บทที่122
ปะทะกันบริเวณชายป่า
ณ บริเวณชายป่า
ห่างออกมาจากบริเวณกระท่อมที่มีพวกทหารกำลังจัดการกับพวกผึ้งหยกที่มันกำลังเล่นงานกับพวกเขาอยู่ประมาณนึง
ร่างของไป๋เฟิ่งกระโดดตามร่างของบุรุษผู้นั้นที่ถอยห่างออกมาจากจุดนั้นไล่ตามมาสักพักจนทั้งสองนั้นมาอยู่ตรงบริเวณลานกว้างแห่งดวงใจกลางป่าบริเวณสถานที่แห่งนี้บริเวณรอบๆนั้นมันถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้สูงใหญ่มากมาย
ทั้งสองที่ไล่ตามกันมาสักพักได้มาหยุดประเชิญหน้ากันบริเวณสถานที่แห่งนี้ที่ไม่มีผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆเลยแม้แต่น้อย
เท้าทั้งสองของพวกเขาหยุดลงพร้อมกับหันใบหน้าของตัวเองเผชิญหน้ากันอย่างตรงๆต่างฝ่ายต่างเงียบสนิทโดยเฉพาะร่างของสตรีผู้ที่สวมใส่เสื้อคลุมสีแดงสดดวงตาทั้งสองข้างของนางเปี่ยมล้นไปด้วยความเย็นชาจ้องมองไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าอย่างไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย
ผู้อาวุโสที่อยู่ด้านหน้ายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยที่มุมปากในขณะที่เห็นใบหน้าที่เย็นชาของผู้เยาว์ก่อนที่มันจะทำการกล่าวออกมา“ ใบหน้าของเจ้าช่างเหมือนกับบิดาของเจ้ายามอยู่ในสมรภูมิยิ่งนัก ”
“ ผู้คนกล่าวขานว่าบุตรีของแม่ทัพใหญ่คนก่อนบัดนี้กลายเป็นนักรบผู้หาญมีความสามารถและมีพรสวรรค์สามารถบรรลุลมปราณขั้นที่หนึ่งได้ตั้งแต่อายุสิบแปดปีวันนี้ได้เผชิญหน้าข้าเองก็อยากจะรู้ว่าเขาจะสามารถสังหารเจ้าได้หรือไม่” ดวงตาทั้งสองข้างของผู้ที่อยู่ด้านหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยจิตสังหาร
อันที่จริงแล้วการที่มันเคลื่อนที่มาจนถึงบริเวณนี้เจตนาและจุดประสงค์ของมันไม่ได้ตั้งใจที่จะหนีออกจากบริเวณนี้ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว
แต่มันเพียงแค่รอนางมาให้จนถึงบริเวณจุดที่น่าจะดีที่สุดเท่านั้นและตรงบริเวณนี้ก็ไม่มีผู้ใดที่อยู่บริเวณรอบนอกเลยแม้แต่น้อยมีเพียงแค่พวกเขาทั้งสองที่ยืนเผชิญหน้ากัน
ไป๋เฟิ่งเห็นผู้ที่อยู่ด้านหน้ากล่าวออกมาเช่นนั้นนางพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วไปตอนนี้ร่างกายของนางพุ่งตรงไปหาผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ร่างกายของนางพุ่งทะยานเข้าไปหามันพร้อมกับใช้กระบี่ของตนเองภายในมือพุ่งตรงออกไปพร้อมที่จะโจมตีใส่ร่างกายของคนผู้นั้น
การโจมตีพุ่งทะยานเข้าไปหนึ่งกระบี่ทะยานพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายผู้ที่อยู่ด้านหน้ายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยมันยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาใช้ลมปราณห่อหุ้มฝ่ามือปัดป้องกระบี่นั้นได้อย่างง่ายดาย
เมื่อมันสามารถปัดป้องการโจมตีนั้นได้เรียบร้อยแล้วมันคิดจะทำการโจมตีตอบโต้กลับไปใช้หนึ่งฝ่ามือสวนกลับอย่างรวดเร็วไป๋เฟิ่งพลิกกายของตนเองหลบได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นตัวของนางที่ร่างกายกำลังหมุนอยู่ภายในอากาศก็ได้ใช้เท้าของตัวเองถีบเข้าไปที่หน้าอกของมัน
ความรุนแรงในการใช้เท้าของตนเองถีบเข้าไปที่บริเวณหน้าอกทำให้ร่างของคนผู้นั้นกระเด็นไปไกลหลายเมตรแต่มันก็สามารถตั้งหลักได้ในที่สุด
คนผู้นั้นก็เดินถอยออกไปจากจุดนั้นหลายเม็ดร่างของมันที่ไถลไปเล็กน้อยหยุดนิ่งเมื่อมันสามารถตั้งหลักได้แล้วมันก็ต้องมองไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าและก็ยกยิ้มขึ้นราวกับว่าจะเย้ยหยันกับการโจมตีที่ไร้ซึ่งพลัง
