั้น หากคิดที่จะเลื่อนระดับตอนนี้เลยก็สามารถทำได้ แต่นั่นมันจะทำให้พลังเวทย์ของเขานั้นไม่บริสุทธิ์ ซึ่งจะส่งผลให้รากฐานของเขานั้นไม่ดีและทำให้ภายภาคหน้าตัวของเขาเองก็จะมีคอขวดเหมือนกับจอมเวทย์ในยุคนี้ที่ติดอยู่เพียงแค่ระดับปราชญ์เท่านั้น และจอมเวทย์ในยุคของเขาทั้งหมดไม่ใครโง่พอที่จะเร่งรีบเลื่อนระดับพลังโดยที่รากฐานไม่ดีมากพอแม้แต่คนเดียวโนอาร์ในตอนนี้นั้น มีสมาธิกับการดูดซับกระแสพลังเวทย์เพื่อนำมาสร้างแก่นพลังเวทย์และกลั่นให้พลังเวทย์ของเขาให้บริสุทธิ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นอย่างมาก ซึ่งการชักนำกระแสพลังเวทย์ของโนอาร์นั้นหากมีผู้ใดมาเห็นคงได้แต่ตะลึงอย่างแน่นอนเพราะว่ากระแสพลังเวทย์ที่อยู่รอบๆตัวของโนอาร์นั้นได้หลั่งไหลเข้าไปภายในตัวของเขาอย่างรวดเร็วอย่างไม่ติดขัดเลยแม้แต่น้อย ซึ่งคนที่ทำเช่นนี้ในยุคสมัยนี้ได้หากว่าไม่ใช่จอมเวทย์ที่มีความรู้และมากประสบการณ์เท่านั้นที่ทำเช่นนี้ได้
    เวลาผ่านไป 4 ชั่วโมง โนอาร์ลืมตาขึ้นก่อนที่จะสำรวจตนเองด้วยความพึงพอใจ เนื่องจากพลังเวทย์ภายในแก่นพลังเวทย์ของเขานั้นบริสุทธิ์อย่างมาก แม้จะยังห่างจากระดับสัมผัสเวทย์ขั้นกลางอีกไกลก็ตามที แต่ถ้าเอาไปเปรียบเทียบกับจอมเวทย์ในยุคนี้ที่ศาสตร์ทางเวทย์ตกต่ำลงแล้ว โนอาร์นั้นสามารถพัฒนาตนเองได้รวดเร็วยิ่งนัก
    'ตัวข้าดูดซับกระแสพลังเวทย์ไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย ที่นี่คงต้องใช้เวลาสักพักใหญ่เลยกว่าจะมีกระแสพลังเวทย์เข้ามาเติมเต็มเหมือนเดิม ' โนอาร์คิดเพราะเขาสัมผัสได้ว่ากระแสพลังเวทย์รอบๆตัวของเขานั้นเบาบางเสียจนแทบสัมผัสไม่ได้เลยในตอนนี้ และมันทำให้เขาตระหนักได้ว่าตัวเองนั้นก็ต้องระมัดระวังตัวด้วยเช่นกันเวลาฝึกฝนตนเพราะเขาในตอนนี้ยังไม่มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะปกป้องตัวเองได้
    หลังจากนั้นโนอาร์ก็ออกไปจากสนามฝึกฝนทหารแห่งนี้เพื่อไปหาของกินมาเติมเต็มท้องของตนเองก่อนที่จะกลับไปพักผ่อนที่เล้าหมูแม้ว่าจะไม่ค่อยอยากจะอยู่ที่นี่สักเท่าไหร่ก็ตามที แต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีหลังคาคอยคุ้มหัว และเมื่อเขาตื่นมาในเช้าวันใหม่เขาก็ออกไปทำงานกับพอล หลังจากนั้นก็ไปหาอาหารกิน หาสถานที่ฝึกฝน กินอาหารเย็น พักผ่อน วนเวียนอยู่เช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยู่ถึง 3 เดือน เขาก็สามารถเลื่อนมาเป็นจอมเวทย์ระดับสัมผัสเวทย์ขั้นกลางได้ แต่เขาก็ยังคงปกปิดพลังเวทย์เอาไว้ไม่ให้ผู้ใดรับรู้
