ตอนที่ 19
เมื่อเสร็จกิจกันในห้องน้ำไปอีกสองยก ทั้งสองก็ใช้เวลาใส่เสื้อผ้าอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นแซ็กก็อุ้มร่างอันหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นของสบู่และแชมพูของอีวานก้าวออกมาจากประตูห้องน้ำมุ่งหน้าไปยังเตียงนอนนุ่มๆ ของเขาด้วยฝีเท้าอันมั่นคง
“สบายตัวไหมครับ?” แซ็กยักคิ้วถามคนในอ้อมแขนกวนๆ แล้ววางอีวานนอนลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล
“อืม ก็ดี” อีวานปล่อยแขนที่คล้องคอแซ็กออก จากนั้นก็แผ่แขนทั้งสองข้างลงบนเตียงด้วยท่าทางอันผ่อนคลาย
“นายควรจะขัดขืนหน่อยสิ” แซ็กกอดอกถลึงตามองคนที่นอนสบายอยู่บนเตียงพลางบ่นอุบอิบไปด้วย
“โตๆ กันแล้ว จะขัดขืนไปทำไม มานอนนี่สิ” อีวานตบที่ว่างข้างตัวซึ่งเป็ตำแหน่งที่แซ็กนอนเมื่อเช้าเบาๆ พลางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันราบเรียบ
อีวานยอมรับว่า เขาไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายมาก่อน แต่ชายหนุ่มอย่างเขาก็โตพอที่จะรู้ว่าเซ็กส์เป็เครื่องมือช่วยผ่อนคลายชนิดหนึ่ง
ถึงจะต้องอยู่ข้างล่างก็เถอะ แต่ทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อทางสรีรวิทยาแล้วเขาตัวเล็กกว่าแซ็ก แถมยังเป็ผู้ชายประเภทที่มีโครโมโซมเอ็กซ์เยอะกว่าโครโมโซมวาย
“ฉันต้องทำมื้อเช้า” แซ็กยู่หน้าเอ่ยตอบพลางหันกายเตรียมจะก้าวไปยังโซนครัวเพื่อทำมื้อเช้าเหมือนกับทุกวัน
“ไว้ค่อยทำ มานอนเป็เพื่อนฉันก่อน” อีวานเอ่ยเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าสว่างที่มีประกายของความขุ่นมัวจางๆ มองไปยังแผ่นหลังของแซ็กไปด้วย
สุ้มเสียงที่ดูจะตึงหน่อยๆ ของอีวานทำให้แซ็กต้องหยุดฝีเท้าราวกับว่า ถูกกดปุ่มพอซแทบจะทันที
“นายคงจะไม่จับฉันกดใช่ไหม?” แซ็กหมุนกายกลับมายักคิ้วพลางเอ่ยถามคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าทะเล้น
“ฉันเหนื่อยแล้วไม่มีแรงหรอก อีกอย่างคนที่กดน่ะมันนายไม่ใช่เหรอ?” อีวานหัวเราะขัน เขานึกถึงััของแก่นกายอันใหญ่โตขยับเข้าออกภายในช่องทางรักสีหวานของเขาที่ยังคงแจ่มชัดอยู่ในห้วงความคิดไปด้วย
“ก็ได้ ผมผิดเองครับ” ถ้อยคำหยอกเอินของอีวานทำให้แซ็กต้องยอมจำนนต่อหลักฐาน ทำให้เด็กหนุ่มร่างใหญ่ แต่ใจเป็ชายหนุ่มโตเต็มวัยะโขึ้นเตียงไปอย่างว่าง่าย
“เฮ้อ นายน่ะเฮงซวยรู้ตัวไหม?” ยังไม่ทันที่แซ็กจะได้เขินอายอย่างเต็มรูปแบบ อีวานก็เอ่ยเสียงขรึมขึ้นมาขัดอารมณ์เสียก่อน
“โอเค กลับมาหยาบคายอีกละ ถามจริงเถอะ นายโกรธอะไรฉันแต่เช้า?” แซ็กผุดลุกขึ้นมานั่งบนเตียงพลางถลึงตาเอ่ยถามคนที่นอนสบายอยู่ข้างกันด้วยสีหน้าฉุนๆ ที่มีประกายของความไม่เข้าใจเจืออยู่
ให้ตายสิ ถ้ารู้ว่าจะเอาใจยากแบบนี้ เขาไม่น่าหวังดีช่วยเช็ดตัวแถมยังใส่ชุดให้เลยจริงๆ!
