“ซินซิน เ้าคิดว่าข้าเป็คนเช่นไร?” ซินซินอึกอัก “เอ่อ... ท่านชาย...” “มีสิ่งใดก็กล่าวมาตรงๆเถิด ข้ารับฟัง”
“จริงหรือเ้าคะ?”
“จริง เ้ากล่าวมาเถิด”
“เ้าค่ะ... ท่านชายเป็คนขี้โมโห เอาแต่ติดตามท่านเหลียนมู่ราวกับเงาไม่ใส่ใจการงานบ้านการเรือน ทั้งยังเกียจคร้านในการเรียนรู้ ชอบหงุดหงิดใส่ผู้อื่นและยังทำร้ายคนที่ติดตามท่านเหลียนมู่อีกด้วยเ้าค่ะ”
ซินซินสูดหายใจลึกก่อนจะกล่าวต่อ“ท่านชายยังชอบรังแกผู้อ่อนแอกว่าและดูเหมือนจะหวาดกลัวเมื่อถูกผู้อื่นกระทำเสียเอง... อ่อ! ยังมีอีกนะเ้าคะคือ...”
“พอๆ ข้าไม่อยากฟังละ ข้าจะพักผ่อน”
“เอ่อ เ้าค่ะ งั้นซินซินขอตัวลาเ้าค่ะ”พูดเสร็จเธอก็เดินออกไป ผมคิดว่าเซียวิจะมีอะไรที่ดีซ้อนอยู่ในตัวบ้าง ทว่ากลับไม่มี...มีแต่ด้านลบ ขี้ขลาดตาขาวชะมัด นึกว่าจะเก่งกาจที่แท้ก็ดีแต่รังแกผู้อื่น เฮ้อ...ช่างน่าท้อแท้ เกินเยียวยาจริงๆ
ผมจะทำยังไงดีครับเนี่ย เอาวะอย่างแรกจะต้องเป็ตัวของตัวเอง ถ้าใครดูว่าเราแปลกไปก็แค่บอกว่าจะเป็คนใหม่
แต่ว่าพรุ่งนี้ก็ต้องหมั้นกับไอ้มู่ๆ อะไรนั้นอีกไม่อยากจะเห็นหน้าเลยวะ หรือกูจะหนีดีวะ พาแม่หนีไปอยู่ที่อื่นด้วยดีกว่า ไม่ได้ๆลืมไปว่าเราไม่มีเงินสักกะบาท แม่ก็ลำบาก... หรือว่า...เราจะรับหมั้นไปก่อนพอได้ของหมั้นมาก็ค่อยหาทางถอนหมั้นดีวะ
"สินสอดมากมายแบบนั้น... ผมจะนำมันไปลงทุน! หลังจากนั้นระหว่างเรียนค่อยหาทางยกเลิกงานแต่งอย่างน้อยก็มีเวลาให้คิดอีกมาก นี่ผมเพิ่งจะสิบแปด ยังมีเวลาเหลือเฟือ...ผมช่างฉลาดจริงๆ!"
"รุ่งเช้า เสียงอึกทึกครึกโครมจากภายนอกปลุกให้เซียวิลืมตาขึ้นด้วยความสงสัย'เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดจึงเสียงดังนัก?' เขามองไปยังนอกห้องเห็นคนสี่ห้าคนกำลังเดินขวักไขว่ทำความสะอาดทั่วเรือน"
“ตื่นแล้วเหรอลูกแม่”
“ขอรับ นี่กำลังทำอะไรกันหรือครับข้างนอกยังมืดอยู่เลย”
“แม่กำลังจัดเตรียมบ้าน สำหรับงานหมั้นที่จัดเช้านี้นะลูก”
“อ้าว ทางท่านพ่อไม่ได้จัดในจวนหลังใหญ่หรอกหรือครับ?”
“เ้านี่พูดจาแปลกประหลาดยิ่งนัก แต่แม่ก็พอจะฟังเข้าใจทางท่านพ่อของเ้าให้เราจัดการกันเอง ทางฝ่ายผู้ใหญ่มีแค่แม่ ลูกเสียใจหรือไม่?”