    ณ ประตูคฤหาสน์ตระกูลคาร์ตัน"โนอาร์ ช่วงเที่ยงนี้ที่สนามฝึกฝนทหารจะมีการคัดเลือกทาสเพื่อไปรับใช้คุณหนูแชลเนีย กับคุณหนูจูเลีย ที่สถาบันเวทย์ขั้นกลางของเมืองหมอกสีเงิน เจ้าจะไปดูรึเปล่า ข้าตั้งใจว่าจะเสี่ยงดวงไปคัดเลือกดูด้วย" พอลขณะที่กำลังทำความสะอาดอยู่ก็พูดกับโนอาร์"เอ๋ มันเรื่องอะไรกันล่ะนั่น" โนอาร์กล่าวถามไปด้วยความสงสัย"เจ้านี่มันไม่ติดตามข่าวบ้างเลยน๊า คือยังงี้ ตอนนี้คุณหนูทั้งสองเรียนจบจากโรงเรียนเวทย์มนต์ขั้นพื้นฐานแล้ว และพวกนางทั้งสองก็สามารถสอบเข้าเป็นลูกศิษย์ของสถาบันเวทย์ขั้นกลางได้ทั้งสองคนเลยยังไงล่ะ ซึ่งสถาบันเวทย์มนต์ขั้นกลางนั้น ถูกก่อตั้งโดยตรงจากราชสำนักอาณาจักรเอลแครดอีกด้วย ทั้งยังมีสาขาอยู่ทั่วทั้งราชอาณาจักร ผู้ใดสามารถจบมาได้ล้วนมีอนาคตที่สดใสรอคอยอยู่ทั้งนั้น" พอลกล่าวเล่าออกมาด้วยแววตาชื่นชมและปราบปลื้ม"อ๋อ งั้นก็แสดงว่า พวกนางจะต้องเข้าไปอยู่ที่สถาบันนั้นนานเลยสินะ ถึงต้องมีทาสรับใช้ติดตามไปด้วย" โนอาร์ถามด้วยความสนใจ เนื่องจากเขาเริ่มมีความคิดที่จะลงคัดเลือกด้วย เพราะการที่เข้าไปอยู่ในสถาบันเวทย์นั้นแม้จะเป็นเพียงทาสรับใช้ แต่น่าจะมีโอกาศฝึกฝนได้มากกว่าอยู่ในรั้วของตระกูลคาร์ตัน
    "ถูกต้อง ดังนั้นผู้ที่เข้าไปในสถาบันสามารถพาทาสรับใช้ไปได้ 5 คน ซึ่งตระกูลคาร์ตันมีคุณหนู 2 คน ดังนั้นจะมีทาสถึง 10 คนเลยล่ะที่ได้ติดตามไปรับใช้ และทาสที่ไปรับใช้ส่วนมากก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์เวทย์มนต์ด้วย เมื่อไหร่ที่คุณหนูทั้งสองจบจากที่เเห่งนั้น ทาสที่ติดตามไปด้วยก็ล้วนได้เป็นจอมเวทย์และมีตำแหน่งสำคัญของตระกูลกันทั้งนั้น " พอลพูดตอบโนอาร์ โดยที่ประกายตาของเขานั้นมีความหวังอยู่เล็กน้อย
    "ฮ่า ฮ่า ยอดเยี่ยมนัก งั้นข้าก็จะลงสมัครคัดเลือกด้วยดีกว่า" โนอาร์ยิ้มแล้วพูดด้วยอารมณ์ที่ดี แล้วคิดในใจ'เยี่ยม หากได้ไปอยู่ที่นั่นข้าคงจะพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่านี้เป็นแน่ อิสระของข้าก็เยอะกว่า ทำให้ข้าสามารถหาสมุนไพรมาปรุงยาได้ด้วย' "เจ้าลืมคดีของเจ้าไปแล้วรึโนอาร์" พอลกล่าวเตือนโนอาร์"แน่นอนว่าไม่ลืม แต่ข้ามั่นใจว่าคุณหนูแชลเนียคงจะจำข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ และข้าก็คิดว่าจะติดตามไปรับใช้คุณหนูจูเลียคงจะดีกว่าเพราะคุณแชลเนียอารมณ์ร้ายเกินไป" โนอาร์กล่าวตอบพอล"ก็ตามใจเจ้า หวังว่าข้ากับเจ้าคงจะไม่ต้องสู้กันเองนะ" ขณะที่กำลังเก็บของหลังจากที่งานส่วนของเขาเสร็จ"คัดเลือกทาสไปรับใช้ทำไมต้องต่อสู้กันด้วยล่ะ" โนอาร์ถามขณะที่ตนเองก็เริ่มเก็บของด้วยเช่นกัน"เจ้านี่ช่างไม่รู้อะไรเลย หากว่าทาสรับใช้ของคุณหนูอ่อนแอ ก็จะโดนทาสของผู้อื่นรังแก และนั่นมันทำให้คุณหนูของพวกเราต้องขายหน้าน่ะสิ" พอลกล่าวตำหนิโนอาร์ แล้วมองด้วยสายตาดูถูกเล็กน้อย"เช่นนี้นี่เอง ข้าเข้าใจล่ะ ข้าหวังว่าเจ้ากับข้าคงจะได้ไปรับใช้คุณหนูทั้งสอง 2 ด้วยกันอีกนะ " โนอาร์พูดเสร็จเขาก็นำของๆเขาไปเก็บ แล้วไปหาอาหารกินก่อนที่จะไปที่สนามฝึกฝนทหาร