“เื่แย่ๆ ที่นายทำเอาไว้ทั้งนั้นแหล่ะ” อีวานหันมาเอ่ยกับแซ็กนิ่งๆ พลางนำฝ่ามือขึ้นมาประสานกันบนหน้าท้องด้วยท่าทางสงบที่ทำให้แซ็กรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน
“ตอนนี้ฉันก็กำลังชดเชยอยู่ไม่ใช่เหรอไง อีกอย่างเื่ในอดีตน่ะ นายช่วยลืมๆ มันหน่อยได้ไหม” แซ็กทิ้งตัวลงนอนข้างกับอีวาน จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นมากุมหน้าผากพลางยู่หน้าทวงความยุติธรรมให้ตัวเองไปด้วย
“พูดง่ายจังนะ ใครจะลืมเื่แย่ๆ ที่เคยโดนนายรังแกลงล่ะ” อีวานหัวเราะในลำคอพลางเค้นยิ้มตอบแซ็กไปด้วยสุ้มเสียงนิ่งๆ
“ก็ตอนนั้นฉันยังเด็ก…เลยไม่รู้จะทำให้นายสนใจยังไง” แซ็กงึมงำในลำคอด้วยความจนใจ กระนั้นแล้วคนหูดีอย่างอีวานก็ได้ยินอยู่ดี
“อย่ามาอ้าง ความเฮงซวยน่ะไม่มีคนดีๆ ที่ไหนพกมาั้แ่เกิดหรอก เอาเป็ว่านายจะโดนแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าฉันจะรู้สึกดีขึ้น และนายก็ทำได้แค่ต้องชดเชยให้ฉันอย่างอดทนแบบนี้เท่านั้น" อีวานได้แต่ถอนหายใจพลางเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยสุ้มเสียงสบายๆ แต่กลับแฝงไปด้วยความเผด็จการอย่างเห็นได้ชัด
แซ็กได้แต่ทำใจรับโทษไป ถึงแม้ว่าลึกๆ แล้วเขาจะไม่ค่อยยินยอมเท่าไหร่ก็ตาม
ถ้าอีวานว่ามาอย่างนั้น แล้วเขาจะไปคัดค้านอะไรได้อีก…ในเมื่อตอนนี้ตัวเขาเองก็แทบจะเป็เบ๊ของอีวานอย่างเต็มตัวไปแล้ว
แซ็กยอมรับชะตากรรมอันน่าเวทนาของตัวเอง ขณะที่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาเลื่อนไปมองใบหน้าอันหล่อเหลาของคนที่นอนอยู่ข้างกันด้วยสายตาทะเล้น
“นี่” แซ็กเอ่ยอย่างอารมณ์ดีพลางสะกิดคนที่นอนสบายอยู่ข้างกันเบาๆ
“อะไร?” อีวานเอ่ยถามอย่างงุนงงพลางปัดมือของแซ็กเป็เชิงว่า อย่ารบกวนความสงบของเขาไปด้วย
“ได้ระบายออกมาแบบนี้ รู้สึกดีขึ้นไหม?” แซ็กเอียงคอเล็กน้อย เขาขยิบตาให้อีวานพลางเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงกวนๆ แต่กลับทำให้อีวานพูดไม่ออก
“...หึ รู้มากจริงนะ” อีวานได้แต่พ่นลมหายใจออกมาพลางเอ่ยเสียงขรึมแล้วหันหน้าไปอีกทางเมื่อถูกรู้ทัน
เย็นวันนั้น มาร์แชลยังคงแวะมาสมทบที่ครัวของบ๊อบบี้เหมือนกับทุกวัน