ไม่นานนักคนผู้นั้นได้ยกใบไม้ภายในมือของมันขึ้นมาแล้วมันก็ใช้ริมฝีปากของตนเองเป่าใบไม้ที่อยู่ภายในมือเมื่อท่วงทำนองบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้งมันเองก็ทำให้ผึ้งหยกจำนวนมากที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้ก่อตัวออกมาอย่างรวดเร็ว
บริเวณรอบๆร่างกายของนางเต็มไปด้วยพึ่งจำนวนมากที่กำลังล้อมรอบร่างกายคนผู้นี้สามารถควบคุมพวกมันได้
หลังจากที่การทำการเรียกผึ้งจำนวนมากมาบริเวณสถานที่แห่งนี้เรียบร้อยแล้วมันเองก็ได้สั่งการให้พวกนั้นพุ่งโจมตีเข้าหานางอย่างรวดเร็ว
คนผู้นี้มั่นใจเป็นอย่างมากว่าแม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีลมปราณอยู่ในระดับขั้นที่หนึ่งถ้าโดนการโจมตีของมันไปมากๆเข้าก็คงจะไม่สามารถต้านทานได้ด้วยเช่นเดียวกัน
ในขณะที่มันได้สั่งการโจมตีของตนเองให้พุ่งเข้าไปโจมตีนางมันยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเพราะคิดว่าตนเองนั้นอย่างไรเสียก็เป็นผู้ชนะ
แต่คนพวกนี้ไม่ได้ดูเลยแม้แต่น้อยในขณะที่การโจมตีเหล่านั้นตรงเข้าไปหานาง
ร่างของสตรีที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าตอนนี้สิ่งที่มองเห็นก็คือใบหน้าของนางไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกตกใจเลยแม้แต่น้อย
บนใบหน้าของนางในตอนนี้เต็มไปด้วยความเรียบเฉยมองเห็นการโจมตีเหล่านั้นพุ่งเข้ามาพวกผึ้งหยกพวกนั้นพุ่งตรงเข้ามาจากรอบทิศทาง
นางยกกระบี่ของตนเองขึ้นมารวบรวมลมปราณอันมหาศาลอัดแน่นเอาไว้ภายในกระบี่หลังจากนั้นนางก็หมุนร่างกายของตนเองไปรอบร่างกายและก็ได้ใช้กระบี่ของตนเองภายในมือต้องตวัดออกไป
คลื่นกระบี่ถูกปลดปล่อยออกไปรอบทิศทางโจมตีเข้าไปใส่พวกผึ้งหยกจำนวนมากเหล่านั้นโจมตีเข้าไปหาพวกมัน
เพียงแค่การโจมตีในครั้งเดียวคลื่นกระบี่พวกนั้นฟันเข้าที่ร่างของพวกผึ้งหยกเหล่านั้นให้ตายลงในครั้งเดียว
พวกมันนับร้อยที่ถูกเรียกมาโดนการโจมตีขึ้นกระบี่อันทรงพลังโจมตีให้พวกมันนั้นตายหมดทั้งหมดในครั้งเดียว
เมื่อมองเห็นเช่นนั้นอาวุโสที่อยู่ด้านหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงดวงตาทั้งสองข้างของมันเบิกกว้างขึ้น
มันนั้นรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ตัวของมันได้พบเห็นสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่าผึ้งหยดที่จริงแล้วมันไม่ใช่ของธรรมดาทั่วไปโดยเจ้าสิ่งนี้มันเองก็มีความพิเศษเช่นเดียวกัน
ตัวของมันเป็นสิ่งมีชีวิตก็จริงอยู่แต่ว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้จะแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตธรรมดาทั่วไปโดยมันนั้นจะมีคุณสมบัติพิเศษทางด้านร่างกายที่ตัวของมันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า
ผึ้งหยกร่างกายของมันแตกต่างจากพวกผึ้งธรรมดาที่เป็นเพียงแค่แมลงธรรมดาธรรมดาโดยที่ร่างกายของมันเปรียบดั่งก้อนเหล็กที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
ในครั้งนี้จากที่มองเห็นจากสายตาก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวที่นางตะวันออกมาทำให้พวกผึ้งหยกเหล่านั้นโดนโจมตีเข้าไปและพวกมันเองก็โดนฟันขาดครึ่ง
เทียบเท่ากับว่าการโจมตีของนางนั้นรุ่นแรงขนาดที่สามารถฟันเหล็กกล้าให้ขาดออกจากกันได้
เมื่อสามารถกำจัดพวกแมลงที่อยู่บริเวณรอบๆได้เรียบร้อยแล้วดวงตาอันเย็นชาของนางมองตรงไปด้านหน้า
ไป๋เฟิ่งในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยของตนเองมองตรงไปที่บุรุษผู้นั้นก่อนที่จะยกสิ่งที่อยู่ภายในมือของตนเองขึ้นมา
เมื่อนางทำการยกกระบี่ภายในมือของตนเองขึ้นอีกครั้งคราวนี้ลมปราณถูกแสงเล่นเข้าไปภายในกระบี่
