ตอนที่ 24 ยังดีที่เขา ‘แต่ง’ ออกไปแล้ว
เมื่อลู่โจวกลับมาถึงบ้านตระกูลลู่ ตอนนั้นบรรดาคนรับใช้กำลังทำความสะอาดบ้าน
ป้าหวังเห็นลู่โจวกลับมาก็รู้สึกเหมือนเห็นหลานชายแท้ๆ ของตัวเอง รีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยใบหน้ายินดี “เสี่ยวโจว กลับมาแล้วเหรอ คุณนายกับคุณหญิงผู้เฒ่ากำลังรอกินมื้อกลางวันอยู่ในห้องโถงนะคะ”
ลู่โจวถามด้วยรอยยิ้ม “มื้อนี้เป็อาหารจานด่วนเหรอครับ”
ป้าหวังถูกเขากระเซ้าก็ขำ “ไม่ใช่ๆ เป็อาหารที่คุณชายชอบทั้งนั้น”
“งั้นผมก็โชคดีแล้ว” ลู่โจวเดินเข้าไปในห้องโถง เห็นว่าภายในบ้านถูกเก็บกวาดจนสะอาดโล่ง เหลือเพียงชุดโซฟาหรูที่เพิ่งซื้อใหม่ตั้งอยู่กลางห้องโถง เขาเงยหน้าขึ้นเรียกไปทางชั้นบน “คุณปู่ คุณย่า คุณแม่ ผมกลับมาแล้ว”
“ลูก ลูกกลับมาแล้ว แม่คิดถึงลูกแทบแย่” เจียงหว่านเป็คนแรกที่วิ่งลงมา เธอพุ่งเข้ากอดเขาด้วยความดีใจ “ไม่เลวๆ ไม่ได้ผอมลงเพราะอดข้าว หน้าตาก็ดูสดใส แสดงว่าที่บ้านตระกูลลี่ดูแลลูกดีมาก อ้อ ผานม่อกับผานสื่อไปไหน ทำไมไม่กลับมาด้วยกัน แล้วทำไมวันนี้ลูกแต่งตัวเป็ทางการจัง”
ลู่โจวตอบ “วันนี้ผมไปจดทะเบียนสมรสกับหนานเสวียน ก็เลยต้องแต่งตัวให้สุภาพหน่อย”
“จริงเหรอ” เจียงหว่านดีใจมาก “พวกลูกจดทะเบียนสมรสกันแล้วเหรอ ดีจริงๆ พอเห็นลูกตกลงปลงใจกับเขา พวกเราก็วางใจได้แล้ว แล้วเขาล่ะ ทำไมไม่มาด้วย”
“เขามีงานที่กองทัพ มาไม่ได้ครับ”
เจียงหว่านรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง
ลู่ซื่อเหยียนเดินลงมาจากชั้นบนพลางกล่าว “เสี่ยวโจว ถ้าพันตรีลี่กลับจากกองทัพเมื่อไร ต้องพาหลานเขยมากินข้าวที่บ้านสักมื้อนะ”
“ได้ครับ”
สืออินที่เดินตามลงมาเห็นใบหน้าสดใสของหลานชายตัวเองก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ “การแต่งงานครั้งนี้ดูท่าจะเหมาะสมกันจริงๆ”
ลู่ซื่อเหยียนเองก็ดีใจที่เห็นหลานชายมีชีวิตที่ดี จึงสั่งให้ป้าหวังยกอาหารขึ้นโต๊ะ
ลู่ถงซังพ่อของลู่โจว รวมถึงพี่สาวสองคนและน้องชายสองคนของเขาต่างก็ทำงานอยู่ที่บริษัท ตอนกลางวันจึงไม่ได้กลับมาทานข้าวที่บ้าน ดังนั้นมื้อนี้จึงมีเพียงพวกเขาสี่คน
หลังจากทานอาหารเสร็จ ลู่โจวก็เอ่ยปากขอชะตาแปดอักษรจากเจียงหว่าน
เจียงหว่านชะงักเล็กน้อย “ลูกจะเอาชะตาแปดอักษรไปทำอะไร”