หลังจากบ๊อบบี้นำอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะได้สักพัก แซ็กก็หันไปสบตากับอีวานที่กำลังตักเนื้อปลาอบโดยพยายามเลี่ยงสมุนไพรซึ่งอยู่บนจานแล้วถอนหายใจออกมา จากนั้นเขาก็มองไปยังมาร์แชลที่กำลังเคี้ยวปลาอบด้วยสีหน้าฟินๆ พลางหวนนึกไปถึงมิตรภาพอันยาวนานกว่าแปดปีของพวกเขา แล้วจึงตัดสินใจเล่าเื่ที่พบร่างของตัวเองนอนเป็ผักอยู่ที่โรงพยาบาล โดยไม่ลืมที่จะเอ่ยถึงเื่ที่เขากลับเข้าร่างไม่ได้ให้ท่านเทพบ๊องฟังด้วย
“ผมว่ามันต้องมีปัญหาอะไรสักอย่าง” มาร์แชลมุ่นคิ้วด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากลพลางเอ่ยขรึมในแบบที่แซ็กกับอีวานไม่เคยได้ยินมาก่อน
อาจเป็เพราะมาร์แชลเป็เทพได้เพียงแค่ร้อยปีเศษ จึงทำให้มีหลายอย่างที่เขายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ กระนั้นแล้วเขาก็เคยได้ยินเทพาุโองค์หนึ่งเอ่ยว่า ‘ร่างกายสัมพันธ์กับดวงิญญาเสมอ’ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงพอจะมองเห็นเค้าลางความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับแซ็ก
มาร์แชลไม่แน่ชัดว่า ความผิดปกติที่ว่านั่นอยู่ตรงไหน เพราะเื่นี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ร่างกายสัมพันธ์กับดวงิญญา และ คนที่ชอบอ่านแต่บทกวีอย่างเขาก็แทบจะไม่มีความรู้ลึกซึ้งในเื่นี้เลย
“ฉันก็คิดแบบนั้น” อีวานเขี่ยผักที่ติดอยู่บนเนื้อปลาออกพลางเอ่ยเสียงขรึมไปด้วย
“สงสัยิญญาคงจะหลุดออกมานานเกินไป เลยกลับเข้าไปไม่ได้มั้ง ยังไงก็ช่างมันเถอะ” แซ็กถอนหายใจออกมา จากนั้นจึงยักไหล่เอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ด้วยท่าทางอันผ่อนคลายราวกับว่า มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
อีวานเลื่อนสายตาไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามนิ่งๆ จากนั้นจึงหลุบตาลงตักเนื้อปลาอบสมุนไพรไปใส่จานของอีกฝ่ายเป็การปลอบใจ
“ว่าแต่่นี้เป็ไงบ้างครับ?” ท่าทางแสดงความห่วงใยของคุณแม่ที่มีต่อพ่อทำให้มาร์แชลเอ่ยถามอย่างทะเล้นด้วยดวงตาที่เป็ประกาย
“มันเป็เื่ของพวกเราไม่เกี่ยวกับนาย” อีวานเอ่ยปัดเสียงเรียบ จากนั้นจึงจิ้มเนื้อปลาที่เขาเขี่ยผักออกมาเมื่อครู่เข้าปากด้วยท่าทางอันนิ่งขรึม
“จะไม่เกี่ยวได้ไง เื่ของพ่อกับแม่ ผมก็มีสิทธิ์จะรู้นะ” มาร์แชลยู่ปากพลางเอ่ยอย่างน้อยอกน้อยใจโดยไม่วายกล่าวถึงสถานะพ่อแม่ลูกของพวกเขาไปด้วย
“ถ้าเขาบอกว่า ไม่เกี่ยวกับนายก็คือไม่เกี่ยวกับนายไง เอ้า กินนี่ซะ” แซ็กกลอกตาพลางตักมันบดแสนอร่อยยัดเข้าปากเ้าลูกชายอย่างเผด็จการ