“ไม่หรอกครับ ลูกแค่มีท่านแม่ ลูกก็ดีใจแล้ว”
“แล้วสินสอดนี่ทางเราได้อย่างเดียวใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วลูก” ดีงามเดี๋ยวไอ้คมคนนี้จะทำให้เงินมันเพิ่มพูนเอง ผมจัดการช่วยแม่และคนงานคนอื่นๆจัดตกแต่งนู่นนี่จนเสร็จ
“ซินซิน เดี๋ยวพาคุณชายไปอาบน้ำแต่งตัวเลยนะ”
“เ้าค่ะ ทางนี้ค่ะคุณชาย” หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยผมก็มายืนส่องกระจก ผมก็ดูดีไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ย!
“ถึงเวลาแล้วลูกแม่ เ้างามนัก” เฮ้อ ข้าต้องหล่ออยู่แล้วแต่ดูจากทรงก็คือแยกโพออกได้อย่างชัดเจน
ผมเดินตามแม่เข้าไปนั่งตรงพิธีก็ต้องตะลึงกับสินสอดที่วางเรียงราย หีบเงินหีบทองมากมายมหาศาล...นี่สินะอำนาจของคนมีหน้ามีตา เวลาสู่ขอมาจะเสียหน้าไม่ได้ สบายแล้วผม 5555
ความคิดของผมสะดุดลงเมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าบึ้งตึงราวกับโลกจะถล่มตรงหน้า...เหลียนมู่ดูไม่เต็มใจอย่างยิ่ง! สินสอดมากมายเพียงนี้... ต้องคว้าไว้ให้มั่น!เล่นตามบทบาทหน่อยละกัน
“ท่านพี่เหลียนของน้อง!” ข้าร้องเสียงหวานวิ่งเข้าไปคล้องแขนอีกฝ่ายแล้วส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ “ท่านมาแล้วน้องดีใจเหลือเกิน!” เหลียนมู่เบิกตากว้าง ราวกับเห็นผี
“เหอะ เ้ามันไร้ยางอาย” พูดจบก็สะบัดแขนข้าออกคิดว่าผมจะยอมรึไง เกาะให้แน่นสิครับรออะไร
การหมั้นหมายดำเนินไปอย่างราบรื่น แม่ของผมก็ดีใจมากครับ เหมือนท่านจะสนิทกับแม่ของเหลียนมู่คุยกันถูกคอ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
จะว่าไปความทรงจำของร่างนี้ แม่ไม่เคยยิ้มเลยั้แ่ที่โดนท่านพ่อไล่ออกมาอยู่ท้ายจวนเห็นตอนนี้แม่ยิ้มได้ผมก็อดดีใจไปด้วยไม่ได้ ผมรู้สึกปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก
“เ้าพักอยู่ที่นี่กันรึ?”แม่ของผมอ้ำอึ้งเล็กน้อย
“ขอรับท่านอาลี่” ผมรีบตอบแทนไป
“ท่านอาอะไรกัน เรียกข้าว่าท่านแม่เถิดข้าคิดว่าหมั้นหมายกันไว้แล้ว พวกเ้าย้ายเข้าไปอยู่กับพวกข้าเลยดีหรือไม่ที่จวนข้ากว้างใหญ่ อีกอย่างข้าอยู่คนเดียว”
พูดจบก็หันไปทางสามีตน “ท่านพี่ก็ต้องเข้าไปทำงานในวังหลวงนานๆจะกลับที ส่วนลูกของข้าก็มีงานที่ต้องทำ ถ้าพวกเ้าไปอยู่กับข้าข้าจะได้มีแม่นางจินมาพูดคุย ข้าคงคลายเหงาได้มิใช่น้อย ว่าไงท่านพี่?”
“ตามใจเ้า ข้าว่าก็ดีเหมือนกันยังไงก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว”
“ไม่ได้นะท่านพ่อ ยังไม่แต่งจะย้ายเข้ามาได้อย่างไร!”
“เ้าเงียบปากไป ผู้ใหญ่คุยกันอยู่ อย่าเสียมารยาท!”
“ข้าว่าดีนะแม่นางจินเข้าไปอยู่จะได้ให้เซียวิฝึกทำความรู้จักกับเหลียนมู่ไปด้วยเลย”
“ถ้าท่านเจียงกับท่านลี่คิดว่าดีข้าก็ว่าดี” เอ่อ ท่านแม่เล่นตัวหน่อยก็ได้นะ
ส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าย้ายไปอยู่ก็ดีเพราะท่านแม่จะได้ไม่ต้องมาเจ็บซ้ำเพราะนางสนมของท่านพ่อส่วนแต่งไม่แต่งค่อยว่ากันอีกที แล้วเื่เรียน ที่นี่เขาเรียนกันแบบไหนวะ เฮ้อสภาพ