คลื่นกระบี่ถูกปล่อยออกไปคราวนี้พุ่งทะยานตรงหาร่างของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ผู้ที่อยู่ด้านหน้ามองเห็นการโจมตีนั้นพุ่งทะยานเข้ามาหาตนเองมันตอบสนองอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของมันดีดตัวกระโดดขึ้นเหนือจากพื้นลอยกายด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ
ในขณะที่มันนั้นกำลังลอยขึ้นไปสูงจากพื้นร่างกายของมันที่รออยู่ด้านบนโดนคลื่นกระบี่พุ่งทะยานเข้ามาหาตนเองและก็อัดกระแทกเข้าที่ร่างกายของ
คราวนี้ขึ้นกระบี่อันนี้ทรงพลังเป็นอย่างมากก็แทรกเข้าที่ร่างกายของมันทำให้คนผู้นั้นถึงกับกระอักโลหิตร่วงหล่นลงมาจากท้องนภาลงมากระแทกกับพื้น
คนผู้นั้นลุกขึ้นมาอย่างช้าๆจับบริเวณหน้าอกของตนเองสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แผลซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย“ นี่ข้าแก่แล้วงั้นรึ? ไม่สิบาดแผลเก่า… ”
เมื่อมันพูดออกมาเช่นนั้นมันก็กระอักโลหิตออกมาอีกครั้งโลหิตสีแดงกระอักออกมาเป็นจำนวนมากชายผู้นี้อายุเองก็ไม่ได้น้อยแล้วมองดูจากอายุของมันน่าจะมีราวๆประมาณเลขหก
ไม่เพียงเท่านั้นร่างกายของฉันในตอนนี้ยังมีบาดแผลเก่าที่ทำให้ตัวของมันนั้นบาดเจ็บเรื้อรังมาเป็นเวลานาน
ตอนนี้มาเผชิญกับยอดขุนศึกด้านหน้าตัวของมันเองถึงกับต้องคุกเข่าแม้ว่านางนั้นเป็นสตรี
ชายผู้นี้เลยใบหน้าของตัวเองขึ้นมาจากนั้นมันก็ใช้ดวงตามองตรงไปที่นาง
มันเป็นผู้อาวุโสตอนนี้ต้องคุกเข่าให้กับคนที่เป็นเพียงแค่สตรีที่อยู่เบื้องหน้ามันรู้สึกเจ็บใจยิ่งนักตอนนี้ภายในใจนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บใจกับผู้ที่อยู่ด้านหน้าในตอนนี้
อาจจะทำอย่างไรได้ความจริงก็คือตัวของมันแก่แล้วอีกทั้งยังมีบาดแผลเรื้อรังถ้าเป็นเมื่อก่อนที่มันยังคงเป็นวัยฉกรรจ์และร่างกายเองก็สมบูรณ์พร้อมมันเองคงจะไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้อย่างแน่นอน
แต่ถึงแม้ว่ามันจะบาดเจ็บสาหัสตัวของมันเองก็ไม่ได้ยอมมันได้ลุกขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้ที่มันลุกขึ้นมามันเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้ผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ดูเหมือนว่ามันนั้นจะยังไม่ยอมแพ้กับสถานการณ์เช่นนี้แต่ในขณะที่มันนั้นคิดจะตอบโต้เพียงแค่ก้าวเท้าออกไปก้าวเดียวความเจ็บปวดแผลซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย
มันกัดฟันแน่นปากแผลทั่วทั้งร่างกายของมันที่เป็นแผลเก่ากำเริบอีกครั้งมันทำให้คนผู้นั้นที่พยายามจะรุดหน้าออกไปหยุดชะงักกับโลหิตออกมาอีกครั้ง
ไป๋เฟิ่งมองเห็นคนผู้นั้นหยุดชะงักนั่งใช้โอกาสนี้พุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็วการเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายลมพริบตาเดียวปรากฏกายด้านหลังของคนผู้นั้นจากนั้นก็กระบี่ภายในมือของนางฟันเข้าไปที่ร่างกายของมันตัดหนทางหนี
คนผู้นั้นโดนกระบี่ฟันเข้าไปที่ขาทั้งสองข้างเป็นบาดแผลไม่ลึกมากนักแต่ว่าก็ทำให้คนผู้นั้นเคลื่อนไหวได้ยากลำบากล้มลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด
สิ่งที่ทำให้มันเจ็บปวดนั้นคือบาดแผลเก่าเรื้อรังของมันที่ตัวของมันนั้นอยู่ในสภาพเช่นนี้มานานนับหลายปี
คนผู้นั้นนอนลงไปกับพื้นดวงตามองตรงไปที่ใบหน้าของสตรีผู้นั้นที่เป็นบุตรสาวของคนที่มันเกลียดชังด้วยความเคียดแค้น“ เรื่องทุกอย่างจะต้องไม่จบลงเพียงแค่นี้… ”
นอนกัดฟันพูดออกมาด้วยความแค้นดวงตาทั้งสองข้างเปี่ยมล้นไปด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ว่าไป๋เฟิ่งก็แสดงใบหน้าที่เย็นชาตอบรับกลับไป
จบบท