“จะว่าไปแล้ว ถ้าทุกคนมีโซลเมท แล้วโซลเมทของนายอยู่ที่ไหน?” อีวานเปลี่ยนเื่ไปถามมาร์แชลด้วยสีหน้าความใคร่รู้ จากนั้นเขาก็เขี่ยผักออกแล้วตักน้ำแกงซุปผักรสอร่อยในชามเข้าปาก พาให้แซ็กที่แอบมองพฤติกรรมแปลกๆ ของเขาอยู่ขมวดคิ้วแน่น
“อยู่นั่น” มาร์แชลกลืนมันบดที่แซ็กยัดเข้าปากลงท้องไป แล้วชี้นิ้วลงไปยังพื้นกระเบื้องสีน้ำตาลอันสะอาดสะอ้านไปด้วยท่าทางสบายๆ
“นรก?” ดวงตาสีฟ้าสว่างของอีวานหลุบมองพื้นกระเบื้องอันสะอาดไร้ฝุ่นแล้วทวนถามเสียงเรียบ
“แต่นายเป็เทพ เดี๋ยวนะ พวกนายแยกกันแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?” แซ็กมองมาร์แชลอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองพลางเอ่ยถามเสียงหลงไปด้วย
ถึงแม้ว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่ที่มิติกึ่งกลางมานาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าใจกฎ์เหมือนกับเทพอย่างมาร์แชล
“ถ้าเป็เมื่อหลายร้อยปีก่อนก็คงไม่ได้หรอกครับ แต่์ขาดคนเพราะไม่มีใครทำกุศลมากพอที่จะได้ขึ้นไป ถึงได้รับคนทำกุศลแบบเราโดยไม่จำเป็ต้องรอให้โซลเมทชดใช้กรรมและกลับไปสั่งสมกุศลที่โลกคนเป็เหมือนเมื่อก่อน” มาร์แชลเอ่ยหลักการของ์ให้ทั้งสองฟังคร่าวๆ จากนั้นก็ใช้ทัพพีขนาดเล็กตักซุปผักเติมใส่ชามของตัวเองไปด้วย
“แบบนี้มันไม่ผิดหลักการของแท่นตัดสินชะตาเหรอ?” อีวานเอนหลังไปพิงกับพนักเก้าอี้พลางเอ่ยถามด้วยความสนใจ
“ปกติดวงิญญาก็จะเข้าแท่นตัดสินกันเป็คู่ๆ แต่สำหรับกรณีนี้์ขอความร่วมมือจากมิติกึ่งกลางและนรกเลยไม่มีปัญหา” มาร์แชลเอ่ยยิ้มๆ พลางคนซุปผักที่อยู่ในชามของตัวเองไปด้วย จากนั้นก็ตักซุปเข้าปากด้วยท่าทางสบายอารมณ์
เทพ์ทุกองค์รวมทั้งเทพี้เีอย่างเขาย่อมรู้หลักการของแท่นตัดสินชะตาดีกว่าใคร ซึ่งก็รวมถึงหลักการที่ว่า แท่นตัดสินชะตาคงอยู่เพราะวิถีแห่งเส้นทางิญญา โดยมีความเกี่ยวพันกับนรก ์ และมิติกึ่งกลางที่มีหน้าที่ นำทางิญญาจากโลกคนเป็ไปรับผลของการกระทำของตัวเองตามเงื่อนไขของความตระหนักรู้ของดวงิญญานั้นๆ และวิถีดังกล่าวจำเป็จะต้องมีทั้งสามส่วนเพื่อคงไว้ซึ่งสมดุลของเส้นทางิญญา
หาก์มีิญญาน้อยกว่าสมดุล ดวงิญญาบนนรกและโลกคนเป็ก็จะมีมากเกินไป ทำให้วิถีิญญาไม่สมดุลเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้การตัดสินเื่การเพิ่มประชากรให้์จึงเป็หน้าที่ของนรกและมิติกึ่งกลางที่มีประชากริญญาเกินจำกัดร่วมกันตัดสิน