ลู่โจวพูด “ทางตระกูลลี่ขอมา บอกว่าใกล้ถึงวันแต่งงานของผมกับหนานเสวียนแล้ว จำเป็ต้องใช้ชะตาแปดอักษรไปคำนวณครับ”
เจียงหว่านกับสืออินสบตากัน ก่อนจะหันไปมองลู่ซื่อเหยียน
ลู่ซื่อเหยียนลุกขึ้นเอ่ย “เดี๋ยวปู่ไปเอาชะตาแปดอักษรของหลานมาให้”
หลังจากเขาเดินออกไป ลู่โจวก็หาเื่ชวนแม่กับย่าคุยแล้วถามว่ามีใครรู้ชะตาแปดอักษรของเขาบ้าง
เจียงหว่านกับสืออินไม่ได้คิดอะไร จึงเล่าเื่ในอดีตให้ฟัง
ตอนที่เจียงหว่านคลอดลู่โจว เธอให้หมอมาทำคลอดที่บ้าน นอกจากคนในตระกูลลู่แล้ว ก็มีเพียงพ่อแม่ของเธออยู่ด้วย ส่วนคนอื่นๆ จากตระกูลเจียงเดินทางมาถึงในวันรุ่งขึ้น
เมื่อลู่โจวได้ข้อมูลที่้าแล้ว เพื่อไม่ให้ปู่ย่าและแม่ต้องสั่งอาหารจากข้างนอกในตอนเย็น เขาจึงบอกว่ามีธุระและขอตัวกลับคฤหาสน์ตระกูลลี่ก่อน
หลังจากเขาออกไปแล้ว เจียงหว่านก็รีบหันไปถามลู่ซื่อเหยียนทันที “พ่อเอาชะตาแปดอักษรของเสี่ยวโจวให้ตระกูลลี่แบบนี้จะดีเหรอคะ”
ลู่ซื่อเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เธอเองก็เคยไปบ้านตระกูลลี่มาแล้ว น่าจะรู้ว่าพวกเขาไม่ธรรมดา เสี่ยวโจวมีสภาพแบบนี้ เธอคิดว่าจะปกปิดพวกเขาได้จริงๆ เหรอ คิดว่าแค่ชะตาแปดอักษรปลอมๆ จะหลอกพวกเขาได้หรือไง”
สืออินตบหลังมือเจียงหว่านเบาๆ เพื่อปลอบใจ “ตระกูลลี่เป็ตระกูลทหารที่ซื่อสัตย์และยุติธรรม พวกเขาไม่มีทางทำอะไรที่ไม่เป็ผลดีกับเสี่ยวโจวแน่นอน เธอสบายใจเถอะ”
เจียงหว่านพยักหน้า
ทันใดนั้นก็เกิดเสียง ‘ปัง’ ดังสนั่น ขาทั้งสี่ข้างของโซฟาหักกระเด็นออกจากตัวโซฟา
ทั้งสามคนที่นั่งอยู่บนโซฟาใจนตัวแข็งทื่อ เกือบจะหัวใจวายตาย
ลู่ซื่อเหยียนกระตุกมุมปาก “เมื่อกี้เสี่ยวโจวนั่งโซฟาตัวนี้ใช่ไหม”
เจียงหว่านยังไม่หายใ “ใช่ค่ะ เขานั่งมาก่อน”
สืออินถอนหายใจ “ฉันจำได้ว่าโซฟาชุดนี้รับประกันหนึ่งปีนะ”
“เดี๋ยวฉันโทรให้พวกเขามาซ่อมเดี๋ยวนี้ค่ะ”
เจียงหว่านรีบลุกไปหาหมายเลขโทรศัพท์จากบัตรรับประกัน
“คราวหน้าซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องเลือกแบบที่รับประกันหลายๆ ปี” ลู่ซื่อเหยียนพูดขณะให้คนรับใช้พยุงขึ้นจากโซฟาที่พัง “ยังดีที่เขา ‘แต่ง’ ออกไปแล้ว ไม่อย่างนั้น ต่อให้ตระกูลลู่ของพวกเรารวยแค่ไหนก็คงซื้อเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่ไม่ไหว”
คนรับใช้ “...”