“เปิดหูเปิดตาจริงๆ” อีวานเอ่ยเสียงเรียบพลางพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงยกเบียร์ขึ้นมาจิบด้วยท่าทางอันผ่อนคลาย
“ก็นะ หน้าที่ของคุณพ่อรอบนี้ก็ดูเหมือนว่า ใกล้จะสำเร็จแล้ว เหลือแค่ฟังผลการตัดสินของคุณแม่ในครั้งนี้เท่านั้นเอง” มาร์แชลเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันมีชีวิตชีวาพลางจิ้มเนื้อปลาบนจานของตัวเองแกว่งไปมาด้วยท่าทางกวนโอ๊ย
“พูดอะไรของนาย?” แซ็กที่นั่งกินไปพลางฟังมาร์แชลกับอีวานคุยกันไปพลางกลืนเนื้อปลาอบสมุนไพรแสนอร่อยลงท้อง แล้วมุ่นคิ้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับคุณพ่อ ก็มีแต่พ่อคนเดียวนั่นแหล่ะที่ยอมรอคุณแม่แบบนี้ ทั้งที่ตัวเองมีสิทธิ์ขึ้น์ไปพร้อมผมแล้วแท้ๆ” สีหน้ามึนงงอันน่าขันของผู้เป็พ่อ ทำให้มาร์แชลต้องเอ่ยด้วยท่าทางอันน่าหมั่นไส้ พาให้คนฟังรู้สึกหัวจะปวดหัวขึ้นมาพร้อมกัน
“พูดไปเรื่อยนะนายเนี่ย!” แซ็กพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหน่ายใจกับความเพ้อเจ้อของเทพบ๊อง จากนั้นจึงยกเบียร์ขึ้นมาซดเสียงดังเป็การเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
อีวานยิ้มขันพลางหลุบตาลงมองชามซุปผักของตัวเอง ขณะที่มาร์แชลทำหน้ายู่ด้วยความน้อยใจที่ผู้เป็พ่อแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ไม่สนใจความหลังของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
‘มิติกึ่งกลางสร้างกายเนื้อชั่วคราวขึ้นมาปกป้องิญญาจากการแตกสลายในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับอันตรายร้ายแรงที่มีความเสี่ยงสูง…’
อีวานนั่งอ่านหนังสือเื่น่ารู้ของมิติกึ่งกลางอยู่บนโซฟาสีเหลืองสดใสภายในห้องของพวกเขา
ชายหนุ่มทอดสายตามองข้อความในหนังสือ ขณะที่ในหัวกลับเอาแต่คิดถึงใบหน้าของมาร์แชลที่มีร่องรอยของความน้อยใจอยู่จางๆ ตอนที่บ่นอุบอิบเมื่อถูกแซ็กตัดบทเมื่อ่เย็น
‘ไม่ได้พูดไปเรื่อยสักหน่อย ก็เข็มทิศในชาตินี้ของพ่อมีหน้าที่นำทางให้พ่อคิดหาทางให้คุณแม่เกรงกลัวต่อบาปนี่นา’
ดวงตาสีฟ้าสว่างเลื่อนไปมองคนที่กำลังนั่งเล่นโซ่ข้อมืออยู่บนเตียงด้วยสายตาครุ่นคิด อีวานไม่อยากจะยอมรับว่า แซ็กเป็คนดีอะไรแบบนั้นหรอก แต่หากจะให้ย้อนนึกกลับไป
…เขาก็ยังมองไม่เห็นความดีในอดีตของไอแซ็กเวอร์ชันมัธยมปลายอยู่ดี!
อีวานกระตุกยิ้มบางๆ จากนั้นก็วางหนังสือลงข้างตัวแล้วก้าวเท้าขึ้นเตียง เขาตัดสินใจเลือกที่จะหยุดคิดเื่ที่ทำใจยอมรับยากเสียตรงนี้ แล้วพุ่งไปหาสิ่งที่ช่วยคลายเครียดแทน
“อะไรของนาย?” เมื่อร่างของอีวานโถมลงมาทับบนตัก ทำให้แซ็กที่ยังไม่รู้ชะตาของตัวเองต้องหันมาเอ่ยถามด้วยสายตางุนงง
“อย่าพูดมากน่ะ” อีวานเอ่ยด้วยสุ้มเสียงนิ่งๆ จากนั้นก็เคลื่อนท่อนแขนสีขาวสว่างทั้งสองข้างไปโอบรอบคอแกร่งของแซ็กเอาไว้หลวมๆ
“เฮ้ นายไม่ได้โดนยาใช่ไหม?!” เมื่อถูกรุกโดยไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ แซ็กก็ได้แต่อุทานพลางเอี้ยวตัวหนีไปด้านหลัง
“อย่าพูดอะไรงี่เง่า!” อีวานดึงลำคอแกร่งของแซ็กมาประชิดกับใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอย่างแรงพลางเอ่ยปรามเสียงเข้มไปด้วยดวงตาที่เป็ประกายวาววับ
“นายอยาก?” แซ็กกลั้นใจถาม ขณะที่เขาเลื่อนสายตาจากดวงตาสีฟ้าสว่างของอีวานลงไปมองริมฝีปากสีชมพูจางๆ อันสุดแสนจะเซ็กซี่อย่างลึกซึ้ง
“ไม่ต้องถาม” ว่าแล้วอีวานก็เคลื่อนริมฝีปากสีชมพูอันได้รูปที่แซ็กเอาแต่จดจ้องอยู่ประทับจุมพิตกับริมฝีปากหยักของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
การจู่โจมอย่างกะทันหันของอีวานทำให้แซ็กปล่อยโซ่ในมือลงบนเตียงทันที เขาโอบเอวของอีวานเอาไว้ ขณะที่เรียวลิ้นของเขากำลังพัวพันกับเรียวลิ้นบางๆ อันนุ่มนิ่มของคนที่นั่งอยู่บนตักด้วยความหลงใหล
ใช้เวลาไม่นานเสื้อผ้าของทั้งสองก็ถูกถอดเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น อีวานปล่อยให้แซ็กใช้นิ้วมือทั้งสามขยายช่องทางด้านหลังพลางแอ่นอกให้ริมฝีปากหยักของอีกฝ่ายหยอกเย้าจุดอ่อนไหวบริเวณยอดอกด้วยความกระสัน
“อืม กัดแรงหน่อย อ๊ะ” อีวานกัดปากครางเสียงหวิวพลางเร่งเร้าแซ็กที่กำลังขบเม้มยอดอกสีชมพูอันชุ่มฉ่ำของเขาให้แรงขึ้นไปด้วย
“นายเป็พวกชอบความรุนแรงสินะ” แซ็กเอ่ยเย้าด้วยสุ้มเสียงกวนๆ พลางตวัดลิ้นรัดรึงยอดอกที่แข็งเป็ไตของอีวานเป็การเย้าแหย่ ขณะที่นิ้วมือของเขายังคงชำแรกเข้าออกภายในเส้นทางรักชื้นๆ อันคับแน่นที่ขมิบรับอยู่เบื้องล่างไปด้วย
“ฮะ ฮะ เปล่า อ๊ะ” อีวานครางสลับปฏิเสธด้วยความกระสันเสียจนเสียงสั่น ขณะที่ฝ่ามือสีขาวสว่างขยุ้มผมของแซ็กไปด้วย
สุ้มเสียงอันเซ็กซี่ของอีวานทำให้แซ็กนึกมันเขี้ยวขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงขบฟันลงบนยอดอกที่แข็งเป็ไตไปหนึ่งทีจนเป็รอยฟัน
อีวานหดหน้าท้องด้วยความรู้สึกวาบหวาม อาจเป็เพราะสมัยยังมีชีวิตอยู่เขาไม่เคยขึ้นเตียงกับผู้ชายมาก่อน การถูกแซ็กเล้าโลมแบบนี้จึงเป็ััเสียวซ่านอันแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยประสบมาก่อน
“เข้าไปนะ” เมื่อเส้นทางอันชื้นแฉะพร้อมแล้วสำหรับการรองรับแก่นกายของเขา แซ็กจึงถอนนิ้วทั้งสามออกมาประคองแก่นกายใหญ่ไปถูกไถกับช่องทางรักสีเรื่อแทน
“อืม เร็วเข้า อ้ะ ฮ๊ะ” อีวานกัดปากแน่นพลางเอ่ยเร่งเสียงต่ำไปด้วยเพราะทนความรู้สึกวาบหวามที่แผ่ซ่านบริเวณท้องน้อยไม่ไหว พาให้แซ็กต้องรีบเสือกกายเข้าไปในช่องทางสีหวานอย่างหน้ามืดทันที
ในยามที่แก่นกายอันใหญ่โตของแซ็กชำแรกเข้าไปก็ถูกช่องทางสีหวานขมิบต้อนรับเสียแน่น พาให้ใบหน้าของแซ็กแดงเถือกด้วยความกระสัน
หากปล่อยให้อีวานทำตามใจแบบนี้ มีหวังเขาได้เสร็จั้แ่ยังไม่ทันได้เริ่มเป็แน่!
“อย่ารัดแน่นนักสิ!” แซ็กเอ่ยเสียงต่ำพลางคว้าขาอ่อนของอีวานมาพาดลงบนแขนทั้งสองข้างเพื่อให้ช่องทางรักของอีกฝ่ายคลายความคับแน่นลงบ้าง จากนั้นก็กระแทกกายเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
ทุกครั้งที่แก่นกายใหญ่กระแทกเข้าในช่องทางรักก็สะกิดโดนจุดอ่อนไหวตามผนังสีอ่อนไปด้วย พาให้อีวานเสียวกระสันจนแทบจะคิดอะไรไม่ออกนอกจาก้าให้อีกฝ่ายบดเบียดและหลอมรวมไปกับตนให้มากขึ้นและมากขึ้น
“ฮ้ะ ฮ๊ะ แรงหน่อย อ๊ะ อ๊ะ เร็วเข้า อ๊ะ” อีวานได้แต่โอบลำคอแกร่งที่ชื้นเหงื่อเอาไว้แน่นพลางครางเสียงหวานด้วยความกระสัน โดยไม่วายที่จะเอ่ยกระตุ้นแซ็กเสียงสั่นไปด้วย
แซ็กคลี่ยิ้มอันหล่อเหลาออก จากนั้นเขาก็ออกแรงกระแทกหนักๆ เข้าไปอย่างบ้าคลั่งตามความ้าของอีวาน พาให้อีวานครางไม่รู้ศัพท์ราวกับคนเสียสติ
“จูบที” แซ็กมองใบหน้าอันแดงก่ำของอีวานด้วยความหลงใหล เขาค่อยๆ เคลื่อนริมฝีปากไปขบเม้มใบหูอันนุ่มนิ่มของอีวานอย่างแ่เบา จากนั้นจึงกระซิบเสียงอ้อนไปด้วย
“อ๊ะ อ๊ะ อ้ะ จุ๊บ จุ๊บ” อีวานครางเสียงหวาน ดวงตาสีฟ้าสว่างที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาเลื่อนไปมองริมฝีปากหยักบนใบหน้าอันหล่อเหลาของแซ็ก เสี้ยวลมหายใจต่อมาชายหนุ่มก็ดึงคอของคนขี้อ้อนมาประทับจูบอย่างดูดดื่ม พาให้เกิดเสียงอันเปียกแฉะจากของเหลวที่พวกเขากำลังแลกเปลี่ยนกันดังขึ้นมาเป็ระยะ
เรียวลิ้นของพวกเขาพัวพันกันอย่างอ่อนหวานกว่าที่ผ่านมา ขณะที่จังหวะรักของพวกเขากลับร้อนแรงไม่เปลี่ยนแปลง แก่นกายของแซ็กยังคงบดขยี้จุดอ่อนไหวที่อีวานโปรดปรานนักหนาเป็การเอาอกเอาใจโดยมีช่องทางรักสีหวานอันชื้นแฉะขมิบรัดท่อนเอ็นอันใหญ่โตเป็จังหวะ ซึ่งเป็การตอบรับการรุกรานอันหรรษานี้อย่างยินยอมพร้อมใจ
ติดตามตามอ่านได้ทุกวันศุกร์ และ วันเสาร์ เวลา 20.30 จ้า
สำหรับใครรอไม่ไหว ดำเนินเื่ถึง หน้า 211 (หน้า 216 แบบรวมปก) ในฉบับ ebook นะคะ